ตำลึง สรรพคุณและประโยชน์ของตำลึง 44 ข้อ !

ตำลึง เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก

ตำลึง สรรพคุณและประโยชน์ของตำลึง 44 ข้อ !

 

ตำลึง

ตำลึง ชื่อสามัญ Ivy gourd

ตำลึง ชื่อวิทยาศาสตร์ Coccinia grandis (L.) Voigt (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cephalandra indica (Wight & Arn.) Naudin) จัดอยู่ในวงศ์แตง (CUCURBITACEAE)

ตำลึง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ตำลึง, สี่บาท (ภาคกลาง), ผักแคบ (ภาคเหนือ), ผักตำนิน (ภาคอีสาน), แคเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น

ต้นตำลึงจัดเป็นไม้เลื้อย โคนใบมีลักษณะเหมือนรูปหัวใจ มีมือเกาะที่ยื่นออกมาจากที่ข้อ ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและดอกคู่ กลีบดอกมีสีขาว และดอกมีลักษณะคล้ายรูประฆัง

ตำลึง ประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยใบและยอดอ่อนของตำลึง 100 กรัม จะให้พลังงานกับร่างกาย 35 กิโลแคลอรี, โปรตีน, ใยอาหาร 1 กรัม, เบตาแคโรทีน วิตามินเอ 18,608 IU, วิตามินบี 1 0.17 มิลลิกรัม, วิตามินบี 2 0.13 มิลลิกรัม, วิตามินบี 3 1.2 มิลลิกรัม, วิตามินซี 34 มิลลิกรัม, ธาตุแคลเซียม 126 มิลลิกรัม, ธาตุฟอสฟอรัส 30 กรัม, ธาตุเหล็ก 4.6 มิลลิกรัม เป็นต้น

มีงานวิจัยหลายงานที่ชี้ว่า ตำลึงช่วยรักษาโรคเบาหวานได้จริง โดยมีผลในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด !

 

คุณประโยชน์ของตำลึง

  1. คุณประโยชน์ของตำลึงช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ คุ้มครองป้องกันความเสื่อมโทรมความเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย
  2. ช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณ ช่วยปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมแล้วก็สร้างเยื่อภายในร่างกาย
  3. ช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดโรคมะเร็ง
  4. ช่วยลดการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะ
  5. ช่วยรักษาโรคโรคเบาหวาน ด้วยการใช้เถาแก่ กำมือ เอามาต้มกับน้ำหรือจะใช้น้ำคั้นจากผลดิบ เอามาดื่มวันละ รอบ ตอนเช้า,เย็น จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มระดับอินซูลิน
  6. ช่วยปกป้องการเกิดโรคโลหิตจาง (ใบน้ำคั้นตำลึง)
  7. ช่วยคุ้มครองป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ก็เลยช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดอัมพาตด้วย
  8. ช่วยทำนุบำรุงกระดูกรวมทั้งฟันให้แข็งแรง (แคลเซียม)
  9. ตำลึงคุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงรวมทั้งรักษาสายตา (วิตามินเอ)
  10. ช่วยทำนุบำรุงเลือด (ใบ)
  11. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด (ใบ)
  12. ช่วยคุ้มครองป้องกันและก็รักษาโรคเส้นเลือดแข็ง แคบ แล้วก็แตกได้
  13. ช่วยทำนุบำรุงนมแม่ (ใบ)
  14. ช่วยปกป้องการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน (วิตามินซี)
  15. ใช้ดับพิษร้อน แก้ไข้ตัวร้อน (ใบ)
  16. ช่วยลดไข้ (ราก)
  17. ช่วยแก้คลื่นไส้ (ราก)
  18. แก้อาการหน้ามืดหัว ด้วยการใช้เถาตำลึงชงกับน้ำกิน (เถา)
  19. ใช้แก้อาการตาแดง เจ็บตา (ใบ)
  20. ช่วยลดการเสี่ยงของการเกิดโรคหน้าจอประสาทตาเสื่อม แล้วก็ยังช่วยคุ้มครองการเสื่อมของศูนย์เรตินาได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่จำต้องนั่งอยู่หน้าคอมพ์นานๆและก็มีลักษณะอาการสายตาอ่อนเพลีย
  21. แก้อาการตาแดง ตาฝ้า ตาบอบช้ำ ตาเฉอะแฉะ พิษอักเสบในตา ด้วยการใช้เถาตำลึง นำน้ำสุกจากเถามาหยอดตา (เถา)
  22. ช่วยแก้อาการตาบอบช้ำแดง ด้วยการตัดเถาเป็นท่อนยาว นิ้วเอามากดเพียงพอบอบช้ำแล้วเป่า จะกำเนิดฟองใช้หยอดตา (เถา)
  23. แก้อาการตาฝ้า (ราก)
  24. แก้อาการผิดสำแดงด้วยเหตุว่ารับประทานของแสลง โดยใช้เถาตำลึงตัดเป็นท่อนยาว คืบ (ปริมาณ 3-4 ท่อนนำไปใส่ด้านในหม้อดินสุมไฟด้วยฟางจนถึงไหม้เป็นเถ้าถ่าน เอามาบดให้ถี่ถ้วนแล้วผสมกับน้ำแช่ข้าวดื่มทีละ ถ้วยชา(เถา)
  25. ช่วยลดอาการท้องอืดท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ด้วยการกินใบตำลึงใหม่ๆ(ใบ)
  26. ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยระบายท้อง (เปลือกรากหัว)
  27. คุณประโยชน์ของตำลึงช่วยขับพิษในไส้ (ใบ)
  28. ช่วยคุ้มครองปกป้องท้องผูก (ใบ)
  29. ช่วยแก้ผื่นผื่นคัน ด้วยการกางใบตำลึงเอามาตำแล้วทาบริเวณที่คัน (ใบดอก)
  30. ช่วยลดอาการคันรวมทั้งการอักเสบเพราะว่าพืชเป็นพิษหรือถูกแมลงสัตว์กัดต่อยดังเช่น หมามุ่ย ถูกตัวบุ้ง ยุงกัด ใบตำแย แพ้ละอองข้าว พิษคูน พิษรอยแดงฯลฯ ด้วยการกางใบสด กำ เอามาตำอย่างละเอียดผสมกับน้ำ แล้วคั้นเอาน้ำมาทาบริเวณดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจวบจนกระทั่งจะหายดี (ใบ)
  31. ช่วยแก้ฝีแดง (ใบ)
  32. ช่วยดับพิษฝี (ใบ)
  33. แก้อักเสบ ด้วยการใช้น้ำจากเถาทาบริเวณที่เป็น (เถา)
  34. ช่วยดับพิษต่างๆ(เถาราก)
  35. ใช้รักษาแผลอักเสบ ด้วยการกางใบสดหรือรากสด เอามาตำแล้วพอกรอบๆแผล(ใบราก)
  36. ช่วยทุเลาลักษณะของการปวดแสบปวดร้อน (ใบ)
  37. ช่วยแก้หิด ด้วยการใช้เม็ดตำผสมน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าวแล้วเอามาทาบริเวณที่เป็น (เม็ด)
  38. แก้งูสวัด เริม ด้วยการกางใบสดราว กำมือ (ล้างให้สะอาดเอามาผสมกับพิมเสนหรือดินสอพอง ใน ส่วน แล้วเอามาพอกรอบๆที่เป็น (ใบ)
  39. ช่วยคุ้มครองปกป้องการเป็นตะคิว (ใบ)
  40. ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นตัว ด้วยการใช้ต้นตำลึง (อีกทั้งเถาแล้วก็ใบเอามาตำผสมกับปูนแดงแล้วทาบริเวณจั๊กกะแร้
  41. ใช้ทำรีตเม้นต์ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง ด้วยการใช้ยอดตำลึงครึ่งถ้วยรวมทั้งน้ำผึ้งแท้ครึ่งถ้วย เอามาผสมกันแล้วปั่นในโถให้ถี่ถ้วน แล้วเอามาพอกหน้า ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก (ยอดตำลึง)
  42. ใช้เป็นยารักษาตาไก่ (ไก่ที่ถูกยุงกัดจนถึงตาบวม เป็นพยาธิ มีหนองขาวแล้วก็แข็งข้างในของกลีบตาสิ่งแรกให้กลับเอาหนองขาวแข็งออกมาจากตาไก่ก่อนแล้วก็ใช้เถาตำลึงแก่ๆ(ขนาดเท่านิ้วก้อยมาตัดเป็นท่อนๆ(ตัดข้อทิ้งแล้วก็ใช้ปากเป่าด้านหนึ่งจนถึงกำเนิดฟอง จากนั้นให้เอามือเปิดกลีบตาไก่ออกแล้วเอาฟองที่ได้หยอดตาไก่วันละครั้งจนกระทั่งหายดี (เถา)
  43. ผลดีตำลึงคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากผักตำลึง นิยมใช้ยอดแล้วก็ใบรับประทานเป็นผักสด บางครั้งก็อาจจะลวกหรือต้มจิ้มรับประทานกับน้ำพริก รวมทั้งใช้สำหรับการทำครัวได้หลายแบบ รายการอาหารตำลึง ได้แก่ แกงจืด ต้มเลือดหมู แกงเลียง กวยเตี๋ยว ผัดไฟแดง ไข่เจียว ฯลฯ (ยอดใบ)
  44. ผลอ่อนของตำลึงเอามารับประทานกับน้ำพริก หรือไม่ก็อาจจะนำมาดงกินส่วนผลสุกมีรสอมหวาน กินได้ด้วยเหมือนกัน (ผล)

    คำเสนอแนะ ตำลึงมีฤทธิ์เป็นยาเย็น เมื่อทาน้ำตำลึงที่ผิวหนังแล้วไม่เคยทราบสึกเย็นแสดงว่าไม่ถูกโรค ให้หยุดใช้ในทันที การทาน้ำตำลึงไม่สมควรเช็ดแรงจนกระทั่งเกินความจำเป็นในรอบๆที่เป็นผิวเปราะบาง ด้วยเหตุว่าจะมีผลให้กำเนิดอาการอักเสบเยอะขึ้นเรื่อยๆ

    แหล่งอ้างอิง วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีที่ทำการกองทุนส่งเสริมการผลิตเสริมสุขภาพ (สสส.), www.gotoknow.org, เว็บวิชาการดอตคอม,www.prc.ac.th, สารานุกรมสมุนไพร รวมหลักการปรุงยาไทย (วุฒิ วุฒิธรรมเวช), นิตยาสารแพทย์ราษฎร (รศ.ดร.สุธาทิพ แมลงภู่ความเป็นมา), จากสารศิลปยาไทย (ฉบับที่ 68)


    เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บเมดไทย (MedThai)

Credit: medthai.com

 ตำลึง เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก
ตำลึง เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก

ตำลึง สรรพคุณของตำลึงที่แม่และลูกไม่ควรพลาด

คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่มือใหม่หลายๆคน พอลูกถึงวัยที่จะต้องเริ่มทานอาหารเสริม(6 ข้างขึ้นไปอาจจะเคยทราบตายายหรือผู้ทรงความรู้เสนอแนะให้ บดตำลึงผสมลงไปในอาหารเสริมให้ลูกกินด้วย บางเวลาตายายก็อ้างถึงว่าเมื่อเวลาที่คุณพ่อกับคุณแม่เป็นเด็ก ก็มักบดตำลึงให้กินเป็นประจำและก็เมื่อลูกกินนมเป็นอาหารเสริมแทนแล้ว เมนูอาหารหลักชอบควรมี ตำลึง เป็นองค์ประกอบอยู่เป็นประจำ
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากตำลึง

ตำลึง เป็นผักที่ปลูกและก็เติบโตได้ในทุกภาวะทำเลที่ตั้ง จำนวนมากพวกเราชอบนิยมกินยอดตำลึง ค่าทางของกินของตำลึง นั้นมีอยู่เยอะมาก จากงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่า ยอดของตำลึงที่ใช้ประกอบอาหาร 100กรัม จะประกอบไปด้วยโปรตีน 3.3 กรัม วิตามินเอ 865 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.17 มก. แคลเซียม 126 มก. ธาตุฟอสฟอรัส 30 มก. ธาตุเหล็ก 4.6 มก. ไนอาซีน 1.2 มก. วิตามินซี 13 มก. ใยอาหาร 2.2 กรัม และก็เบต้าแคโรทีนมากถึง 699.88 ไมโครกรัม มากยิ่งกว่าฟักทองและก็มันซึ่งมีเบต้าแคโรทีน225 และก็ 175 ไมโครกรัมเป็นลำดับ ต่อจำนวน 100 กรัมเสมอกัน

ในภาคอีสาน พบว่าเด็กวัยก่อนเรียนแล้วก็เด็กนักเรียนขาดวิตามินเอกันมาก อันเป็นปัจจัยสำคัญของสภาวะเยื่อตาขาวกระจกตาแห้งและก็ดกไม่ดีเหมือนปกติแล้วก็อาการตามองมองไม่เห็นในช่วงเวลาค่ำคืนหรือในที่มืด ที่เรียกว่าโรคตาบอดตอนกลางคืน ตำลึงก็เลยได้รับการผลักดันให้ปลูกเป็นผักสวนครัว แล้วก็เป็นของกินที่เด็กทุกคนควรจะกิน เนื่องจากว่ามีวิตามินเอ แล้วก็เบตาแคโรทีนสูงดีต่อสายตา และก็คุ้มครองป้องกันสภาวะโลหิตจางได้ เนื่องด้วยมีธาตุเหล็กสูง

สำหรับแม่ตั้งท้องหรือแม่ที่กำลังให้นมลูก ควรจะกินตำลึงด้วยเหมือนกัน เพราะว่าตำลึงจะช่วยทำนุบำรุงนํ้านมแม่รวมทั้งบำรุงเลือด ทำให้ท่านแม่ไม่ซีดเผือดและก็มีน้ำนมให้ลูกได้รับประทาน

เห็นค่าของตำลึงล้นหลามขนาดนี้แล้ว แม่รีบหามาทำกับข้าวให้ตนเองรวมทั้งลูกน้อยได้รับประทานเพื่อคุณประโยชน์ต่อร่างกายกันนะคะ

 

Credit: maerakluke.com

 

1 Comment

  1. […] 6.ต้มเลือดหมูตำลึง หมูสับ (ไม่ใส่เครื่องใน) 150 แคลอรี่ […]

Comments are closed.