5ส. สร้างบุญ สร้างสุข

เรื่องโดย เทียนทิพย์  เดียวกี่ Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลบางส่วนจาก Infographic  ทำความดีด้วย 5ส. ส่งต่อความรัก และคู่มือ วัดสร้างสุข (5ส ภาคประชาชน) โดย สสส.

ภาพประกอบโดย : ชุติกาญจน์ เกียรติพันธุ์สดใส Team Content www.thaihealth.or.th และแฟ้มภาพ

5ส. สร้างบุญ สร้างสุข thaihealth

“อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ฯ” เสียงบทสวดมนต์ในยามสาย ดังสะท้อนกำแพงโบสถ์ออกมาทางประตู มองเข้าไปภายใน มีพุทธศาสนิกชนทุกวัย ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ และวัยสูงอายุ ที่พร้อมใจกันมาทำบุญ

วันนี้ก็เช่นกัน วันอาสาฬหบูชา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมที่ตรัสรู้เป็นครั้งแรก ในวันนี้เหล่าพุทธศาสนิกชน ต่างเข้าวัด ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันพระ ซึ่งกิจกรรมเหล่านั้น ถือได้ว่าเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน 

5ส. สร้างบุญ สร้างสุข thaihealth

ปิ่นโตหลากสีตั้งเรียงราย ภายในบรรจุอาหารที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสและใจที่มุ่งมั่นในการทำบุญในวันพระ หากมองลึกลงไปถึงเมนูอาหาร ที่เหล่าชาวพุทธตั้งใจนำไปถวายพระนั้น ก็ถือเป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่ง แต่ทำอย่างไรที่อาหารเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ และไม่ก่อให้เกิดโรคแก่พระสงฆ์ ซึ่งอาหารโดยทั่วไป มักจะเน้น มันจัด เค็มจัด หรือแม้กระทั่งหวานจัด ซึ่งการรับประทานอาหารเหล่านั้น อาจนำมาสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่าง เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เป็นต้น จะดีกว่าไหม ถ้าการทำบุญในแต่ละครั้งเราควรจะพิถีพิถันและใส่ใจในอาหารที่ถวายพระสงฆ์   ด้วยการ เสริมข้าวกล้อง เพิ่มใยอาหารด้วยวิตามิน, เสริมผัก หลากชนิด, เสริมปลา ลาไกลมะเร็ง, เสริมนมผสมกะทิ กระดูกดี, สรรปานะ ลดน้ำตาล และ ลดเค็ม ลดมัน รสชาติไม่จัดจ้าน เพื่อที่พระสงฆ์จะได้มีสุขภาพร่างกายที่ดี

นอกเหนือจากกิจกรรมพื้นฐานเหล่านี้ เราชาวพุทธยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถทำได้ แถมยังช่วยให้สภาพแวดล้อมภายในวัดดูสะอาด ร่มรื่น อีกด้วย หากใครที่ไม่มีเวลาเตรียมสิ่งของ สังฆทาน หรือปัจจัยในการทำบุญต่างๆ การพัฒนาวัด ก็ถือเป็นกิจกรรมที่เหล่าชาวพุทธสละแรงกายในการทำนุบำรุงศาสนาได้เช่นเดียวกัน โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ดำเนินโครงการวัดสร้างสุข เพื่อให้สังคมไทยตื่นตัวเรื่องการช่วยเหลือสังคม ก่อให้เกิดสังคมสุขภาวะ รวมทั้งดำเนินโครงการเพื่อพัฒนารูปแบบและแนวคิด 5ส.  ดังนี้

1. สะสาง  ด้วยการลดสิ่งที่ไม่จำเป็นให้เกิดความสมดุล โดยการสำรวจสิ่งของ เครื่องใช้ อุปกรณ์ที่มีอยู่ ว่าพอดีกับการใช้งานหรือไม่ แยกแยะสิ่งของ หากพบว่าไม่จำเป็น ต้องดูว่าใช้ได้หรือไม่ ถ้าสิ่งของสามารถใช้ได้ ให้ส่วนกลางนำไปใช้ ถ้าใช้ไม่ได้ให้ดำเนินการขาย หรือดำเนินการกำจัดของเสีย อย่าเสียดาย รวมทั้ง ถ้าเป็นสิ่งของ ระบบงานที่จำเป็นแต่ขาดไป ให้ดำเนินการจัดหาเพิ่มเติมให้พอดี

2. สะดวก ด้วยการจัดสรรสิ่งต่างๆ ให้เป็นระเบียบ โดยทำแผนผัง กำหนดชื่อ ที่อยู่ที่แน่นอนให้กับสิ่งของที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด กำหนดที่วางสิ่งของให้ชัดเจน ห้ามปะปนกัน หลังจากนั้นจัดทำป้ายชื่อ ตามระบบที่ได้วางไว้ ลัดวาง โดยกำหนดสิ่งที่ใช้บ่อยให้อยู่ใกล้มือ และไกลมือออกไปตามความถี่การใช้งาน

3. สะอาด กำหนดรายการสิ่งของและจุดบริเวณที่ต้องทำความสะอาด ขณะทำความสะอาดต้องตรวจสอบสิ่งผิดปกติ หากพบให้ติดป้ายและดำเนินการแก้ไขหรือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง

4. สร้างมาตรฐาน ด้วยการตั้งกฎเกณฑ์และมุ่งมั่นพัฒนา หากพบว่ามาตรฐานไม่ได้ถูกนำไปใช้ ต้องปรับปรุงมาตรฐานให้ใช้ง่ายขึ้นและสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้รับ

5. สร้างวินัย ด้วยการเคารพกฎกติกา อยู่ร่วมกันด้วยความสุข โดยสร้างแรงจูงใจ และสร้างกิจกรรมส่งเสริมเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

5ส. สร้างบุญ สร้างสุข thaihealth

อย่างไรก็ตาม กิจกรรม 5ส. เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พุทธศาสนิกชน สามารถร่วมกันพัฒนาให้วัด ที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน แต่ถึงกระนั้น การทำ 5ส. ให้ยั่งยืนและต่อเนื่อง ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่คนในชุมชนต้องร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่และสิ่งของภายในวัด

การทำ 5ส. ให้ยั่งยืน

1.ผู้นำชุมชนจะต้องมุ่งมั่นเอาจริง เห็นความสำคัญของ 5ส. ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำคัญในการนำมาต่อยอดพัฒนาวัด

2.ให้ 5ส. กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน

3.สร้างให้เห็นว่า การทำ 5ส. เป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีเข้ามาใช้พื้นที่วัดที่มีผลต่อการปฏิบัติตามหลัก ศีล สมาธิ ปัญญา

4.พฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ได้จากการทำ 3ส. แรก และถูกเขียนเป็นมาตรฐาน หรือจัดทำเป็นมาตรฐานจะต้องถูกนำไปใช้อย่างจริงจัง และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

5.มีการตรวจประเมินการทำระบบ 5ส. เป็นประจำสม่ำเสมอ

แม้โครงการวัดสร้างสุข จะมีการทำโครงการในวัดนำร่อง เพื่อเป็นต้นแบบในวัดอื่นๆ แต่กิจกรรม 5ส. ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งในหน่วยงาน องค์กร โรงเรียน หรือแม้กระทั่งในบ้าน ก็สามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้เช่นกัน วันอาสาฬหบูชา ที่กำลังจะมาถึงนี้ คงเป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นของพุทธศาสนิกชนในการแสดงออกถึง ใจอาสา ความเชื่อ ความศรัทธา และทำนุบำรุงศาสนา ในรูปแบบของช่วยกันทำความสะอาดบริเวณวัด และซ่อมแซมบำรุงเครื่องใช้ภายในวัด เพื่อที่จะยกระดับศักยภาพและสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมทางใจ ให้น่ารื่นรมย์ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถทำความดี ได้ง่ายๆ แถมยังได้สร้างมิตรภาพที่ดีของคนในชุมชนอีกด้วย

ประโยชน์ของ ‘กาหลง’

ที่มา : หมอชาวบ้าน

ประโยชน์ของ 'กาหลง' thaihealth

แฟ้มภาพ

ต้นไม้พื้นบ้านของไทยบางชนิด เป็นที่รู้จักคุ้นเคยในหมู่คนไทยมายาวนานหลายร้อยปีแต่ปัจจุบันกลับรู้จักกันน้อยมาก ตรงข้ามกับต้นไม้บางชนิดที่มาจากต่างแดนเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่กลับเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ต้นไม้บางชนิดพบขึ้นอยู่เองตามธรรมชาติเป็นบริเวณกว้างขวางหลายประเทศแต่บางชนิดก็เป็นเพียงต้นไม้เฉพาะถิ่นที่พบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติเพียงบางพื้นที่เท่านั้น

เรื่องราวเกี่ยวกับความ เป็นมาของต้นไม้แต่ละชนิดจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเกี่ยวโยงกับมิติด้านต่างๆ มากมาย นอกเหนือไปจากคุณสมบัติเฉพาะของต้นไม้ชนิดนั้นๆ ที่มีด้านต่างๆ ซึ่งน่าสนใจมากอีกเช่นกัน

ประโยชน์ของกาหลง

ในด้านสมุนไพรรักษาโรค คนไทยใช้ส่วนต่างๆ ของกาหลงดังนี้

ใบ : รักษาแผลในจมูก
ต้น : แก้โรคสตรี แก้ลักปิดลักเปิด แก้เสมหะ
ราก : แก้ไอ แก้ปวดศีรษะ ขับเสมหะ แก้บิด
ดอก : แก้ปวดศีรษะ ลดความ ดันเลือด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้เสมหะ แก้อาเจียนเป็นเลือด

ในด้านไม้ดอกไม้ประดับ กาหลงมีรูปร่างใบและทรงพุ่มงดงาม จัดแต่งทรงพุ่มได้ง่าย ออกดอกได้ยาวนาน และปลูกดูแลรักษาได้ง่าย จึงนิยมนำมาปลูกในบริเวณอาคารบ้านเรือน และที่สาธารณะปกติกาหลงผลัดใบในฤดูหนาว (พฤศจิกายน-ธันวาคม) เริ่มแตกใบอ่อนในฤดูร้อน (เมษายน-พฤษภาคม) 
และเริ่มออกดอกช่วงฤดูฝนกาหลงปลูกง่าย ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ต้องการปุ๋ยมาก เพราะเป็นพืชตระกูลถั่ว สามารถจับปุ๋ยจากอากาศได้เอง ชอบแดดจัดและขยายพันธุ์ได้ง่าย ทั้งการตอนและเพาะเมล็ด หากปลูกจากเมล็ดใช้ เวลาราว 2-4 ปี ก็จะออกดอกติดฝักได้แล้ว

คนจีนในอดีตนิยมปลูกกาหลง ไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่าเป็นมงคลให้คุณแก่เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยท่านผู้อ่านที่มีบริเวณพอจะปลูกกาหลงได้ก็น่าจะหากาหลงมาปลูกเอาไว้บ้าง แม้ท่านจะไม่มีเชื้อสายคนจีน ก็คงได้รับสิ่งดีๆ จากกาหลงได้เช่นเดียวกัน

อาหารสำหรับผู้ที่ท้องเสีย

ที่มา : หมอชาวบ้าน

อาหารสำหรับผู้ที่ท้องเสีย thaihealth

แฟ้มภาพ

เวลามีอาการท้องเสีย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทดแทนน้ำที่สูญเสียไปกับการถ่ายอุจจาระ โดยเฉพาะท้องเสียชนิดเฉียบพลัน ซึ่งทำได้โดยการดื่มผงน้ำตาลเกลือแร่ (โออาร์เอส) ที่สามารถหาซื้อได้ตามท้อง ตลาดทั่วๆ ไป 

อาการท้องเสีย

"ท้องเสีย" บางทีเรียก "ท้องร่วง ท้องเดิน หรืออุจจาระร่วง" นั้น เป็นที่รู้จักของคนทั่วๆ ไปว่ามีอาการอย่างไร เพราะผู้ที่ท้องร่วงหรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ยังสังเกตเห็นว่าผู้นั้นเดินเข้าออกห้องน้ำบ่อยขึ้นและเริ่มหมดแรง เพราะที่ถ่ายหลายรอบมีแต่อุจจาระออกมาเป็นน้ำ หรือมีเศษอุจจาระเหลวปนเป็นจำนวนมาก ร่างกายจึงสูญเสียน้ำไปจำนวนมาก ทำให้อ่อนเปลี้ยเพลียแรง อาการท้องเสียจึงเป็นสาเหตุสำคัญต้นๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยพาสังขารตัวเองไปพบแพทย์ ในทางการแพทย์แบ่งอาการท้องเสียออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลัน และชนิดเรื้อรัง

อาหารสำหรับท้องเสียเฉียบพลัน

เวลามีอาการท้องเสีย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทดแทนน้ำที่สูญเสียไปกับการถ่ายอุจจาระ โดยเฉพาะท้องเสียชนิดเฉียบพลัน ซึ่งทำได้โดยการดื่มผงน้ำตาลเกลือแร่ (โออาร์เอส) ที่สามารถหาซื้อได้ตามท้อง ตลาดทั่วๆ ไป ละลายน้ำต้มสุกตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในฉลาก ดื่มครั้งละน้อยๆ (1/2 –  1 แก้ว) บ่อยๆ ทดแทนน้ำ ที่ถ่ายออกมา ถ้าไม่มีผงน้ำตาลเกลือแร่สำเร็จรูปก็อาจ เตรียมเองได้ โดยใช้เกลือป่น 1 ช้อนชา กับน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ผสมในน้ำต้มสุก 1 ขวดน้ำปลา (ประมาณ 750 ซีซี) 

บางคนเชื่อว่าเวลาท้องเสียควรงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด เพื่อให้เกิดการหยุดถ่าย แต่ที่จริงแล้วคนที่มีอาการท้องเสียไม่ว่าจะเป็นชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องอดอาหาร การไม่กินหรือดื่มอะไรเลย อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ที่จริงแล้ว ควรกินอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย โดยเน้นอาหารที่มีข้าวหรือแป้งเป็นหลัก เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม น้ำซุป

ผู้ใหญ่ที่มีอาการท้องเสียชนิดเฉียบพลัน ควรงด ผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ และไม่ควรดื่มนม จนกว่าอาการท้องเสียจะดีขึ้น เพราะอาหารเหล่านี้อาจทำให้เกิดการถ่ายท้องมากขึ้น ในเด็กเล็กที่มีอาการท้องเสียเฉียบพลัน ถ้าดื่มนมแม่อยู่ก็ให้ดื่มตามปกติ ถ้าดื่มนมขวดในระยะแรกที่ท้องเสีย (2-4 ชั่วโมงแรก) ให้ดื่มนมที่ผสมเจือจางลง (ลดนมผงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของที่เคย ผสม) จนกว่าอาการจะดีขึ้น จึงให้ดื่มนมผสมตามปกติได้

โดยทั่วไปท้องเสียชนิดเฉียบพลันที่ไม่รุนแรงมาก การทดแทนน้ำที่สูญเสียไป และการกินอาหารดังกล่าวข้างต้นจะทำให้อาการดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ และสามารถกลับไปกินอาหารปกติได้ หลังจากหยุดอาการท้องเสียแล้ว ๑ วัน แต่ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ควรพบแพทย์ คืออาการถ่ายท้องจำนวนมากและบ่อย มีอาการไข้ ปวดท้องมากและอาเจียนร่วมด้วย อาการรุนแรงเช่นนี้ปล่อยไว้นานอาจจะมีอาการช็อกหมดสติได้

อาหารสำหรับท้องเสียเรื้อรัง

กรณีท้องเสียเรื้อรังที่มีสาเหตุจากธาตุอ่อน ควรเริ่มต้นจาก การสังเกตดูว่าอาหารประเภทใดเป็น สิ่งกระตุ้นที่ทำให้มีอาการท้องเดิน ก็ควรพยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนั้น ถ้าความเครียดทางอารมณ์เป็นสิ่งเร้าทำให้เกิดอาการท้องเสีย ก็ควรรู้จักการฝึกผ่อนคลายความเครียด และออกกำลังกายเป็นประจำ อาหารที่กระตุ้นทำให้เกิดการถ่ายท้องในแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน ดังนั้น การสังเกตตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญ การงดหรือหลีกเลี่ยงชนิดของอาหาร ควรทำกรณีที่จำเป็นที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับอาการท้องเสียเท่านั้น เพื่อให้ร่างกายเรามีโอกาสได้รับชนิดอาหารที่หลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

การกินอาหารที่มีกากมาก (ใยอาหารสูง) จำพวก ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ธัญพืชต่างๆ ทำให้อาการถ่ายท้องในคนที่มีปัญหาธาตุอ่อนและลำไส้อักเสบดีขึ้น เพราะว่าใยอาหารจะช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้กลับมาเป็นปกติ ช่วยลดแรงดันของผนังลำไส้ใหญ่และเพิ่มเนื้ออุจจาระ การกินอาหารที่มีใยอาหารสูงนี้ ควรกินในยามที่ร่างกายปกติด้วย เพราะเป็นส่วนที่ร่างกายต้องการและช่วยทำให้เรามี สุขภาพดีด้วย 

มีข้อแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้กับคนทั่วไป คือ ควรกินใยอาหารประมาณ 20-35 กรัมต่อวัน ซึ่งจะ พอๆ กับการกินผักชนิดต่างๆ ให้ได้วันละ 4-6 ทัพพี และตามด้วยผลไม้หลากหลายให้ได้วันละ 3-5 ถ้วยตวง หรือคิดง่ายๆ ว่าพยายามกินผักและผลไม้ให้ครบทุกมื้ออาหาร

อาหารที่มีไขมันต่ำ นอกจากย่อยง่ายแล้วยังทำให้การหดรัดตัวของลำไส้ใหญ่ลดลง ส่งผลให้การ ขับถ่ายอุจจาระลดลงได้ คนที่มีอาการท้องเสียเรื้อรัง จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงจำพวกอาหารทอด ผัดที่ใช้น้ำมันมาก หรือเนื้อติดมันเยอะๆ

สำหรับคนที่มีอาการท้องเสียเนื่องจากกินยาปฏิชีวนะมากเกินไป ซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียที่เรียกง่ายๆ ว่าฝ่ายดีนั้นถูกทำลายและมีปริมาณน้อยลง การกินอาหารที่มีเชื้อจำพวก แล็กโตบาซิลลัส(Lactobacillus) หรือ ไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacterium) จะช่วยทำให้ลำไส้ใหญ่มีเชื้อฝ่ายดีดังกล่าวเพิ่มขึ้น และอาการท้องเสียเรื้อรังจะดีขึ้นได้ ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ดังกล่าว เรามักจะนึกถึงนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต

อย่างไรก็ตาม นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตที่ขายอยู่ทั่วไปบางชนิดไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตได้ผ่านความร้อนสูง ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ ตายเรียบ ผลิตภัณฑ์จำพวกนี้สังเกตได้ไม่ยาก คือ นมเปรี้ยวที่บรรจุกล่อง UHT (คุณค่าของนมยังอยู่ แต่เชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ตายระหว่างเจอความร้อน) ดังนั้นผู้บริโภคควรเข้าใจกรรมวิธีการผลิต และอ่านฉลากอาหารให้ดีก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ 

นิสัยการกินก็มีส่วนสำคัญทำให้อาการท้องเสียทุเลาลงได้ เริ่มจาก ไม่ควรกินอาหารแต่ละครั้งมากเกินไป เพราะปริมาณอาหารที่มากทำให้เกิดการขยายของผนังหน้าท้องเพิ่มขึ้น (abdominal distention) และมีผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารได้ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการอดอาหารมื้อหนึ่งแล้วกินอาหารมื้อถัดไปมากขึ้น แต่ควรกินอาหารน้อยๆ บ่อยครั้ง ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดและไม่กินอย่างเร่งรีบ อาหารที่ไม่ได้ผ่านการเคี้ยวจะย่อยยากและทำให้การดูดซึมสารอาหารไม่ดี และการกินอาหารที่เร็วเกินไปอาจทำให้มีแก๊สในลำไส้มากขึ้น ทำให้ท้องอืดได้ นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำมากๆ ให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น 

อาการท้องเสียเป็นอาการที่เป็นกันได้ง่าย เกิดขึ้นกับคนทุกเพศทุกวัย หากเราเรียนรู้การดูแล ตนเอง และการกินอาหารข้างตน ก็จะช่วยผ่อนหนัก ให้เบา ยังช่วยฟื้นฟูให้ร่างกายดีขึ้น และยังป้องกันได้ด้วย

สูงอายุ “รุ่นใหญ่ไฟกระพริบ”

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

สูงอายุ “รุ่นใหญ่ไฟกระพริบ” thaihealth

สสส. ร่วมกับมูลนิธิฟอร์เวิร์ดจัดเทศกาลงานผู้สูงอายุ “รุ่นใหญ่ไฟกระพริบ” พัฒนาศักยภาพเตรียมความพร้อมวัยก่อนสูงอายุตั้งแต่ 50+ และผู้สูงอายุ เพิ่มกิจกรรมทางกายขยับลดโรคสุขกายสบายใจ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิฟอร์เวิร์ด (Forward Foundation) จัดเทศกาลงานผู้สูงอายุ “รุ่นใหญ่ไฟกระพริบ” ที่ช่างชุ่ย ร้านอาเหนกป้าสง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แก่ผู้สูงอายุ และเตรียมความพร้อมวัยก่อนสูงอายุ สร้างความเข้าใจให้คนรุ่นใหญ่ให้ฟิตและมีไฟอยู่เสมอ ผ่านกิจกรรมพัฒนาศักยภาพร้อง เล่น เต้น ประกวด 3 ทีม จาก 6 ชุมชน ได้แก่ ทีมสาวเหลือน้อย จากชุมชนพูนทรัพย์/วัดลุ่ม(เพิ่มสิน18), ทีมโสดในเฟซ จากชุมชนสิริศาสน์/ชุมชนตอกต้นโพธิ์(ศรีย่าน ซอย 3) และทีม BNK68 จากชุมชนบ้านเอื้ออาทรบ้านมั่นคงสวนพลู(ชุมชนใกล้ สสส.)

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุ 11.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.7 และในปี 2562 จะถือเป็นครั้งแรกที่ไทยมีผู้สูงอายุมากกว่าวัยเด็ก ทั้งนี้คาดว่าไทยจะมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 1 ล้านคน ขณะที่ประชากรวันแรงงานกลับยังมีแนวโน้มปัญหาสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ที่พบอัตราป่วยมากถึง 1 ใน 3 ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป และจะส่งผลต่อเนื่องทำให้มีปัญหาสุขภาพเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ นอกจากนี้วัยแรงงานจำนวนไม่น้อย ยังไม่มีการวางแผนการออมเพื่อการเกษียณที่เหมาะสม และจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตเมื่อยามสูงอายุได้ สสส. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรทุกช่วงวัย โดยสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของคนวัยก่อนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ในอนาคต และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม

สูงอายุ “รุ่นใหญ่ไฟกระพริบ” thaihealth

นางภรณี กล่าวว่า  กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อชะลอการเกิดโรคต่างๆ ที่สำคัญสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมงานผู้สูงอายุ “รุ่นใหญ่ไฟกระพริบ” เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารให้เห็นคุณค่าและพลังในตัวผู้สูงอายุที่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนวัยอื่น และกระตุ้นให้เกิดการเตรียมความพร้อมของคนวัยใกล้สูงอายุให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในอนาคต โดยภายในงานมีกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสในการแสดงศักยภาพ แสดงความสามารถร่วมกับผู้เข้าสู่วัยใกล้สูงอายุ ผ่านการประกวดการแสดงเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกาย การให้ความรู้ด้านสุขภาพเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคที่พบมากและเป็นอันตรายในผู้สูงอายุ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในภาวะวิกฤตต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุ และคนทั่วไปมีความรู้ สามารถช่วยเหลือตัวเองและคนในครอบครัว ชุมชนได้

ทั้งนี้ ภายในงานมีการออกบูธคัดกรองสุขภาพ โดยคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบูธทดสอบสมรรถภาพเพื่อการออกกำลังกายผู้สูงอายุ โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ หรือ หมอเจี๊ยบ เจ้าของโครงการ Let’s be heroes รวมแพทย์เฉพาะกิจออกให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพและการปฐมพยาบาล พร้อมนักแสดงชื่อดังที่จะมาสร้างความสนุกไปด้วยกัน อาทิ ก้อย รัชวิน, บ๊วย เชษฐวุฒิ, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ณัทธนพล ทินโรจน์ หรือ ฟิลลิปส์ The Face Men และร่วมรำวงย้อนยุคกับอ๊อด โฟร์เอส บูธเกมส์ ซุ้มอาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมต่างๆ ในงานมากมาย

สนใจรายละเอียดเพิ่มได้ใน www.facebook.com/forwardfoundationth หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน FORWARD ในสมาร์ทโฟน ได้ทาง ios และ android

 

ภารกิจพิชิตพนัน บอลโลกจบ งานไม่จบ

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

ภารกิจพิชิตพนัน บอลโลกจบ งานไม่จบ thaihealth

บอลโลกจบพนันไม่จบ นักวิชาการชี้เด็กเยาวชนกว่าครึ่งล้านยังอยู่ในวงจร  จิตแพทย์เผยช่วงบอลโลกยอดขอคำปรึกษาพุ่งเป็น 2 เท่า เยาวชนเรียกร้องตั้งเจ้าภาพหลัก ทำงานต่อเนื่องและจริงจัง

วันนี้ (12 ก.ค. 61) 10.00 น. ณ ห้องบุษบา โรงแรมแมนดาริน  มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการเสวนา เรื่อง "ภารกิจพิชิตพนัน บอลโลกจบ งานไม่จบ" โดยมีนักวิชาการ แพทย์ ตัวแทนจากองค์กรเยาวชน และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน  ร่วมกันประเมินการทำงานหยุดพนันในช่วงฟุตบอลโลก 2018

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน กล่าวว่า ช่วงเทศกาลบอลยูโรปี 2016 ที่ผ่านมา เยาวชนส่วนหนึ่งที่เล่นพนันบอลยูโร เคยเล่นพนันบอลลีกมาก่อน สะท้อนว่าปัญหาพนันบอลเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว เยาวชนที่เล่นพนันบอลยูโรทั้งที่เคยตั้งใจว่าจะไม่เล่นแต่ก็เล่นพนันอยู่ดี ซึ่งกลุ่มที่เล่นพนันใช้เงินเดิมพันมากกว่าที่กำหนดไว้ในตอนแรก และหลายคนตั้งใจจะเล่นพนันต่อหลังเทศกาลบอลยูโรจบ ซึ่งหลังจบเทศกาลบอลยูโร เยาวชนไทยมีหนี้สินเฉลี่ย 2,000 กว่าบาทต่อคน ต้องเร่งหาเงินไปใช้หนี้ด้วยวิธีการต่างๆ บางรายโกหกผู้ปกครองเพื่อขอเงิน หรือขายทรัพย์สิน เนื่องจากขบวนการทวงหนี้พนันมีความโหดร้าย ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ต้องพูดถึง ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรหม                                          

ภารกิจพิชิตพนัน บอลโลกจบ งานไม่จบ thaihealth

“ปีนี้มีเรื่องที่ดีเกิดขึ้น จากการที่หลายภาคส่วนจับมือกันหาวิธีป้องกันปัญหาในรูปแบบคณะกรรมการ ภายหลังมีการทำ MOU ร่วมกัน เพื่อการประสานความร่วมมือในการป้องกันเด็กและเยาวชน จากการพนันฟุตบอลช่วงฟุตบอลโลก เมื่อเริ่มต้นดีแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงหลังจากบอลโลกจบก็คือ เราไม่ควรจบการทำงานเหมือนเทศกาลที่จบไป ทุกฝ่ายควรทำเรื่องนี้ร่วมกันต่อ เพื่อสื่อสารว่าทุกหน่วยงานห่วงใยปัญหานี้จริงๆ เราควรหาวิธีการให้คณะกรรมการชุดนี้ทำงานร่วมกันต่อไป ” ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน กล่าว   

นายปณิธาน ศรีสร้อย รองเลขาธิการสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต่างๆ ในการสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ และการพัฒนาปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายว่า  ในระยะสั้น ก่อนการชิงชนะเลิศ หน่วยงานรัฐควรปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงพนันออนไลน์อย่างเข้มข้น  ระยะกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติและจังหวัด ควรสรุปบทเรียนการทำงาน เพื่อขยายผลมาตรการป้องกันเด็กจากการพนันฟุตบอล และสนับสนุนการพัฒนาแกนนำเด็กและเยาวชนให้มีส่วนร่วมป้องกันการพนันฟุตบอลลีคใหญ่ ฟุตบอลยูโร และฟุตบอลโลกในอีก 2 และ 4 ปีข้างหน้า  ระยะยาว ควรพิจารณาปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภารกิจพิชิตพนัน บอลโลกจบ งานไม่จบ thaihealth

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสื่อทุกช่องทาง ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ รวมถึงแอปพลิเคชันต่างๆ  พบว่ามีการโฆษณาเชิญชวนแฝงตามสื่อต่างๆ อาทิ  เฟซบุ๊ก หรือจากผู้ทรงอิทธิพลทางออนไลน์จำพวกเน็ตไอดอล  ซึ่งช่องทางเหล่านี้มีเด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้เกิดการเข้าไปใช้บริการพนันฟุตบอลออนไลน์เป็นจำนวนมากในช่วงฟุตบอลโลก 2018 ทั้งนี้ ข้อเสนอยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ภาครัฐควรปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง  ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อให้เท่าทันบุตรหลาน รวมถึงการร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาต่างๆ จากการพนันฟุตบอล ขณะที่สื่อมวลชนต้องช่วยนำเสนอผลกระทบจากการพนันฟุตบอล เพื่อสร้างความตระหนักกับสังคม

นางสาวชนน์ภคอร สวนแก้ว แกนนำเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เครือข่ายฯ มีข้อเรียกร้อง 3 ประเด็นที่คาดหวังมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คือ 1.ภาครัฐรับผิดชอบในการรณรงค์ ด้วยการสอดแทรกเนื้อหาการรณรงค์ในช่วงถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล  2.จัดตั้งคณะกรรมการควบคุมการพนันแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักของการทำงานหยุดปัญหาการพนัน และ 3.จัดตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันออนไลน์อย่างถาวร แม้ทุกฝ่ายจะพยายามช่วยกันรณรงค์อย่างมาก โดยเฉพาะสิ่งที่น่าชื่นชมคือ การรณรงค์ทางโซเชียลมีเดียที่ตอบโจทย์สังคมยุค 4.0 แต่ดูเหมือนยังขาดการร่วมรณรงค์อย่างจริงจังจากภาครัฐ จึงอยากให้รัฐบาล กสทช. กำหนดแนวปฏิบัติบังคับให้สื่อที่ทำการถ่ายทอดสดกีฬาต้องรับผิดชอบรณรงค์หยุดพนันด้วย และที่สำคัญคณะกรรมการควบคุมการพนันแห่งชาติควรต้องถูกทำคลอดในช่วงเวลานี้

ภารกิจพิชิตพนัน บอลโลกจบ งานไม่จบ thaihealth

ด้าน พญ.รัชนี ฉลองเกื้อกูล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์  กล่าวว่า สถิติการโทรมาขอคำปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 รวมถึงจากโรงพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต 19 แห่งทั่วประเทศ ในช่วงฟุตบอลโลก ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิ.ย. 61 มีผู้รับคำปรึกษาเรื่องพนันมากกว่าช่วงเวลาปกติ 2 เท่า โดย 30 % เป็นปัญหาพนันบอลและพนันบอลออนไลน์ อยากฝากคำแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองว่า การให้ความรักความอบอุ่นจากบุคคลในครอบครัวจะเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันการเข้าสู่วงจรการเล่นการพนันที่ดีสุด รวมถึงการเป็นตัวอย่างที่ดีให้บุตรหลานในการไม่เล่นการพนัน  การพูดคุยอย่างเข้าใจใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ หากพบว่าบุตรหลานเล่นการพนัน ควรฟังเขาอย่างเข้าใจ และพยายามชวนให้เขาคิดถึงผลเสียที่จะมีตามมา

หยิบขึ้นมาดู ! เปิดคำทำนายแม่น ๆ เลขท้ายบัตรประชาชน บอกได้ว่าคุณเป็นคน…

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว
ข้อมูล Content จาก www.horoworld.com ดูดวงแบบ Exclusive โทร. 1900-1900-52

          ดูดวง เลขบัตรประจําตัว มาดูกันว่าเลขท้ายของบัตรประชาชน จะบอกนิสัยของคุณได้แม่นหรือไม่

          เชื่อหรือไม่ ? ว่าเลขท้ายของบัตรประจำตัวประชาชน สามารถบอกได้ว่าคุณเป็นคนอย่างไร นั่นแน่ ! ถ้าอยากรู้แล้วก็รีบหยิบบัตรประชาชนขึ้นมากันเลย แล้วดูว่าเลขที่อยู่ตัวท้ายสุดของบัตรประชาชนของคุณคือเลขอะไร จากนั้นไปดูคำทำนายแม่น ๆ จากเว็บไซต์ Horoworld.com ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันเลย…

เลขตัวสุดท้ายบัตรประชาชน บอกได้ว่า คุณเป็นคน…

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 0 : คุณเป็นคนดื้อสุด ๆ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “หัวรั้น” นั่นเอง 555+

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 1 : คุณเป็นคนมีหัวคิด ชอบวางแผนนู่นนี่นั่นตลอด ๆ

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 2 : คุณเป็นคนหัวอ่อน ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด เรียกว่า ซื่อสุด ๆๆ

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 3 : คุณเป็นคนหัวดี ฉลาด เรียนรู้ไว

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 4 : คุณเป็นคนหัวรุนแรง

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 5 : คุณเป็นคนหัวไว

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

 เลขท้าย 6 : คุณเป็นนักรัก เจ้าชู้ กะล่อน จีบไปเรื่อย

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 7 : คุณเป็นคนหัวขี้เลื่อย คิดอะไรช้า เข้าใจยาก

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

 เลขท้าย 8 : คุณเป็นคนหัวหมอ ฉลาดแกมโกง

ดูดวง เลขบัตรประจําตัว

เลขท้าย 9 : คุณเป็นคนหัวศิลป์ มีไอเดียเกี่ยวกับการสังสรรค์ หยิบโน่นทำนี่


ดูดวงสดกับหมอดูโฮโรเวิลด์ที่นี่ 24 ชม. โทร. 1900-111-080