เล่นไลน์ให้ได้งาน กับครีเอเตอร์ สติ๊กเกอร์

สติ๊กเกอร์ไลน์จะออกแบบให้ดังได้ไม่ใช่ง่าย แต่เคล็ดลับมีอยู่ และถ้าจังหวะมาถึงเมื่อไหร่ งานนี้ก็ไปได้ยาว

เมื่อปี 2557ที่ LINE Creators Market เปิดตัวขึ้นในประเทศไทย เราได้คุยกับนักออกแบบที่ผันตัวมาทำสติ๊กเกอร์จริงจัง จนมีรายได้หลักแสนต่อเดือนมาแล้ว คิดว่าตลาดนี้น่าจะไปได้ไกล ถึงตอนนี้ตลาดครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์เติบโตเร็วกว่าที่คิด มีมูลค่าสูง และยิ่งเมื่อเปิดตัวแอพฯ LINE Creators Studio เครื่องมือช่วยในการทำสติ๊กเกอร์ได้ง่ายๆ คนวาดรูปไม่เป็นก็ทำได้ ยิ่งทำให้จำนวนครีเอเตอร์ไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 120,000 ราย เป็น 230,000 รายภายใน3เดือน

PB171301

เราได้ร่วมทริปไปญี่ปุ่นกับผู้ชนะทั้ง 10 คน จากการประกวดออกแบบสติ๊กเกอร์ LINE Creators Sticker Contest 2017 ที่ทางไลน์พาไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทีมญี่ปุ่น และเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจจากการเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งเกิดจากความสำเร็จของคาแรคเตอร์ที่โด่งดัง ตั้งแต่ มารูโกะแลนด์ นิทรรศการโดราเอมอน สวนสนุกวันพีซ และคาเฟ่ คาแรคเตอร์ ให้นักออกแบบสติ๊กเกอร์หรือครีเอเตอร์ชาวไทยได้เกิดไฟลุกโชน มุ่งสร้างงานของตนให้ถึงระดับนั้นบ้าง

PB181454

ความพิเศษของงานนี้คือการไปเยี่ยมออฟฟิศ LINE ใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทางทีมญี่ปุ่น โดยมี นาโอโตโมะ วาตานาเบ้ (Naotomo Watanabe) Senior Manager ของ LINE Sticker Business Department และ แอเรียล (Ariel – Ai-Chen, Yung) Global Sticker Team ของ LINE Corp. มาเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และยังชวนครีเอเตอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น มาแบ่งปันประสบการณ์กับครีเอเตอร์ชาวไทยด้วย

อาชีพแห่งอนาคต?

 “สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีอาชีพอิสระ จะมีอาชีพไหนที่ทำให้เขาเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องลงทุนล่ะ” กณพ ศุภมานพ หัวหน้าธุรกิจ B2C ของ LINE Thailand ถามกลับต่อคำถามที่ว่า เพราะอะไรจึงคิดว่า สติ๊กเกอร์ ครีเอเตอร์จะกลายเป็นอาชีพแห่งอนาคตได้

“เราเข้าถึงตลาดทั่วโลก 200 ล้านคน ส่วนประเทศไทย ผลสำรวจระบุว่ามีผู้ใช้งานไลน์ถึง 94 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานในอินเตอร์เน็ทในประเทศไทย คร่าวๆ คือ 41 ล้านคน จะมีสินค้าอะไรที่เข้าถึงตลาดใหญ่ขนาดนี้โดยที่คนทำไม่ต้องลงทุนอะไรเลย”

แอเรียลยังให้ข้อมูลเสริมอีกว่า ตลาดครีเอเตอร์เติบโตเร็วมาก ภายใน 3 ปี มีจำนวนครีเอเตอร์สูงมาก จนถึงกันยายน ปี 2560 นี้ มีครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 1 ล้านคน ในจำนวนนั้นมีครีเอเตอร์ไทยถึง 200,000 คน

PB181349

เพราะเป็นตลาดใหญ่ ที่ใครๆ ก็สามารถเป็นครีเอเตอร์ได้

จึงมีมูลค่าตลาดทั่วโลกรวมตลอด 3 ปีมากกว่า 47 พันล้านเยน และครีเอเตอร์ระดับท็อปเท็นก็สามารถทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านเยนต่อปี

เพราะเมื่อประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ ก็สามารถต่อยอดคาแรกเตอร์นั้นให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ เช่น สติ๊กเกอร์กระต่าย Usamaru ของญี่ปุ่น ที่มีตั้งแต่สินค้า อนิเมชั่น หนังสือ นิทรรศการ และคอนเซปต์คาเฟ่ และยังมีอีกหลายคาแรกเตอร์ยอดฮิตที่เราได้เห็นสินค้าใน LINE Store ที่ฮาราจุกุ

ครีเอเตอร์ สติ๊กเกอร์จึงเป็นแพลทฟอร์มที่สามารถสร้างอาชีพได้ ในเมื่อทุกวันนี้คนเรามีชีวิตผูกติดกับเทคโนโลยีอยู่แล้ว ก็เปลี่ยนตัวเองจากผู้ใช้หรือยูสเซอร์ มาเป็นครีเอเตอร์ ให้ได้ประโยชน์มากขึ้น

ทำสติ๊กเกอร์อย่างไรให้ขายดี

แต่สิ่งสำคัญที่เหล่าครีเอเตอร์ต้องลงทุนคือความคิดสร้างสรรค์ แอเรียลได้เผยเคล็ดลับที่จะทำให้สติ๊กเกอร์ประสบความสำเร็จได้ ต้องมีปัจจัย 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1) Product ต้องสร้างสติ๊กเกอร์ที่ดีก่อน และ 2) Marketing มีการตลาดที่ดีตามมา

ในส่วนของการสร้างสติ๊กเกอร์ที่ดี มีกฎสำคัญ 3 ข้อถือเป็นเคล็ดลับคือ เห็นได้ง่าย ใช้ได้ง่าย และจำได้ง่าย

 เห็นได้ง่าย สี เส้น ภาพ ต้องชัดเจน
 ใช้ได้ง่าย เวลาออกแบบต้องคิดถึงการใช้งาน ว่าจะใช้เมื่อไหร่ สามารถสื่อความรู้สึกหรือสิ่งที่ต้องการบอกได้ไหม
 จำได้ง่าย ถ้าลูกค้าใช้แล้ว ส่งไปแล้ว คนอื่นจดจำได้ง่าย ก็จะเป็นที่นิยมได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับอื่นๆ ก็คือการปรับให้เข้ากับเทศกาลและประเพณีของแต่ละประเทศ เช่น ถ้าเป็นสติ๊กเกอร์ของไต้หวัน ก็จะมีเทศกาลต่างๆ เฉพาะ หรือคำทักทายที่เป็นภาษาถิ่น ก็จะช่วยให้เข้าถึงคนได้ง่าย และใช้ได้จริง

ต่อมาก็เป็นเรื่องการตลาด ต้องโปรโมทผ่านช่องทางที่ผู้ใช้งานนิยมใช้ และทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ อย่างเฟซบุค อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ เพื่อโปรโมทสติ๊กเกอร์ของตนเอง โดยทางไลน์ก็มีนโยบายส่งเสริมผ่านแคมเปญต่างๆ ด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้แต่กับสติ๊กเกอร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง ทางไลน์เองก็ไม่สามารถการันตีว่าจะขายดี

“เราไม่มีทางรู้เลยว่าสติ๊กเกอร์ไหนจะโดนใจคน ขนาดสร้างปรากฏการณ์ได้ ทั้งหมดอยู่ที่จังหวะ ฝีมือ และดวง สำคัญที่สุดคือพยายามสร้างสรรค์ผลงานต่อเนื่อง แล้วจะมีวันที่ประสบความสำเร็จแน่นอน “ กณพ กล่าว

PB181408

เหมือนกับที่ Fumisan นักออกแบบสติ๊กเกอร์ชาวญี่ปุ่น วัย 57 ปี ซึ่งทำสติ๊กเกอร์มาแล้วเป็นร้อยๆ เซ็ต แต่ไม่เคยขายดี จนมาถึง Human Skin Head ที่ขายดีมากในเมืองไทย เขาเองก็อยากจะว่าถามคนไทยว่าทำไมถึงชอบสติ๊กเกอร์ของเขา ที่ขายแทบไม่ได้ในญี่ปุ่น (และฝากขอบคุณมาด้วย) ใครที่โหลดสติ๊กเกอร์ชุดนี้ไปก็ลองตอบคำถามดู

หรือสติ๊กเกอร์ Extremely Animated Real Meat3 ของ Bokuchitsu ซึ่งเป็นรูปเนื้อสด เขาทำสติ๊กเกอร์มาแล้ว 15 เซ็ต เขาคิดว่าที่เซ็ตนี้ขายดีเพราะความแปลกใหม่ และมาในจังหวะเหมาะ ช่วงนั้นไลน์เพิ่งเปิดให้ทำสติ๊กเกอร์เป็นภาพจริงได้ จึงมาถูกจังหวะ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว เขาก็เคยเห็นเทรนด์บางอย่าง แต่ทำสติ๊กเกอร์ออกมาช้าไป ไม่ทันคนอื่น จึงขายไม่ดีก็มี

ส่วน Seikou เจ้าของสติ๊กเกอร์ Crazy Funky Monkey เขาคิดว่าต้องสร้างสติ๊กเกอร์มาหลายๆ แบบ ดูว่าแบบไหนขายได้ ไปต่อได้ อันไหนขายไม่ได้ต้องทิ้งเลย อย่ายึดติด และ TOMO เจ้าของสติ๊กเกอร์ Moving Emoticons ย้ำว่าต้องทำคาแรคเตอร์ที่คนไม่เคยทำมาก่อน และพยายามต่อเนื่อง ไม่สำเร็จก็ทำต่อไป อย่างเขาทำ 10 แบบ ฮิต 1 ก็นำมาวิเคราะห์เทรนด์ความนิยม แล้วลองปรับแก้หลายครั้ง จนในที่สุดก็ฮิตขึ้นมา

กณพตบท้ายว่าความสำเร็จของสติ๊กเกอร์ไลน์ขึ้นอยู่กับฝีมือ 50 เปอร์เซ็นต์ และดวง 50 เปอร์เซ็นต์ เราไม่รู้ว่าฝีมือและการเดาใจตลาดจะพัดพาดวงมาหาเราเมื่อไหร่ เมื่อนั้นที่เป็นจังหวะของเรา ก็จะไปได้ยาว

เทรนด์สติ๊กเกอร์ไลน์

Seikou แชร์ความเห็นว่าสติ๊กเกอร์แนว “กลมๆ ขาวๆ” คือตัวกลมๆ พื้นหลังสีขาว คือความนิยมหลักในญี่ปุ่น ส่วนเทรนด์ใหม่ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังนิยม Name Sticker คือสติ๊กเกอร์ซึ่งระบุชื่อ เช่น แป้งโกรธแล้วนะ แป้งมีความสุข หรือ อาร์ตไม่สะดวก อาร์ตหิวแล้ว เป็นแบบนี้ทั้งเซ็ต ซึ่งในไทยก็กำลังมาแล้ว

ข้อสังเกตจากนักข่าวร่วมทริปคือ สติ๊กเกอร์จะถึงจุดอิ่มตัวไหม เมื่อคนซื้อสติ๊กเกอร์มากๆ เข้าก็จะเบื่อ และเลิกซื้อในที่สุด ข้อนี้ทางไลน์ก็คำนึงอยู่เหมือนกัน วาตานาเบ้เล่าว่า ไลน์จึงมีฟังก์ชั่นแนะนำ Recommended Sticker ซึ่งจะขึ้นมา เมื่อพิมพ์คำพื้นฐาน เช่น Hello, OK ทำให้ผู้ใช้เห็นสติ๊กเกอร์ที่มีอยู่ และสติ๊กเกอร์ใหม่ๆ กระตุ้นการซื้อด้วย

ส่วนตลาดเมืองไทย กณพยังไม่เห็นแนวโน้มนั้น เพราะตลาดเทคโนโลยีของไทยยังใหม่ มีโอกาสเติบโตอีกมาก

“คนไทยชอบคอนเทนท์ใหม่ๆ ทุกครั้งที่มีฟีเจอร์ใหม่ จะขายดีขึ้นมา เมื่อก่อน สติ๊กเกอร์อนิเมทขายดี ต่อมาเป็นแบบเต็มจอ ล่าสุดคือมิวสิค สติ๊กเกอร์ นี่คือโจทย์ที่ทางไลน์ต้องหาฟีเจอร์ใหม่เสมอ และเมืองไทยเป็นช่วงที่คนเพิ่งเริ่มคุ้นเคยกับการซื้อขายออนไลน์ มีคนอีกมากที่ยังไม่เคยซื้อสติ๊กเกอร์ จากผลสำรวจของเรา ยังมีคนไทยอีกมากกว่า50เปอร์เซ็นต์ที่อยากซื้อสติ๊กเกอร์ แต่ซื้อไม่เป็น ไม่รู้ชำระเงินทางไหน เราจึงขยายช่องทางการชำระเงิน ทำการตลาดกับค่ายมือถือต่างๆ ชำระผ่านบิลมือถือ หรือตู้เติมเงิน ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก”

เสียงจากครีเอเตอร์ไทย

ครีเอเตอร์ที่ชนะการประกวดในธีม “บอกรักผ่านไลน์” ทั้ง 10 คนนั้นมีประสบการณ์หลากหลาย บางคนเพิ่งทำสติ๊กเกอร์ของตัวเองครั้งแรก บางคนทำเป็นงานเสริม และบางคนก็ยึดเป็นอาชีพหลักเลย

  แม็กซ์ – สาธิต โรจน์สุธีร์ วัย 28 ปี ซึ่งทำครีเอเตอร์ สติ๊กเกอร์เป็นงานหลัก เขามีสติ๊กเกอร์มาแล้ว 39 เซ็ต หลังจากตัดสินใจลาออกจากงานประจำท่ามกลางเสียงคัดค้านของทางบ้าน เขาก็ทำให้เห็นว่างานนี้เป็นอาชีพได้จริง และมีความสุขด้วย “Moi and Meng” คือสติ๊กเกอร์ที่ขึ้นระดับท็อป และครั้งนี้เขาเป็น 1 ในผู้ชนะการประกวดด้วย “ข่อยเหมียว” สติ๊กเกอร์ที่ใช้มุมมองคนรักแมวมาทำอย่างน่าเอ็นดู ถึงตอนนี้การลาออกจากงานประจำคือการตัดสินใจที่ถูกต้องของเขา

Koi-Meow (เธ‚เนˆเธญเธขเน€เธซเธกเธตเธขเธง) 03Koi-Meow (เธ‚เนˆเธญเธขเน€เธซเธกเธตเธขเธง) 02Koi-Meow (เธ‚เนˆเธญเธขเน€เธซเธกเธตเธขเธง) 01

ส่วนตัวแม็กซ์คลั่งไคล้คาแรคเตอร์ “รีแลคคุมะ” เขาสะสมสินค้ารีแลคคุมะมากมาย และรู้ว่ามันจะไม่จบสิ้น เขาจึงอยากจะสร้างคาแรคเตอร์ให้ถึงระดับนี้สักวัน ยิ่งมาทริปนี้ได้เห็นความเป็นไปได้ที่ไม่จำกัดของคาแรคเตอร์ระดับโลกอย่างโดราเอมอน วันพีซ และมารูโกะจัง ก็ยิ่งเติมฝันให้เขามุ่งมั่นมากขึ้น

ส่วน ปอนด์ – ชลธิศ สวาสิทธิเชย วัย 25 ปี กราฟิกดีไซเนอร์ในบริษัทแห่งหนึ่ง งานของเขาคือออกแบบสติ๊กเกอร์อยู่แล้ว แต่นี่คือครั้งแรกที่เขาทำสติ๊กเกอร์ของตัวเอง ในชื่อชุด “Love Your Body”สติ๊กเกอร์เคลื่อนไหวที่บอกรักตัวเอง ผ่านอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ตัวเด่นของเขาคือ “รักแระน๊า”

Love your body 02 Love your body 01

ปอนด์ประทับใจการพาไปดูงานทุกที่ เช่น มารูโกะแลนด์ ซึ่งทำให้เขาเห็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่ที่ชอบที่สุดคือกิจกรรมแลกเปลี่ยนแนวคิดกับครีเอเตอร์ญี่ปุ่น ซึ่งได้ไอเดียมาก

และสำหรับ บิ๊ก – นิวัติ เพียรภัณฑวนิช วัย32ปี กราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ ที่เคยมีสติ๊กเกอร์ Franky หนุ่มหนวดที่ได้แรงบันดาลใจจากเฟรดดี้ เมอร์คูรี่ ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มประเทศมุสลิมอย่างไม่ตั้งใจ คราวนี้เขาได้รางวัลด้วยสติ๊กเกอร์ชุด “Lovely Animal” บอกรักด้วยสัตว์โลก ที่มี “รักคูณ” ตัวเป็นตัวเด่น

lovely animal 01

บิ๊กคิดว่าการประกวดช่วยจุดไฟให้เขา ตั้งแต่ตอนที่ครีเอเตอร์ทั้ง 10 คน ได้มาเจอกันแลกเปลี่ยนกัน มีพลังกลับมาอีกครั้ง จนถึงทริปนี้ที่เขาประทับใจทุกอย่าง และรู้สึกพิเศษเช่นเดียวกับคนอื่นๆ คือการได้ไปออฟฟิศไลน์ ได้คุยกับครีเอเตอร์ญี่ปุ่น “ได้เจอคนทำงานสายเดียวกัน เห็นสมุดสเก็ตช์เขา ฟังความคิดเขา เป็นความรู้สึกแบบหัวอกเดียวกัน รู้สึกดีมากครับ”

ครีเอเตอร์ไทยไปต่อได้แค่ไหน

 ระหว่างทางของการผลักดันครีเอเตอร์ให้เป็นอาชีพ ต้องมองถึงการต่อยอดสติ๊กเกอร์ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “แสตมป์” ซึ่งก็คือคาแรคเตอร์ที่ไม่ได้จำกัดพื้นที่อยู่แค่ในแอพฯ นอกจากครีเอเตอร์จะหาหนทางเองแล้ว ทางไลน์ยังสนับสนุนช่องทางการขายบนGift Shopในแอพฯ ไลน์ ให้กับครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในแต่ละเดือน เป็นมูลค่าในการผลิตสินค้า 50,000 บาท โดยจัดหาผู้จัดทำ ส่งเสริมการตลาด และหาที่จำหน่ายให้ ซึ่งจะเป็นต้นทางให้ครีเอเตอร์ได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำเมอร์แชนไดซ์ไปในตัว

ส่วนการตอบรับของผู้บริโภค ส่วนตัวคิดว่าความรักใน “แสตมป์” ของคนญี่ปุ่นเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมตราประทับและวัฒนธรรมป๊อบอย่างมังงะ ซึ่งผูกพันกันลึกซึ้ง ทำให้คนญี่ปุ่นมีความนิยมระดับคลั่งไคล้ได้ไม่ยาก ส่วนในไทย แม้จะต่างวัฒนธรรม แต่หลายคนก็เชื่อว่าสิ่งนี้กำลังก่อตัวในเมืองไทย ในหมู่คนไทยที่นิยมคาแรคเตอร์ ก็มีความคลั่งไคล้ไม่น้อย เช่น การทุ่มทุนซื้อสินค้าคาแรคเตอร์ และการมาถึงของคาแรคเตอร์ คาเฟ่จากต่างประเทศ

ฉะนั้น หากความรักจะเกิดจากครีเอเตอร์ สติ๊กเกอร์ไทยบ้าง ก็น่าจะมีความเป็นไปได้เช่นกัน

ที่มาของเนื้อหา : www.bangkokbiznews.com