เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำกล้วยหอมปั่น

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำกล้วยหอมมะเขือเทศ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำกล้วยหอมปั่น

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำกล้วยหอมมะเขือเทศ

 

กล้วยหอม

ผลไม้ที่แต่ละหวีจะมีผลกล้วยอยู่ 10-15 ผล ผลใหญ่ ปลายผลมีจุกเห็นชัดเปลือกบาง เมื่อสุกเปลือกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง เนื้อมีสีส้มอ่อน ๆ รสหวาน กลิ่นหอม เลือกกล้วยหอมแก่เต็มที่ ลูกใหญ่อวบ เปลือกสีเหลืองทอง เมื่อต้องการทำน้ำกล้วยหอม จึงค่อยปอกเปลือก ถ้าปอกทิ้งไว้เนื้อกล้วยจะดำหั่นเนื้อกล้วยเป็นชิ้น

 

น้ำกล้วยหอมมะเขือเทศ

กล้วยหอมทองหั่นชิ้นเล็ก  3          ผล
(น้ำหนัก 450-500 กรัม)

มะเขือเทศลูกใหญ่            3          ลูก

(น้ำหนัก 300 กรัม)

น้ำส้มคั้น                            2          ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                           1          ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็งบดละเอียด            ½         ถ้วย

  • ปอกเปลือกมะเขือเทศ เอาเมล็ดออก หั่นชิ้นเล็ก ปั่นทั้งหมดเข้าด้วยกัน เจนเนื้อเนียน รินใสแก้ว ดื่ม (จำนวน 1 แก้ว)

 

น้ำกล้วยหอมปั่น

กล้วยหอมทองหั่นชิ้นเล็ก  2          ผล
(น้ำหนัก 300 กรัม)

ส้มเขียวหวานคั้น                1          ถ้วย

(น้ำหนัก 300 กรัม)

น้ำมะนาว                            1          ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็งบดละเอียด            ½         ถ้วย

  • ปั่นสวนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนื้อเนียน รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 2 แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อของกล้วยหอมอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และเกลือแร่ชนิดต่าง ๆ ตลอดจนมีสารเพกติน ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยเคลือบและบรรเทาอาการแผลในกระเพาะอาหาร  และช่วยรักษาอาการจุกเสียด แน่นหน้าออก

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ของกล้วยหอม

กล้วยหอม

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยหอม ปริมาณ 100 กรัม (ประมาณ 1 ลูกขนาดกลาง)

– พลังงาน 132 กิโลแคลอรี

– น้ำ 66.3 กรัม

– โปรตีน 0.9 กรัม

– ไขมัน 0.2 กรัม

– คาร์โบไฮเดรต 31.7 กรัม

– ไฟเบอร์ 1.9 กรัม

– ซัลเฟต 0.9 กรัม

– แคลเซียม 26 มิลลิกรัม

– ฟอสฟอรัส 46 มิลลิกรัม

– เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม

– เบต้า-แคโรทีน 99 ไมโครกรัม

– วิตามินเอ 17 ไมโครกรัม

– วิตามินบี 1 (ไทอะมีน) 0.04 มิลลิกรัม

– วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 0.07 มิลลิกรัม

– ไนอะซีน 0.1 มิลลิกรัม

– วิตามินซี 27 มิลลิกรัม

กล้วยหอม

ประโยชน์ของกล้วยหอมต่อสุขภาพ

1. ช่วยป้องกันกระดูกเปราะ

จะเห็นได้ชัดว่ากล้วยหอมมีฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง ซึ่งสารอาหารชนิดนี้จะมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกเราได้ อีกทั้งในกล้วยหอมก็ยังมีแคลเซียมช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระดูกส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้อีกทาง

2. ต้านอนุมูลอิสระ

กล้วยเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีอยู่พอสมควร ดังนั้นจะถือเป็นผลไม้ต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่งก็ไม่ผิดนัก อีกทั้งวิตามินซีที่มีอยู่ในกล้วยยังจะช่วยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด และป้องกันโรคลักปิดลักเปิดได้ด้วยนะคะ

กล้วยหอม

3. ช่วยคลายเครียด

เมื่อร่างกายตกอยู่ในสภาวะเครียด ความดันเลือดก็จะสูงขึ้น ส่งผลให้เรารู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว หรืออาจก่อให้เกิดอาการปวดหัวตุบ ๆ ได้ ซึ่งจุดนี้โพแทสเซียมและวิตามินในกล้วยหอมจะช่วยลดความดันเลือดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงทำให้ร่างกายลดระดับความตึงเครียดลงไปด้วยนั่นเอง

4. บำรุงสายตา

กล้วยหอมพกมาทั้งวิตามินเอ และเบต้า-แคโรทีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อสุขภาพดวงตา มีส่วนช่วยบำรุงการทำงานของระบบประสาทตา จึงสามารถบำรุงสายตาและการมองเห็นได้เป็นอย่างดี

5. แก้ท้องผูก

ไฟเบอร์ที่มีอยู่ในกล้วยหอมเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งดีต่อระบบขับถ่ายของเรามากเลยทีเดียว ดังนั้นใครมีอาการท้องผูกบ่อย ๆ ลองกินกล้วยหอมให้ได้ทุกวัน วันละ 1 ลูก ก็น่าจะช่วยแก้ท้องผูกให้คุณได้

6. ช่วยเติมพลังให้ร่างกาย

บทบาทนี้ของกล้วยหอมต้องยกความดีความชอบให้กับวิตามินซีเลยค่ะ เพราะวิตามินซีมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิตพลังงานของร่างกาย ฉะนั้นใครอยากเติมพลังให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า กล้วยหอมสักลูกก็ช่วยได้ โดยเฉพาะหากกินกล้วยหอมก่อนออกกำลังกาย ก็จะช่วยให้อึดขึ้นด้วย

7. แก้นอนไม่หลับ

กินกล้วยหอมก่อนนอนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้นอนไม่หลับได้ค่ะ เพราะกล้วยหอมอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนิน ฮอร์โมนในร่างกายที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้น ดังนั้นใครมีอาการนอนหลับกระสับกระส่าย นอนไม่หลับบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วยหอมหลังมื้อเย็นแล้วค่อยอาบน้ำนอน

8. ช่วยย่อยอาหาร

กากอาหารในกล้วยหอมจะช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารคล่องตัวมากขึ้น ยิ่งถ้ากินกล้วยหอมได้บ่อย ๆ ก็จะช่วยปรับจูนระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติดี ชนิดที่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งยาช่วยย่อยกันอีกเลย

9. กินกล้วยหอมลดความอ้วนก็ได้ !

ขอออกตัวก่อนค่ะว่ากล้วยหอมไม่ใช่ผลไม้แคลอรีต่ำ เพราะแคลอรีในกล้วยหอม 1 ลูกย่อม ๆ ก็ให้พลังงานประมาณ 132 กิโลแคลอรีกันเลย ทว่าจุดเด็ดที่ทำให้กล้วยหอมช่วยลดน้ำหนักได้ก็คือ กล้วยมีวิตามิน B1 และ B2 คอยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ดังนั้นเมื่อกล้วยตกเข้าไปในระบบย่อยอาหารจึงดูดซับน้ำ พองตัวและช่วยทำให้ท้องรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

อ้อ ! ขอแถมให้อีกหนึ่งทริค ถ้าอยากกินกล้วยหอมลดน้ำหนักจริง ๆ แนะนำให้กินกล้วยหอมตอนเช้า เพราะน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในกล้วยหอมจะช่วยลดความอยากอาหารหวาน ๆ ของร่างกาย ทำให้เราควบคุมอาหารได้ดีขึ้น

10. บำรุงหัวใจ

ในกล้วยหอมมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิดที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อีกด้วย ที่สำคัญเบต้า-แคโรทีนในกล้วยหอมยังมีส่วนช่วยบำรุงความสมบูรณ์แข็งแรงของหลอดเลือดเราได้อีกทาง ดังนั้นพยายามกินกล้วยหอมให้ได้ทุกวันก็จะดีต่อใจมาก ๆ เลยล่ะ

สรรพคุณกล้วยหอมพร้อมเป็นยา

 กล้วยหอม

1. เป็นยาทำให้ปอดชุ่ม รักษาโรคร้อน กระหายน้ำ

ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน กล้วยหอมมีรสเย็น และเข้าเส้นลมปราณปอด จึงมีการนำกล้วยหอมมารักษาโรคร้อน กระหายน้ำ แก้เมาแฮงก์ แก้ไอเรื้อรังจากอาการคอแห้ง เพียงแค่กินกล้วยหอมสุกหรือสมูทตี้กล้วยหอมก็ได้

2. รักษาความดันโลหิตสูง

ตำรับยาสมุนไพรใช้เปลือกกล้วยหอมสด 30-60 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม เป็นยาหม้อช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ หรือหากต้มปลีกล้วยกินเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้

3. รักษาโรคริดสีดวงทวาร

ใครมีอาการท้องผูก หรือเป็นริดสีดวงทวาร ตำรับนี้จะช่วยแก้อาการให้คุณได้ เพียงแค่กินกล้วยหอมสุก 1-2 ลูกทุกเช้าขณะท้องว่างเป็นประจำ

4. รักษาอาการมือ-เท้าแตก

เปลือกกล้วยหอมยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการมือ-เท้าแตกได้ด้วยนะคะ โดยนำกล้วยหอมที่สุกเต็มที่มาเจาะรูเล็ก ๆ ที่ปลายข้างหนึ่ง แล้วบีบเอากล้วยออกมาทาที่เท้าแตก ทิ้งไว้หลาย ๆ ชั่วโมงหน่อยแล้วค่อยล้างออก ทำบ่อย ๆ ผิวที่เคยแห้งแตกจะชุ่มชื้นและดูดีขึ้นได้

โทษของกล้วยหอม

ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ อย่างกล้วยหอมเองก็มีข้อควรระวังในการรับประทานด้วย ซึ่งก็คือไม่ควรกินกล้วยหอมมากเกินขนาด สักวันละ 1-2 ลูกก็เพียงพอ เพราะกล้วยหอมมีฤทธิ์เย็น ไม่เหมาะต่อคนที่มีอาการท้องอืด มีลมในท้องมาก มีเสมหะมากเนื่องจากอาการม้ามพร่อง เพราะอาจทำให้อาการเหล่านี้ยิ่งกำเริบได้

ที่มา : https://health.kapook.com/view166598.html