คอลัมน์ หลอน : ผีหมาบ้า

“นทธี ศศิวิมล”

ฉันเคยได้ยินมาบ้างว่า ผีซอมบี้แบบฝรั่งนั้นไม่เหมือนผีชนิดอื่นๆ ในโลก และว่ากันว่ามีไอเดียต้นคิดมาจากเชื้อโรคพิษสุนัขบ้านี่เอง ความคล้ายคลึงกันของโรคซอมบี้กับโรคพิษสุนัขบ้านี้มีดังต่อไปนี้

คือผีชนิดนี้เกิดจากที่มีคนติดเชื้อโรคชนิดหนึ่งแล้วเอาเชื้อไปแพร่ระบาดกับคนอื่นๆ คนที่ติดเชื้อชนิดนี้จนเข้ากระแสเลือดแล้วจะไม่สามารถรักษาได้ มีแต่จะต้องตายเท่านั้น เชื้อนี้หากปล่อยให้พัฒนาในร่างกายจนถึงระยะหนึ่งจะลามจนขึ้นสู่สมอง

ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดไล่กัดและทำร้ายคนรอบข้าง มีอาการเหมือนหมาบ้า คือตาขวางแยกเขี้ยวน้ำลายยืด คำราม เห่า หรือครวญครางเหมือนสุนัข เชื้อปีศาจนี้มีวิธีการติดต่อหรือส่งต่อเชื้อจากคนสู่คนด้วยการติดจากน้ำลายคนหรือสัตว์ที่เป็นโรคนี้ อาจจะด้วยการกัด หรือสัมผัสเลือด

แล้วก็เคยได้ยินมาหลายคน ที่เล่าว่าเคยเห็นคนป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนใหญ่จะเล่าตรงกันถึงอาการทุรนทุรายก่อนตาย แล้วก็ปลงอนิจจัง ขออโหสิกรรมกันไปตามเรื่อง ตายไปแล้วก็แล้วกัน ไม่เคยมีใครลุกเด้งขึ้นมาเป็นผีดิบอาละวาดเหมือนในหนังฝรั่ง

แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องแปลกของผู้ชายอายุสัก 50 ปีคนหนึ่งที่เขาว่ากันว่าผีหมาบ้าเข้าสิงมาได้สองอาทิตย์กว่าแล้ว ทีแรกตอนได้ยินเรื่องนี้ฉันก็ตามญาติๆ ไปดูที่บ้านหลังนั้น ปรากฏว่าเขาใช้วิธีทำคอกไม้ขนาดใหญ่ราว 2×2 เมตร สูงพอนั่งได้ ขังชายคนนี้ไว้ข้างใน

ตอนที่เห็นก็สภาพย่ำแย่แล้ว เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เนื้อตัวสกปรกมอมแมม น้ำลายยืด ส่งกลิ่นเหม็นหึ่งคลานตาขวางไปมารอบๆคอก พอดูไปได้สักพักก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง พุ่งเอาหัวชนคอกดังโครมๆ คำรามแฮ่ๆ เหมือนหมา บางทีก็เอามือตะกุยคุ้ยคอก เอาปากพยายามกัดแงะ ร้องฮื่อฮ่าไม่เป็นภาษามนุษย์

ฉันกับญาติที่ไปด้วยกันเห็นแล้วก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เลยพากันหลบออกมาข้างนอก เสียงพุ่งกระแทกคอกยังดังโครมๆ ลอดมาจากด้านในสม่ำเสมอ จนน่ากลัวว่าจะหลุดผลัวะออกมากัดใครเข้า

“เป็นโรคกลัวน้ำหรือเปล่า” ญาติผู้น้องของฉันคนหนึ่งพูดขึ้นกับป้าที่เป็นเมียของลุงในคอกนั่น “หนูเคยได้ยินมานะ อาการอาละวาดคลุ้มคลั่งแบบนี้เลย น่าจะให้หมอมาฉีดมอร์ฟีนหรืออะไรให้นะป้า ลุงแกจะได้สงบลง”

ป้าเจ้าของบ้านส่ายหน้า เช็ดน้ำตาป้อย “หมอที่ไหน ใครมันจะกล้ามา ใครๆก็รู้ว่าโรคกลัวน้ำนี่เป็นแล้วตายทั้งนั้น แถมติดกันได้ด้วย ไอ้นี่มันก็อาละวาดไม่หยุดทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ แต่นี่ป้าว่าไม่ใช่โรคกลัวน้ำหรอก เพราะมันมีอะไรแปลกๆหลายอย่าง”

แล้วป้าก็เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ ลุงคนนี้เป็นคนเกลียดหมา หมาใครเดินผ่านหน้าบ้านไม่ได้เลย ต้องรีบวิ่งไล่ตะเพิดออกไปตลอด หลังๆ หนักขึ้นก็ถึงกับคว้าไม้วิ่งไล่ แล้วบ้านติดกันแถวนี้ก็อยู่กันแบบบ้านๆ ไม่มีรั้วรอบขอบชิด หมาแมวก็เดินเข้านอกออกในไปนั่นนี่กันอย่างอิสระมานาน

มันก็ต้องมีเดินเหยียบทับเข้ามาในเขตบ้านบ้างเป็นธรรมดา ป้าเองพยายามปรามลุง เดิมให้ใจเย็นๆ ปล่อยวาง เพราะส่วนใหญ่แล้วหมามันก็แค่เดินผ่านมาไม่ได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจอะไรให้สักหน่อย

ลุงแกตีหมาขาหัก หลังหัก ไปหลายตัว จนเพื่อนบ้านพากันหวาดกลัว เอาหมาไปปล่อยที่อื่นบ้าง ล่ามหมาไว้กับบ้านตัวเองบ้าง แต่ก็ยังมีหมาบางตัวที่หลงเข้ามาที่บ้าน ซึ่งตอนหลังๆ ลุงแกก็ไล่ฟาดหัวเอาจนตายคาไม้ แถมเอาซากหมามาแขวนหน้าบ้าน

แล้วเที่ยวไปบอกใครต่อใครว่าหมาบ้ามันอาละวาดเข้ามาไล่กัดแกเลยตีตาย ชาวบ้านเจ้าของหมาโกรธก็มาด่า ทะเลาะ สาปแช่ง แต่ลุงก็ยังยืนยันว่ามันเป็นหมาบ้า มาไล่กัดแกก่อน หนักข้อขึ้นตอนหลัง เวลากลางค่ำกลางคืน แกถือไม้เดินท่อมๆ ออกไปกลางดึก ไปไล่ตีหมาตัวอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไป หมาตายก็เอามาแขวนหน้าบ้านอีก อ้างว่าเป็นหมาบ้า จนชาวบ้านเขาไปแจ้งตำรวจ แต่ก็ทำอะไรลุงไม่ได้อยู่ดี

จนวันนึง อยู่ดีๆ แกก็เกิดตาขวาง พูดไม่รู้เรื่อง แล้วก็เริ่มอาละวาดเป็นพักๆ เลยให้ญาติพากัน จับมัดมือมัดเท้า พาไปร.พ. หมอเขาว่าน่าจะเป็นโรคจิตเภท แต่ยังไม่ทันอะไรแกก็สลัดเชือกหลุดหนีกลับมาบ้าน คราวนี้เลยต้องช่วยกันทำคอกขัง

“ไม่ใช่โรคกลัวน้ำจริงเหรอป้า เหมือนเลย” ฉันยังสงสัย

“ถ้าโรคกลัวน้ำน่ะ ไม่ถึงอาทิตย์ก็ตายแล้ว นี่มันจะครึ่งเดือนแล้ว อีกอย่างนะ” ป้าว่าพลางมองไปที่ลุงอีกครั้งแล้วถอนหายใจ “คนเป็นโรคกลัวน้ำจะร้องไม่เป็นภาษาหรอกเพราะเชื้อขึ้นสมอง แต่นี่คอยฟังกันเอาเหอะ”

ฉันกับญาติอยู่เป็นเพื่อนป้าอีกพักใหญ่ ขณะกำลังจะกลับก็ได้ยินเสียงร้องจากข้างในที่ทำเอาสะดุ้งโหยง ขนลุกทั่วตัว

“ไอ้สัตว์ อย่าตีกู กูไม่ได้บ้า โอ๊ย กูยอมแล้ว อย่าตีกู กูไม่ได้บ้า อย่าตีกู” ลุงหมาบ้าร้องพลางดิ้นทุรนทุรายอยู่ในคอกวนไปมาอย่างนี้ พลางสะดุ้งกระดอนเป็นจังหวะราวกับว่ากำลังมีใคร สักคนที่มองไม่เห็นกระหน่ำตีแกอยู่อย่างนั้น 

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th