เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำเชอร์รี่

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำเชอร์รี

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำเชอร์รี่

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำเชอร์รี

 

เชอร์รี่

ผลไม้ที่เติบโตได้ดีในที่อากาศหนาวเย็น มี 2 พันธุ์คือ เชอร์รี่หวานและเชอร์รี่เปรี้ยว ผลเมื่อสุกจะมีสีแดงจัดออกดำ รสหวานหรือเปรียวตามแต่พันธุ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus cerasus L. เลือกเชอร์รี่ที่สดใหม่ สีแดงจัดออกดำ ไม่ช้ำหรือเนาเสีย และไม่มีรอยตำหนิจากแมลง

 

น้ำเชอร์รี่

เชอร์รี่                            40         ผล
แอปเปิลแดง                   2          ผล

(น้ำหนัก 400 กรัม)

น้ำแร่                               1          ถ้วย

น้ำมะนาว                        1          ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็งชนิดก้อน

  • ล้างเชอร์รี่ แล้วจึงแช่กับน้ำผสมน้ำยาล้างผลไม้ นาน 15 นาที สงขึ้นเด็ดขั้วออก ใช้มีดกรีดแบ่งเป็น 4 ชิ้น กรีดเอาแต่เนื้อ ล้างแอปเปิลผ่า 4 ชิ้น ฝานเอาเมล็ดออก ปอกเปลือกใส่ลงในเครื่องแยกกากแยกน้ำ ตามด้วยเนื้อเชอร์รี่น้ำแร่ เทใส่แก้ว ใส่น้ำมะราว คนให้ทั่ว ชิมรสถ้าไม่หวานเตมิน้ำเชื่อม คนอีกครั้ง รินใส่แก้วจ้ำแข็ง ดื่ม (จำนวน 2   แก้ว)

 

เชอร์รี่ปั่น

เชอร์รี่                            40         ผล
สับปะรดหั่นชิ้น                1          ถ้วย

เกลือป่น                        ½         ช้อนชา

น้ำแข็งบดละเอียด         ½         ถ้วย

  • เทล้างเชอร์รี่ แล้วจึงแช่กับน้ำผสมน้ำยาล้างผลไม้ นาน 15 นาที สงขึ้นเด็ดขั้วออก ใช้มีดกรีดแบ่งเป็น 4 ชิ้น แกะเอาแต่เนื้อใส่เนื้อเชอร์รี่ สับปะรด เกลือ และน้ำแข็งลงในเครื่อง ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด ถ้าไม่หวานเติมน้ำเชื่อม คนอีกครั้ง รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน  2 แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อของเชอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูงถึง 2,000 มิลลิกรัม และเกลือแร่ชนิดต่าง ๆ เป็นยาบำรุงกำลัง แก้โรคไขข้ออักเสบ หรืออาการปวดหลังและปวดตามข้อ ใช้ป้องกันและรักษาผู้ที่มีอาการแพ้อากาศเย็น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผู้ที่เป็นโรคหัดออกหัดได้เร็วขึ้น

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ของเชอรี่

เชอร์รี่

ประโยชน์ของเชอร์รี่

  1. ประโยชน์ของเชอรี่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  2. ประโยชน์ของเชอรี่ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน
  3. ช่วยลดการผลิตเมลานิน จึงมีส่วนช่วยทำให้ผิวคุณขาวขึ้นได้
  4. การรับประทานเชอร์รี่จะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกชดชื่นและเพิ่มความกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
  5. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  6. ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและความแก่
  7. สารโพลีฟีนอล (Pholyphenol) ในผลเชอร์รี่ช่วยป้องกันเซลล์ดีเอ็นเอถูกทำลายได้
  8. ประโยชน์เชอรี่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้
  9. สารไลโคปีน (Lycopene) ในผลเชอร์รี่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึงร้อยละ 20
  10. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้
  11. สารแอนโทไซยานิน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน (รับประทานแต่พอเหมาะ ไม่งั้นจะเป็นเบาหวานซะเอง)
  12. ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อหวัดและช่วยรักษาโรคหวัด
  13. สรรพคุณของเชอร์รี่ ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  14. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
  15. มีส่วนช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด (Lycopene)
  16. ประโยชน์เชอร์รี่ ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ดีกว่าการรับประทานยา ทำให้อารมณ์ดีมีความสุข เพราะมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin)
  17. ช่วยลดระดับของไขมันเลวหรือไขมันชนิดร้าย (LDL)
  18. เชอร์รี่มีสรรพคุณช่วยระบายและยังช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  19. สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวด แพทย์ตะวันตกเรียกเชอร์รี่ว่า “แอสไพรินธรรมชาติ”
  20. สรรพคุณเชอร์รี่ ช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการเจ็บปวด อันเนื่องมาจากการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนัก ๆ
  21. ช่วยป้องกันและรักษาโรคเกาต์ อาการข้ออักเสบ ปวดบวมตามข้อ ได้มากถึง 37% หากรับประทานต่อเนื่องเป็นประจำ
  22. ช่วยลดอาการแพ้ต่าง ๆ รวมไปถึงโรคภูมิแพ้อีกด้วย
  23. เชอร์รี่ ประโยชน์ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ
  24. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ลดความอ่อนล้าจากการออกกำลังกาย
  25. ประโยชน์ของเชอร์รี่ นอกจากจะรับประทานเป็นผลไม้สดแล้ว สามารถนำไปคั้นเป็นน้ำเชอร์รี่ก็ได้ หรือจะนำไปทำขนมต่าง ๆ เช่น แยมเชอร์รี่ พายเชอร์รี่ เชอร์รี่เชื่อม

คุณค่าทางโภชนาการของเชอร์รี่หวาน (สีแดง) ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 63 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 16 กรัม
  • น้ำ 82.25 กรัม
  • น้ำตาล 12.8 กรัม
  • เส้นใย 2.1 กรัม
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 1.06 กรัม
  • วิตามินเอ 3 ไมโครกรัม 0%เชอร์รี่
  • เบตาแคโรทีน 38 ไมโครกรัม 0%
  • ลูทีนและซีแซนทีน 85 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.027 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 2 0.033 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.154 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 5 0.199 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 6 0.049 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 9 4 ไมโครกรัม 1%
  • โคลีน 6.1 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินซี 7 มิลลิกรัม 8%
  • วิตามินเค 2.1 ไมโครกรัม 2%
  • ธาตุแคลเซียม 13 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.36 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมกนีเซียม 11 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.07 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 21 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุโพแทสเซียม 222 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุโซเดียม 0 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.07 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

คุณค่าทางโภชนาการของเชอร์รี่เปรี้ยว (สีแดง) ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 50 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 12.2 กรัม
  • น้ำตาล 8.5 กรัม
  • เส้นใย 1.6 กรัม
  • ไขมัน 0.3 กรัม
  • โปรตีน 1 กรัม
  • วิตามินเอ 64 ไมโครกรัม 8%
  • เบตาแคโรทีน 770 ไมโครกรัม 7%ประโยชน์ของเชอร์รี่
  • ลูทีนและซีแซนทีน 85 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.4 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 5 0.143 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 6 0.044 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม 2%
  • โคลีน 6.1 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินซี 10 มิลลิกรัม 12%
  • วิตามินเค 2.1 ไมโครกรัม 2%
  • ธาตุแคลเซียม 16 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุเหล็ก 0.32 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 9 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.112 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 15 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 173 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุโซเดียม 3 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ที่มา: https://medthai.com/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88/