เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะม่วง

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะม่วง

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน  น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะม่วง

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะม่วง

 

มะม่วง

ผลไม้ที่มีรูปร่างมนรี หรือกลมป้อม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่หรือสุกเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด ภายในผลมีเมล็ดเดียว รสหวานหรือหวานอมเปรี้ยวกลิ่นหอม มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบประเทศอินเดีย ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mangifera indica L. ใช้มะม่วงสุกได้ทุกชนิด ให้เลือกมะม่วงผลแก่เต็มที่สุกจากการบ่มธรรมชาติ สังเกตจากเปลือกมะม่วงมีสีเหลืองที่กันผลแต่ตรงขั้วยังมีสีเขียวอยู่ มะม่วงจะมีรสหวาน กลิ่นหอม ล้างมะม่วงทั้งเปลือกปอกเปลือกมะม่วงด้วยมีบางที่มีความคม ฝานเนื้อมะม่วงเป็นชิ้น

 

น้ำมะม่วง

เนื้อมะม่วง

น้ำดอกไม้สุกหั่น                1          ผล

(น้ำหนัก 300 กรัม)

น้ำมะนาว                          2          ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                         1/8        ช้อนชา

น้ำต้มสุกแช่เย็น               1 ½       ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียดกรองด้วยกระชอน รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ ดื่ม (จำนวน 2 แก้ว)

 

สมูทมะม่วง

เนื้อมะม่วง

น้ำดอกไม้สุกหั่น                1          ผล

(น้ำหนัก 300 กรัม)

กล้วยหอมปอกเปลือก      ½         ผล

(น้ำหนัก 75 กรัม)

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ          ¼         ถ้วย

นมสดชนิดพร่องมันเนย    ¼         ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียน รินใส่แก้ว แช่เย็น ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ ดื่ม (จำนวน 1 แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อของมะม่วงสุกจะมีสีเหลืองสด ซึ่งเป็นสารเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ซึ่งมีสูงถึง 11 ,090 หน่วยสากล ทำหน้าที่เป็นแอนติออกซิแดนท์ และยังมีวิตามินซีช่วยต้านอนุมูลอิสระสารที่ก่อมะเร็ง ช่วยบรรเทาอาการปวดเสียดท้องและช่วยย่อยอาหาร

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ของมะม่วง

มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และโซเดียมต่ำ และยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 6 วิตามินเอ และวิตามินซี รวมทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี นอกจากนี้ก็ยังมีเควอซิทิน (Quercetin) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotine) กรดโฟลิก และ แอสตรากาลิน (astragalin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีทรงพลัง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ ริ้วรอยก่อนวัย โรคมะเร็ง หรือภาวะเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

– น้ำ 83.46 กรัม
– พลังงาน 60 กิโลแคลอรี
– โปรตีน 0.82 กรัม
– ไฟเบอร์ 1.6 กรัม
– น้ำตาล 13.66 กรัม
– แคลเซียม 11 มิลลิกรัม
– ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม
– แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม
– ฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม
– โพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม
– โซเดียม 1 มิลลิกรัม
– สังกะสี 0.9 มิลลิกรัม
– วิตามินซี 36.4 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 6 0.119 มิลลิกรัม
– วิตามินเอ 1,082 ยูนิต

ลองมาดูกันสิว่ามะม่วง มีแร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยชน์ขนาดนี้ แล้วคุณประโยชน์ล่ะจะมีมากขนาดไหนกัน บอกได้เลยว่าเพียบ !

1. ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต

มะม่วงเป็นผลไม้ที่สามารถลดระดับความดันโลหิตได้ เพราะในมะม่วงมีสารอาหารที่สำคัญต่อระบบการไหลเวียนของเลือดอย่­­­างโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ทำให้ระดับความดันโลหิตถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ นอกจากนี้มะม่วงยังมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศอีกด­­­้วย

2. ป้องกันโรคมะเร็ง

สารประกอบฟีนอล ที่พบในมะม่วงอย่างเช่น เควอซิทิน (Quercetin) ไอโซเควอซิทริน (isoquercitrin) แอสตรากาลิน (astragalin) ไฟเซติน (fisetin) เมทิลแกทเลท (methylgallat) มีฤทธิ์เป็นสารต้านนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ในการตอต้านการเก­ิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ในมะม่วงก็ยังมีเพคติน (pectin) สูง และมีผลการวิจัยพบว่าสารเพคตินนี่ล่ะที่มีผลต่อการป้องกันการเก­­­ิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

3. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารขอแนะนำให้รับประทานมะม่วง­­­เลยล่ะ เพราะในมะม่วงนั้นมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนให้ง่ายต่อการ­­­ดูดซึมของร่างกาย ขณะที่ไฟเบอร์ในมะม่วงก็สามารถช่วยในการย่อยอาหารได้อีกด้วยล่ะ­­­

4. ป้องกันโรคหัวใจ

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

วิตามินเอและวิตามินอีในมะม่วงรวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ไม่เพียงเท่านั้นในมะม่วงยังมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยการลดระดับโฮโมซิสเตอีน (Homocysteine) เพราะเจ้าโฮโมซิสเตอีนนี่เป็นกรดอะมิโนที่สามารถสร้างความเสียห­­­ายให้กับผนังหลอดเลือดได้ อันเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจนั่นเองค่ะ

5. ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ในร่างกาย

เพคตินและวิตามินซีในมะม่วงเป็นพระเอกที่ขาดไม่ได้เลย เพราะสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในร่างกายได้ แต่ทั้งนี้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข่มันในเลือดสูงก็ควรจะปรึกษาแพทย­์ก่อนจะรับประทานจะดีกว่าค่ะ

6. บำรุงสมอง

วิตามินบี 6 ในมะม่วงนอกจากจะช่วยป้องกันโรคหัวใจแล้ว ก็ยังช่วยป้องกันและสร้างเสริมการทำงานของสมอง เพราะเจ้าวิตามินบี 6 นี้มีส่วนสำคัญในการทำงานของสารสื่อประสาทที่มีส่วนช่วยในการกำ­หนดอารมณ์และรูปแบบในการนอนหลับ การเติมมะม่วงลงไปในอาหารจะช่วยให้ร่างกายได้รับกลูตาไมน์ (Glutamine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้สมองสามารถจดจำและมีสมาดีขึ้น และยังทำให้เซลล์สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

7. รักษาโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน วิธีการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคืออการไม่รับประทานของหวาน ซึ่งมะม่วงก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแต่ขอบอกไว้เลยว่ามะม่วงนี­­­่ล่ะช่วยรักษาโรคเบาหวานได้ เพียงแค่นำใบมะม่วง 10-15 ใบแช่ลงในน้ำอุ่นและปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นในตอนเช้­านำน้ำนี้มาดื่มในขณะที่ท้องว่าง จะสามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ วิธีนี้สามารถรับประทานได้ทั้งคนที่เป็นเบาหวานหรือไม่เป็นก็ได้­ หากผู้ที่มีสุขภาพปกติดื่มน้ำแช่ใบมะม่วงก็จะยิ่งช่วยป้องกันโร­­­คเบาหวานได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

8. บำรุงสายตา

มะม่วงมีวิตามินเอสูง ดังนั้นจึงช่วยบำรุงสายตาให้ยังใสปิ๊งปั๊งอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องการการเสื่อมของจอประสาทตาเมื่ออายุ­­­มากขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

9. บำรุงผิวพรรณ

ต้องยกความดีความชอบให้กับวิตามินเออีกครั้งเพราะวิตามินเอในมะ­­­ม่วงนั้นมีคุณประโยชน์เพียบพร้อมจริง ๆ แม้แต่ในเรื่องผิวพรรณ การรับประทานมะม่วงทำให้เราได้รับวิตามินเอที่ช่วยกระตุ้นการให­­­ลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อและผิวหนัง ช่วยให้การอุดตันของรูขุมขนลดลงส่งผลให้ผิวพรรณเรียบเนียนได้ค่­­­ะ

10. รักษาสิว

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

หากใครไม่ชอบทานมะม่วงแต่ก็อยากรักษาสิวให้หายโดยไม่พึ่งยาละก็­­­ลองหันมาใช้มะม่วงในการรักษาได้ค่ะ เพราะเนื้อมะม่วงนี้แม้เราจะไม่ได้รับประทานแต่ก็สามารถใช้บำรุ­­­งผิวพรรณ ลดสิวบนใบหน้าที่กวนใจได้ เพียงฝานมะม่วงบาง ๆ วางใบหน้าทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออก วิตามินเอในมะม่วงก็ช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นปลิดทิ้งเลย

11. รักษาโรคโลหิตจางในหญิงที่ตั้งครรภ์

มะม่วงเปรี้ยว ๆ ถือเป็นของที่ถูกใจว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะช่วยรักษาอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามะม่วงมีดีเพียงแค่นั้น เพราะมะม่วงก็มีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน­­­ เพราะหญิงตั้งครรภ์นั้นมักจะเกิดภาวะโลหิตจางได้ง่าย และการรับประทานมะม่วงก็จะช่วยให้ธาตุเหล็กอันเป็นสาเห­ตุของโรคโลหิตจางมีระดับสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

12. สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

มะม่วงมีสารเบต้าแคโรทีมเช่นเดียวกับผักผลไม้มีสีส้มและสีเหลือ­งอื่น ๆ เช่น แครอท เป็นต้น โดยสารเบต้าแคโรทีนนั้นเป็นสารแคโรทีนอยด์อันมีคุณสมบัติในการส­­­ร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ฉะนั้นถ้าไม่อยากป่วยง่ายก็ควรจะรับประทานมะม่วงเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับสารพิษและแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น