กระดูกพรุน ภัยเงียบผู้สูงวัย

เป็นภัยเงียบที่ไม่ควรละเลย สำหรับ “โรคกระดูกพรุน” ที่อาจทำให้ผู้ป่วยโรคนี้ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาลก็ได้ มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ จำกัด จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “ฟิต ยัวร์ โบน รัน ฟอร์ เฮลท์ตี้ โบน 2017” เนื่องในวันสากลโรคกระดูกพรุนของโลก ณ บริเวณสะพานพระราม 8 กรุงเทพฯ

พ.อ.รศ.นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ประธานชมรมผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกพรุน ภายใต้มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึง โรคกระดูกพรุนว่า ถือเป็นศัตรูอันดับต้นๆ ของคนสูงวัย บางคนอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ถ้ารอให้สายเกินไป ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยอาการของโรคกระดูกพรุน คือกระดูกมีความผิดปกติ ทำให้มวลกระดูกและความแข็งแรงของกระดูดลดลง เป็นสาเหตุทำให้กระดูกหักง่ายขึ้น

พ.อ.รศ.นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์

“โรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่มักเป็นในผู้สูงวัย อาการที่เห็นได้ทั่วไป เช่น การหกล้ม โดยปกติคนที่ยังอายุไม่มาก ถ้าหกล้มจะไม่ค่อยเป็นอะไร แต่สำหรับผู้สูงวัย ถ้าหกล้มอาจมีกระดูกสะโพกหัก กระดูกสันหลังหัก หรืออื่นๆ แม้แต่ยกของหนักๆ ก็อาจทำให้กระดูกสันหลังหักได้ จึงควรมีการตรวจวัดมวลกระดูกอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกได้แก่ โปรตีน แคลเซียม และวิตามินดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่สร้างกระดูก และลดการทำงานของเซลล์สลายกระดูก” พ.อ.รศ.นพ.ทวีกล่าว

อาหาร ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้

11 ภาพความแตกต่าง "อาหารกลางวัน" ของเหล่านักเรียน จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก!

แต่ละประเทศก็มีค่านิยม กฎเกณฑ์ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนวัยกำลังโตก็เช่นกัน

 

ชม 11 ภาพมื้ออาหารของเหล่านักเรียน จากแต่ละประเทศทั่วโลกที่น่ารับประทานแตกต่างกันไป

 

เกาหลีใต้

 

ญี่ปุ่น

 

สหราชอาณาจักร

 

สหรัฐอเมริกา

 

ตุรกี

 

ไทย

 

ฝรั่งเศส

 

ฟินแลนด์

 

รัสเซีย

 

ฮังการี

 

อิสราเอล

 

ที่มา: BrightSide

บันทึกความจงรักในโลกโซเชียล

ท่วงทำนองความรักจากพสกนิกรถึงพ่อของแผ่นดินที่ถ่ายทอดผ่านโซเชียลมีเดีย

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เดือนใหม่ รูปโปรไฟล์ที่หน้าเฟซบุ๊คก็เริ่มเปลี่ยนสี

จากที่เคยเป็นเอกลักษณ์บ่งบอกตัวตน ถึงวันนี้พวกเราพร้อมใจเปลี่ยนมันเป็นภาพขาวดำ (อีกครั้ง) ตรงมุมล่างหรือมุมบนเราเลือกริบบิ้นสีดำวางไว้แสดงความไว้อาลัย บางคนบรรยายความรู้สึกในใจต่อพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชซึ่งกำลังเดินทางมาถึง

“คิดแล้วยังรู้สึกใจหาย”

“วันพระราชพิธี เราจะร่วมถวายความอาลัยพร้อมๆ กัน” ใครบางคนแสดงสถานะ หลังเพิ่งนัดแนะร่วมเป็นจิตอาสาบรรจุดอกไม้จันทน์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

รักจริงในโลกเสมือน

เช้าวันนี้ ในเฟสบุ๊คสีขาวดำเพิ่งแชร์ความรู้สึกต่อเหตุการณ์เมื่อปีก่อน ท่ามกลางความหลากหลายเหล่านั้น มีไม่กี่คำหรอกที่พวกเราเข้าใจร่วมกัน บอกกันซ้ำๆ ราวกับว่ามันเป็นข้อความที่อยากจะพูดต่อไปเรื่อยๆ

ฉันเกิดในรัชกาลที่9, ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป, เรารักพ่อ, ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย ภายใต้ร่มพระบารมี

ในงานเสวนา “สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ความผูกพันของคนไทย จากสมเด็จย่าสู่ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทีมวิจัยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผลสำรวจการสื่อสารในโลกโซเชียลมีเดียของคนไทย ในช่วงการสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่9 ตอนหนึ่งว่า มีการสื่อสารเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.2559 ซึ่งเริ่มมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการประชวรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และปริมาณการสื่อสารนั้นขึ้นถึงจุดสูงสุดในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นหนึ่งวันหลังวันสวรรคต

ผลการเก็บข้อมูลบอกว่า การสื่อสารของผู้คนในโลกออนไลน์แบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1.ซึ่งเป็นช่วงเกาะติดสถานการณ์ โดยช่วงนี้ความสนใจของผู้คนอยู่ที่พระอาการประชวร มีการสะท้อนการรอคอยข่าวและขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองในหลวงรัชกาลที่9 ดังจะเห็นได้จากข้อความที่ติด # (แฮชแท็ก)ว่า # ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระสยามเทวาธิราชจงดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรทั้งสิ้นทั้งปวงด้วยเทอญ ,#Longlivetheking, #ทรงพระเจริญ

ส่วนช่วงที่ 2 นี่คือช่วงการมีส่วนร่วมและแสดงออก ซึ่งช่วงนี้คือช่วงเวลาที่ทราบการสวรรคตแล้ว โดยเวลานี้มีปริมาณเนื้อหาพุ่งสูงที่สุด ยิ่งเฉพาะในวันที่ 14 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 8.00-10.00 น. และเวลา 14.30 น. ซึ่งเป็นเวลาของการเคลื่อนขบวนพระบรมศพ มีการเน้นการนำเสนอรูปภาพและเนื้อหาที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และแสดงออกซึ่งความห่วงหาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เช่น #ฉันเกิดในรัชกาลที่9 #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #อยากเก็บโพสต์นี้ไว้ในความทรงจำและการแจ้งเตือนทุกปี

“การโพสต์ในช่วงนี้มีปริมาณสูงกว่าในคืนวันที่13 ตุลาคมเสียอีก แต่การ Engage (กด like, กด Share, แสดงความเห็น) ต่ำกว่า ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อยากบอกด้วยน้ำเสียงของตัวเองมากกว่าแชร์ความเห็นผู้อื่น สะท้อนถึงการแสดงตัวตนบนโลกออนไลน์ที่อยากสื่อสารตรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยตัวเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์” ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าทีมวิจัยอธิบาย

ส่วนในช่วงที่ 3 นั่นคือห้วงเวลาแห่งการระลึกถึง ปริมาณข้อความในช่วงนี้แม้จะลดลงจากวันที่14 ตุลาคมเกือบ 3 เท่า แต่เมื่อเข้าสู่วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม ซึ่งแม้เป็นวันทำงาน ปริมาณข้อความจะกระจุกตัวอีกครั้งในช่วง 10.00 น. และถ้อยความการรำลึกถึงพระองค์ท่านอย่าง #ฉันเกิดในรัชกาลที่9 #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ยังคงปรากฎอยู่เช่นเดิม

ถ้าใครจำได้ช่วงเวลานั้นได้ พื้นที่โซเชียลมีเดียคือหนึ่งช่องทางการระดมอาสาสมัครทำประโยชน์ได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครช่วยงาน, บริการรับส่งฟรี, บริจาคเสื้อผ้า บริการรับย้อมผ้าสีดำ และอีก ฯลฯ อันสะท้อนถึงการร่วมใจของคนไทยอีกครั้งยามเกิดเหตุการณ์สำคัญ

ประวัติศาสตร์ฉบับปัจเจก

ไม่ว่าจะถูกสื่อสารเวลาใด ผ่านช่องทางใด…จะเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรืออินสตราแกรม แต่ความหมายคงมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือพสกนิกรไทยรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อย่างสุดหัวใจ

จนถึงวันนี้เพื่อนเราบางคนยังโพสต์ข้อความ “เรารักในหลวง” และบันทึกไว้ทุกๆ ครั้งเมื่อพวกเขาเจอข้อความชวนซึ้งเก่าๆ ภาพสวยๆ มากความหมาย เปรียบได้เป็นสัญญาณที่ทำให้ทั้งความทรงจำและหัวใจในฐานะพสกนิกรทำงาน

สุเนตร ชุตินธรานนท์ นักประวัติศาสตร์ ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา จุฬาฯ มองว่า แม้จะมีการเผยแพร่ข่าวของพระองค์ท่านผ่านสื่อกระแสหลัก มีประกาศจากสำนักพระราชวัง แต่ในทางปฏิบัติแล้วข้อมูลออนไลน์ละเลยไม่ได้ ด้วยเพราะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง สะท้อนอารมณ์ของสังคมในทุกวันนี้ได้

“ประการที่สองคือมันมีความหลากหลาย เพราะเนื้อหาเหล่านั้นเป็นทั้งรูป คำ หรือจะเป็นงานศิลปะ ซึ่งความหลากหลายเช่นนี้ไม่สามารถเห็นได้หรือเห็นได้บ่อยในสื่อกระแสหลักที่มักเล่าเรื่องตามแบบ ช่องทางออนไลน์คือพื้นที่ให้ถ้อยความรู้สึกนั้นแสดงออกมาเต็มที่ และเป็นคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์แบบหนึ่ง ส่วนจะเป็นเรื่องที่สามารถเติมเต็มความเข้าใจต่อเหตุการณ์นี้ได้หรือไม่ อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบต่อไป”

รู้แต่ว่า ถ้อยความที่เราเห็นในโลกออนไลน์นั้น มีลักษณะปัจเจกในฐานะบุคคลหนึ่ง ซึ่งต่างจากสื่อที่รายงานข่าวในฐานะสำนักข่าว สำนักพิมพ์ ทำให้ข้อมูลออนไลน์จึงเป็นพื้นที่ของคนเล็กคนน้อยที่จะแสดงจุดยืนของตัวเองต่อกรณีข่าวสะเทือนใจ โดยเฉพาะการจากไปของพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของประชาชน

ผศ.ดร.สุกรี สินธุภิญโญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อสำรวจกลุ่มคำในช่วงเหตุการณ์สวรรคตพบว่า คำที่คนไทยใช้มากที่สุดคือ พ่อ, พระองค์, รัก, เกิด

จากนั้นเมื่อลองใช้เทคนิคที่ละเอียดขึ้นก็ การสำรวจได้พบ 5 กลุ่มคำที่เชื่อมโยงกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนไทยมากที่สุด ได้แก่ 1. กลุ่มที่บ่งบอกถึงการเสด็จสวรรคต คือ เทวดา, สู่, สวรรค์, เสด็จ, สวรรคาลัย 2. กลุ่มที่บอกถึงความเคลื่อนไหว เช่น ร้องเพลงสรรเสริญ, จุดเทียน, สนามหลวง, วันที่22 ตุลาคม 2559 3. กลุ่มที่แทนความรู้สึกคนไทย เช่น พ่อ, รัก, ลูก, ตลอดไป, ท่านอยู่ในใจคนไทยทุกคน 4. คำว่า ในหลวง, พระองค์, ทรง, ท่าน ,ร้องไห้ 5. กลุ่มแสดงความรำลึก ได้แก่ ภูมิใจ, เกิด, รัชกาลที่9, คนไทยโชคดี

“นี่คือลักษณะการจัดกลุ่มคำตามถ้อยความที่ทวีต ด้วยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์โดยไม่มีคำถามอะไร แต่คำที่ได้เหล่านี้นั้นก็บอกความรู้สึกของคนไทยได้ดีต่อสิ่งที่เกิดขึ้น” หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวถึงภาพที่สะท้อนจากการเก็บข้อมูล

หลายผู้ใช้แต่ใจเดียว

ไม่ใช่แค่การใช้คำเท่านั้นที่ผู้คนแสดงออกในห้วงเวลาของความโศกเศร้า ถ้าจำกันได้ก็เป็นพื้นที่โซเชียลนี่แหละเป็นพื้นที่กระจายข่าวได้ดีที่สุด

ขบวนแปรอักษร, ขบวนช้าง, นิทรรศกาลงานศิลปะ ฯลฯ ต่างเป็นการรวมพลังของผู้คนที่อยากแสดงออกถึงความรักเท่าที่โอกาสจะอำนวยในเวลานั้น เช่นเดียวกับพระราชดำรัส หลักคำสอน และโครงการพระราชดำริ ซึ่งเน็ตยูเซอร์แต่ละรายแชร์ความประทับใจส่วนตัว

งานวิจัยอีกเรื่อง “สาระสำคัญของพระนิพนธ์ จดหมายเหตุชาวบ้านข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์ ข่าวหนังสือพิมพ์ในสายพระเนตรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ศึกษาโดย ดร.ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร อาจารย์คณะนิเศศาสตร์ จุฬา ในตอนหนึ่งบอกว่า นอกจากข่าวการสวรรคตที่ออกจากสำนักพระราชวังวัง การรายงานพระราชพิธีต่างๆแล้ว สื่อมักมีภาพสะท้อนจากคนชายขอบ คนในส่วนภูมิภาค ชนเผ่า กลุ่มผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสที่หลั่งไหลมาสักการะพระบรมศพด้วย

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้แม้จะเป็นกลุ่มคนเล็กๆ อยู่ห่างไกล แต่ก็มีความอาลัยและความรักต่อสถาบันพระมหากษัตรย์ไม่ต่างกัน

ทุกคนพร้อมจะแสดงออกตามความรู้สึกของตัวเอง แบบเดียวกับที่ผู้คนนับแสนหลั่งไหลไปยังท้องสนามหลวงเพื่อร่วมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บางคนร้องไห้อย่างไม่อายใครเมื่อฟังเพลง และมองภาพพระองค์ท่านจากอินเทอร์เน็ต

“อยากเก็บโพสต์นี้ไว้ในความทรงจำและการแจ้งเตือนทุกปี”

เรารัก เราคิดถึง จึงบันทึกเอาไว้

4 วิธีกินเจให้สุขภาพดี แบบนี้ล่ะ อิ่มทั้งกาย ได้ทั้งบุญ

4 วิธีกินเจให้สุขภาพดี แบบนี้ล่ะ อิ่มทั้งกาย ได้ทั้งบุญ

 

Credit: health.kapook.com

รับประทานเจทั้งทีก็ควรได้อิ่มบุญ ปลื้มใจ อิ่มกายแบบสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงไปด้วยในคราวเดียวกันว่าแล้วหลังจากนั้นก็มีเทคนิคดีมาฝาก

มั่นใจว่ายังมีอีกหลายท่านที่รับประทานเจกันแบบไม่ถูกทำเอาน้ำหนักพุ่งพล่านข้างหลังออกเจหรือบางบุคคลก็เจ็บป่วยเนื่องจากขาดสารอาหารบางจำพวกไป แบบงี้คงจะไม่เวิร์กแน่ถ้าเกิดจะอิ่มบุญปลื้มใจ แม้กระนั้นมาตรากตรำกายคราวหลัง คุณครูสง่า ดามาดงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัยรวมทั้งรวมทั้งผู้จัดการแผนการโภชนาการเหมาะสมกับช่วงวัย ที่ทำการกองทุนช่วยเหลือการผลิตเสริมสุขภาพ(สสส.เลยขอฝาก กลเม็ดกล้วยๆรับประทานเจแบบไม่อ้วนและไม่ขาดสารอาหาร ให้คนถือศีลรับประทานอาหารเจนำไปทำตามอย่างกัน
1. 
จำเป็นต้องแน่ใจว่าได้สารอาหารครบ กลุ่ม

ถึงแม้จะต้องยกเว้นของกินชนิดเนื้อสัตว์ ซึ่งให้โปรตีนที่จำเป็นจะต้องต่อสถาพทางร่างกาย แม้กระนั้นพวกเราสามารถรับประทานโปรตีนซึ่งได้มาจากพืช ดังเช่นว่า ถั่วเม็ดแห้ง เต้าหู้ แล้วก็โปรตีนเกษตร เพื่อเป็นการตอบแทนได้ ซึ่งโปรตีนที่ได้จากถั่วมีจำนวนไขมันน้อยกว่า แล้วก็ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ได้พอดิบพอดี โดยไม่เหลือเป็นส่วนเกิน และก็ยังมีกากใยช่วยให้ระบบขับถ่าย ที่สำคัญไม่มีคอเลสเตอรอลเสมือนในเนื้อสัตว์

2. เลี่ยงของกินที่มีแป้งหรือไขมัน

อาหารเจโดยมากจะมีไขมันรวมทั้งคาร์โบไฮเดรตสูงมากมาย เนื่องจากว่าใช้แป้งรวมทั้งน้ำมันสำหรับในการปรุงอาหารกันเป็นหลัก อาจก่อให้น้ำหนักขึ้นได้ โดยเหตุนั้นควรจะหันมาบริโภคของกินจำพวกยำต้ม หรือนึ่งให้เพิ่มมากขึ้น แล้วก็ลดอาหารจำพวกที่เป็นอาหารผัดหรือทอด โดยบางครั้งก็อาจจะหันมารับประทานอาหารไทยพวกน้ำพริกเจ รับประทานคู่กับผักสด ผักพื้นเมือง นอกเหนือจากที่จะเป็นประโยชน์แล้วยังไม่มีพิษปนด้วย

Woman Eating Fruit — Image by ฉ Blue Jean Images/Corbis

3. เน้นย้ำรับประทานผักผลไม้ช่วยต่อต้านโรค

ของกินที่มีผักผลไม้จะมีเส้นใยและก็วิตามินมากมาย ช่วยในระบบการสรุปย คุ้มครองโรคอ้วน ดังนี้ผักผลไม้ที่พวกเรารับประทานนอกเหนือจากที่จะย่อยง่ายแล้ว ยังเป็นกากใยชั้นเยี่ยมที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายรวมทั้งการย่อยของอาหารของพวกเราดำเนินการเจริญ เมื่อรับประทานเข้าไปมากมายก็จะช่วยขับของเสียรวมทั้งพิษที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายของพวกเราออกมา ช่วยคุ้มครองโรคมะเร็ง โรคหัวใจโรคเส้นเลือดและก็สมอง ฯลฯ ช่วยลดคอเลสเตอรอล แล้วก็ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ แต่ว่าจะต้องล้างผักผลไม้ทุกหนก่อนรับประทาน เพื่อคุ้มครองป้องกันสารเคมีหลงเหลือจากยากำจัดแมลงที่บางทีก็อาจจะสะสมอยู่ภายในร่างกายถ้าเกิดรับประทานเข้าไปด้วย

4. ห้ามทานอาหารรสจัด

คุณครูสง่า ชี้แจงว่า ของกินรสจัด อีกทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเปรี้ยวจัดมากเกินความจำเป็นจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังเช่นว่า ถ้ารับประทานเผ็ดจัดก็จะไปทำลายกระเพาะ รับประทานเค็มจัดจะไปทำลายไต ฉะนั้นควรที่จะเลือกบริโภคของกินรสจืดชนิดต้มหรือนึ่งเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นแกงจืดเต้าหู้ถั่วเหลือง ฯลฯ

ผู้ชำนาญด้านโภชนาการกล่าวว่า การกินเจนับว่าเป็นจารีตที่ตกทอดมายาวนาน และก็การกินเจยังประกอบไปด้วยการรักษาศีลเพื่อทำให้จิตใจให้แจ่มใส คิดดีปฏิบัติดี ไปกับการละเว้นการกินเนื้อสัตว์ด้วยเหตุดังกล่าวการกินเจให้บริบูรณ์ ก็เลยมีการกินเพื่อได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไม่มีโรคภัยต่างๆพร้อมได้สร้างบุญกุศลจากการไม่เอารัดเอาเปรียบชีวิตคนอื่นๆ

การกินอาหารเจสามารถพร้อมกันกับการบริหารร่างกาย การควบคุมอารมณ์ ไม่เครียด ลด ละ เลิกเหล้าแล้วก็ยาสูบตามหลัก 3 อ 2 ส โน่นเป็น ของกิน อารมณ์ บริหารร่างกาย ไม่ดื่มสุรา ไม่ดูดบุหรี่ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนสุขภาพ ต้องคิดถึงตลอดเทศกาลรับประทานเจนี้” คุณครูสง่า ฝากตบท้าย

ขอขอบคุณมากข้อมูลที่ได้มาจาก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โดย ฉัตรชัย นกดี team content www.thaihealth.or.th

น้ำเต้าหู้ ประโยชน์เน้น ๆ เด่นที่เครื่อง

น้ำเต้าหู้ ประโยชน์เน้น ๆ เด่นที่เครื่อง

 

Credit: health.kapook.com

นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นประโยชน์ย้ำในตนเอง ส่วนเครื่องในนมถั่วเหลืองก็เด่นไม่ใช่ย่อย


เครื่องดื่มที่ได้อีกทั้งสุขภาพ รวมทั้งยังกินได้ในตอนเทศกาลรับประทานเจอย่างน้ำนมถั่วเหลือง คนไหนก็รู้ว่ามีประโยชน์ซึ่งนำมาช่วยเสริมโปรตีน แต่ว่าวันนี้พวกเราจะมาเจาะลึกทั้งยังคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากนมถั่วเหลือง รวมทั้งประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากเมล็ดพืชที่ใส่มาเป็นเครื่องนมถั่วเหลืองอย่างพิถีพิถันกัน

ประโยช์จากน้ำนมถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองที่คั้นออกมาและก็ต้มจนกระทั่งเป็นน้ำเต้าหู้ อุดมไปด้วยโปรตีน ที่คนแพ้นมวัวก็สามารถหลีกเลี่ยงมารับโปรตีนจากนมถั่วเหลืองได้ ทั้งยังนมถั่วเหลืองยังย่อยง่าย ไม่มีไขมัน ดื่มแล้วรู้สึกอิ่มแบบไม่แน่ท้อง รวมถึงผลดีจากน้ำนมถั่วเหลืองที่พวกเรากำลังจะเสนอนี้ ถ้าหากได้ทราบก็อาจจะไม่ฉงนใจที่ใครๆจะชมเชยให้น้ำนมถั่วเหลืองเป็นซูเปอร์ฟู้ด ว่ารวมทั้งมาดูคุณประโยช์จากนมถั่วเหลืองกันเลย

1. มีสารอาหารครบอีกทั้ง กลุ่ม

นมถั่วเหลืองหรือน้ำนมถั่วเหลืองมีสารอาหารครบ กลุ่ม โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ และก็วิตามิน โดยยิ่งไปกว่านั้นจำนวนสารอาหารจำพวกโปรตีนในนมถั่วเหลือง ซึ่งมีอยู่สูงเท่ากันเนื้อสัตว์เลยเชียวล่ะ

2. มีกรดอะมิโนที่จำเป็นจะต้องต่อสภาพทางด้านร่างกายครบทั้งยัง 10 ประเภท

โปรตีนโกลบูลิน (Globulin) ที่เจอในน้ำนมถั่วเหลือง ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นจะต้องต่อสุขภาพร่างกายครบ 10 ประเภท ทั้งยังยังเป็นโปรตีนจำพวกที่ร่างกายซับได้ง่าย โดย 95% ของโปรตีนในน้ำนมถั่วเหลือง ร่างกายจะสามารถดูดซับไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดทั้งปวง

นอกเหนือจากนั้นงานศึกษาวิจัยจาก Molecular Nutrition & Food Research ปี พุทธศักราช2554 ก็เปิดเผยว่า น้ำนมถั่วเหลืองยังมีเลคสิว่ากล่าวน (Lecithin), ไอโซฟลาโวน (Isoflavone),โอลิโก (Oligo) แล้วก็เส้นใย ซึ่งมีคุณลักษณะช่วยชะลอความแก่ ช่วยปรับให้ความสมดุลของฮอร์โมนทั้งยังยังช่วยสำหรับเพื่อการถ่าย รวมทั้งคุ้มครองปกป้องเบาหวาน ลดระดับความดันเลือดสูง โรคอ้วนรวมทั้งบำรุงเส้นโลหิตแดงด้วย

3. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต

หน่วยงานของกินและก็ยา และสัมพันธ์โรคหัวใจของอเมริกา เปิดเผยว่า นมถั่วเหลืองมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในอัตราส่วนที่สูง ซึ่งกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัวจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต คุ้มครองการสั่งสมของไขมันในเส้นเลือดชั้นใน อันเป็นมูลเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและก็ความดันเลือดสูงได้

4. แหล่งรวมวิตามิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบีรวม ไนอาสิน แล้วก็วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี แล้วก็วิตามินซีในจำนวนบางส่วน แม้กระนั้นก็นับว่าเพียงแค่กินน้ำเต้าหู้เพียงแค่ถุงเดียวก็ปัดกวาดเรียบทุกวิตามินเลยล่ะทั้งใครกันแน่ถูกใจกินน้ำเต้าหู้ทุกเมื่อเชื่อวัน ผิวพรรณรวมทั้งร่างกายจะแจ่มใส ด้วยเหตุว่ามีวิตามินพวกนี้รอช่วยทำนุบำรุงร่างกายอีกด้วยนะ

5. บำรุงสมอง เพิ่มความจำ

น้ำนมถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยสารอาหารฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงาน แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ก็เลยช่วยบำรุงรักษาทั้งยังร่างกาย บำรุงสมอง และก็ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการจำได้

6. นมถั่วเหลือง ลดหุ่น

น้ำนมถั่วเหลือง มีแคลอรีอยู่ประมาณ75-200 กิโลแคลอรี ขึ้นกับความหวานและก็เครื่องที่ใส่ไว้ในนมถั่วเหลืองแต่ละแก้ว และก็ในน้ำนมถั่วเหลืองยังไม่มีคอเลสเตอรอล และก็มีกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว

ด้วยเหตุนี้คนใดที่สงสัยว่าดื่มน้ำเต้าหู้แล้วอ้วนไหมก็คงจะจำต้องตอบนี้เลยจ้ะว่า ถ้าเกิดคุณกินน้ำเต้าหู้แบบหวานน้อย ไม่ใส่เครื่อง หรือเน้นย้ำใส่เครื่องที่ให้ผลดีแก่ร่างกาย และควบคุมการรับประทานอาหารรวมทั้งบริหารร่างกายเสมอๆ ความอ้วนก็ไม่น่าจะมาเยี่ยมแน่นอน


ประโยชน์ซึ่งมาจากนมถั่วเหลืองแน่นจริงอะไรจริงมองเห็นไหมค่ะ และก็ถ้ายิ่งดื่มน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องด้วยสารพัดสารพันเมล็ดพืชด้วยแล้วละก็ ประโยช์จากเครื่องที่ใส่ไว้ในนมถั่วเหลืองแต่ละประเภท จะให้ท่านค่าทางสารอาหารอะไรดีกับร่างกายพวกเราได้ดังต่อไปนี้เลย

1. ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองไม่ว่าจะอยู่ในรูปนมถั่วเหลือง หรือนำไปต้มสุกแล้วเอามาใส่เป็นชุดแต่งกายนี้ คุณค่ารวมทั้งสารอาหารในถั่วเหลืองก็ยังครบสมบูรณ์ดี ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนที่สูงเท่ากันเนื้อสัตว์ วิตามินสารพันประเภท เกลือแร่ กรดอะมิโนที่ต้องต่อสภาพร่างกาย เส้นใย แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส รวมทั้งไขมันจำพวกไม่อิ่มตัว

2. ลูกเดือย

ลูกเดือยมีฤทธิ์เป็นยาเย็นช่วยทำนุบำรุงกำลัง บำรุงปอด ตับ ไต ม้าม มีคุณประโยชน์ทางด้านขับฉี่ขับเสลด แก้ไข้ แก้ท้องร่วง หล่อลื่นกระเพาะและก็ไส้ ขจัดปัญหาทางเท้าหายใจ ไขข้อกระดูก ทุเลาอาการเหน็บชา แก้ชัก ลดอาการบวมน้ำ รักษาอาการปอดอ่อนแอแล้วก็เป็นเลือด รักษาฝีที่ไส้ แก้ร้อนในอยากดื่มน้ำ

3. เม็ดแมงลัก

คนไหนที่ต้องการลดหุ่น บางทีอาจกินน้ำเต้าหู้ใส่เม็ดแมงลักก็ได้ เพราะเม็ดแมงลักเป็นสมุนไพรที่ช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกมาจากร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายดูดซับน้ำตาลได้ช้าลง เป็นยาระบายอ่อนประเภทหนึ่ง ทั้งคุณลักษณะขยายตัวได้ของเม็ดแมงลักยังช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม ที่สำคัญเม็ดแมงลักยังไม่มีคอเลสเตอรอลอีกด้วยนะ

4. แปะก๊วย

สมุนไพรจากเมืองจีนจำพวกนี้นิยมเอามาใส่เป็นเครื่องนมถั่วเหลืองด้วยเช่นเดียวกัน โดยแปะก๊วยสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ คุ้มครองเซลล์ถูกทำลาย มีวิตามินรวมทั้งแร่สูง แคลอรีต่ำ บำรุงสมอง เสริมสมรรถนะทางเพศ ทั้งยังช่วยทุเลาอาการ PMS ในหญิงได้ด้วยล่ะจ้ะผู้หญิง

5. ถั่วแดง

อุดมไปด้วยโปรตีนแล้วก็คุณประโยชน์ทางของกินสูงไม่มีความแตกต่างจากถั่วจำพวกอื่นๆมีคุณลักษณะสำหรับการช่วยชะลอการดูซึมน้ำตาลในเลือด ดีต่อคนไข้เบาหวาน แถมยังช่วยลดความอ้วนได้

6. เม็ดบัว

เม็ดบัวเป็นสมุนไพรที่ดีต่อแม่ท้อง เป็นยาบำรุงท้องเจริญ และไม่เจอโทษอันตรายจากการกินเม็ดบัว

7. รากบัว

ไม่ว่าจะรากบัวหรือเม็ดบัวก็มีคุณลักษณะในเรื่องช่วยทำนุบำรุงท้องได้ด้วยเหมือนกัน ทั้งรากบัวยังอุดมไปด้วยเส้นใย แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วรากบัวจะมาในรูปของกินเชื่อมน้ำตาลมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ควรจะรับประทานรากบัวแค่นิดหน่อยพอนะขา

8. งาดำ

งาดำเป็นเมล็ดพืชตัวท็อปที่บรรดาแฟนสุขภาพรู้จักดีกันดี เพราะเหตุว่างาดำมีแคลเซียมสูง ช่วยคุ้มครองโรคกระดูกพรุนได้ มีกรดไขมันจำพวกดีเลิศ บำรุงร่างกายได้หลายด้าน

9. แห้ว

ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเมืองโคโลราโดเปิดเผยว่า การบริโภคแร่โพแทสเซียมราว 4.7 กรัมต่อวันจะช่วยบำรุงรักษาระบบกล้ามรวมทั้งระบบประสาทให้ดำเนินงานปกติ แห้วก็เลยเป็นเลิศในตัวเลือกที่ดีเนื่องจากว่าแห้วเพียงแต่ 1/2 ถ้วยตวง ก็อุดมไปด้วยโพแทสเซียมมากถึง 360 มก.แล้ว ซึ่งก็เป็นปริมาณโพแทสเซียมในอัตราส่วน 1/3 ของจำนวนโพแทสเซียมที่ร่างกายควรจะได้รับต่อวันอย่างยิ่งจริงๆ

10. เฉาก๊วย

วุ้นดำบดแล้วหนึบหนับ กระดอนดึ๋ง ซึ่งไม่เพียงแค่ทานแล้วจะช่วยดับหิว แก้ร้อนในเพียงแค่นั้นนะคะ แต่ว่ายังมีฤทธิ์ขับเสลด ลดอาการกล้ามอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ว่าก็จะต้องเลือกรับประทานเฉาก๊วยแท้ๆไม่ผสมแป้งด้วยนะจ๊ะ

 


สูตรน้ำนมถั่วเหลือง

ร่ายมาซะยาวถึงประโยชน์ที่ได้รับมาจากนมถั่วเหลืองและก็บรรดาเครื่องใส่นมถั่วเหลืองสารพัดสารพันอย่าง มาถึงนี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจะคิดอยากดื่มน้ำเต้าหู้กันแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นมาทดลองดูสูตรน้ำนมถั่วเหลืองกลุ่มนี้เลยดีมากกว่า

– 6 แนวทางการทำน้ำนมถั่วเหลือง ศุตรโฮมเมดหลากรส ทำง่ายเพื่อสุขภาพ

– นมถั่วเหลืองงาดำ เครื่องดื่มสุขภาพอิ่มท้อง ต้อนรับเทศกาลรับประทานเจ

– ขั้นตอนการทำนมถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง โฮมเมดสูตรเข้มข้น ทำดื่มเองดีมากกว่า ไม่เสียอารมณ์

– นมถั่วเหลืองผสมมะนาว สูตรเด็ดคูณสอง ที่เขาว่าเป็นยาอายุวัฒนะ

ดังนี้นมถั่วเหลืองก็มีฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนผู้หญิง แล้วก็ยังให้สารอาหารชนิดคาร์โบไฮเดรตซึ่งถ้าเกิดดื่มเข้าไปมากมายอาจก่อให้กำเนิดการเสี่ยงต่อสภาวะฮอร์โมนผู้หญิงสูงเหลือเกิน และก็อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้เลือกกินน้ำเต้าหู้รสหวาน ใส่เครื่องชนิดแป้ง อย่างเช่นสาคูแถมยังมีขนมปาท่องโก๋มันย่อง หรือขนมปังทานแกล้มด้วย

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางที่ดีควรจะกินน้ำเต้าหู้เพียงแค่วันละ แก้วก็พอเพียง และก็ควรจะดื่มน้ำเต้าหู้หวานน้อย แล้วก็หลบหลีกการกินขนมปังหรือขนมปาท่องโก๋ตัวเพิ่มน้ำหนักจะดีมากกว่า

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Livestrong, FITDAY, Kcal.Memo8.com, Huffington Post, Mommy Pedia

กินเจ อะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้บ้าง?

กินเจ อะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้บ้าง?

Credit: http://www.sanook.com/health/1433/

 

คำถามยอดนิยมที่มือใหม่หัดกินเจทุกคนต้องสงสัย คืออันนู้นกินได้ไหม อันนี้กินได้ไหม เพราะอะไร แล้วกินเจกับกินมังต่างกันไหม Sanook Health! เรารวบรวมอาหารต่างๆ ที่คนสงสัยว่ากินได้ หรือไม่ได้ มาฝากกันค่ะ

 

กินเจกับกินมัง ต่างกันอย่างไร

– มังสวิรัติ สามารถทานไข่ นม และอาหารรสจัดได้ แต่ต้องไม่ปรุงจากเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของสัตว์ เช่น กะปิ น้ำปลา เป็นต้น

กินเจ ทานได้

– ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่นม เนย หรือครีมเทียม

– วิตามินเสริมอัดเม็ด ที่ไม่มีสารสกัดจากสัตว์

– ขนมกรุบกรอบ ที่ไม่มีส่วนผสมของสัตว์

– พริกไทย เป็นสมุนไพร (แต่หากรู้สึกว่ามีกลิ่นฉุน สามารถเลี่ยงได้)

– ขนมปัง (ที่เป็นขนมปังเจ หรือไม่มีส่วนผสมของนม)

– มาม่า หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (สูตรเจเท่านั้น)

– แต่งหน้า และฉีดน้ำหอม (สำหรับคนถือศีล 5 หากถือศีล 8 จะทำไม่ได้)


กินเจ ทานไม่ได้

– เหล้า เบียร์ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด

– น้ำผึ้ง (เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรังผึ้ง คนกินเจจะไม่เบียดเบียนสัตว์)

– หอยนางรม (แม้จะมีบางความเชื่อว่าสามารถทานได้ แต่หากไม่อยากเบียดเบียนสัตว์ ไม่ควรทาน)

– ผักชี (แม้ไม่อยู่ในกลุ่มผักต้องห้าม 5 ชนิด แต่จัดว่าเป็นผักที่มีกลิ่นฉุน)

– ปูอัด (แม้ไม่มีเนื้อปูจริงๆ แต่มีแป้งและเนื้อปลา)

– ชีส (เพราะมีส่วนผสมของนมวัว นมแพะ นมควาย แล้วแต่ชนิดของชีส)

– โยเกิร์ต (เพราะทำมาจากนมวัวเช่นเดียวกัน)

– สูบบุหรี่ (ผิดศีล และใบยาสูบจัดอยู่ในกลุ่มผักต้องห้าม 5 ชนิด)

– มีเพศสัมพันธ์ (ควรทำจิตใจและร่างกายให้บริสุทธิ์ผ่องใส)


กินเจ ทานได้ แต่ไม่แนะนำ

– น้ำอัดลม (ไม่มีข้อห้าม แต่น้ำตาลสูงเกินไป)

– ผงชูรส (แม้จะทำจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาลจากอ้อย แต่ผงปรุงรสอาหารอื่นๆ มักผสมเนื้อสัตว์)

– ช็อคโกแลต (ส่วนใหญ่มีนมเป็นส่วนผสม แต่หากทานดาร์คช็อคโกแลต 100% ก็สามารถทำได้ แต่หายาก)

 

กินเจไม่ใช่เรื่องยากลำบากเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เพราะสมัยนี้อาหารเจ หรืออาหารชีวจิตบางอย่างที่เป็นอาหารเจก็สามารถหาทานกันได้ง่าย และอร่อยขึ้นมาอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของเรา ตั้งใจกินเจให้ครบวันกันนะคะ หรือใครติดใจอยากกินต่อก็ยิ่งดี สุขภาพจะแข็งแรง แล้วหุ่นยังดีขึ้นอีกด้วย โชคสองชั้นเลย

 

ทานผลไม้ตามราศี

ทานผลไม้ตามราศี

ทานผลไม้ตามราศี

 

ประเทศไทยเป็นแหล่งที่ปลูกผลไม้นานาชนิด ซึ่งผลไม้แต่ละชนิดที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละครั้งนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น แต่ถ้าจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดเราควรเลือกรับประทานผลไม้ตามธาตุเกิดของเราเอง

 

ธาตุดิน คือผู้ที่เกิด ราศีพฤษภ (ระหว่างวันที่ 14 พ.ค.-14 มิ.ย.) ราศีกันย์ (ระหว่างวันที่ 17 ก.ย.-16 ต.ค.) ราศีมังกร (ระหว่างวันที่ 14 ม.ค.-12 ก.พ.) มักเสี่ยงกับโรคอ้วน น้ำหนักมากและโรคอื่นๆ เช่นความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงโรคทางเดินหายใจ ควรรับประทานคาร์โบโฮเดรตให้น้อย แต่ทานผักผลไม้ให้มาก ผลไม้ที่เหมาะกับธาตุดินคือ มะละกอสุก เงาะ มะพร้าว มะปราง กล้วยน้ำว้า เมลอน ลำไย ฝรั่ง มะม่วงสุก มังคุด

 

ธาตุน้ำ คือผู้ที่เกิด ราศีกรกฎ (ระหว่างวันที่ 16 ก.ค.-16 ส.ค.) ราศีพิจิก (ระหว่างวันที่ 16 พ.ย.-15 ธ.ค.) ราศีมีน (ระหว่างวันที่ 14 มี.ค-15 เม.ย) มักพบกับปัญหาเรื่องเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหืด มักมีอาการไอและเป็นหวัดได้ ควรจะกินอาหารที่มีรสเปรี้ยว หรือผลไม้วิตามินซีสูงผลไม้ที่เหมาะสมกับคนธาตุน้ำคือ กระเจี๊ยบ มะยม ส้ม ลิ้นจี่ องุ่น ชมพู่ มะม่วง สละ ลองกอง กระท้อน สับปะรด มะขามป้อม สตรอเบอรี่ เชอรี่

 

ธาตุลม คือผู้ที่เกิด ราศีเมถุน (ระหว่างวันที่ 15 มิ.ย-15 ก.ค.) ราศีตุลย์ (ระหว่างวันที่ 17 ต.ค.-15 พ.ย.) ราศีกุมภ์ (ระหว่างวันที่ 13 ก.พ.-13 มี.ค.) มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคข้อ กระดูก โรคกระเพาะในระบบย่อยอาหาร เช่นท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก มีลมแน่น จุกเสียด และเป็นลมได้ง่ายผลไม้ประจำธาตุคือ แตงไทย แตงโม เงาะ น้อยหน่า แก้วมังกร มังคุด มะละกอ มันแกว ชมพู่

 

ธาตุไฟ คือผูที่เกิด ราศีเมษ (ระหว่างวันที่ 16 เม.ย.-13 พ.ค.) ราศีสิงห์ (ระหว่างวันที่ 17 ส.ค.-16 ก.ย.) ราศีธนู (ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.-13 ม.ค.) มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร ผิวหนังแพ้ง่ายผิวหนังอักเสบ ร้อนใน เป็นแผลในปากและท้องเสียบ่อย ผลไม้ประจำธาตุคือ แตงโม มันแกว ชมพู่ มะละกอ พุทรา แตงไทย มะพร้าว ลูกจาก ลูกตาลอ่อน แอปเปิ้ล

 

ผลไม้ที่เป็นมงคล

1. ลำไย เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความหวานชื่น ลำไยภาษาจีนแปลว่าดวงตามังกร

ซึ่งมังกรเป็นสัญลักษณ์ของอ่องเต้ เมืองจีนจึงหมายถึง ความเป็นผู้ที่มีอำนาจ เป็นผู้นำปวงชน ฉะนั้นลำไยเป็นผลไม้มงคลที่เชื่อว่า เป็นตัวแทนแห่งความรัก ความเป็นผู้นำ และความมีอำนาจวาสนา

2. ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ช้นสูงของคนจี ที่มักนิยมนำไปใช้ในงานมงคลต่างๆ เนื่องด้วยสีแดงสดของลิ้นจี่นั้น คนจีนถือว่าเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล

3. สับปะรด เป็นผลไม้มงคล ที่คนนิยมนำไปไหว้ในพิธีการต่างๆ เชื่อกันว่าจะทำให้เกิดความรอบคอบ รอบรู้ในสิ่งต่างๆ ดูแลกิจการงานได้ทั่วถึง สายตากว้างไกล

4. กล้วย เป็นผลไม้มงคลแห่งการแตกหน่อ แตกสาขา ซึ่งในธรรมชาติของต้นกล้วยนั้น สามารถแตกหน่อยไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีวันจบ จึงเป็นผลไม้แห่งการเชื่อถือในด้านการมีบุตรสืบสกุล มีบริวารมากมาย

5. ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง มีเนื่อในที่สวยงาม สีเหลืองดั่งทองคำ ด้วยความฉลาดหลักแหลมของธรรมชาติ จึงได้สร้างเกราะคุ้มกันเนื้อในสีทอง สร้างหนามแหลมคมรอบตัว เพื่อป้องกันสัตว์ร้าย ฉะนั้นทุเรียนจึงเป็นผลไม้มงคลที่เชื่อว่า เป็นตัวแทนของความฉลาดหลักแหลม เข้มแข็ง สามารถป้องกันตนเองได้

 

 

เทศกาลกินเจ 2560 วันที่ 20 – 28 ตุลาคม 2560

เทศกาลกินเจ 2560 วันที่ 20 - 28 ตุลาคม 2560

Credit: hilight.kapook.com

เทศกาลรับประทานเจ 2560 วันที่ 20 ต.ค. ถึง 28 ต.ค. วิธีการรักษาศีลและรับประทานอาหารเจห้ามรับประทานอะไรบ้าง รับประทานขนมปาท่องโก๋ได้ไหม ความเป็นมามีความจำเป็นยังไง มาดูกัน 

เมื่อถึงวันขึ้น เย็น เดือน 9 (ตามปฏิทินจีนของทุกปี พวกเราจะมองเห็นธงสีเหลืองมีตัวอักษจีนประดับประดาอยู่ตามห้องอาหาร และก็ที่ต่างๆเป็นเครื่องหมายว่า เริ่มไปสู่เทศกาลรับประทานเจแล้ว โดยในปี 2560 ปฏิทินจีนพบว่า เทศกาลรับประทานเจ ตรงกับวันที่ 20-28 เดือนตุลาคม2560

แต่ว่าบางบุคคลบางทีอาจรับประทานเจล่วงหน้า 24 ชั่วโมง หรือที่เรียกว่า "ล้างท้องนั่นเอง และก็วันนี้พวกเราก็มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทศกาลรับประทานเจมาฝากจ้ะ ...

ความหมายของเจ

คำว่า "เจในภาษาจีนทางศาสนาพุทธข้างอาจริยวาทหมายความว่า "โบสถ์เดิมมีความหมายว่า"การกินอาหารก่อนถึงตอนเที่ยงวันตามแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนสุดที่รักษาโบสถ์ศีล หรือถือศีลที่จะไม่รับประทานของกินหลังเที่ยงวันไปแล้ว แต่ว่าสำหรับพุทธนิกายอาจริยวาทนั้น การดูแลรักษาโบสถ์ศีลจะรวมทั้งการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย พวกเราก็เลยนิยมเรียกการไม่ทานเนื้อสัตว์รวมไปกับการกินเจ ในตอนนี้คนที่กินอาหารทั้งยัง มื้อ แต่ว่าไม่รับประทานเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า "รับประทานเจโดยเหตุนี้ความหมายของคนรับประทานเจ ไม่เฉพาะแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ว่ายังจำต้องดำรงตนอยู่ในจริยธรรมอันดีเลิศ มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งยังกาย ถ้อยคำ หัวใจ 

"การกินเจตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 คือ การรักษาศีลอย่างญวนแล้วก็จีนที่ไม่รับประทานของสดคาว แต่ว่าบริโภคของกินชนิดผักที่ไม่มีของสดคาวผสม ซึ่งมาจากรากศัพท์คำภาษาจีนที่ว่า "เจี๊ยะฉ่าย" คือ การกินของกินผัก ของกินที่มาจากผักธรรมชาติ ไม่มีเนื้อสัตว์ปนเป และไม่ปรุงด้วยผักฉุน ประเภท ดังเช่น กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุช่าย ใบยาดูด แล้วก็ละเว้นนมสด นมข้นด้วย เพราะว่านับว่าเป็นของสดคาว 

ขณะรับประทานเจ 

จารีตประเพณีรับประทานเจที่คนจีนเรียกกันว่า "เก้าอ๊วงเจหรือ "กิ้วอ๊วงเจแสดงว่า "เจเดือน 9"เริ่มในวันขึ้น เย็น ถึง เย็น เดือน ตามปฏิทินจีน รวม วัน คืน ตรงกับเดือน 11 หรือตุลาคมของไทย (ตามปฏิทินสากลโดยคำว่า "เก้าอ๊วงหรือ "กิ้วอ๊วงหมายความว่า "พระมหากษัตริย์ องค์หรือพราชา หมายคือผู้เป็นใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุของขนบธรรมเนียมรับประทานผักรับประทานเจ

เทศกาลรับประทานเจ 2560 เริ่มวันไหน

สำหรับเทศกาลรับประทานเจ 2560 จะเริ่มเมื่อวันที่ 20 เดือนตุลาคม ไปจบในวันที่ 28 ต.ค. 2560

ความหมายของ "ธงเจ

ในตอนเทศกาลรับประทานเจ พวกเราจะมองเห็นธงประจำเทศกาล โดยมีพื้นธงเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีที่อนุญาตให้ใช้กับคนสองกรุ๊ปเพียงแค่นั้น เป็นกรุ๊ปกษัตริย์ วงศ์สกุล และก็กรุ๊ปคุณครูปราบผี ดังจะมองเห็นจากยันต์สีเหลืองตามภาพยนตร์จีน ด้วยเหตุนี้สีเหลืองก็เลยเป็นสีของศาสนาพุทธ หรือผู้ทรงศีลบนธงจะเขียนตัวหนังสือสีแดง อ่านว่า "ไจหรือ "เจแปลว่า "ของไม่มีคาวเหตุที่ใช้สีแดงเนื่องจากคนจีนมั่นใจว่า เป็นสีมงคล สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชีวิต 

ธงเจนอกจากจะเป็นเครื่องหมายของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้ชาวพุทธที่กระทำตนถือศิลกินอาหารเจได้ตระหนักถึงการไม่เอารัดเอาเปรียบชีวิตสัตว์ แล้วก็การตั้งอยู่ในศีลตลอดตอนรับประทานเจ

เพราะเหตุใดจะต้องรับประทานเจ พวกเรารับประทานเจเพื่ออะไร 

วัตถุประสงค์หลักของการกินเจ แบ่งออกได้เป็น ชนิดเป็น 

1. รับประทานเพื่อสุขภาพ เนื่องจากว่าอาหารเจเป็นของกินชีวจิต เมื่อรับประทานต่อเนื่องกัน จะมีผลให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆออกมาจากร่างกายได้ รวมทั้งปรับระบบต่างๆภายในร่างกายให้มีเสถียรภาพ 

2. รับประทานด้วยจิตเมตตา เนื่องด้วยวันแล้ววันเล่า ของกินที่พวกเรารับประทานมีเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ คนที่มีจิตใจดีเลิศก็เลยไม่สามารถที่จะรับประทานเนื้อของสัตว์พวกนั้นได้ 

3. รับประทานเพื่อเว้นบาป ด้วยเหตุว่าการฆ่าเอาเลือดเนื้อคนอื่นมาเป็นของพวกเราเป็นการก่อเวรก่อกรรม แม้ว่าจะมิได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม เพราะว่าการซื้อคนอื่นๆพอๆกับการว่าจ้างฆ่า ถ้าเกิดปลอดคนรับประทานก็ปลอดคนฆ่ามาขาย คนที่รู้เรื่องเรื่องกฎแห่งกรรมก็เลยหยุดรับประทาน หันมากินอาหารเจแทน โดยมองไม่เห็นแก่ความอร่อยในช่วงสั้นๆเพียงแต่ให้อาหารผ่านลิ้นแค่นั้น 

เทศกาลกินเจ
เทศกาลกินเจ

 

ตำนานการกินเจ 

ตำนานสาเหตุของการกินเจ มีเรื่องมีราวเล่าอยู่ถึง เรื่องตัวอย่างเช่น 

ตำนานที่ นึกถึงวีรชนทั้งยัง 

เทศกาลรับประทานเจเริ่มขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีที่ผ่านมา โดยคนจีนรับประทานเจเป็นการบำเพ็ญทานเพื่อนึกถึงวีรชน คน ซึ่งเรียกว่า "หงี่หั่วท้วงซึ่งได้ต่อสู้กับชาวแมนจูผู้บุกรุกอย่างกล้าหาญ หากแม้จะแพ้รวมทั้งถูกตายก็ตาม โดยเหตุนั้นเมื่อถึงวันขึ้น เย็น เดือน คนจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู ก็เลยพากันนุ่งขาวคลุมขาว ถือศีลรับประทานอาหารเจ เพื่อนึกถึงเหล่านักสู้"หงี่หั่วท้วงที่ได้ต่อสู้สละชีพในคราวนั้น เนื่องจากมั่นใจว่าการกระทำแบบนี้จะช่วยจ่ายจิตวิญญาณให้กำเนิดความแข็งแกร่งทางร่างกายแล้วก็จิตใจ 

ตำนานที่ บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

มั่นใจว่า เป็นการประกอบพิธีบาปเพื่อสักการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตสมัย องค์ แล้วก็พระมหาพระโพธิสัตว์อีก องค์ รวมเป็น องค์ร่วมกัน หรืออีกความหมายหนึ่งเรียกว่า "ดาวพระเคราะห์ดังเช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ พระวันอังคาร พระพุธ พระวันพฤหัสบดี พระวันศุกร์ พระเสาร์ พระราหู รวมทั้งพระเกตุ ในพิธีบูชาบูชานี้ สาธุชนในพุทธศาสนาจะสละเวลาทางโลกมาบำเพ็ญศีล ละเว้นเนื้อสัตว์ แล้วก็แต่งตัวด้วยชุดขาว 

ตำนานที่ เก้าอ๊วงข้างอาจริยวาท 

กล่าวไว้ว่า การกินเจเป็นพิธีการปฏิบัติที่สืบต่อกันมาของคนจีนในประเทศไทย เพื่อสักการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยโบราณ องค์ ดังมีในพระสูตร ปั๊กเต๊าโก๋ว วุดเชียวไจเอียงชั่วช้าภรรยาเกกล่าวไว้เป็น พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ พระศรีรัตโลกประภาโมษอิศวรพุทธะ พระเวปุลลรัตโลกชาติชั้นวรรณะสิทธิพุทธะ พระต้นอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาตอนพุทธะ พระธรรมความเห็นธรรมสาครจรโลกใจพุทธะ พระเวปุลลจันทรโภคไภสัชชไวฑูรย์พุทธะแล้วก็พระมหาพระโพธิสัตว์อีก องค์ เป็นพระศรีสุขโลกปัทมอรถยนต์ยอดเยี่ยมพระพุทธเจ้า และก็พระศรีเวปุลกสังสารโลกสุขอิศวรพระพุทธเจ้า รวมเป็น องค์ (หรือ "เก้าอ๊วง")

ทรงตั้งประณิธานจะโปรดสัตว์โลก ก็เลยได้แบ่งกายมาเป็นทวยเทพเทวดา องค์ร่วมกันเป็น ไต้อวยเอี๊ยงเม้งทัมข้างหลังไทแชกุน ไต้เจีชูอิมเจ็งกื้อมึ้มึนวนแชกุน ไต้กวนจิงหยิ้งลุกช้งเจงแชกุน ไต้ฮั่งเฮี่ยงเม้งม่งเคีชูนิวแชกุน ไต้ปิ๊กตังง้วนเริ่ดเจงกังแชกุน ไต้โพ้วปั๊กวางท่าบู๊เอีชูกี่แชกุน ไต้เพียวเทียนกวนพัวกุขี้ตระหนี่วนแชกุน ไต้ตั่งเม้งงั่วคูแชกุน ฮุ้ชูวงไตเพีชูแชกุน ทวยเทพเทวดาทั้งยัง องค์ ทรงพลังตบะอันเรืองฤทธิ์บริหารธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วก็ทองคำ ทั่วทุกพื้นพิภพน้อยใหญ่ทุกที่ 

ตำนานที่ พิธีบูชาเพื่อคิดถึงวงศ์สกุลแซ่ซ้อง 

มั่นใจว่าการกินเจเป็นการบูชากษัตริย์เป๊ง กษัตริย์องค์ท้ายที่สุดของวงศ์สกุลแซ่ซ้องซึ่งสวรรคตโดยทรงทำการฆ่าตัวตาย (การฆ่าตัวตายในช่วงเวลาที่เสด็จเยี่ยมไต้หวันโดยทางทะเล เมื่อมีพระชนมายุได้ ปี พิธีบูชาเพื่อรำลึกถึงวงศ์สกุลแซ่ซ้องนี้ มีแต่ว่าเฉพาะในบริเวณฮกเกี้ยนซึ่งเป็นดินแดนผืนในที่สุดของวงศ์สกุลแซ่ซ้องเพียงแค่นั้น โดยชาวฮกเกี้ยนได้ทำพิธีการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ขึ้นด้วยการอาศัยศาสนาบังหน้าการบ้านการเมือง จารีตนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยโดยคนจีนแต้จิ๋วที่ย้ายถิ่นจากฮกเกี้ยนเอามาเผยแผ่อีกทอดหนึ่ง 

ตำนานที่ เล่าเอี๋ย 

เมื่อ 1,500 ปีกลายในเขตกังไสซึ่งเป็นดินแดนที่ความเจริญ ฮ่องเต้เมืองนี้มีบุตรชาย ท่านซึ่งเก่งทั้งยังบุ๋น บู๊ ทำให้หัวเมืองต่างๆยอมสวามิภักดิ์ นอกจากดินแดนโก่งเลี้ยดที่มีอำนาจแข็งแกร่ง แล้วก็มีกองกำลังทหารที่เหนือกว่า ทั้งคู่ดินแดนทำศึกทำสงครามกันมาถึงครั้งที่ ดินแดนโก่งเลี้ยดชนะโดยการทุ่มกองกำลังทหารที่มากกว่าหลายเท่าตัว ปิดล้อมกองทัพบุตรชายทั้งยังเก้าไว้ทุกด้าน แม้กระนั้นกองทัพโก่งเลี้ยดไม่สามารถที่จะบุกเข้าเมืองได้ก็เลยถอนทัพกลับกลับ กระทั่งวันหนึ่งชาวกังไสกำเนิดความแตกสามัคคีรวมทั้งเอารัดเอาเปรียบกัน เทวดารู้ว่า อีกไม่นานกังไสจะกำเนิดภัยอันตรายก็เลยหาผู้สมัครใจช่วย แต่ว่าราษฎรจะปลอดภัยได้ก็เมื่อได้สร้างผลบุญของตน ผีโอรสองค์โตอาสา รวมทั้งจ้องดูญาณมีความเห็นว่า ควรจะเริ่มที่บ้านคนรวยใจดีลีฮั้วก่าย 

คืนวันหนึ่งคนใช้แจ้งคนมั่งมีลีฮั้วก่ายว่า มีขอทานโรคเรื้อนมาขอเจอ คนมั่งคั่งก็เลยมอบเงินปริมาณหนึ่งให้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับพาหนะ แต่ว่าขอทานไม่ไป รวมทั้งประกาศให้ชาวกรุงรักษาศีลและรับประทานอาหารเจตรงเวลา วัน คืน ใครกันแน่ประพฤติตามภัยพินาศจะหายไป คนมั่งมีเอามาปฏิบัติก่อน รวมทั้งคนอื่นๆก็เลยกระทำตาม จนถึงมีการจัดให้มีละครเพลงเป็นมหรสพในตอนรับประทานเจด้วย 

เล่าเอี๋ยกำเนิดเชื่อถือจารีตรับประทานเจของบริเวณกังไส ก็เลยได้เล่าเรียนหนังสือเรียนการกินเจของคนรวยลีฮั้วก่ายที่บันทึกไว้ แต่ว่าได้ปรับเปลี่ยนพิธีบูชาอะไรบางอย่างให้รัดกุมเพิ่มขึ้นแล้วก็ให้มีพิธีการชูยอดฮ่องเต้ (พิธีการชวนพระอิศวรมาเป็นประธานสำหรับเพื่อการรับประทานเจ)

ตำนานที่ เล่าเซ็ง 

มีชายขี้เหล้าเมายาคนหนึ่งชื่อ เล่าเซ็ง หลงผิดว่า แม่ตนตายไปเนื่องจากเป็นโรคขาดสารอาหาร จนกระทั่งคืนวันหนึ่งแม่มาเข้าฝันว่า ตนตายไปได้รับความสำราญมากมาย เพราะว่าแม่รับประทานแต่ว่าอาหารเจ แล้วก็แม้ลูกอยากเจอให้ไปที่เขาโพถ้อซัว บนเกาะน่ำไฮ้ ครั้นเมื่อถึงเทศกาลไหว้พระพระพุทธเจ้ากวนอิมที่เขาโพถ้อซัว เล่าเซ็งก็เลยขอตามเพื่อนบ้านไปไหว้พระพระพุทธเจ้าด้วย โดยเพื่อนบ้านให้เล่าเซ็งคำสัญญาว่า จะไม่ดื่มเหล้าและก็เนื้อสัตว์ก็เลยยินยอมให้ไป แม้กระนั้นกลางทางเล่าเซ็งไม่ทำตามสัญญา เพื่อนบ้านก็เลยหนีไป โชคดีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งอยากไปไหว้พระพระพุทธเจ้าด้วยเหมือนกัน เขาก็เลยขอตามนางไปด้วย 

เมื่อถึงเขาโพถ้อซัว ในตอนที่เล่าเซ็งก้มตัวไหว้พระพระพุทธเจ้าอยู่นั้น เขามองเห็นแม่ลอยอยู่เหนือกระถางปักธูป แต่ว่าผู้อื่นไม่เห็น ขณะเขาเดินทางกลับ ได้พบกับเด็กผู้ชายยืนร้องไห้อยู่ ก็เลยเข้าไปสอบถามจนถึงทราบดีว่า เด็กคนนั้นเป็นลูกชายของเขากับเมียเก่าที่เลิกร้างไปนานแล้ว เขาก็เลยพาไปอยู่ด้วย และก็ถัดมาหญิงสาวที่นำทางเล่าเซ็งไปพบพระพุทธเจ้าได้มาขออยู่ด้วย อีกทั้งสามอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข 

หญิงสาวคนนั้นเป็นสาวบริสุทธิ์ มีความประพฤติดี อยู่ในคุณธรรม และก็ถือศีลรับประทานอาหารเจอยู่เป็นประจำ นางทราบว่าใกล้ถึงวันตายของนางแล้ว ก็เลยบอกเซ็ง เมื่อถึงวันนั้นนางแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งตัวขาวสะอาด นั่งชั่วประเดี๋ยวและจากนั้นก็หมดลม เล่าเซ็งมองเห็นการจากไปด้วยดีของนางคล้ายกับแม่ ก็เลยกำเนิดเชื่อถือ ชูทรัพย์สินให้ลูกชาย แล้วทำตัวใหม่ เมื่อตายไปจะได้เกิดผลเหมือนกับแม่แล้วก็หญิงสาว ขนบธรรมเนียมรับประทานเจก็เลยเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น 

ตำนานที่ การกินเจที่จังหวัดภูเก็ต 

มีภาควิชางิ้วจากเมืองจีน มาเปิดการแสดงที่อำเภอกะทู้นานเป็นนานนับปี บังเอิญตอนนั้นกำเนิดโรคระบาดขึ้น ภาควิชางิ้วก็เลยจัดให้มีพิธีการรับประทานเจ รวมทั้งสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อสะเดาะเคราะห์ต่อจากนั้นโรคระบาดก็หาย ชาวกะทู้กำเนิดความนับถือก็เลยประพฤติตาม ภายหลังจากประกอบพิธีอยู่ราว 2-3 ปี ก็มีผู้คนเลื่อมใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆประกอบกับอยากได้พิธีการรับประทานเจที่สมบูรณ์แบบตามจารีตเขตกังไส จีน ก็เลยได้ส่งตัวแทนไปนำควันธูป (เฉาเอี้ยน) จากกังไสให้ลอยมาถึงจังหวัดภูเก็ต โดยสำหรับในการเดินทางกลับต้องรอจุดธูปต่อกันไม่ให้ดับมอด ศาลเจ้ากะทู้ก็เลยขึ้นชื่อว่าฯลฯตำรับของพิธีการรับประทานเจในตอนนี้ 

สำหรับประเทศไทยความเชื่อถือหัวข้อการรับประทานเจ เป็นไปในหนทางของการงดเว้นการสังหารของสัตว์ เพื่อเป็นการสักการบูชาแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งมหาพระโพธิสัตว์กวนอิม บางทีอาจด้วยเหตุว่าการแพร่หลายของการยกเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มชนที่เชื่อถือ "เจ้าแม่กวนอิมการกินเจก็เลยเป็นอีกหนึ่งพิธีการเพื่อสักการ 


เทศกาลรับประทานเจ ที่ จังหวัดจังหวัดภูเก็ต

เทศกาลรับประทานเจ ที่ จังหวัดจังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต เมืองที่เทศกาลเจ 

จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่จัดขนบธรรมเนียมการกินพบปิ้งยิ่งใหญ่ทุกๆปี โดยมาจากฐานรากความเชื่อถือเดียวกัน ชาวจีนเรียก "เจเดือนเก้าแม้กระนั้นหากนับตรงกับเดือนไทยก็จะได้ตรงกับเดือน 11 โดยเหตุนั้นเทศกาลรับประทานเจที่จังหวัดภูเก็ตก็เลยมีขึ้นข้างหลังเทศกาลรับประทานเจปกติ บางครั้งบางคราวพวกเราก็เลยมักมากยินชื่อเรียกของเทศกาลรับประทานเจที่จังหวัดภูเก็ตว่า เป็นเทศกาลรับประทานผัก ซึ่งตามที่เป็นจริงแล้วหลังจากนั้นก็เป็นการกินเจในแบบ แล้วก็ช่วงเวลา วันด้วยเหมือนกัน 

10 วันของเทศกาลรับประทานเจ 

จารีตรับประทานเจจะจัด วัน 9

วันแรก แต่ละศาลเจ้าก็จะมองยามยามว่า จะชวนเจ้ามาเวลาใด แม้กระนั้นไม่เกินเที่ยงวัน โดยใช้"ปวย" 2 อันเสี่ยงทายโดยการโยน ครั้ง แม้ อันหงาย อันคว่ำ มีความหมายว่า เจ้าอีกทั้ง ได้เสด็จลงมาแล้ว การกินเจจะเริ่มขึ้น แม้กระนั้นคนโดยมากมักทานกันล่วงหน้าเพื่อล้างท้อง 

ที่จังหวัดภูเก็ตในกลางคืนจะมีพิธีการชูเสา "โกเต้ง" ขึ้นที่หน้าศาลเจ้า หรืออ๊าม เพื่อใช้เป็นที่ห้อยตะเกียง ดวง และก็เชิญวิญญาณของชูยอดฮ่องเต้ หรือ พระอิศวร แล้วก็ กิ้วอ๋องไต่เต่ หรือ ราชาผู้เป็นใหญ่เก้ามาประทับ 

ยามเช้าวันที่สอง จะมีการจุดธูปขนาดใหญ่ ตั้งเครื่องสังเวยแล้วก็เผาไม้หอม เพื่อบูชาขาประจำอ๊าม

ข้างหลังพิธีกรรมรับประทานเจ หรือชาวจังหวัดภูเก็ตเรียก "การกินผักผ่านไป วัน จะจัดว่าตนเองมีความสะอาดแล้ว หรือเรียกว่า "เช้งในเวลาค่ำมีพิธีกรรมชักชวนเจ้าเข้าเจ้าอีก องค์หมายถึง"ลำเต้าเจ้าผู้ตรวจสอบคนกำเนิด และก็ "ปักเต้าเจ้าผู้ตรวจสอบคนเสียชีวิต รวมทั้งประกอบพิธี "ปั้งกุ้น"หรือพิธีการปลดปล่อยพระ หรือการจัดทหารของเจ้าไปรักษาศาลเจ้าอีกทั้ง ด้าน เพื่อคุ้มครองป้องกันสิ่งเลวร้าย รวมทั้งภูตผีปีศาจมาทำลายพิธีการ ความสนุกสนานร่าเริงเริ่มขึ้นนี้ เมื่อการเชิญทหารเต็มไปด้วยคนทรงของผู้แสดง เช่น เห้งเจีย บู๊สง ฯลฯ 

วันที่สี่ เป็นวันที่คนโดยมากจะมาไหว้ วันนี้ศาลเจ้าต่างๆจะแออัดไปด้วยผู้คน 

วันที่เจ็ด จะเริ่มพิธีบูชาดาว เพื่อขอความเป็นมงคล รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นอีกวันหนึ่งที่มีการไหว้ แต่ว่าวันนี้สำคัญกว่าวันที่สี่ เรียกว่า "ไหว้ใหญ่ในวันนี้จะมีการซื้อเต่าปลาไหลนก อื่นๆอีกมากมายมาไหว้ด้วย 

วันที่แปด วันนี้จะมีการประเพณีลอยกระทง เหมือนการลอยกระทงของชาวไทย เพื่อขอบพระคุณเจ้าแม่แม่น้ำคงคาที่ให้น้ำใช้ น้ำ และก็ให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ นอกเหนือจากนี้ที่จังหวัดภูเก็ตยังมีการจัดขบวนอย่างใหญ่โต เพื่อนำคานหามไปรับพระจำหลักที่สะพานหิน เป็นการคิดถึงวันที่ควันธูปจากบริเวณกังไสมาถึงจังหวัดภูเก็ต ในขบวนจะมีการแสดงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของม้าทรง หรือ คนทรงเจ้าเข้าผีซึ่งส่วนมากเป็นเพศชาย จะเห็นภาพของการใช้ของมีคมต่างๆทิ่มแทงตามร่างกาย มีอีกทั้งง้าว ลูกตุ้มเหล็กฟาดหน้าฟาดข้างหลัง เอาขวานจามข้างหลัง หรือเอาเหล็กแหลมทิ่มแทงร่างกาย หรือแทงลิ้นตราบจนกระทั่งเชือดลิ้นตนเองออกมา โดยทรงพวกนั้นอ้างถึงว่าไม่มีความเจ็บอะไรก็แล้วแต่ขณะเป็นคนทรง ม้าทรงจะเดินเต้นไปทั้งเมือง ราษฎรจะจัดโต๊ะของเส้นไหว้ เพื่อเจ้าไปโปรดและก็มีการจุดพลุตลอดทาง อีกทั้งเกาะปกคลุมด้วยควันธูปรวมทั้งดอกไม้ไฟ 

วันที่เก้า ตอนเช้าจะมีพิธีการบริจาคทาน หรือเรียกว่า "สิโกว" เป็นการให้ทานแก่ผีไม่มีเครือญาติค่ำคืนจะมีแห่มังกรสิงโตขบวนของเด็กที่จัดเพื่อเป็นสีสัน 

ในช่วงเวลาที่จังหวัดภูเก็ตจะมีพิธีการศักดิ์สิทธิ์เป็นพิธีการ "โก้เก๋โห้ย" หรือพิธีการฝ่าไฟสะเดาะเคราะห์ ม้าทรง หรือเจ้าจะเดินผ่านกองไฟ ที่มีถ่านร้อนแดงเป็นระยะทางกว่า ฟุต รวมทั้งและก็ตามด้วยคนที่รักษาศีลและรับประทานอาหารเจที่มีความแน่ใจว่าตนเองสะอาดแล้ว ก็สามารถร่วมฝ่าไฟได้ด้วยด้วยเหมือนกัน ในยามค่ำคืนจะมีพิธีการตะกายบันไดมีด สูงโดยประมาณ 12 เมตร แล้วก็จบลงที่ยามดึกของคืนวันที่ จะมีการแห่พระไปส่งสมุทรรอบๆสะพานหิน แล้วก็นำเสาโกเต้งลงดับโคมทั้งยัง เป็นเสร็จพิธีการรับประทานเจที่จังหวัดภูเก็ต 

วันที่สิบ เป็นวันส่งเจ้ากลับ

อาหารเจ มีอะไรบ้าง 

อาหารเจถือว่าเป็นของกินที่เป็นประโยชน์ และไม่เป็นพิษต่อสภาพทางด้านร่างกาย ด้วยเหตุว่าได้โปรตีนจากถั่วต่างๆแล้วก็ยังย่อยง่าย เป็นการแบ่งเบาภาระของระบบการทำงานเกี่ยวกับการย่อยอาหาร แล้วก็ระบบขับถ่าย คนที่กินเจ สามารถเลือกส่วนประกอบดังนี้มาทำกับข้าวได้เป็นข้าวซ้อมมือ (ใช้แทนข้าวขาวโปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาชนิด เต้าหู้ แป้งสาลีกึง รวมทั้งสับเปลี่ยนเวียนกันทำเป็นของกินประเภทต่างๆปัจจุบันนี้มีเมนูอาหารจำนวนหลายชิ้น ซึ่งหลายรายการอาหารทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ได้เหมือนจริง ดังเช่นว่า ขาหมูเจที่ทำมาจากแป้ง รวมทั้งถั่ว อื่นๆอีกมากมาย 

รับประทานเจ กับ มังสวิรัติ แตกต่างกันเช่นไร 

หลายท่านบางทีอาจสงสัยว่า "รับประทานเจต่างกับ "รับประทานมังสวิรัติยังไง ด้วยเหตุว่าของกินมังสวิรัติก็เป็นของกินที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นองค์ประกอบเหมือนกัน แม้กระนั้นมังสวิรัติสามารถทานผักได้ทุกประเภท แม้กระนั้นอาหารเจ จำต้องเว้นผักฉุน จำพวกหมายถึงกระเทียม หัวหอม (รวมถึงหอมแดง หอมขาว หัวหอมใหญ่ ต้นหอมหลักเกียว (กระเทียมโทนจีน ไม่ค่อยเจอในประเทศไทย)กุช่าย แล้วก็ใบยาดูด และก็ของเสพติดทุกประเภท และก็ยังจำเป็นต้องทำตัวศีลร่วมด้วย ก็เลยจะเป็นการถือศีลรับประทานอาหารเจที่จริงจริง ระหว่างที่มังสวิรัติ คือ การไม่รับประทานเนื้อสัตว์เพียงแค่นั้น 

หลักธรรมสำหรับในการรับประทานเจ 

การกินเจตั้งมั่นอยู่บนหลักธรรมสำคัญ ประการ 

1. การดำรงอยู่อยู่ด้วยของกินที่ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่นเป็นไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายแหล่มาเพิ่มเติมบำรุงเลี้ยงชีวิตของตนเองไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายแหล่มาเป็นเลือดของตัวเอง และไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายแหล่มาเป็นเนื้อของตน 

2. การดำเนินชีวิตอยู่ด้วยของกินที่ไม่เอารัดเอาเปรียบตัวเองเป็นจะกินสิ่งใดเข้าไปจำต้องไม่ทำให้ร่างกายย่ำแย่พอๆกับเป็นการเอารัดเอาเปรียบตัวเอง ด้วยเหตุนี้ก็เลยมีการห้ามของมึนเมา ยาเสพติดในขณะที่วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์รับรองว่า เลือดและก็เนื้อของสัตว์ที่ถูกฆ่าตายเต็มไปด้วยอันตรายมากเนื้อสัตว์กลุ่มนี้ก็เลยจัดเป็นพิษประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน การยกเว้นก็เลยมีผลดีต่อสถาพทางร่างกายอีกด้วย 

แนวทางล้างท้องก่อนรับประทานเจ

การล้างท้องก่อนรับประทานเจเป็นการกินเจก่อนถึงวันเทศกาลเจจริงโดยประมาณ 1-2 วัน โดยส่วนมากจะนิยมล้างท้องก่อนรับประทานเจจริงๆ24 ชั่วโมง เพื่อล้างเนื้อสัตว์ หรือของคาวต่างๆที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายออกให้หมดเกลี้ยง เมื่อถึงวันถือศิลกินอาหารเจ ร่างกายจะได้สะอาด พร้อมถือศิลกินอาหารเจตามจารีต

รับประทานเจ มีข้อกำหนดอะไรบ้าง

ข้อบังคับสำหรับในการรับประทานเจสำคัญๆแล้วมีดังนี้

1. เว้นเนื้อสัตว์ และก็ห้ามทำร้ายต่อสัตว์ 

2. งดเว้นนม เนย และก็น้ำมันที่มาจากสัตว์ 

3. งดเว้นของกินรสจัด ของกินเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด 

4. งดเว้นผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน ยกตัวอย่างเช่น กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีนกุช่าย รวมถึงใบยาดูด แล้วก็ของมึนเมาต่างๆเนื่องจากว่าผักดังที่กล่าวถึงแล้วนี้เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นกลิ่นคาวร้ายแรง ยิ่งไปกว่านี้ยังเป็นพิษรอทำลายพลังธาตุอีกทั้ง ภายในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะหลักสำคัญข้างใน ดำเนินงานแตกต่างจากปกติ 

5. ไม่ใช้ถ้วยจานปะปน และก็จำต้องทานอาหารที่คนรับประทานเจร่วมกันเป็นผู้ปรุงขึ้นมา (สำหรับผู้ที่เคร่ง)

6. งดเว้นดื่มสุราและก็ของมึนเมาทุกประเภท

7. ห้ามดับตะเกียงในสถานที่รับประทานเจ ดวง ด้วยเหตุว่าเป็นเครื่องหมายของเก้าฮ้วงวุดโจ้ว ซึ่งจะต้องจุดไว้ทั้งวันทั้งคืนตราบจนกระทั่งจะจบพิธีการรับประทานเจ รวมทั้งถ้าหากตะเกียงดับก็จะจัดว่าไม่เป็นมิ่งขวัญ และก็การกินเจก็จะไม่สมบูรณ์ด้วย

รับประทานเจ ผักที่รับประทานมิได้มีอะไรบ้าง

ดังนี้ต้องการจะย้ำให้ชัดอีกครั้งว่า ตอนรับประทานเจ ผักที่รับประทานมิได้จะมีอยู่ร่วมกัน ประเภทอย่างเช่น กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีนกุช่าย แล้วก็ใบยาดูด ซึ่งคนรับประทานเจจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่กับอาหารเจที่จะทานด้วยนะคะ ด้วยเหตุว่าครั้งคราวด้วยความคุ้นเคยพวกเราบางทีอาจเผลอรับประทานอาหารที่มีผักต้องห้ามกลุ่มนี้ผสมอยู่

อย่างไรก็ตาม การกินเจที่ถูกยังอาจมีปริศนาเชื้อเชิญสงสัยหลายประเภท ว่ารับประทานเจ รับประทานอาหารจำพวกนี้ได้ไหม หรือรับประทานเจแล้วทำแบบนั้นอย่างงี้ได้หรือเปล่า ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอสมัครใจมาคลายปัญหาในตอนรับประทานเจให้ทุกคนได้แจ่มแจ้ง ว่าแล้วหลังจากนั้นก็มาเริ่มกันเลย

20 ปริศนารับประทานเจ กินได้ไหม ทำแบบงี้ได้ไหม

รับประทานเจ รับประทานไข่ได้ไหม

ตอบ รับประทานมิได้จ้ะ ด้วยเหตุว่าหลักสำหรับในการรับประทานเจจะไม่เอารัดเอาเปรียบสัตว์ แต่ว่าไข่สำเร็จผลิตขึ้นมาจากไก่ซึ่งเป็นสัตว์ ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าเกิดรับประทานเจอยู่ก็จำเป็นต้องงดเว้นทานไข่ไปก่อนนะคะ

รับประทานเจ ดื่มกาแฟได้ไหม

ตอบ กินได้จ้ะ แต่ว่าควรเป็นกาแฟดำหรือโอเลี้ยงเพียงแค่นั้น ห้ามใส่นมหรือครีมเทียม และก็ถ้าหากเป็นได้ควรจะดื่มกาแฟที่ชงเอง เนื่องจากว่าบางร้านค้าบางทีอาจใช้เนยสำหรับเพื่อการคั่วเม็ดกาแฟเพื่อเพิ่มความหอมมันด้วย

รับประทานเจ กินเหล้าได้ไหม

ตอบ มิได้เด็ดขาดจ้ะ เนื่องจากสุราเป็นของเมา ซึ่งผิดวิธีการรักษาศีลในตอนรับประทานเจเลยนิดหน่อย

รับประทานเจ ดื่มน้ำผึ้งได้ไหม

ตอบ มิได้จ้ะ น้ำผึ้งเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวผึ้ง ด้วยเหตุนั้นพวกเราก็ไม่สมควรเอารัดเอาเปรียบสัตว์

รับประทานเจ กินน้ำอัดลมได้ไหม

ตอบ หลักสำหรับเพื่อการรับประทานเจบางทีอาจไม่มีข้อที่ไม่อนุญาตที่กระจ่างแจ้งในประเด็นการกินน้ำอัดลม แต่ว่าตามวิถีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว พวกเราควรจะกินน้ำไม่เป็นหลักดีมากยิ่งกว่า

รับประทานเจ รับประทานวิตามินซีได้ไหม

ตอบ : กินได้ แต่ว่าจำเป็นต้องเช็กให้แน่นอนเหตุว่า เป็นวิตามินซีที่สกัดมาจากพืชล้วนไม่มีส่วนประกอบของคอลลาเจนที่โดยมากจะมาจากเนื้อสัตว์

รับประทานเจ รับประทานทุเรียนได้ไหม

ตอบ : กินได้ เนื่องจากว่ามีความเห็นกันว่า ผักผลไม้สีเหลืองเป็นเครื่องหมายของธาตุดิน เป็นประโยชน์สำหรับเพื่อการบำรุงม้าม แต่ว่าดังนี้ก็ไม่สมควรกินทุเรียนมากมาย เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงจ้ะ

รับประทานเจ รับประทานผงชูรสได้ไหม

ตอบ กินได้ เนื่องจากว่าผงชูรสทำจากมันสำปะหลังและก็กากน้ำตาล แม้กระนั้นถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ก็จะดีมากยิ่งกว่า เพราะว่าผงชูรสไร้สาระต่อร่างกายนะคะ อ๋อ คนรับประทานเจอย่าเผลอไปรับประทานผงแต่งรสที่สกัดมาจากกระดูกสัตว์หรือการต้มเนื้อสัตว์ ดังเช่นว่า ผงแต่งรสหมู รสไก่ หรือซุปก้อนเข้าล่ะ

รับประทานเจ ดื่มชาได้ไหม

ตอบ ชาสามารถกินได้จ้ะ ก็แค่ต้องระมัดระวังไม่รับประทานชาที่ใส่นมหรือครีมเทียมทุกประเภท 

รับประทานเจ รับประทานผักชีได้ไหม

ตอบ รับประทานมิได้จ้ะ ผักชีเป็นผักที่มีกลิ่นแรงประเภทหนึ่ง ไม่เหมาะที่จะนำเอามาทำอาหารเจ

รับประทานเจ รับประทานยีสต์ได้ไหม

ตอบ : กินได้จ้ะ เพราะว่ายีสต์ถูกจัดอยู่ในกรุ๊ปของเห็ดแล้วก็รา ไม่ใช่สินค้าจากสัตว์อย่างที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยหลงผิด

รับประทานเจ รับประทานช็อกโกแลตได้ไหม

ตอบ ช็อกโกแลตส่วนใหญ่ชอบมีส่วนผสมของนม คนรับประทานเจจำเป็นจะต้องงดเว้นช็อกโกแลตใน9-10 วันของเทศกาลรับประทานเจไปก่อนจ้ะ

รับประทานเจ รับประทานสาหร่ายได้ไหม

ตอบ ได้จ้ะ เนื่องจากสาหร่ายจัดเป็นสิ่งมีชีวิตในกรุ๊ปพืชเซลล์เดียว ไม่ใช่สัตว์

รับประทานเจ รับประทานพริกไทยได้ไหม

ตอบ ได้จ้ะ พริกไทยจัดเป็นสมุนไพรประเภทหนึ่ง แต่ทว่าถ้าเกิดผู้ใดกันกระอักกระอ่วนหัวใจในเรื่องกลิ่นแรงของพริกไทย จะไม่รับประทานพริกไทยในตอนเทศกาลรักษาศีลและกินอาหารเจเพื่อความไม่รู้สึกกลุ้มใจก็ได้ด้วยเหมือนกัน

รับประทานเจ รับประทานโยเกิร์ตได้ไหม

ตอบ มิได้จ้ะ เพราะเหตุว่าโยเกิร์ตทำจากนม ก็เลยจำเป็นต้องงดเว้นไปก่อน

รับประทานเจ รับประทานมาม่า (บะหมี่ครึ่งสำเร็จรูปได้ไหม

ตอบ กินได้แม้กระนั้นจำเป็นต้องเลือกบะหมี่ครึ่งหนึ่งสำเร็จรูปที่มีเครื่องหมายเจเพียงแค่นั้น เนื่องมาจากบะหมี่ครึ่งหนึ่งสำเร็จรูปแบบธรรมดาจะมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และก็ผักกลิ่นแรงอยู่ด้วย

รับประทานเจ รับประทานปูอัดได้ไหม

ตอบ มิได้ เพราะเหตุว่าปูอัดจะมิได้ทำจากเนื้อปู แม้กระนั้นก็ทำจากเนื้อปลานะจ๊ะ

รับประทานเจ รับประทานหอยนางรมได้ไหม

ตอบ แม้ว่าจะมีเรื่องมีราวเล่าในตำนานว่ารับประทานเจสามารถรับประทานหอยนางรมได้ แม้กระนั้นเพื่อความบริสุทธิ์จริงๆก็ไม่สมควรรับประทานหอยนางรมในตอนรับประทานเจ เพราะว่าหอยนางรมก็นับว่าเป็นสัตว์ประเภทหนึ่งเหมือนกัน

รับประทานเจ ร่วมเพศได้ไหม

ตอบ ไม่สมควรมีเซ็กส์ในระหว่างรับประทานเจจ้ะ เนื่องจากที่จริงแล้วการถือศีลรับประทานอาหารเจยังมีสิ่งที่ไม่อนุญาตประเด็นการแต่งหน้าแต่งตา การประทินโฉมรวมทั้งการแต่งกาย โดยจะพิจารณาได้ว่าผู้ที่รักษาศีลและกินอาหารเจจำนวนมากจะนุ่งขาวคลุมขาว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ อยู่ในจริยธรรม คิดดีบอกดี รวมทั้งประพฤติดี และก็ในคนที่เคร่งมากมายอาจมีการแยกห้องนอนกันอย่างยิ่งจริงๆ

รับประทานเจ ดูดบุหรี่ได้ไหม

ตอบ มิได้เด็ดขาดจ้ะ ใบยาดูดก็เป็นเลิศในของต้องห้ามในตอนรับประทานเจ ฉะนั้นแม้ตั้งอกตั้งใจจะรักษาศีลและรับประทานอาหารเจก็ควรจะงดเว้นยาสูบรวมทั้งอบายมุขทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไปก่อน

อย่างไรก็ดี ข้อกำหนดสำหรับการกินอาหารและก็การกระทำตัวในตอนรับประทานเจยังคงเป็นข้อความสำคัญโต้เถียงกันพอควร แต่ทว่าเพื่อความไม่รู้สึกกลุ้มใจรวมทั้งสุขใจสำหรับในการรับประทานเจอย่างแท้จริง อะไรหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงไปคงจะดีเนอะ

ดังนี้หลายท่านอาจมองว่า ในตอนเทศกาลรักษาศีลและกินอาหารเจก็มีหลายประเภทที่กินมิได้ แล้วแบบนี้การกินเจจะกระทบกับสุขภาพไหม พวกเราเลยมีแนวทางรับประทานเจยังไงไม่ให้สุขภาพย่ำแย่มาบอกต่อ

รับประทานเจยังไงไม่ให้สุขภาพย่ำแย่

1. ล้างผักผลไม้ให้สะอาด

ในตอนรับประทานเจพวกเราจะได้โอกาสได้กินผักและก็กินผลไม้มากเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ควรต้องระวังสารตกค้างจากสารกำจัดแมลงในบรรดาผักและก็ผลไม้ให้มากเพิ่มขึ้นด้วย โดยควรที่จะเลือกซื้อผักแล้วก็ผลไม้จากแหล่งที่ตามมาตรฐาน หรือควรต้องมีป้ายรับประกันความสะอาด ถูกสุขลักษณะจากหน่วยงานที่เกี่ยวโยง และก็ก่อนนำผักผลไม้มารับประทาน ควรจะล้างด้วยน้ำไหล นาที หรือแช่ด้วยเกลือ 2ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ลิตร ถ้าหากมีน้ำส้มสายยกก็สามารถประยุกต์ใช้ล้างผักได้เหมือนกัน อัตราส่วนครึ่งถ้วยต่อน้ำ ลิตร โดยแช่ไว้ราว 15 นาที หลังจากนั้นน้ำมาล้างน้ำสะอาดอีก ครั้ง

2. ลดของกินเค็มจัดและก็หวานจัด

เครื่องปรุงอาหารเจสำคัญๆจะเป็นซอส ซีอิ๊ว น้ำตาล ซึ่งถ้าหากคุณเป็นผู้ที่ถูกใจทานอาหารรสจัดก็บางทีอาจเผลอแต่งรสอาหารเจด้วยเครื่องปรุงพวกนี้มากเกินธรรมดา ซึ่งก็อาจจะก่อให้เสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคไต แล้วก็โรคเบาหวานได้ เพราะฉะนั้นบากบั่นอย่ารับประทานเค็มจัดและก็หวานจัดดียิ่งกว่า

3. รับประทานแป้งให้น้อย 

อย่าลืมว่าอาหารเจส่วนมากอุดมไปด้วยแป้งเน้นย้ำเลยนะคะ โดยเหตุนั้นแม้เป็นได้อุตสาหะเน้นย้ำกินผัก เต้าหู้ ด้วยการปรุงสุกแบบต้มรวมทั้งนึ่งเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้วก็รูปร่างที่ไม่อ้วนกันเถิด

4. รับประทานโปรตีนให้มากมาย

ถึงแม้ตอนเจพวกเราจะงดเว้นทานเนื้อสัตว์ แม้กระนั้นยังมีโปรตีนจากพวกถั่ว เต้าหู้ หินฟองเต้าหู้ แล้วก็โปรตีนเกษตรเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพอีกทางหนึ่ง ด้วยเหตุนั้นถ้าไม่ต้องการให้ร่างกายขาดสารอาหารชนิดโปรตีน ก็อย่าลืมทานอาหารชนิดนี้จำนวนไม่ใช่น้อยนะคะ

รับประทานเจอย่างไรไม่ให้อ้วน

มีผู้คนจำนวนมากสงสัยว่ารับประทานเจแล้วอ้วนไหม ตอบได้เลยจ้ะว่าพวกเรามีแนวทางรับประทานเจยังไงไม่ให้อ้วนมาฝาก โดยการทำกล้วยๆตามนี้เลย

1. เลือกทานข้าวหรือแป้งที่ไม่ขัดขาว อย่างข้าวซ้อมมือ ข้าวไรซ์เบอร์รี ขนมปังโฮลวีท ลูกเดือย และก็เมล็ดพืชต่างๆซึ่งจำนวนน้ำตาลไม่สูงมากสักเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับจำนวนน้ำตาลในแป้งขัดขา

2. เลือกผักใบมากยิ่งกว่าพืชหัว ด้วยเหตุว่าผักใบมีจำนวนคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าพืชหัวมากมายเพราะฉะนั้นก็เลยทำให้อ้วนน้อยกว่านั่นเอง

3. ย้ำอาหารจำพวกที่เป็นอาหารนึ่ง ต้ม ต้ม ด้วยเหตุว่าไม่มีน้ำมัน และก็ไขมันน้อยกว่าอาหารพวกที่ทำมาจากการผัดแล้วก็ทอด

4. รับประทานหวานให้น้อย อย่าชดเชยของกินชนิดเนื้อสัตว์ด้วยขนมหวานเลยนะคะ โดยยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากไม่ต้องการอ้วนจะต้องข่มใจกับอาหารหวานให้อยู่

5. ไม่กินอาหาร ล้างพิษข้างหลังรับประทานเจ เพราะเหตุว่าจะช่วยทำให้ร่างกายขับพิษต่างๆออกมาได้ทั้งช่วยลดไขมันในเลือด ลดความอ้วน ลดภาวการณ์ร้อนในจากธาตุภายในร่างกายที่ไม่สมดุลได้อีกด้วย 

คุณประโยช์จากการกินเจ 

การกินอาหารเจ นอกเหนือจากที่จะเป็นการรักษาศีลรักษาขนบธรรมเนียม และก็ยกเว้นชีวิตแล้ว ยังให้ผลดีต่อสุขภาพดังต่อไปนี้ 

1. ร่างกายสามารถถ่ายของเสียออกได้หมด ทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ด้านใน เนื่องจากว่าสารอาหารจากผักและก็ผลไม้จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายแล้วก็การสรุปปกติ 

2. เมื่อกินบ่อยๆ เลือดจะถูกขัดให้สะอาดขึ้นเรื่อยเซลล์ต่างๆของร่างกายหมดลงช้าลง ทำให้อายุยืนยาว มีผิวพรรณแจ่มใสแจ่มใส สุขภาพดีรู้สึกมีร่างกายแข็งแรง 

3. อวัยวะหลักสำคัญข้างใน ดังเช่นว่า หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด แล้วก็อวัยวะประกอบเป็น ลำไส้ใหญ่ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะ ถุงน้ำดี แข็งแรงดำเนินงานได้ปกติบริบูรณ์ 

4. ร่างกายสามารถขัดขวางต่อพิษต่างๆอาทิเช่น สารเคมี สารกำจัดแมลง มลพิษ แล้วก็ก๊าซพิษที่เกิดขึ้นมาจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องจักรกล ซึ่งสารอาหารในผัก จะช่วยทำให้เซลล์ต่างๆภายในร่างกายสามารถทนต่อการทำลายจากรังสีต่างๆได้ 

5. สามารถต้านพิษได้สูงขึ้นยิ่งกว่าคนธรรมดา ในบรรดาคนที่ทานเจมักไม่ปรากฏโรคร้ายแรงหรือเรื้อรัง ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันเลือดสูง เส้นโลหิตตีบ ไขมันตันในเส้นโลหิตโรคไต อื่นๆอีกมากมาย โดยยิ่งไปกว่านั้นโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยของกินแล้วก็ทางเดินอาหารดังเช่น โรคริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งในกระเพาะแล้วก็ไส้ โรคกระเพาะ ของกินไม่ย่อย โรคพวกนี้จะไม่เจอเลยในกลุ่มของผู้คนคนที่ทานอาหารเจ ของกินผักและก็ผลไม้บ่อยๆ 

6.การกินเจส่งผลให้เกิดความปรานี กำเนิดความสงบสุขุม อารมณ์ไม่โกรธ ไม่โกรธง่าย ซึ่งจะช่วยช่วยเหลือเกื้อหนุนให้บารมีธรรมสูงมากขึ้นเรื่อย

7.หยุดการผลิตบาป กรรมเวร ทำให้ไม่มีการพยาบาท อาฆาตแค้น ก็เลยไม่มีศัตรูอีกทั้งมนุษย์แล้วก็สัตว์ที่คิดมุ่งรังแกตามอาฆาตพยาบาท 

การกินเจนอกจากจะช่วยปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมร่างกายของตนเองแล้ว ยังหยุดการเบียดเบียนคนอื่นๆเป็นการสร้างบุญกุศลปลื้มใจและจากนั้นก็อิ่มบุญอีกต่อ คนใดกันแน่ที่ไม่เคยรับประทานเจ จะเริ่มในปีนี้ก็ไม่สายเกินความจำเป็นนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

elib-online.com
panyathai.or.th
อาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ
มูลนิธิปฐมธรรม ฟาอีฉงเต๋อ
Phuketbulletin

จำหน่ายสินค้า
สบู่เจ
เสื้อเทศกาลกินเจ

ไม่อยากแพ้ต้องฟัง! 5 วิธีหนี โรคภูมิแพ้ ที่คนเป็นต้องรู้ไว้

ไม่อยากแพ้ต้องฟัง! 5 วิธีหนี โรคภูมิแพ้ ที่คนเป็นต้องรู้ไว้

Credit: health.mthai.com

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่น่าไว้วางใจเลยว่าใครๆก็ไม่ได้อยากต้องการเป็น เพราะว่าเวลาเป็นจะมีลักษณะจมูกอักเสบ อาการหอบหืด หรือผื่นคัน ซึ่งมันทำให้พวกเรารู้สึกอารมณ์เสีย แถมยังหายช้าอีกต่างหากดังนั้นสิ่งที่เยี่ยมที่สุดของการหยุดอาการกลุ่มนี้ เป็นการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ท่านแพ้นั่นเองจ้ะ

1. คนที่แพ้ฝุ่นละออง (ซึ่งไรฝุ่นละอองเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นผงบ้านซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่เห็นด้วยตาเปล่าจะต้องจัดแจงกับห้องนอนเป็นอย่างแรก เพราะเหตุว่าห้องนอนเป็นห้องที่มีปริมาณไรฝุ่นละอองเยอะมากที่สุดภายในบ้าน โดยยิ่งไปกว่านั้นบนที่พักผ่อน ซึ่งสามารถมีไรฝุ่นผงอาศัยอยู่ถึง ล้านตัว นอกเหนือจากนั้นมนุษย์เรายังคงใช้เวลาหนึ่งในสามของทั้งผองไปกับการนอนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้การลดปริมาณไรฝุ่นละอองสามารถทำเป็น โดยการใช้ที่พักผ่อนและก็หมอนที่ทำมาจากใยสังเคราะห์แทนนุ่นหรือขน ซักผ้าปูที่นอนแล้วก็ปลอกสำหรับใส่หมอนด้วยน้ำร้อนแล้วก็ปั่นแห้งด้วยความร้อน (อุณหภูมิสูงยิ่งกว่า 130 องศาฟาเรนไฮต์ หรืออุณหภูมิสูงยิ่งกว่า 60องศาเซลเซียสหรือตากแห้งในแสงอาทิตย์ ไม่เก็บตุ๊กตายัดไส้เอาไว้ภายในห้องนอน ใช้ที่บังตาแทนม่าน และไม่ใช้ประพรม นอกเหนือจากนั้นแพ้ไรฝุ่นละอองไม่สมควรปัดกวาดบ้านหรือปัดฝุ่นเอง แต่ว่าหากต้องก็ควรจะมีผ้าปิดจมูก

2. คนที่แพ้เชื้อรา บากบั่นลดความชุ่มชื้นในบ้านให้ลดน้อยลง บางทีอาจทำเป็นโดยการเปิดเครื่องปรับอากาศ นอกจากการปิดหน้าต่างยังคุ้มครองป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อราจากข้างนอกเข้ามาในบ้านท่านควรจะกำจัดรอบๆที่เปียกชื้นด้านในภาย ยกตัวอย่างเช่น ถาดรองใต้ตู้แช่เย็นแล้วก็กระถางที่มีไว้ปลูกดอกไม้ วอเปเปอร์ ม่านห้องอาบน้ำ แล้วก็ห้องอาบน้ำที่อับเปียกชื้น การล้างรอบๆดังที่กล่าวถึงแล้วด้วยน้ำยาซักผ้าขาว (bleach) ยกตัวอย่างเช่น คลอร็อกซ์ (Clorox®) ก็สามารถกำจัดเชื้อราได้

3. คนที่แพ้ละอองเกสรต้นหญ้าและก็ต้นไม้ สามารถหลบหลีกโดยการปิดหน้าต่าง เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้เกสรลอยละล่องเข้าบ้านและไม่ออกมาจากบ้านในตอนสายแล้วก็บ่ายซึ่งตรงเวลาที่มีเกสรกลางอากาศเยอะที่สุด

4. คนที่แพ้ขนรวมทั้งรังแคจากสัตว์ ไม่สมควรเลี้ยงสัตว์ที่มีขน แม้กระนั้นถ้าเกิดเลี่ยงมิได้ควรจะให้สัตว์อยู่นอกห้องนอนตลอดระยะเวลาแม้ว่าจะไม่อยู่บ้าน สารก่อภูมิแพ้จากแมวสามารถหลงเหลืออยู่ในบ้านได้อีกนับเป็นเวลาหลายเดือนภายหลังจากแมวออกไปจากบ้าน

5. คนที่แพ้ของกิน ควรจะขอความเห็นหมอก่อนจะเปลี่ยนนิสัยการกินกระทั่งอาจมีผลต่อภาวการณ์โภชนาการ และก็ก่อนซื้อของกินควรจะอ่านฉลากให้กระจ่างแจ้งว่าของกินนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

เพียงแต่แนวทางเท่านี้ก็สามารถลดการเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ได้แล้วล่ะจ้ะ นอกเหนือจากการดูแลตนเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่คนเป็นโรคนี้ควรปฏิบัติเลยก็คือ ควรจะหมั่นบริหารร่างกาย เพื่อเพิ่มความเฟิร์มให้กับร่างกายอยู่เป็นประจำอย่างไรล่ะ

 

 

ที่มา : www.bumrungrad.com

5 อาหารชะลอวัย ที่ทำให้หน้าเด็กสวนทางอายุ

อาหารชะลอวัย

5 อาหารชะลอวัย ที่ทำให้หน้าเด็กสวนทางอายุ

 

Credit: women.trueid.net

 

นอกเหนือจากการกินเหล้า ดูดบุหรี่ รวมทั้งมลพิษต่างๆแล้ว สิ่งจำเป็นที่ส่งผลต่อผิวพรรณและก็ความเสื่อมถอยของร่างกายก็คือ ของกิน นี่ล่ะจ้ะ ด้วยเหตุว่าการทานอาหารที่ไม่เหมาะสม สามารถมีผลต่อร่างกายได้ ดังคำพูดที่ว่า You are what you eat. ทำให้ผู้หญิงคนไม่ใช่น้อยตั้งใจสำหรับการทานอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ เว้นเสียแต่ในเพื่อชะลอการเกิดโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ศาสตร์การกินเพื่อการรอวัย ก็เกิดเรื่องยอดนิยมเป็นอย่างมากจ้ะ

ยอดเยี่ยมของกินชะลอวัย ที่หารับประทานได้ง่าย มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย และก็ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของผิวพรรณได้อีกด้วย!

5 อาหารชะลอวัย ที่ทำให้หน้าเด็กสวนทางอายุ

คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากมะเขือเทศนั้นมีมากมายก่ายกอง อุดมไปด้วยวิตามินแล้วก็ธาตุหลายอย่างดังเช่นว่า วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี วิตามินบี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก แล้วก็ยังมีสารสำคัญอย่างไลวัวป่ายปีน (Lycopene) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยคุ้มครองป้องกันการสลายตัวของเซลล์ภายในร่างกายจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดลางเลือนริ้วรอยก่อนวัย ตลอดจนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกาย ทำให้ผิวมองดูขาวอมชมพูมองมีเลือดฝาด

อย่างไรก็แล้วแต่การกินมะเขือเทศ เพื่อได้รับสารไลวัวป่ายปีนนั้น ควรจะกินมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนเพราะเหตุว่าความร้อนจะก่อให้การยึดจับของไลวัวไต่กับเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ร่างกายนำไลวัวป่ายปีนไปใช้ได้ดียิ่งกว่าการกินมะเขือเทศใหม่ๆ

5 อาหารชะลอวัย ที่ทำให้หน้าเด็กสวนทางอายุ

เป็นของกินที่อุดมไปด้วยวิตามินดีรวมทั้งโอเมก้า และก็ยังมีกรดไขมันที่จำเป็นต้องสำหรับในการลดคลอเรสเตอรอล บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง เป็นของกินที่มีแคลอรี่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาแซลมอนนั้นจัดว่าเป็นปลาที่มีโอเมก้า สูงขึ้นมากยิ่งกว่าปลาสมุทรจำพวกอื่นๆซึ่งกรดไขมันโอเมก้า นี้จะประกอบไปด้วยกรด EPA แล้วก็ DHA ช่วยกำจัดอาการอัลไซเมอร์ แล้วก็สภาพการณ์จิตใจท้อใจ รวมทั้งโรคหัวใจ มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงรักษากระดูกและก็ฟัน ควรต้องกินปลาที่มีโอเมก้า ปริมาณ 2มื้อต่ออาทิตย์ทำให้หัวใจมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยลดปัญหาเรื่องการดำเนินการของโรคสมองเสื่อมตามวัย

5 อาหารชะลอวัย ที่ทำให้หน้าเด็กสวนทางอายุ

ผลไม้ที่ได้รับความนิยมของโลกอีกประเภทหนึ่ง มีสารสำคัญเป็นเบต้าแคโรทีน วิตามินซี รวมทั้งเส้นใยเส้นใยประเภทละลายน้ำได้เป็นเพกทิน มีกรด ประเภทเป็นกรดมาลิคแล้วก็กรดทาร์ทาริก ช่วยสำหรับการย่อยของกินพวกโปรตีนรวมทั้งไขมัน ยิ่งกว่านั้นยังมีการเอ๋ยถึงคุณประโยชน์บำรุงหัวใจ ลดคลอเลสเตอรอล ลดระดับความดัน ควบคุมจำนวนน้ำตาลในเลือด กระตุ้นแนวทางการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งทำลายเชื้อเชื้อไวรัสอีกด้วย

การกินแอปเปิ้ลช่วยทำให้ปอดแข็งแรง ไม่ว่าจะรับประทานแอปเปิ้ลเขียวหรือแดงก็ตาม เนื่องจากว่าในผลแอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ เคอร์ซีทิน” สารตัวนี้จะช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดอย่างสำเร็จ กรรมวิธีรับประทานแอปเปิ้ลให้ได้สารเคอร์ซีทีนสูงที่สุดก็คือจำเป็นต้องรับประทานผลสดเปลือก ซึ่งจะให้ได้รับสาร “เพกทิน” จากเปลือกแอปเปิ้ลมากขึ้นด้วยจ้ะ

5 อาหารชะลอวัย ที่ทำให้หน้าเด็กสวนทางอายุ

มีสารสำคัญที่เจอได้ในชาเขียว เช่น กรดอะมิโน วิตามินซี วิตามินบี วิตามินอี คาเฟอีน (Caffeine)และก็ธิโอฟิลลีน (Theophylline) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นรูปแบบการทำงานของระบบประสาทศูนย์กลางนำมาซึ่งการทำให้ร่างกายรู้สึกรู้สึกดี รวมทั้งสารอีพิกัลโลติดอยู่เทเคยชิน กัลเลต (Epigallocatechin gallate) ซึ่งมีความหมายสำหรับการออกฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ

5 อาหารชะลอวัย ที่ทำให้หน้าเด็กสวนทางอายุ

อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ ซึ่งจำเป็นจะต้องต่อผิวหนังแล้วก็ดวงตา ปกป้องรักษาผิวจากการเช็ดทำลาย ลดลือนริ้วรอย ช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจ เส้นโลหิต ระบบภูมิต้านทานของร่างกาย แล้วก็ช่วยบำรุงรักษาสายตา


จะมองเห็นได้ว่าแต่ว่าละอย่างเป็นประโยชน์รอบด้าน อีกทั้งช่วยทำให้ผิวสวยอ่อนวัย รวมทั้งยังช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย จุดเด่นมากมายขนาดนี้ ชาว Women Society อย่าลืมหามาทานกันนะคะ

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก POSITIF Thailand