‘อุ๋ย บุดด้าเบลส’ ผู้ไม่จมดิ่งกับความทุกข์

เรื่องโดย : ดนยา สุเวทเวทิน Team Content www.thaihealth.or.th

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ cleothailand.com

'อุ๋ย บุดด้าเบลส' ผู้ไม่จมดิ่งกับความทุกข์  thaihealth

แร๊พเปอร์แต่งตัวสีจัดตัดกันแดง เหลือง เขียว กลายเป็นสัญลักษณ์ของวงบุดดาเบลส (Buddhabless)  และหนึ่งในสมาชิกคือ นที เอกวิจิตร หรือ อุ๋ย บุดดาเบลส ที่มีฝืมือหลายบทบาท ทั้งนักร้อง แร๊พเปอร์ นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ หรือนักแสดง แต่หนึ่งบทบาทที่ทุกคนเพิ่งคือ ความใฝ่รู้ในธรรมะของอุ๋ย

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เขาเริ่มเดินทางสายธรรม ทั้งการเรียนรู้จากคำสอนและจากการปฏิบัติจริง โดยให้คำนิยามช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ว่า ‘ช่วงเวลาแห่งการทดลองกับสมมุติฐานที่ตั้งไว้’ เมื่อได้ทดลองจึงได้รู้ผลลัพธ์ เมื่อได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างแท้จริงจึงเป็นแรงผลักดันให้เขารู้จักการจัดการแก้ปัญหาความเครียด ความเศร้า ความกังวลที่ล้วนเกิดขึ้นจากใจ เข้าใจคุณค่าความเป็นมนุษย์ รวมถึงสอดแทรกเนื้อหาคำสอนต่างๆ ไว้ในเนื้อเพลงที่มีเจตนามุ่งหวังให้คนฟังได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น รวมถึงช่วยยกระดับจิตใจคนฟังไม่ให้จมดิ่งในความเศร้าไปชั่วขณะ

“ผมเป็นคนมีความทุกข์อยู่เรื่อยๆ ในชีวิต ลองทำตามในแบบอื่นๆ แต่สุดท้ายจิตก็กลับมาคิดอีก พอได้ศึกษาธรรมะจึงพบว่าเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผมทุกข์น้อยลง” อุ๋ย เล่าย้อนไปถึงสาเหตุที่ทำให้เริ่มสนใจศึกษา พร้อมให้นิยามว่า ธรรมะเปรียบเสมือนคู่มือชีวิต ที่เกิดจากการลองทำด้วยตัวเองจนเข้าใจคุณค่าของการเกิดและดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับการเข้าใจคุณค่าของการทำงาน หากเข้าใจว่างานมีคุณค่าและทำไปเพื่อสิ่งใด ก็ย่อมเกิดแรงขับเคลื่อนในการทำงานนั้นๆ

จิตใจและร่างกายต้องไปด้วยกัน นอกจากการศึกษาธรรมะ การออกกำลังกายอย่างการเล่นบาสเกตบอลและวิ่งในสวนสาธารณะ จึงเป็นสิ่งที่ช่วยดึงอารมณ์ทางจิตใจให้กลับมาแจ่มใสและทำให้การแสดงคอนเสิร์ตของดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือ อุ๋ย บุดดาเบลส ยังตัดสินใจเลิกดื่มเหล้า ด้วยเหตุผลที่ว่า หากอยากเปลี่ยนคนอื่นต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน เขาเผยว่า “การกระทำทุกสิ่งอยู่ที่ตัวเรา ขึ้นอยู่กับจิตใจว่ามีความหนักแน่นและตั้งใจมากแค่ไหน ถ้าใจบอกว่าไม่ดื่มและเราปฏิเสธไป ยังไงเพื่อนก็ไม่สามารถบังคับเราดื่มได้” ดังนั้นการรวมตัวมีทติ้งกับเพื่อนจึงไม่เป็นปัญหา เพราะเขาจัดการและควบคุมตัวเองได้

ที่สุดแล้ว “อุ๋ย” ยังได้พบมุมมองการใช้ชีวิตที่ต่างไป โดยหันมาใส่ใจคนในครอบครัวมากขึ้นกว่าเก่า เพราะครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดที่มีความรักแท้ให้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมฝากข้อคิดไว้ว่า “หากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่ไม่ใส่ใจคนในครอบครัว ไม่ทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน อาจเสียใจเมื่อวันที่สายไป”

การดูแลสุขภาพในแบบฉบับของ อุ๋ย บุดดาเบลส จริงๆ ก็เป็นแนวทางเดียวกับ สสส. ซึ่งมุ่งสร้างเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีครบทั้ง 4 มิติ ด้านกาย ใจ สังคม ปัญญา เมื่อมีครบสิ่งที่เรียกว่า “ความสุข” ก็ไม่ต้องไปหาจากไหนอีกเลย

ที่มาของเนื้อหา : www.thaihealth.or.th