ของดีเยาวราชที่หากินได้ยากในยุคนี้ แกงกะหรี่นายโย่ง โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

ข้าวแกงกะหรี่เนื้อกับเอ็นเนื้อและแกงกะหรี่หมูผสมกัน ที่มาคอลัมน์ตามรอยพ่อไปชิมผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็กเผยแพร่วันที่ 1 เมษายน 2561

สืบเนื่องต่อจากอาทิตย์ที่แล้วที่พวกเราได้มาตะลุยเยาวราช ราตรีนี้ยังเยาว์ พวกเราเหล่านักชิมเพิ่งจัดการกับปาท่องโก๋และกวยจั๊บไป 2 ร้าน ยังอิ่มเพียงแค่ครึ่งท้อง ต่างมองหน้ากันและลงความเห็นว่าจะขอไปชิมต่อเพิ่มอีกเจ้าหนึ่ง ปิ่นโตเถาเล็กเลยพาเดินท่องมาตามฝั่งซ้ายของถนนเยาวราช ซึ่งตอนนี้เดินง่ายขึ้นเยอะ เพราะเจ้าหน้าที่วางกรวยยางสีส้มมีเชือกร้อยเป็นแนว กั้นให้คนเดินบนเลนซ้ายสุดของถนน จึงเคลื่อนไปตามฝูงชนได้อย่างสะดวก ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่กันมาเยาวราชทุกค่ำคืนก็ตาม

เราเดินผ่านร้านขนมหวาน Sweet Time (สวีท ไทม์) ซึ่งเป็นเจ้ารถเข็นที่ขาย เต้าทึง บัวลอยน้ำขิง แปะก๊วยนมสด และ สาคูแคนตาลูป กับขนมอื่นๆ ทั้งร้อนและเย็นรวมประมาณ 30 อย่าง ถือเป็นร้านขนมเจ้าโปรดของปิ่นโตเถาเล็กเช่นกัน เราหมายมั่นปั้นมือว่าพอกินของคาวเสร็จก็จะมาตบท้ายฟิน่าเล่ด้วยของหวานที่ร้านนี้

ปรากฏว่าตอน 2 ทุ่มกว่าเดินกลับมาอีกที รู้สึกตกใจเป็นยิ่งนัก เพราะตอนนี้มีคลื่นมหาชนพากันมายืนออรอคิวซื้อขนมหวานนับร้อยคน ตอนนี้ที่ร้านเปลี่ยนมาใส่ขนมในถ้วยพลาสติกสำหรับให้เดินถือไปกินไปได้ เพราะทางการไม่อนุญาตให้โซนขนมหวานตรงนี้มีการตั้งโต๊ะและเก้าอี้ ต้องยืนเบียดเสียดชิมกันขนานเดียว พวกเราจึงขอผ่าน เอาไว้กลับมากินใหม่โอกาสหน้าก็แล้วกัน ถ้าแฟนๆ ตามมาชิม ขอบอกว่าให้รีบมาแต่ตอนเย็นแล้วลองชิมที่ร้าน Sweet Time ให้จงได้นะจ๊ะ

เราเดินกันมาจนถึง หน้าตลาดเก่าเยาวราช ปากซอยเยาวราช 11(ฝั่งซ้ายมือของถนนเยาวราช บริเวณนี้มีการจัดการให้ร้านอาหารรถเข็นต่างๆ ตั้งเรียงรายกันเข้าไปในซอยอีกด้วย ดูคึกคักมาก เจ้า ก๋วยจั๊บนายเล็กอ้วน ใส่เครื่องในชิ้นโตๆ เผ็ดร้อนด้วยพริกไทย อีกหนึ่งร้านโปรดของปิ่นโตเถาเล็กก็ยังปักหลักอยู่ตรงนี้ เพียงแต่หันหน้าร้านมาด้านข้างซอยแทน

ร้านฝั่งซ้ายหน้าตลาดเก่า

แต่วันนี้เราไม่ได้กะจะมาชิมกวยจั๊บซ้ำอีก เนื่องจากเราเพิ่งกินกวยจั๊บร้านอ้วนโภชนาหน้าโรงหนังไปแล้ว แต่เรามาเพื่อสิ่งนี้ นั่นก็คือ แกงกะหรี่เนื้อใส่เอ็นเนื้อ กับแกงกะหรี่หมูใส่ฟัก สูตรโบราณ แห่ง ร้านแกงกะหรี่นายโย่ง เปิดมานาน 80 กว่าปีแล้ว ตัวร้านมี 2 ฝั่งโดยฝั่งที่เราไปจะอยู่ปากซอยเยาวราช 11 ตั้งประจันหน้าหันเข้าหาถนนเยาวราชเลย มาแล้วไม่มีทางหลง

สัญลักษณ์ร้านนี้คือ นายโย่ง หรือคุณประจักษ์ วิทย์ประเสริฐกุล ผู้มีร่างกายสูงใหญ่เหมือนเสาไฟฟ้าจริงๆ นายโย่งปัจจุบันนี้อายุอานามปาเข้าไป 85 ปีแล้ว ไม่ค่อยได้ออกมาที่ร้าน ปล่อยให้ภรรยาคือ คุณสารินี ในวัย 75 ปี ว่าการร้านแทน ซึ่งความจริงแล้วคนที่ลงมือปรุงแกงกะหรี่ที่บ้านและตำเครื่องแกงก็คือคุณสารินีนี่เอง

คุณสาลินี ภรรยานายโย่ง ว่าการเองทุกคืน

พอปิ่นโตเถาเล็กแนะนำตัวว่าเป็นลูกชายคนเล็กของคุณชายถนัดศรี คุณอาสารินีก็รู้สึกดีใจมาก บอกว่าคุณชายถนัดศรีเคยมาตามที่เยาวราช ชวนให้ไปขายอยู่ที่ศูนย์อาหารเชลล์ชวนชิมบนห้างมาบุญครองในยุคแรกเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เรียกได้ว่าเป็นศูนย์อาหารแห่งแรกๆ ของประเทศไทยทีเดียว ปิ่นโตเถาเล็กยังจำได้ว่าในช่วง 3 วันแรกที่เปิดตัว มีผู้คนแห่กันมาชิมอาหารกันอย่างแน่นขนัดเหมือนไหลไปตามกระแสน้ำทีเดียว คุณอาสารินีบอกว่าแกงกะหรี่นายโย่งก็ขายดิบขายดี แจ้งเกิดตั้งแต่ตอนนั้นมา

คุณอาเล่าว่า สูตรนี้พ่อของนายโย่งซึ่งเป็นคนจีนที่เดินทางมากับเรือสำเภา มาเช่าบ้านอยู่บริเวณบ้านของผู้ใหญ่ชาวไทยท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้ให้ความเมตตาสอนวิธีทำแกงกะหรี่ให้กับพ่อของนายโย่ง จึงหันมาประกอบอาชีพหาบแกงกะหรี่ขายอยู่แถวโรงงิ้วซิงฮั้ว เยาวราชในอดีต แล้วมาปักหลักเป็นรถเข็นในภายหลัง รวมทั้งนายโย่งก็มาช่วยตั้งแต่ยังเล็กๆ

ขอบอกว่าแกงกะหรี่สไตล์ไทยจีนของนายโย่งนั้นรสชาติเข้มข้นหนักกะทิแต่ไม่แรงจนเกินไป เครื่องแกงใส่ผงกะหรี่ที่คุณอาสารินีตำเองนั้นมีความหอมกลมกล่อมไม่เข้มไม่อ่อนจนเกินไป รสชาติกำลังดี

ซึ่งอย่างที่บอกไปว่ามีทั้ง แกงกะหรี่เอ็นเนื้อและเนื้อส่วนสะโพกหมัก และ แกงกะหรี่หมูใส่เนื้อหมูส่วนไหล่และหมูสามชั้นหมัก ซึ่งแกงหมูนั้นจะใส่ฟักลงไปด้วยแทนมันฝรั่ง คุณอาบอกว่าเดี๋ยวนี้มันฝรั่งบางครั้งหาดีๆ ยาก เลยใช้ฟักแทน

ใครกินเนื้อได้ ห้ามพลาดแกงกะหรี่เนื้อ เพราะเอ็นเนื้อที่นี่ช่างนุ่มเนียนลื่นคอสุดยอด โดยต้องต้มให้สุกก่อนนาน 1 ชั่วโมง แล้วค่อยนำไปแกงรวมกับเนื้อสะโพกซึ่งก็นุ่มอร่อยเช่นกัน ใครไม่กินเนื้อ แกงหมูก็หอมเข้มข้นเพราะเป็นเครื่องแกงเดียวกัน หรือจะทำแบบข้าพเจ้า คือสั่งผสมทั้ง 2 อย่างเลยทั้งกะหรี่เนื้อและหมู จะกินให้ครบเครื่องต้องสั่ง กุนเชียงทอด (ลวกก่อนแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำจึงนำไปทอด) และ ไข่ต้มยางมะตูม ด้วย แกล้มด้วยพริกชี้ฟ้าหั่นเป็นแว่นๆและแตงกวา อย่าลืมปรุงด้วยน้ำส้มพริกดองและซีอิ๊วดำจึงจะครบสูตร

สนนราคานั้นเริ่มต้นที่จานละ 40-50 บาท ถ้าใส่ทุกอย่างทั้งกุนเชียงและไข่ต้มยางมะตูมเหมือนผมจะคิด 70 บาท

อยากกินแกงอย่างอื่นรวมทั้งปลาสลิดก็มีด้วย ให้ไปยืนเลือกดูหน้าร้าน สั่งแล้วเดินเข้ามานั่งด้านใน (อาจจะเบียดเสียดโต๊ะชนโต๊ะสักหน่อย แต่ให้อารมณ์มาเยาวราชได้เป็นอย่างดี)

ลืมบอกไปว่าร้านนี้ยังไปเปิดฝั่งตรงข้ามอีกด้วย เพื่อดักคนที่เดินฝั่งขวาของถนนเยาวราช อยู่ก่อนถึงปากตรอกอิสรานุภาพ หน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี ฝั่งโน้นเขียนชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษว่า Mr.Tall’s curry shoppe

อยากให้รีบไปชิมกันเพราะคุณอาสารินีบอกว่าลูกทั้ง 5 คน ยังไม่ได้คิดจะสืบทอดต่อกันเลย (อาจจะมีคนเล็กที่กำลังตัดสินใจอยู่) ของดีรสชาติดั้งเดิมแบบนี้หากินได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ร้านเปิดบริการตอน 5 โมงครึ่งเย็นไปจนถึงตี 2 ส่วนอีกฝั่งเปิดประมาณทุ่มหนึ่งไปจนถึงตี 4 หยุดทุกวันจันทร์ ไปชิมแล้วรับรองว่าอิ่มอร่อยฝันดีตลอดทั้งคืนไปเลย

อีกร้านฝั่งขวาหน้าร้านทอง


แกงกะหรี่นายโย่ง

โดย คุณประจักษ์ (นายโย่ง) และคุณสารินี วิทย์ประเสริฐกุล
ที่ตั้ง หน้าตลาดเก่า ปาก ซ.เยาวราช 11 ถ.เยาวราช สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
โทร 08-7983-2874 08-799-2914 และ 0-2221-9908
เปิดบริการ 17.30 – 02.00 น. อังคาร-อาทิตย์
ส่วนฝั่งตรงข้ามหน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี 19.00-04.00 น.
หยุด จันทร์
แนะนำ ข้าวราดแกงกะหรี่เนื้อใส่เอ็นเนื้อและแกงกะหรี่หมูใส่ฟัก กับกุนเชียงและไข่ต้มยางมะตูม

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th