คอลัมน์ เครื่องแนม : ทำงานเกินเวลา-เพชฌฆาตเงียบ

ที่มาอาทิตย์สุขสรรค์ มติชนรายวันเผยแพร่วันที่ 22 เมษายน 2561

หลังๆ ข่าวคนเสียชีวิตเพราะทำงานหนักเริ่มหนาหูขึ้น

ล่าสุด แพทย์หญิงชาวจีนซึ่งทำงานต่อเนื่องนานกว่า 18 ชั่วโมง ถึงกับหมดสติขณะเดินเยี่ยมผู้ป่วย และเสียชีวิตลงด้วยโรคเลือดออกในสมองเฉียบพลัน

เรื่องนี้มีประเด็น วารสาร Lancet รายงานว่า ผู้ที่ทำงานเกินกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบหลอดเลือดอย่างเฉียบพลัน ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดหัวใจ โดยมีโอกาสมากถึง 33% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ทำงาน 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ทีมนักวิจัยจาก University Collage London วิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยกว่า 42 ฉบับ โดยมีฐานข้อมูลประชากรจากประเทศในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ถึงความสัมพันธ์กันระหว่างชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ กับความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง พบว่า

ทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 33%, ทำงานมากกว่า 49-54 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 27%, ทำงานมากกว่า 41-48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 10%

สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคนั้นยังไม่สามารถสรุปแน่ชัด แต่มีปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญคือ “การขาดการพักผ่อน” ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเครียดในร่างกายและทำให้ระบบการทำงานผิดปกติจนกระทั่งหลั่งสารพิษและสารเคมีบางอย่างที่เป็นผลให้หลอดเลือดหดตัวอย่างเฉียบพลัน

เขาจึงว่า การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้านอนกระทั่งไม่ได้ทำงานทำการก็ไม่ไหวเหมือนกัน

(อ้างอิง : นิตยสาร HealthToday ก.พ.2018 คอลัมน์โรคปัญหาสุขภาพ)

โอวัลตินชอคโกบานาน่า

โอวัลตินชอคโกบานาน่า

 

 

โอวัลตินชอคโกบานาน่า
จะมื้อเช้า หรือเย็น ก็ผอมเพียว..ฝีมือพี่ iBerry 

สูตรง่ายๆ
โอวัลตินกล่องเล็ก
กล้วยหอม
น้ำแข็ง

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

สำหรับ โยเกิร์ตปั่น หรือ สมูทตี้ ไม่ได้ช่วยคลายร้อนได้ดีเท่านั้น ยังเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย! เพราะส่วนผสมหลักของสมูทตี้นั้นมีแค่ผลไม้ นม และโยเกิร์ต ซึ่งล้วนดีต่อสุขภาพและพุงเรา ลดน้ำหนัก ไฟเบอร์เพียบ ช่วยดีท็อกซ์

 

 

 

 

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์ 10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

ลดน้ำหนัก แต่อยากกินน้ำหวานๆ ทำยังไงดีนะ? ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวค่ะสาวๆ เพราะวันนี้เรามีอีกหนึ่งทางออกมาให้แล้ว! นั่นก็คือสูตรโยเกิร์ตปั่นนั่นเองค่า

สำหรับ โยเกิร์ตปั่น หรือ สมูทตี้ ไม่ได้ช่วยคลายร้อนได้ดีเท่านั้นนะคะสาวๆ แต่ยังเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย! เพราะส่วนผสมหลักของสมูทตี้นั้นมีแค่ผลไม้ นม และโยเกิร์ต ซึ่งล้วนดีต่อสุขภาพและพุงเราทั้งนั้นค่ะ งานนี้เราจึงรวบรวมโยเกิร์ตปั่น 10 สูตร 3 สรรพคุณ มาให้สาวๆ ได้เลือกดื่มกันค่ะ ใครที่อยากหวาน อยากดื่มน้ำเย็นๆ ชื่นใจ ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นน้ำเหล่านี้ดูนะคะ รับรองว่าน้ำหนักไม่พุ่งแน่นอน!

 

 ไฟเบอร์เพียบ ช่วยดีท็อกซ์ ล้างสารพิษ 

สูตรที่ 1

– กล้วย
– สับปะรด
– นมไขมันต่ำ
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 2

– สตรอเบอร์รี่
– กล้วย
– นมไขมันต่ำ
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์
สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

 

สูตรที่ 3

– สับปะรด
– มะม่วง
– กล้วย
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

 กินแล้วไม่อ้วน แถมอ่อนวัย ไร้ริ้วรอย 

สูตรที่ 4

– สตรอเบอร์รี่
– นมไขมันต่ำ
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 5

– สับปะรด
– สตรอเบอร์รี่
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 6

– กีวี
– แอปเปิลเขียว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

 ช่วยให้ผิวใส แถมขับถ่ายคล่อง 

สูตรที่ 7

– แอปเปิลเขียว
– มะนาว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 8

– สับปะรด
– มะม่วง
– แอปเปิลเขียว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 9

– มะม่วง
– กล้วย
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 10

– สับปะรด
– มะนาว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

8 เมนูน้ำปั่น ลดน้ำหนัก กินง่าย ไม่มีผัก สั่งตามร้านได้ พุงไม่ยื่นแน่นอน!

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

 

Credit: http://women.trueid.net/detail/Bna5EyLOObz

รีวิว สมูทตี้มะม่วง น้ำดอกไม้ หอมหวานกำลังดี

สมูทตี้มะม่วงน้ำดอกไม้

รีวิว สมูทตี้มะม่วง น้ำดอกไม้…หอมหวานกำลังดี😋

มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 1 ลูก
อัตราส่วน นมจืด : น้ำเปล่า : นมข้นหวาน , 1 : 1 : 1/3
น้ำแข็ง เพิ่มความเย็น

ซื้อกินเป็นร้อย เงินน้อยทำเองได้คร้า
คุมแคลอรี่ได้ด้วย

#เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา USB ชาร์จ

ไปคะ มองหารถเข็นขายผลไม้..แล้วเข้า 7-11 กันคะ

@ สมูทตี้มะม่วงน้ำดอกไม้
มะม่วง 1 ลูก 10 บาท
นมจืด กล่องเล็ก 8 บาท
นมข้นหวาน นิดหน่อย 10 บาท
น้ำเปล่า น้ำแข็ง

สมูทตี้มะม่วง
สมูทตี้มะม่วง

 

 

ประโยชน์ของสมูทตี้มะม่วง

มะม่วง ผลไม้สุดโปรดของใครหลายคน ที่มีทั้งรสชาติหวานมัน และเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจนเข็ดฟัน อย่าเพิ่งคิดว่าเจ้าผลไม้ชนิดนี้จะแค่มีรสชาติดีเท่านั้น ถ้ายังไม่ได้รู้คุณประโยชน์ที่แท้จริงของมะม่วง !

พูดถึงมะม่วง หลาย ๆ คนก็อาจจะรู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาในทันทีเลยใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะกินตอนดิบหรือสุกแล้วก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่ก็มีหลายคนไม่ชอบทาน เพราะเชื่อว่ามะม่วงมีแป้งเยอะ ทานแล้วจะทำให้อ้วน หารู้ไม่ว่ามะม่วงนี่ล่ะคือผลไม้มากคุณประโยชน์ที่รู้แล้วต้องก­­ร­ี๊ด วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปพบกับข้อมูลคุณประโยชน์ของมะม่วงอันน่าตื่นตาตื่นใจ ว่าจะดีจริงหรือไม่ รับประทานแล้วจะอ้วนหรือเปล่า ต้องอ่านไม่งั้นเดี๋ยวคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องนะ

มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และโซเดียมต่ำ และยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 6 วิตามินเอ และวิตามินซี รวมทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี นอกจากนี้ก็ยังมีเควอซิทิน (Quercetin) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotine) กรดโฟลิก และ แอสตรากาลิน (astragalin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีทรงพลัง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ ริ้วรอยก่อนวัย โรคมะเร็ง หรือภาวะเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

          โดยในเว็บไซต์

USDA

ได้ระบุว่า มะม่วงดิบปริมาณ 100 กรัมมีคุณค่าทางอาหารดังนี้

– น้ำ 83.46 กรัม

– พลังงาน 60 กิโลแคลอรี

– โปรตีน 0.82 กรัม

– ไฟเบอร์ 1.6 กรัม

– น้ำตาล 13.66 กรัม

– แคลเซียม 11 มิลลิกรัม

– ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม

– แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม

– ฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม

– โพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม

– โซเดียม 1 มิลลิกรัม

– สังกะสี 0.9 มิลลิกรัม

– วิตามินซี 36.4 มิลลิกรัม

– วิตามินบี 6 0.119 มิลลิกรัม

– วิตามินเอ 1,082 ยูนิต

          ลองมาดูกันสิว่ามะม่วง มีแร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยชน์ขนาดนี้ แล้วคุณประโยชน์ล่ะจะมีมากขนาดไหนกัน บอกได้เลยว่าเพียบ !

1. ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต

มะม่วงเป็นผลไม้ที่สามารถลดระดับความดันโลหิตได้ เพราะในมะม่วงมีสารอาหารที่สำคัญต่อระบบการไหลเวียนของเลือดอย่­­­างโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ทำให้ระดับความดันโลหิตถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ นอกจากนี้มะม่วงยังมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศอีกด­­­้วย

2. ป้องกันโรคมะเร็ง

สารประกอบฟีนอล ที่พบในมะม่วงอย่างเช่น เควอซิทิน (Quercetin) ไอโซเควอซิทริน (isoquercitrin) แอสตรากาลิน (astragalin) ไฟเซติน (fisetin) เมทิลแกทเลท (methylgallat) มีฤทธิ์เป็นสารต้านนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ในการตอต้านการเก­ิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ในมะม่วงก็ยังมีเพคติน (pectin) สูง และมีผลการวิจัยพบว่าสารเพคตินนี่ล่ะที่มีผลต่อการป้องกันการเก­­­ิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

3. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารขอแนะนำให้รับประทานมะม่วง­­­เลยล่ะ เพราะในมะม่วงนั้นมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนให้ง่ายต่อการ­­­ดูดซึมของร่างกาย ขณะที่ไฟเบอร์ในมะม่วงก็สามารถช่วยในการย่อยอาหารได้อีกด้วยล่ะ­­­

4. ป้องกันโรคหัวใจ

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

วิตามินเอและวิตามินอีในมะม่วงรวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ไม่เพียงเท่านั้นในมะม่วงยังมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยการลดระดับโฮโมซิสเตอีน (Homocysteine) เพราะเจ้าโฮโมซิสเตอีนนี่เป็นกรดอะมิโนที่สามารถสร้างความเสียห­­­ายให้กับผนังหลอดเลือดได้ อันเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจนั่นเองค่ะ

5. ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ในร่างกาย

เพคตินและวิตามินซีในมะม่วงเป็นพระเอกที่ขาดไม่ได้เลย เพราะสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในร่างกายได้ แต่ทั้งนี้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข่มันในเลือดสูงก็ควรจะปรึกษาแพทย­์ก่อนจะรับประทานจะดีกว่าค่ะ

6. บำรุงสมอง

วิตามินบี 6 ในมะม่วงนอกจากจะช่วยป้องกันโรคหัวใจแล้ว ก็ยังช่วยป้องกันและสร้างเสริมการทำงานของสมอง เพราะเจ้าวิตามินบี 6 นี้มีส่วนสำคัญในการทำงานของสารสื่อประสาทที่มีส่วนช่วยในการกำ­หนดอารมณ์และรูปแบบในการนอนหลับ การเติมมะม่วงลงไปในอาหารจะช่วยให้ร่างกายได้รับกลูตาไมน์ (Glutamine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้สมองสามารถจดจำและมีสมาดีขึ้น และยังทำให้เซลล์สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

7. รักษาโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน วิธีการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคืออการไม่รับประทานของหวาน ซึ่งมะม่วงก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแต่ขอบอกไว้เลยว่ามะม่วงนี­­­่ล่ะช่วยรักษาโรคเบาหวานได้ เพียงแค่นำใบมะม่วง 10-15 ใบแช่ลงในน้ำอุ่นและปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นในตอนเช้­านำน้ำนี้มาดื่มในขณะที่ท้องว่าง จะสามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ วิธีนี้สามารถรับประทานได้ทั้งคนที่เป็นเบาหวานหรือไม่เป็นก็ได้­ หากผู้ที่มีสุขภาพปกติดื่มน้ำแช่ใบมะม่วงก็จะยิ่งช่วยป้องกันโร­­­คเบาหวานได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

8. บำรุงสายตา

มะม่วงมีวิตามินเอสูง ดังนั้นจึงช่วยบำรุงสายตาให้ยังใสปิ๊งปั๊งอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องการการเสื่อมของจอประสาทตาเมื่ออายุ­­­มากขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

9. บำรุงผิวพรรณ

ต้องยกความดีความชอบให้กับวิตามินเออีกครั้งเพราะวิตามินเอในมะ­­­ม่วงนั้นมีคุณประโยชน์เพียบพร้อมจริง ๆ แม้แต่ในเรื่องผิวพรรณ การรับประทานมะม่วงทำให้เราได้รับวิตามินเอที่ช่วยกระตุ้นการให­­­ลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อและผิวหนัง ช่วยให้การอุดตันของรูขุมขนลดลงส่งผลให้ผิวพรรณเรียบเนียนได้ค่­­­ะ


10. รักษาสิว

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

หากใครไม่ชอบทานมะม่วงแต่ก็อยากรักษาสิวให้หายโดยไม่พึ่งยาละก็­­­ลองหันมาใช้มะม่วงในการรักษาได้ค่ะ เพราะเนื้อมะม่วงนี้แม้เราจะไม่ได้รับประทานแต่ก็สามารถใช้บำรุ­­­งผิวพรรณ ลดสิวบนใบหน้าที่กวนใจได้ เพียงฝานมะม่วงบาง ๆ วางใบหน้าทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออก วิตามินเอในมะม่วงก็ช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นปลิดทิ้งเลย

11. รักษาโรคโลหิตจางในหญิงที่ตั้งครรภ์

          มะม่วงเปรี้ยว ๆ ถือเป็นของที่ถูกใจว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะช่วยรักษาอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามะม่วงมีดีเพียงแค่นั้น เพราะมะม่วงก็มีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน­­­ เพราะหญิงตั้งครรภ์นั้นมักจะเกิดภาวะโลหิตจางได้ง่าย และการรับประทานมะม่วงก็จะช่วยให้ธาตุเหล็กอันเป็นสาเห­ตุของโรคโลหิตจางมีระดับสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

12. สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

มะม่วงมีสารเบต้าแคโรทีมเช่นเดียวกับผักผลไม้มีสีส้มและสีเหลือ­งอื่น ๆ เช่น แครอท เป็นต้น โดยสารเบต้าแคโรทีนนั้นเป็นสารแคโรทีนอยด์อันมีคุณสมบัติในการส­­­ร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ฉะนั้นถ้าไม่อยากป่วยง่ายก็ควรจะรับประทานมะม่วงเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับสารพิษและแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

โอ้โห ! ประโยชน์ดีเพียบพร้อมขนาดนี้ จะให้เมินมะม่วงก็คงจะไม่ใช่เรื่องแล้วใช่ไหมล่ะ แต่จะเลือกมะม่วงดิบหรือมะม่วงสุกก็ว่ากันไป ที่สำคัญคือห้ามลืมว่ามะม่วงสุกมีน้ำตาลสูง ไม่อยากอ้วนละก็อย่ารับประทานจนเกินพอดีละ ไม่อย่างนั้นจะได้รอบเอวหนา ๆ มาเพิ่มด้วยจะร้องไม่ออกนะจะบอกให้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

livestrong

organicfacts.net

ehealthzine.com

nutrition-and-you.com

 

 

Credit: health.kapook.com

ของดีเยาวราชที่หากินได้ยากในยุคนี้ แกงกะหรี่นายโย่ง โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

ข้าวแกงกะหรี่เนื้อกับเอ็นเนื้อและแกงกะหรี่หมูผสมกัน ที่มาคอลัมน์ตามรอยพ่อไปชิมผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็กเผยแพร่วันที่ 1 เมษายน 2561

สืบเนื่องต่อจากอาทิตย์ที่แล้วที่พวกเราได้มาตะลุยเยาวราช ราตรีนี้ยังเยาว์ พวกเราเหล่านักชิมเพิ่งจัดการกับปาท่องโก๋และกวยจั๊บไป 2 ร้าน ยังอิ่มเพียงแค่ครึ่งท้อง ต่างมองหน้ากันและลงความเห็นว่าจะขอไปชิมต่อเพิ่มอีกเจ้าหนึ่ง ปิ่นโตเถาเล็กเลยพาเดินท่องมาตามฝั่งซ้ายของถนนเยาวราช ซึ่งตอนนี้เดินง่ายขึ้นเยอะ เพราะเจ้าหน้าที่วางกรวยยางสีส้มมีเชือกร้อยเป็นแนว กั้นให้คนเดินบนเลนซ้ายสุดของถนน จึงเคลื่อนไปตามฝูงชนได้อย่างสะดวก ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่กันมาเยาวราชทุกค่ำคืนก็ตาม

เราเดินผ่านร้านขนมหวาน Sweet Time (สวีท ไทม์) ซึ่งเป็นเจ้ารถเข็นที่ขาย เต้าทึง บัวลอยน้ำขิง แปะก๊วยนมสด และ สาคูแคนตาลูป กับขนมอื่นๆ ทั้งร้อนและเย็นรวมประมาณ 30 อย่าง ถือเป็นร้านขนมเจ้าโปรดของปิ่นโตเถาเล็กเช่นกัน เราหมายมั่นปั้นมือว่าพอกินของคาวเสร็จก็จะมาตบท้ายฟิน่าเล่ด้วยของหวานที่ร้านนี้

ปรากฏว่าตอน 2 ทุ่มกว่าเดินกลับมาอีกที รู้สึกตกใจเป็นยิ่งนัก เพราะตอนนี้มีคลื่นมหาชนพากันมายืนออรอคิวซื้อขนมหวานนับร้อยคน ตอนนี้ที่ร้านเปลี่ยนมาใส่ขนมในถ้วยพลาสติกสำหรับให้เดินถือไปกินไปได้ เพราะทางการไม่อนุญาตให้โซนขนมหวานตรงนี้มีการตั้งโต๊ะและเก้าอี้ ต้องยืนเบียดเสียดชิมกันขนานเดียว พวกเราจึงขอผ่าน เอาไว้กลับมากินใหม่โอกาสหน้าก็แล้วกัน ถ้าแฟนๆ ตามมาชิม ขอบอกว่าให้รีบมาแต่ตอนเย็นแล้วลองชิมที่ร้าน Sweet Time ให้จงได้นะจ๊ะ

เราเดินกันมาจนถึง หน้าตลาดเก่าเยาวราช ปากซอยเยาวราช 11(ฝั่งซ้ายมือของถนนเยาวราช บริเวณนี้มีการจัดการให้ร้านอาหารรถเข็นต่างๆ ตั้งเรียงรายกันเข้าไปในซอยอีกด้วย ดูคึกคักมาก เจ้า ก๋วยจั๊บนายเล็กอ้วน ใส่เครื่องในชิ้นโตๆ เผ็ดร้อนด้วยพริกไทย อีกหนึ่งร้านโปรดของปิ่นโตเถาเล็กก็ยังปักหลักอยู่ตรงนี้ เพียงแต่หันหน้าร้านมาด้านข้างซอยแทน

ร้านฝั่งซ้ายหน้าตลาดเก่า

แต่วันนี้เราไม่ได้กะจะมาชิมกวยจั๊บซ้ำอีก เนื่องจากเราเพิ่งกินกวยจั๊บร้านอ้วนโภชนาหน้าโรงหนังไปแล้ว แต่เรามาเพื่อสิ่งนี้ นั่นก็คือ แกงกะหรี่เนื้อใส่เอ็นเนื้อ กับแกงกะหรี่หมูใส่ฟัก สูตรโบราณ แห่ง ร้านแกงกะหรี่นายโย่ง เปิดมานาน 80 กว่าปีแล้ว ตัวร้านมี 2 ฝั่งโดยฝั่งที่เราไปจะอยู่ปากซอยเยาวราช 11 ตั้งประจันหน้าหันเข้าหาถนนเยาวราชเลย มาแล้วไม่มีทางหลง

สัญลักษณ์ร้านนี้คือ นายโย่ง หรือคุณประจักษ์ วิทย์ประเสริฐกุล ผู้มีร่างกายสูงใหญ่เหมือนเสาไฟฟ้าจริงๆ นายโย่งปัจจุบันนี้อายุอานามปาเข้าไป 85 ปีแล้ว ไม่ค่อยได้ออกมาที่ร้าน ปล่อยให้ภรรยาคือ คุณสารินี ในวัย 75 ปี ว่าการร้านแทน ซึ่งความจริงแล้วคนที่ลงมือปรุงแกงกะหรี่ที่บ้านและตำเครื่องแกงก็คือคุณสารินีนี่เอง

คุณสาลินี ภรรยานายโย่ง ว่าการเองทุกคืน

พอปิ่นโตเถาเล็กแนะนำตัวว่าเป็นลูกชายคนเล็กของคุณชายถนัดศรี คุณอาสารินีก็รู้สึกดีใจมาก บอกว่าคุณชายถนัดศรีเคยมาตามที่เยาวราช ชวนให้ไปขายอยู่ที่ศูนย์อาหารเชลล์ชวนชิมบนห้างมาบุญครองในยุคแรกเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เรียกได้ว่าเป็นศูนย์อาหารแห่งแรกๆ ของประเทศไทยทีเดียว ปิ่นโตเถาเล็กยังจำได้ว่าในช่วง 3 วันแรกที่เปิดตัว มีผู้คนแห่กันมาชิมอาหารกันอย่างแน่นขนัดเหมือนไหลไปตามกระแสน้ำทีเดียว คุณอาสารินีบอกว่าแกงกะหรี่นายโย่งก็ขายดิบขายดี แจ้งเกิดตั้งแต่ตอนนั้นมา

คุณอาเล่าว่า สูตรนี้พ่อของนายโย่งซึ่งเป็นคนจีนที่เดินทางมากับเรือสำเภา มาเช่าบ้านอยู่บริเวณบ้านของผู้ใหญ่ชาวไทยท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้ให้ความเมตตาสอนวิธีทำแกงกะหรี่ให้กับพ่อของนายโย่ง จึงหันมาประกอบอาชีพหาบแกงกะหรี่ขายอยู่แถวโรงงิ้วซิงฮั้ว เยาวราชในอดีต แล้วมาปักหลักเป็นรถเข็นในภายหลัง รวมทั้งนายโย่งก็มาช่วยตั้งแต่ยังเล็กๆ

ขอบอกว่าแกงกะหรี่สไตล์ไทยจีนของนายโย่งนั้นรสชาติเข้มข้นหนักกะทิแต่ไม่แรงจนเกินไป เครื่องแกงใส่ผงกะหรี่ที่คุณอาสารินีตำเองนั้นมีความหอมกลมกล่อมไม่เข้มไม่อ่อนจนเกินไป รสชาติกำลังดี

ซึ่งอย่างที่บอกไปว่ามีทั้ง แกงกะหรี่เอ็นเนื้อและเนื้อส่วนสะโพกหมัก และ แกงกะหรี่หมูใส่เนื้อหมูส่วนไหล่และหมูสามชั้นหมัก ซึ่งแกงหมูนั้นจะใส่ฟักลงไปด้วยแทนมันฝรั่ง คุณอาบอกว่าเดี๋ยวนี้มันฝรั่งบางครั้งหาดีๆ ยาก เลยใช้ฟักแทน

ใครกินเนื้อได้ ห้ามพลาดแกงกะหรี่เนื้อ เพราะเอ็นเนื้อที่นี่ช่างนุ่มเนียนลื่นคอสุดยอด โดยต้องต้มให้สุกก่อนนาน 1 ชั่วโมง แล้วค่อยนำไปแกงรวมกับเนื้อสะโพกซึ่งก็นุ่มอร่อยเช่นกัน ใครไม่กินเนื้อ แกงหมูก็หอมเข้มข้นเพราะเป็นเครื่องแกงเดียวกัน หรือจะทำแบบข้าพเจ้า คือสั่งผสมทั้ง 2 อย่างเลยทั้งกะหรี่เนื้อและหมู จะกินให้ครบเครื่องต้องสั่ง กุนเชียงทอด (ลวกก่อนแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำจึงนำไปทอด) และ ไข่ต้มยางมะตูม ด้วย แกล้มด้วยพริกชี้ฟ้าหั่นเป็นแว่นๆและแตงกวา อย่าลืมปรุงด้วยน้ำส้มพริกดองและซีอิ๊วดำจึงจะครบสูตร

สนนราคานั้นเริ่มต้นที่จานละ 40-50 บาท ถ้าใส่ทุกอย่างทั้งกุนเชียงและไข่ต้มยางมะตูมเหมือนผมจะคิด 70 บาท

อยากกินแกงอย่างอื่นรวมทั้งปลาสลิดก็มีด้วย ให้ไปยืนเลือกดูหน้าร้าน สั่งแล้วเดินเข้ามานั่งด้านใน (อาจจะเบียดเสียดโต๊ะชนโต๊ะสักหน่อย แต่ให้อารมณ์มาเยาวราชได้เป็นอย่างดี)

ลืมบอกไปว่าร้านนี้ยังไปเปิดฝั่งตรงข้ามอีกด้วย เพื่อดักคนที่เดินฝั่งขวาของถนนเยาวราช อยู่ก่อนถึงปากตรอกอิสรานุภาพ หน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี ฝั่งโน้นเขียนชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษว่า Mr.Tall’s curry shoppe

อยากให้รีบไปชิมกันเพราะคุณอาสารินีบอกว่าลูกทั้ง 5 คน ยังไม่ได้คิดจะสืบทอดต่อกันเลย (อาจจะมีคนเล็กที่กำลังตัดสินใจอยู่) ของดีรสชาติดั้งเดิมแบบนี้หากินได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ร้านเปิดบริการตอน 5 โมงครึ่งเย็นไปจนถึงตี 2 ส่วนอีกฝั่งเปิดประมาณทุ่มหนึ่งไปจนถึงตี 4 หยุดทุกวันจันทร์ ไปชิมแล้วรับรองว่าอิ่มอร่อยฝันดีตลอดทั้งคืนไปเลย

อีกร้านฝั่งขวาหน้าร้านทอง


แกงกะหรี่นายโย่ง

โดย คุณประจักษ์ (นายโย่ง) และคุณสารินี วิทย์ประเสริฐกุล
ที่ตั้ง หน้าตลาดเก่า ปาก ซ.เยาวราช 11 ถ.เยาวราช สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
โทร 08-7983-2874 08-799-2914 และ 0-2221-9908
เปิดบริการ 17.30 – 02.00 น. อังคาร-อาทิตย์
ส่วนฝั่งตรงข้ามหน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี 19.00-04.00 น.
หยุด จันทร์
แนะนำ ข้าวราดแกงกะหรี่เนื้อใส่เอ็นเนื้อและแกงกะหรี่หมูใส่ฟัก กับกุนเชียงและไข่ต้มยางมะตูม