คอลัมน์ สดจากเยาวชน : ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ "ไขปริศนาเมืองเอลฟ์" 

นานมีบุ๊คส์ เอาใจเยาวชนนักอ่านนวนิยายแฟนตาซี ยกอาณาจักรโลกใต้บาดาล มาไว้ใจกลางเมือง เนรมิตงานเลี้ยงชาวเงือกอลังการ ในงานเปิดตัวหนังสือ “ไขปริศนาเมืองเอลฟ์” เรื่องราวการผจญภัยครั้งสุดท้ายของคู่หูเงือกฝึกหัด ภาคต่อของ “ผจญภัยในแดนเงือก”และ “ขุมสมบัติพรายทะเล”

ในชุดจักรภพพันธุ์มหัศจรรย์ ผลงานเขียนโดย Pieretta Dawn หรือ ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร สาวน้อยมหัศจรรย์มากความสามารถ ที่ใช้เวลาออกเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดนจากการทำงานในวงการภาพยนตร์ระดับโลกที่ฮอลลีวู้ด เพื่อสร้างสรรค์งานเขียนเล่มนี้อย่างน่าอัศจรรย์

คิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า นักเขียนหญิงคนเก่งเริ่มต้นเขียนนวนิยายตั้งแต่อายุ 13 ปี ครั้งนี้กลับมาพร้อมผลงานที่ยิ่งใหญ่ “ไขปริศนาเมืองเอลฟ์” บทสรุปที่ทุกคนรอคอย ในชุดจักรภพพันธุ์มหัศจรรย์ ซึ่งห่างกันไปนานถึง 6 ปี โดยยังคงรักษามาตรฐานการนำเรื่องราวสิ่งมีชีวิตในตำนานมาร้อยเรียงได้อย่าง น่ามหัศจรรย์

ด้าน ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร ผู้เขียน เผยว่า หนังสือชุดนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังสือที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนางเงือกหรือโลกเวทมนตร์แฟนตาซีที่เป็นหนังสือสำหรับเด็กเท่านั้น แต่มีประเด็นอะไรหลายๆ อย่างที่เข้าถึงผู้ใหญ่ได้ เช่น ประเด็นเรื่องสงคราม ความขัดแย้ง ครอบครัว หรือเพื่อน

“หลายคนจะถามว่าทำไมใช้เวลาเขียนเล่มสุดท้ายนาน นั่นเพราะเป็นช่วงที่เปี๊ยะได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยทัฟส์ สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นก็มาทำงานต่อเลย ทำให้เราต้องแบ่งเวลาเยอะมาก แต่เปี๊ยะตั้งใจไว้เลยว่าจะเขียนไขปริศนาเมืองเอลฟ์ให้ออกมาดีที่สุด

เพราะตั้งแต่เล่มแรก “ผจญภัยในแดนเงือก” เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ถือว่ายากมาก ท้าทายเรา ในขณะที่เขียนนั้นอายุเพียง 14-15 ปี พอมาเล่มที่สอง “ขุมสมบัติพรายทะเล” เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่เติบโตขึ้น จนมาถึงเล่มนี้จะเป็นการคลี่คลายทุกปมในเหตุการณ์ในเล่มก่อนๆ ไขทุกปริศนาที่ซ่อนเอาไว้ จึงตั้งใจเขียนทุกอย่างให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด รวมๆ แล้ว งานเขียนชุดนี้ใช้เวลาทุ่มเทมานานกว่า 10 ปี” ปอเปี๊ยะ แพรกานต์กล่าว

นอกจากเป็นนักเขียนอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จในวงการหนังสือแล้ว ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ ยังเป็นนักท่องเที่ยวตัวยง ออกเดินทางไปกว่าเจ็ดสิบประเทศในเจ็ดทวีป และยังก้าวเข้าสู่การทำงานในวงการฮอลลีวู้ด ถือเป็นตัวอย่างสำหรับนักอ่านรุ่นใหม่ที่พร้อมจุดประกายความฝันสู่ความสำเร็จ เพียงแค่ลงมือทำ

แพรกานต์กล่าวต่อว่า การที่เรามีโอกาสทำงานที่ฮอลลีวู้ด ในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นความโชคดีมาก ด้วยนิสัยที่เราเป็นคนมุ่งมั่น ชอบดูหนัง อ่านและเขียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมงานที่เราทำอยู่ในปัจจุบันอย่างมาก เป็นงานพิจารณาต้นฉบับของหนังสือที่จะนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ตรงจุดนี้เองที่ต้องอาศัยทักษะการอ่านและวิเคราะห์เยอะมาก

รวมถึงทำงานร่วมกับนักเขียนหนังสือและนักเขียนบทภาพยนตร์ด้วย เรียกว่าได้ทำทุกอย่างครบวงจร ถือเป็นความโชคดีที่ได้ทำงานที่ชอบในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนที่หลากหลายและรักในงานที่ทำเหมือนกับเรา จึงตั้งใจและพยายามทำงานอย่างหนัก เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในฐานะคนไทยจึงอยากแสดงให้ชาวต่างชาติเห็นว่าคนไทยสามารถทำอะไรได้ไม่แพ้ชาวต่างชาติ

“สุดท้ายนี้อยากฝากเด็กไทยทุกคนที่มีความฝัน อย่าล้มเลิกที่จะพยายาม เราทุกคนสามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ ไม่ว่าจะเป็น นักเขียนหรืออาชีพใดๆ ก็ตาม แค่คุณอ่านหนังสือให้เยอะ ศึกษาหาข้อมูลให้มาก รู้จักตั้งคำถาม และเชื่อมั่นในตัวเอง”

ไขปริศนาเมืองเอลฟ์ เรื่องราวการผจญภัยครั้งสุดท้ายของคู่หูเงือกฝึกหัด ในชุดจักรภพพันธุ์มหัศจรรย์ ภาคต่อของ “ผจญภัยในแดนเงือก” และ “ขุมสมบัติพรายทะเล” เมื่อโลกของเลลาห์และแนทแทร์ตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม

ศัตรูผู้แข็งแกร่งกำลังจะเอื้อมถึงอาวุธโบราณที่อาจกวาดล้างทุกเผ่าพันธุ์จนสูญสิ้น เลลาห์และแนทแทร์ต้องตามรอยอดีตในประวัติศาสตร์ของอาวุธชิ้นนั้น กระโจนเข้าสู่ อัลเทนวัลด์ ดินแดนปริศนาสุดลี้ลับของเหล่าเอลฟ์ ด้วยความช่วยเหลือจากออราและผองเพื่อน

การค้นพบของเงือกฝึกหัดทั้งสองสิ้นสุดลง ณ สถานที่อันน่าตื่นตะลึง ที่ซึ่งตำนานและเวทมนตร์หลอมรวมกันเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด นั่นคืออดีตของพวกเขา จากแอตแลนติสถึงอัลเทนวัลด์ และกลับสู่มอนเดรไซด์ที่ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น ขอต้อนรับสู่บทสรุปอันน่าตื่นตะลึงของหนังสือชุดจักรภพพันธุ์มหัศจรรย์

ร่วมดำดิ่งสู่อดีตต้นต่อแห่งปริศนาโลกใต้บาดาล ในหนังสือ “ไขปริศนาเมืองเอลฟ์” จัดพิมพ์โดย บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ราคาเล่มละ 295 บาท พร้อมกับเล่มแรก “ผจญภัยในแดนเงือก” และเล่มที่สอง “ขุมสมบัติพรายทะเล” ทั้งในรูปแบบนวนิยาย และฉบับการ์ตูน

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th