เปิดตำนาน Slurpee เครื่องดื่มชนิดนี้เกิดจากความบังเอิญ !

สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

เปิดตำนาน Slurpee เครื่องดื่มชนิดนี้เกิดจากความบังเอิญ !

Credit: cooking.kapook.com

 

เปิดเผยจุดเริ่มต้นของสเลอปี้ (Slurpee) เครื่องดื่มปั่นเป็นเกล็ดแสนอร่อยที่พวกเรารับประทานเสมอๆซึ่งมาจากความพังทลาย แต่ว่าเปลี่ยนมาเป็นเครื่องดื่มที่ปังไปทั้งโลกได้อย่างไร พวกเรามาเปิดเผยตำนานสเลอปี้ให้แล้ว

ตำนานของกินแล้วก็เครื่องดื่มหลายชนิดถูกลืมไปอย่างโชคร้าย แม้กระนั้นขั้นต่ำพวกเรามั่นใจว่าจะต้องมีสักแวบที่พวกเราเคยคิดสงสัยขึ้นมาว่าผู้ใดกันแน่เป็นคนต้นคิดรายการอาหารโปรดของพวกเรา หรือใครนะที่คิดทำเครื่องดื่มสุดอร่อยจำพวกนี้ขึ้นมา อย่างสเลอปี้ (Slurpee) เครื่องดื่มปั่นเป็นเกล็ดเล็กดื่มแล้วเย็นซ่าสดชื่นนี้ก็ด้วยเหมือนกัน ที่ผู้คนจำนวนมากบางทีอาจคิดสงสัยขึ้นมาว่าคนไหนเป็นคนคิดทำขึ้นมา แล้วก็ความอร่อยนี้มีมาตั้งแต่ยุคไหน สรุปว่าวันนี้พวกเราจะพาทุกคย้อนเวลากลับไปอ่านเรื่องราวซึ่งฯลฯเกิดของสเลอปี้แก้วโปรดกันจ้ะ

สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

รูปภาพที่เอามาจาก priceonomics

สเลอปี้

เกิดขึ้นคราวแรกเมื่อปลายปี คริสต์ศักราช 1950 โดยความสามารถของ โอมาร์ เนดลิค เถ้าแก่Dairy Queen แฟรนไชส์ร้านค้าไอติมเล็กแห่งหนึ่งในเมืองแคนซัส สหรัฐฯ แม้กระนั้นเนื่องจากว่าเป็นช็อปร้านค้าขายของกินเล็กเงินลงทุนต่ำ เครื่องกดน้ำอัดลมที่ร้านค้าก็เลยชอบป่วยไข้เสมอๆกดน้ำไม่ออกบ้าง ใช้ได้บ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่จะพังทลายเป็นส่วนมาก หนักเข้าโอมาร์เลยจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำน้ำอัดลมไปแช่ลงในช่องสำหรับแช่แข็งเพื่อหวังให้น้ำอัดลมเย็นพอเพียงจะขายให้ลูกค้าได้

แต่ว่าโน่นกลับทำให้เขาจะต้องเซอร์ไพร์สจ้ะ เพราะเหตุว่าน้ำอัดลมในช่องที่มีไว้แช่แข็งไม่เฉพาะแต่เย็นจัดเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังมีความเป็นวุ้นเกล็ดขายให้ลูกค้าคนไหนกันไปก็พึงใจกันเป็นแนว เลยเปลี่ยนเป็นว่าที่ร้านค้าไม่จำเป็นที่ต้องพึ่งตู้กดน้ำอีกต่อไป แม้กระนั้นโอมาร์จำต้องกลับมามีความคิดว่าจะทำตู้แช่น้ำอัดลมอย่างไรให้แปลงเป็นเกล็ดไวๆด้วยเหตุว่าในเวลานั้นน้ำอัดลมร้านค้าของโอมาร์ขายดิบขายดีหนักมากมายจริงๆ

ในขณะนั้นทุกเมื่อเชื่อวันภายหลังจากปิดร้านค้า โอมาร์ เลยทดสอบผลิตตู้แช่แข็งของเขาไปเรื่อยโดยในทีแรกๆเขาได้นำเอาส่วนของเครื่องปรับอากาศรถยนต์มาทำเป็นตู้แช่ และก็ทดลองผสมน้ำผลไม้ น้ำแล้วก็คาร์บอนไดออกไซด์เข้าด้วยกัน แล้วหลังจากนั้นก็ทิ้งเอาไว้แบบงั้นให้ส่วนประกอบทุกสิ่งทุกอย่างแปลงเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งเวลานี้น้ำปั่นของเขาก็ขายดิบขายดีนะคะ แล้วก็โอมาร์ก็ตั้งชื่อเครื่องดื่มจำพวกนี้ว่า ICEE

สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

แต่ว่าเมื่อกิจการค้า ICEE เรื่อยโอมาร์เลยจำเป็นต้องสั่งทำเครื่องปั่น ICEE ขึ้นมาเพิ่ม ซึ่งก็ได้วิศวกรจากเมืองดัลลัสวางแบบเครื่องผลิต ICEE ขึ้นมาให้ใหม่ เครื่องปั่น ICEE เลยดูดีขึ้น รวมทั้งเริ่มขายแฟรนไชส์เครื่องปั่น ICEE ให้ร้านค้าสบายซื้อ 2-3 ที่ตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1960 จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราช 1965 ความอร่อยของ Knedlik’s icees ก็ขยายแฟรนไชส์ไปแล้วราว 100 ร้านทั่วสหรัฐฯเลย

แล้วก็เมื่อเครื่องดื่ม ICEE ได้รับความนิยมไปทั่วทั้งประเทศแบบนี้ ก็แน่ๆว่าบริษัท 7-Eleven ก็มาติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ ICEE ไป โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะแปลงชื่อเครื่องดื่มซะใหม่เพื่อเป็นเอกลักษณ์ใน7-Eleven เพียงแค่ที่เดียว ท้ายที่สุดโอมาร์ก็เลยตกลงใจขายลิขสิทธิ์เครื่องดื่ม ICEE ให้ร้านค้าสบายซื้อชื่อก้องโลกไปในปี คริสต์ศักราช 1965 นั่นเอง

สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

รูปภาพที่เอามาจาก 7-eleven

ครั้งนี้พวกเรามาว่ากันต่อเรื่องต้นเหตุของชื่อสเลอปี้บ้าง โดยภายหลังจากซื้อลิขสิทธิ์ ICEE มาแล้ว ในเวลานั้นทาง 7-Eleven ก็คิดมากกันอยู่เป็นปีจ้ะว่าจะเรียกเครื่องดื่มประเภทนี้ว่าอะไรดี จนกระทั่งบ็อบ สแตนฟอร์ด ผู้จัดการข้างโปรโมทของ 7-Elevenในเวลานี้ ปิ๊งชื่อ สเลอปี้ (Slurpee) ขึ้นมาได้โดยไอเดียก็มาจากเสียงดูดเกล็ดน้ำแข็งขึ้นมาจากหลอดนั่นเอง สรุปว่า สเลอปี้ก็ได้เกิดใน 7-Elevenเมื่อพฤษภาคม ปี คริสต์ศักราช 1966 เป็นต้นมา โหนี่ก็แก่กว่า 51 ปีแล้วสิเนี่ย !

สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
สเลอบี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

รูปภาพจาก icee.com

ส่วน โอมาร์ เนดลิค ผู้สร้างเครื่องดื่มเกล็ดหิมะในตำนานก็ได้เสียชีวิตไปเมื่อปี คริสต์ศักราช 1989โดยเรื่องราวภายหลังที่เขาขาย ICEE ให้ 7-Eleven ไปก็ไม่ประจักษ์ว่าเขาไปทำอาชีพอะไรต่อนะคะแม้กระนั้นอย่างไรก็ตามพวกเราก็ต้องการขอบพระคุณไอเดียจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าของเขาจริงๆที่ทำให้พวกเรามีสเลอปี้อร่อยรับประทานจนถึงทุกวันนี้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

todayifoundout, mentalfloss, Reader’s digest

 

Related Post