รีวิว จากใจสาวเภสัช วิตามินซี ดียังไงนะ

วิตามินซีดีอย่างไร

รีวิว จากใจสาวเภสัช วิตามินซี ดียังไงนะ

 

สวัสดีแรงเพื่อนพ้องพันทิพ ภายหลังจากลังเลใจอยู่นาน จะเปิดฉากตั้งคำถามแรกของตน (จริงๆแอบส่อง แอบอ่านมาน้านนาน มิได้ตั้งเองซะคราวก็ถึงเวลาซักหน กับหัวข้อที่พวกเรารู้สึกว่ามีคุณประโยชน์ รวมทั้งได้ใช้ความสามารถของพวกเราเองให้คำปรึกษาเพื่อนพ้องโน่นเป็นการรีวิวเจ้า วิตามินซี” วิตามินสุดฮ็อตที่ถูกถามหาเยอะมากยามอากาศเปลี่ยนบ่อยมากอย่างงี้

อ๋อร่ายมาย่อหน้านึง ก็ลืมแนะนำตัวเองเนอะ ว่าพวกเราเป็นเภสัชกรที่ร้านขายยาแห่งหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนามนะจ๊ะ ^^) ยืนร้านค้าตอนนี้ ก็จะมีคนมาไต่ถามถึงวิตามินซีกันเยอะแยะ เนื่องจากว่าปัจจุบันเว้นเสียแต่เรื่องยาแล้ว อาหารเสริมอย่างวิตามินเนี่ย ก็มีคนแวะเวียนมาถามเภสัชอย่างพวกเรากันเสมอๆ รวมทั้งส่วนตัวก็ลองหลายแบรนด์อยู่เช่นเดียวกัน


ไม่ล่าช้าร่ำรี้ร่ำไรละ พวกเรามาเข้าเนื้อหาวิตามินซีดารานำชายของวันนี้กันดีฝ่า

ขอเริ่มจากประโยชน์ที่ได้รับมาจากเจ้า วิตามินซี หรือ Ascorbic acid ซึ่งเป็นวิตามินที่เป็นประโยชน์อยู่มากมายมาย ที่เด่นก็ได้แก่

1.สามารถช่วยคุ้มครองปกป้องหวัดได้

ถ้าทานเป็นวิตามินซีประจำ จะช่วยลดช่วงเวลาและก็ความร้ายแรงของการเป็นหวัดแต่ละครั้งได้จ้ะ

**ขอชี้แจงเพิ่มนะคะ ในความหมายเป็น จะช่วยลดช่วงเวลาสำหรับในการเป็นหวัดต่อครั้ง รวมทั้งสามารถลดความร้ายแรงสำหรับการเป็นหวัดได้ด้วยจ้ะแม้กระนั้นก็ไม่ได้เรื่องว่า ผู้ที่เป็นหวัดอยู่เมื่อทานวิตามินซีแล้วจะหายจากหวัดนะคะ**

2.เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่มีคุณภาพสูง โดยอนุมูลอิสระสามารถเป็นต้นสายปลายเหตุกระตุ้นสำหรับเพื่อการสร้างเม็ดสีผิว

วิตามินซีก็เลยมีส่วนทำให้ผิวกระจ่างขาวสวยใสขึ้นด้วยนะคะ

3.ช่วยสำหรับในการสร้างคอลลาเจน

4.ช่วยปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมเยื่อภายในร่างกาย รวมทั้งทำให้แผลหายเร็วขึ้นจ้ะ

มาดูในเรื่องขนาดของวิตามินซีกันจ้ะ

โดยธรรมดาสุดแท้แต่ละคนต้องการวิตามินซีในจำนวนที่ต่างกันขึ้นกับสภาพการณ์ร่างกายของแต่ละคน รวมกับเพศแล้วก็วัยด้วย ซึ่งในสถานการณ์ธรรมดาร่างกายต้องการเพียงแต่วันละ 60 มก. แม้กระนั้นการกินในขนาดที่มากขึ้นเรื่อยๆนั้น ก็เพราะเหตุว่าเพื่อหวังผลสำหรับในการรักษาหรือปกป้องโรค(บางทีอาจกินได้มากถึงวันละ 2000 มก.ถ้าเช่นนั้นขอสรุปกล้วยๆเลยละกัน วิตามินซีนั้นปกติเพศชายมีความต้องการมากยิ่งกว่าผู้หญิง (สำหรับหญิงท้องแล้วก็ให้นมลูกนั้น ก็ต้องการวิตามินซีมากยิ่งกว่าธรรมดา)

สำหรับปริศนาที่ว่าผู้เจ็บป่วยทานหลายครั้งได้มั้ย บอกเลยจ้ะว่าได้ เนื่องจากเพราะเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถที่จะสังเคราะห์เองได้ และก็ยังเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ก็จะก่อให้ไม่สะสมภายในร่างกาย โดยจะขับออกทางเยี่ยวแม้กระนั้นคนที่กินต้องไม่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับไตด้วยนะคะ เนื่องจากสำหรับผู้ที่เป็นโรคไตการกินวิตามินซีในขนาดที่สูงต่อวัน และก็ทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลให้ลักษณะโรคห่วยลงแล้วก็กำเนิดนิ่วในไตได้ค๊า

เนื่องจากว่า วิตามินซี หรือ Ascorbic acid เป็นสารที่มีความคงตัวต่ำ

(โน่นเป็นไวต่อแสงสว่าง ความร้อน อากาศ และก็ความเป็นกรดด่างแล้วก็เป็นสารที่มีสถานการณ์เป็นกรด ทำให้เคืองกระเพาะได้ เพราะเหตุว่าอย่างนี้เลยทำให้ลักษณะของวิตามินซีที่มีขายในตลาด โดยมากชอบทำในรูปของเกลือแอคอเบต(Ascorbate salt) อาทิเช่น เมื่อนำ Ascorbic acid รวมกับแคลเซียม ก็จะแปลงเป็น Calcium ascorbate หรือเมื่อรวมกับโซเดียม ก็จะแปลงเป็น Sodium ascorbate ฯลฯ ซึ่งมีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการช่วยเพิ่มความคงตัว แล้วก็การดูซึมของวิตามินซี พร้อมด้วยยังลดสภาพการณ์ความเป็นกรดได้อีกด้วยจ้ะ

โดยธรรมดา องค์ประกอบของวิตามินซี ในลักษณะของสินค้าเสริมของกิน ชอบมีมากมายสูตร แต่ว่าหากถามหาสูตรที่มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติเยอะที่สุด ก็จะต้องเป็นสูตรที่มีสารสำคัญ ตัวนี้รวมอยู่ด้วย

1) Bioflavonoids : Citrus, Hesperidin, Rutin ฯลฯ โดยเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูซึมวิตามินซีไปสู่ร่างกายแล้วก็ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นหลักการทำงานของวิตามินซี

2) Rosehips : เป็นสารสกัดจากผลดอกกุหลาบ ซึ่งมี สารต่างๆมากมายก่ายกองรวมถึงยังมีBioflavonoids ที่ช่วยเพิ่มการดูซึมวิตามินซีได้ดิบได้ดีขึ้น และก็นับว่าเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติที่เยี่ยมที่สุดจ้ะ

ด้วยเหตุผลดังกล่าววันนี้เลยจะขอยกตัวอย่างเพื่อเปรียบวิตามินซี ที่อยู่ในแบบสินค้าเสริมของกินที่มีอยู่ในตลาด ว่ายี่ห้อใดมีส่วนประกอบสำคัญครบถ้วนบริบูรณ์จากที่กล่าวไว้ข้างต้น

 

Blackmores Bio C 1000 mg

วิตามินซี
วิตามินซี

Blackmores แบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพภายใต้วิถีธรรมชาติ ที่ก่อตั้งมานานกว่า 80 ปี จาก ประเทศ Australia แบรนด์แรกๆ ที่เข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยภายใต้ผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยาวนานกว่า 20 ปี

ส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะมาถามแบรนด์นี้เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบและการควบคุมการผลิตตามมาตรฐานวิธีการผลิตที่ดีระดับสากลมาอย่างยาวนาน ที่เรียกว่า มาตรฐาน GMP PIC/s ภายใต้การกำกับดูแลของ TGA ประเทศออสเตรเลีย และเป็นมาตรฐานการผลิตยาตามมาตรฐานยาของสหภาพยุโรป และยังมีมาตรฐานการผลิตที่มีมาตรฐานสูงตามข้อกำหนดของ Blackmores

ภายใต้มาตรฐาน GMP : Good Manufacturing Practice และ PIC/S

(PIC/S-Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme: ข้อกำหนดอนุสัญญาระหว่างประเทศ ด้านการตรวจประเมินยาแห่งสหภาพยุโรป) เมื่อใช้ทั้งมาตรฐานและข้อกำหนดร่วมกัน การดำเนินงานจะครอบคลุมกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพิจารณาเลือกซื้อวัตถุดิบ จนถึงการจัดเก็บและส่งสินค้าสำเร็จรูปให้กับลูกค้า รวมทั้งยังให้ความสนใจในสภาวะแวดล้อมของการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนจากสภาวะแวดล้อมสู่ผลิตภัณฑ์ ) พร้อมทั้งยังการันตีด้วยการได้รับรางวัล Australia ‘s Most Trusted Brand in the Vitamins & Supplements category ติดต่อกันถึง 6 ปี (2009-2014)

คราวนี้มาดูที่ส่วนประกอบหลักกันบ้าง

Total Vitamin C    1000 mg

From Ascorbic acid    400 mg

Sodium Ascorbate    350 mg

equiv. to Ascorbic    acid 300 mg

Calcium Ascorbate     400 mg

equiv. to Ascorbic acid     300 mg

Rose hips extract equivalent dry fruit    250 mg

Bioflavonoids 25 mg

Rutin    50 mg

Hesperidin    50 mg

Acerola extract equivalent dry fruit    50 mg

จากส่วนประกอบข้างต้นจะเห็นว่า เป็นสูตรวิตามินซีที่มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด โดยมีทั้ง Bioflavonoids และ Rosehips และมี Acerola extract ซึ่งเป็นผลไม้ที่ให้ปริมาณวิตามินซีมากที่สุด เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น

คราวนี้มาดูที่ลักษณะภายนอกของเม็ดยากันบ้าง จะเห็นได้ว่าเม็ดยาเป็นชนิด Film coated ซึ่งการเคลือบด้วยฟิล์มนั้นมีประโยชน์ในการเพิ่มความทนทานให้กับเม็ดยา , เพิ่มความคงตัว โดยสามารถป้องกันเม็ดยาจากแสง ความชื้น และการเกิด oxidation บรรจุภัณฑ์ของ Blackmores จะเป็นขวดแก้วสีชา ซึ่งเหมาะสมกับการเก็บรักษายา หรือสารเคมี เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของแก้ว ดังต่อไปนี้

1.มีความเป็นกลาง ไม่ทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภายใน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยสูงสุด

2.สามารถทนความร้อนสูง และเย็นจัดได้ และยังป้องกันการซึมผ่านของก๊าซและไอน้ำได้ดี

3.มีความคงทนทางกายภาพและทางเคมี ยากแก่การกัดกร่อน

4.มีความคงทนต่อการเสื่อมสภาพ

5.ลดผลของแสงที่จะไปทำให้สารเคมีที่บรรจุด้านในเสื่อม

 

 

วิตามินซี
วิตามินซี

NAT C     1000 mg

MEGA เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่เริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทยหลัง Blackmore ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศไทย แต่ผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการควบคุมคุณภาพ
ภายใต้หลักเกณฑ์การผลิตมาตรฐานสากล Good Manufacturing Practice (GMP)
และยังได้รับรางวัล “อย. Quality Award ปี 2009

เรามาดูที่ส่วนประกอบหลักกันบ้าง
Total Vitamin C   1000 mg
From Ascorbic acid       400 mg
Sodium Ascorbate 350 mg equiv. to Ascorbic acid 300 mg
Calcium Ascorbate 400 mg equiv. to Ascorbic acid 300 mg
Rose hips extract 62.5 mg equivalent dry fruit     250 mg
Citrus Bioflavonoids        50 mg
Rutin            50 mg
Hesperidin        50 mg
Acerola extract 12.5 mg equivalent dry fruit       50 mg
จากส่วนประกอบและลักษณะภายนอกของเม็ดยาจะเห็นได้ว่า เป็นสูตรวิตามินซีที่มีความใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด
และลักษณะภายนอกของเม็ดยานั้น เป็นเม็ดยาชนิด Film coated
บรรจุภัณฑ์ของ MEGA จะเลือกใช้ขวดพลาสติกในการบรรจุผลิตภัณฑ์ โดยคุณสมบัติของพลาสติกมีดังต่อไปนี้
1.มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก
2.ไอน้ำซึมผ่านได้น้อย แต่จะยอมให้ก๊าซซึมผ่านได้
3.ทนความเป็นกรดได้ปานกลาง

4.ไม่สามารถทนต่อความร้อนสูงหรือความเย็นจัดได้
** เมื่อเปรียบเทียบระหว่างภาชนะบรรจุที่ทำจากแก้ว และพลาสติก จะเห็นได้ว่าบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกนั้นมีข้อเสียคือ อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในเกิดความชื้นได้ง่าย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพได้  **

วิตามินซี
วิตามินซี

ACEROLA CHERRY 1000 mg

VISTRA แบรนด์ไทยน้องใหม่ที่กำลังเข้ามาตีตลาดอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย พร้อมทั้งราคาย่อมเยา และผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการควบคุมคุณภาพ
ภายใต้หลักเกณฑ์ การผลิตมาตรฐานตาม GMP ซึ่งมีการจ้างบริษัทในไทย 2 บริษัทในการผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ Vistra

VISTRA แบรนด์ไทยน้องใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในตลาดผลิตภันฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย พร้อมทั้งราคาย่อมเยา และผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการควบคุมคุณภาพ
ภายใต้หลักเกณฑ์การผลิตมาตรฐานสากล Good Manufacturing Practice (GMP)  ต่อไปเรามาดูที่ส่วนประกอบหลักกันบ้าง
ACEROLA CHERRY EXTRACT    1000 mg
Citrus Bioflavonoids        80 mg
Pomegranate          60 mg
Grape Seed extract     40 mg
Beta Carotene 10%     30 mg
Lycopene             30 mg
จากส่วนประกอบหลักข้างต้น จะเห็นได้ว่าสูตรของ VISTRA นั้นไม่เหมือนกับ สองแบรนด์แรก โดยจะมีสารสำคัญที่เป็นสารหลัก นั่นคือ Acerola cherry ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นในปริมาณที่เท่ากัน บางคนอาจจะยังงงๆ งั้นจะขออธิบายเพิ่มเติมว่า ผล Acerola cherry 100 กรัม จะให้ปริมาณวิตามินซี 1000-4500 มิลลิกรัม , ฝรั่ง 100 g ต้องเท่ากับ 228 มิลลิกรัม ดังนั้นการที่มี Acerola cherry extract 1000 มิลลิกรัม ไม่ได้แปลว่าจะมีปริมาณวิตามินซี 1000 mg เพราะสารสกัด 1 กรัม จะเทียบเท่ากับผลประมาณ 4 กรัม ซึ่งจะมีวิตามินซีเพียง 40-180 มิลลิกรัมเท่านั้น และยังผลิตวิตามินซีที่ไม่ได้อยู่ในรูปของเกลือแอสคอเบต ซึ่งจะทำให้มีผลเรื่องการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งอาจเสื่อมคุณภาพได้เร็วอีกด้วย
ต่อมาเรามาดูที่ลักษณะภายนอกของเม็ดยากันบ้าง เม็ดยาเป็นชนิด Film coated เช่นเดียวกันกับ Blackmores และ MEGA
ส่วนบรรจุภัณฑ์ของ Vistra ใช้เป็นขวดแก้วสีชา เช่นเดียวกับ Blackmores

นั่นหมายถึง ถ้าใส่ acerola cherry extract 1000 mg หรือ 1 g จะเทียบเท่ากับ acerola cherry dry fruit 4000 mg หรือ 4 g ซึ่งจะให้ปริมาณต่ำสุดที่ 40 mg of vitamin C
ทั้งนี้ก็ขึ้นกับ spec of acerola cherry extract ว่าเขาใช้ที่มากกว่า 4% หรือไม่ แต่โดยรวมก็ต้องไม่เกิน 60 mg  of vitamin C/day ซึ่งก็เข้าตาม maximum of Thai RDI ที่กำหนดให้มีวิตามินซีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่เกิน 60 mg ต่อวัน

วันนี้ก็ขอจบการนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีอยู่หลากหลายยี่ห้อมากๆ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเพียงอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วย อย่าหวังพึ่งเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น

 

Credit: pantip.com

Related Post

2 Comments

  1. […] วิตามินซีในมะขามป้อมสามารถดูดซึมได้เร็วกว่าวิตามินซีชนิดเม็ดเป็นอย่างมาก […]

Comments are closed.