รวมชื่อมงคลเพราะ ๆ ความหมายดี คนเกิดวันพุธกลางวัน-วันพุธกลางคืน

          เพราะชื่อเป็นเสมือนตัวแทนของเรา ชื่อที่ดีจึงควรเป็นชื่อมงคลที่มีความหมายดี ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ ซึ่งชื่ออาจมีผลต่อดวงชะตาและมีอิทธิพลต่อชีวิตของเจ้าของชื่อให้ไปในทิศทางต่าง ๆ อาจช่วยหนุนนำให้ชีวิตดีขึ้น ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ แต่หากชื่อนั้นมีตัวอักษรกาลกิณีอยู่ ก็อาจทำให้ชีวิตติดชัด ทำอะไรก็ไม่ราบรื่นได้ค่ะ

ชื่อมงคล

          ซึ่งหากใครที่กำลังมองหาชื่อตามวันเกิดที่เป็นชื่อมงคล ความหมายดี สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธกลางวันและวันพุธกลางคืน หรือใครที่จะตั้งชื่อลูกเกิดวันพุธละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้คัดชื่อคนเกิดวันพุธกว่า 200 ชื่อมาฝากกันแล้ว โดยแยกเป็น ชื่อคนเกิดวันพุธกลางวัน 100 ชื่อ และชื่อคนเกิดวันพุธกลางคืน 100 ชื่อ แบ่งตามเพศชายและหญิง จะมีชื่อใดที่เหมาะกับคนเกิดวันพุธบ้างนั้น มาเลือกดูกันเลยค่ะ

ชื่อคนเกิดวันพุธกลางวัน

          สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน หรือ ผู้ที่เกิดวันพุธตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึงเย็นวันพุธเวลา 18.00 น. สามารถใช้ทุกตัวอักษรในการตั้งชื่อ ยกเว้นตัวอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ จ ฉ ช ซ ฌ ญ 

ชื่อคนเกิดวันพุธกลางวัน ผู้หญิง

          1. กณิกนันต์ อ่านว่า กะ-นิก-นัน แปลว่า ละเอียดยิ่ง

          2. กมลเนตร อ่านว่า กะ-มน-เนด แปลว่า ตางามดุจดอกบัว

          3. กานต์ธีรา อ่านว่า กาน-ที-รา แปลว่า นักปราชญ์ผู้เป็นที่รัก

          4. กุลธิดา อ่านว่า กุน-ทิ-ดา แปลว่า หญิงผู้เกิดในตระกูลดี

          5. เขมิกา อ่านว่า เข-มิ-กา แปลว่า มีความเกษมสันต์

          6. เขมิสรา อ่านว่า เข-มิด-สะ-รา แปลว่า ยอดแห่งความปลอดภัย

          7. คคนางค์ อ่านว่า คะ-คะ-นาง แปลว่า ท้องฟ้า

          8. ฐานิตา อ่านว่า ถา-นิ-ตา แปลว่า ผู้มีฐานะ

          9. ฐิติกร อ่านว่า ถิ-ติ-กอน แปลว่า สร้างความมั่นคง สร้างชีวิต

          10. ณัฏฐา อ่านว่า นัด-ถา แปลว่า นักปราชญ์

          11. ณัฐนรี อ่านว่า นัด-นะ-รี แปลว่า หญิงสาวผู้เป็นนักปราชญ์

          12. ดารินทร์ อ่านว่า ดา-ริน แปลว่า ดวงดาวอันยิ่งใหญ่ ยอดดารา

          13. ดุลยา อ่านว่า ดุน-ละ-ยา แปลว่า สมดุล ตุลยภาพ เที่ยงตรง เที่ยงธรรม

          14. ธวัลรัตน์ อ่านว่า ทะ-วัน-รัด แปลว่า รัตนะอันบริสุทธิ์

          15. ธันยพร อ่านว่า ทัน-ยะ-พอน แปลว่า มีโชคอันประเสริฐ

          16. ธีวรา อ่านว่า ที-วะ-รา แปลว่า ประเสริฐด้วยความรู้

ชื่อมงคล

          17. นรินทร์พร อ่านว่า นะ-ริน-พอน แปลว่า พรของพระราชา

          18. นวินดา อ่านว่า นะ-วิน-ดา แปลว่า ความใหม่ ความสดชื่น

          19. นารา อ่านว่า นา-รา แปลว่า รัศมีรุ่งเรือง

          20. นิษฐา อ่านว่า นิด-ถา แปลว่า สำเร็จ สมบูรณ์ จุดหมายปลายทาง

          21. บัณฑิตา อ่านว่า บัน-ดิ-ตา แปลว่า ผู้ฉลาด ผู้มีความรู้

          22. บุณยาพร อ่านว่า บุน-ยา-พอน แปลว่า ดีและประเสริฐ ประเสริฐด้วยความดี

          23. ปณัฏฎา อ่านว่า ปะ-นัด-ดา แปลว่า นักปราชญ์

          24. ปภาณิน อ่านว่า ปะ-พา-นิน แปลว่า พูดเก่ง ท่องจำเก่ง

          25. ไปรยา อ่านว่า ไปร-ยา แปลว่า ผู้เป็นที่รัก

          26. พรปวีณ์ อ่านว่า พอน-ปะ-วี แปลว่า นักปราชญ์ผู้ประเสริฐ

          27. พรรณวรส อ่านว่า พัน-วะ-รด แปลว่า ให้พรคือผิวพรรณงาม

          28. พริมา อ่านว่า พริ-มา แปลว่า ประเสริฐ ดีเยี่ยม

          29. ภัคธีมา อ่านว่า พัก-ที-มา แปลว่า ผู้ฉลาดในสิ่งที่เป็นมงคล

          30. ภัณฑิลา อ่านว่า พัน-ทิ-ลา แปลว่า มีลาภ มีความสุข

          31. มนัสนันท์ อ่านว่า มะ-นัด-สะ-นัน แปลว่า มีใจสุขสำราญ

          32. มุนินทร์ อ่านว่า มุ-นิน แปลว่า จอมนักปราชญ์

          33. ยุกตนันท์ อ่านว่า ยุก-ตะ-นัน แปลว่า ประกอบด้วยความยินดี

          34. เยาวเรศ อ่านว่า เยา-วะ-เรด แปลว่า หญิงสาวสวย

ชื่อมงคล

          35. รดา อ่านว่า ระ-ดา แปลว่า ผู้ยินดีแล้ว

          36. รวิสรา อ่านว่า ระ-วิ-สะ-รา แปลว่า เป็นใหญ่ดุจพระอาทิตย์

          37. ลลิตา อ่านว่า ละ-ลิ-ตา แปลว่า สวย มีเสน่ห์

          38. ลักษณ์ณารา อ่านว่า ลัก-นา-รา แปลว่า มีรัศมีงาม

          39. ลัลนา อ่านว่า ลัน-ละ-นา แปลว่า สาวสวย

          40. วรดา อ่านว่า วอ-ระ-ดา แปลว่า ความประเสริฐ ภาวะที่ประเสริฐ

          41. วรินยุพา อ่านว่า วะ-ริน-ยุ-พา แปลว่า หญิงสาวผู้ประเสริฐ

          42. วรันธร อ่านว่า วะ-รัน-ทอน แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งสิ่งประเสริฐ ทรงไว้ซึ่งพร
         
          43. วิมลิน อ่านว่า วิ-มะ-ลิน แปลว่า ผู้ปราศจากมลทิน
         
          44. ศตพร อ่านว่า สะ-ตะ-พอน แปลว่า มีพรมากหรือมีความประเสริฐมากมาย

          45. ศรุตา อ่านว่า สะ-รุ-ตา แปลว่า มีชื่อเสียง

          46. สิรินดา อ่านว่า สิ-หริ-นะ-ดา แปลว่า ผู้น้อมไปในสิริมงคล

          47. สุภัควี อ่านว่า สุ-พัก-คะ-วี แปลว่า ผู้มีโชค

          48. สุวิมล อ่านว่า สุ-วิ-มน แปลว่า กระจ่างและบริสุทธิ์

          49. อติพร อ่านว่า อะ-ติ-พอน แปลว่า ผู้มีพรยิ่งใหญ่ ผู้ประเสริฐที่สุด

          50. อภิษฎา อ่านว่า อะ-พิด-สะ-ดา แปลว่า เป็นที่รักยิ่ง เป็นที่ปรารถนายิ่ง

ชื่อมงคล


ชื่อคนเกิดวันพุธกลางวัน ผู้ชาย

          1. กรวีร์ อ่านว่า กอ-ระ-วี แปลว่า กล้าหาญในการทำงาน

          2. กฤตเมธ อ่านว่า กริด-ตะ-เมด แปลว่า สร้างปัญญา มีปัญญา

          3. กีรติ อ่านว่า กี-ระ-ติ แปลว่า ผู้มีเกียรติ

          4. การิน อ่านว่า กา-ริน แปลว่า ผู้สร้าง ผู้กระทำ

          5. เขมทัต อ่านว่า เข-มะ-ทัด แปลว่า ผู้ให้ความเกษม

          6. เขมินทร์ อ่านว่า เข-มิน แปลว่า มีความเกษมอันยิ่งใหญ่

          7. คณิน อ่านว่า คะ-นิน แปลว่า เป็นใหญ่ในคณะ เป็นใหญ่กว่าคนทั้งหลาย

          8. คุณากร อ่านว่า คุ-นา-กอน แปลว่า บ่อเกิดแห่งความดี

          9. ฐากูร อ่านว่า ถา-กูน แปลว่า ที่เคารพ ผู้น่าเลื่อมใส

          10. ฐิติวุฒิ อ่านว่า ถิ-ติ-วุด แปลว่า มีความเจริญมั่นคงตลอดไป

          11. ณรงค์ฤทธิ์ อ่านว่า นะ-รง-ริด แปลว่า มีฤทธิ์ในการรบ

          12. ณัฐกรณ์ อ่านว่า นัด-ถะ-กอน แปลว่า นักปราชญ์

          13. ณัฐวัฒน์ อ่านว่า นัด-ถะ-วัด แปลว่า ความเจริญของนักปราชญ์

          14. ติณณ์ อ่านว่า ติน แปลว่า ผู้ข้ามพ้นความทุกข์แล้ว

          15. ตุลธร อ่านว่า ตุน-ละ-ทอน แปลว่า ทรงไว้ซึ่งความเที่ยงตรง

ชื่อมงคล

          16. ทัพพ์ อ่านว่า ทับ แปลว่า ทรัพย์สมบัต

          17. ทีปกร อ่านว่า ที-ปะ-กอน แปลว่า ผู้สร้างประทีป ผู้ให้แสงสว่าง

          18. ธนกฤต อ่านว่า ทะ-นะ-กริด แปลว่า การสร้างทรัพย์สมบัติ

          19. ธนภัทร อ่านว่า ทะ-นะ-พัด แปลว่า ดีงามด้วยทรัพย์

          20. ธีมา อ่านว่า ท-มา แปลว่า ผู้มีปัญญา

          21. ธาดา อ่านว่า ทา-ดา แปลว่า ผู้สร้าง

          22. นครินทร์ อ่านว่า นะ-คะ-ริน แปลว่า เจ้าเมือง

          23. นรากร อ่านว่า นะ-รา-กอน แปลว่า บ่อเกิดแห่งคน

          24. นิพิฐ อ่านว่า นิ-พิด แปลว่า ตั้งมั่น ตั้งใจมั่น

          25. บวรทัต อ่านว่า บะ-วอน-ทัด แปลว่า ผู้ให้สิ่งประเสริฐ

          26. บุณยกร อ่านว่า บุน-ยะ-กอน แปลว่า สร้างคุณความดี สร้างบุญกุศล

          27. ปกรณ์ อ่านว่า ปะ-กอน แปลว่า คัมภีร์

          28. ปรินทร์ อ่านว่า ปะ-ริน แปลว่า เป็นใหญ่กว่าคนอื่น

          29. ปัณฑ์ธร อ่านว่า ปัน-ทอน แปลว่า ทรงไว้ซึ่งความรู้

          30. ปัณณวัฒน์ อ่านว่า ปัน-นะ-วัด แปลว่า เจริญด้วยหนังสือ

ชื่อมงคล


          31. พงศกร อ่านว่า พง-สะ-กอน แปลว่า สร้างตระกูลวงศ์ สร้างเผ่าพันธุ์

          32. พฤทธิ์ อ่านว่า พะ-ริด แปลว่า ความเจริญ

          33. พิชญุตม์ อ่านว่า พิด-ชะ-ยุด แปลว่า ฉลาดและยิ่งใหญ่

          34. พิธิวัฒน์ อ่านว่า พิ-ทิ-วัด แปลว่า เจริญด้วยระเบียบแบบแผน

          35. ภรัณยู อ่านว่า พะ-รัน-ยู แปลว่า ผู้ปกป้อง

          36. ภพธร อ่านว่า พบ-ทอน แปลว่า ทรงไว้ซึ่งความเจริญ ทรงภพ

          37. ภัทรดนัย อ่านว่า พัด-ทระ-ดะ-ไน แปลว่า ลูกชายผู้เจริญ

          38. ภาคิน อ่านว่า พา-คิน แปลว่า ผู้มีโชค มีกำไร

          39. ยศนันท์ อ่านว่า ยด-สะ-นน แปลว่า ยินดีในยศ

          40. ยศภัทร อ่านว่า ยด-สะ-พัด แปลว่า เจริญ หรือดีงามด้วยยศ

          41. รวิพล อ่านว่า ระ-วิ-พล แปลว่า มีกำลังดุจพระอาทิตย์

          42. รณกร อ่านว่า รน-นะ-กอน แปลว่า การรบ นักรบ

          43. ลภัส อ่านว่า ละ-พัด แปลว่า สมบัติ, ลาภ

          44. วรทัต อ่านว่า วอ-ระ-ทัด แปลว่า ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ให้พร

          45. วรานนท์ อ่านว่า วะ-รา-นน แปลว่า ความยินดีในสิ่งประเสริฐ

          46. วริทธิ์ อ่านว่า วะ-ริด แปลว่า ผู้มีความสำเร็จอันประเสิรฐ

          47. วศิน อ่านว่า วะ-สิน แปลว่า ผู้มีอำนาจ

          48. อธิป อ่านว่า อะ-ทิบ แปลว่า ผู้เป็นใหญ่

          49. อัครวินท์ อ่านว่า อัก-คระ-วิน แปลว่า ผู้ประสบสิ่งที่ล้ำเลิศ

          50. อิทธิพัทธ์ อ่านว่า อิด-ทิ-พัด แปลว่า เกี่ยวเนื่องกับความสำเร็จ มีความสำเร็จมั่นคง

ชื่อมงคล

ชื่อคนเกิดวันพุธกลางคืน

          สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน หรือ ผู้ที่เกิดวันพุธตั้งแต่เวลา 18.01 น. ถึงเช้าวันพฤหัสบดีเวลา 05.59 น. สามารถตั้งชื่อโดยใช้ได้หมดทุกตัวอักษร ยกเว้นตัวอักษรเหล่านี้ คือ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี

ชื่อคนเกิดวันพุธกลางคืน ผู้หญิง

          1. กฤตยา อ่านว่า กริด-ตะ-ยา แปลว่า เกียรติ

          2. กรรวี อ่านว่า กอน-ระ-วี แปลว่า รัศมีแห่งพระอาทิตย์

          3. กัญญาวีร์ อ่านว่า กัน-ยา-วี แปลว่า หญิงสาวผู้กล้าหาญ

          4. ขวัญจิรา อ่านว่า ขวัน-จิ-รา แปลว่า มีมิ่งขวัญตลอดกาลนาน

          5. คณินทร์ อ่านว่า คะ-นิน แปลว่า เป็นใหญ่กว่าคนทั้งหลาย

          6. คุณิตา อ่านว่า คุ-ณิ-ตา แปลว่า ผู้มีคุณงามความดี

          7. จริญญา อ่านว่า จะ-ริน-ยา แปลว่า มีความรู้เรื่องการเดินทาง

          8. จีรณา อ่านว่า จี-ระ-นา แปลว่า ประพฤติแล้ว ผู้คงแก่เรียน

          9. จารีรัตน์ อ่านว่า จา-รี-รัด แปลว่า ผู้ประพฤติดี

          10. ฉันท์หทัย อ่านว่า ฉัน-หะ-ไท แปลว่า พอใจ มีฉันทะในใจ

          11. ฉันทิศา อ่านว่า ฉัน-ทิ-สา แปลว่า มีความพอใจเป็นใหญ่ ยิ่งใหญ่ด้วยความใฝ่ดี

          12. ชนัญชิดา อ่านว่า ชะ-นัน-ชิ-ดา แปลว่า ผู้ชนะคนอื่น

          13. ชลิตา อ่านว่า ชะ-ลิ-ตา แปลว่า ผู้รุ่งเรืองแล้ว

          14. โชติกา อ่านว่า โช-ติ-กา แปลว่า ผู้รุ่งเรือง ผู้มีความรุ่งเรือง

          15. ญาณิดา อ่านว่า ยา-นิ-ดา แปลว่า มีความรู้

          16. ญาตาวี อ่านว่า ยา-ตา-วี แปลว่า ผู้มีความรู้

ชื่อมงคล

          17. ฐานิดา อ่านว่า ถา-นิ-ดา แปลว่า ความมีฐานะ ความมั่นคง

          18. ฐิรยา อ่านว่า ถิ-ระ-ยา แปลว่า มีความรู้ยั่งยืน

          19. ฐิติชญา อ่านว่า ถิ-ติ-ชะ-ยา แปลว่า ผู้มีความมั่นคง ผู้รู้ชีวิต

          20. ณฐิตา อ่านว่า นะ-ถิ-ตา แปลว่า ดำรงอยู่ด้วยความรู้

          21. ณัจฉรียา อ่านว่า นัด-ฉะ-รี-ยา แปลว่า ผู้มีความรู้เป็นอัศจรรย์

          22. ณัฐรินีย์ อ่านว่า นัด-ถะ-ริ-นี แปลว่า ผู้มีความรู้ดุจแก้ววิเศษ

          23. ติณณา อ่านว่า ติน-นา แปลว่า ผู้ข้ามพ้นความทุกข์

          24. ธนัฏฐา อ่านว่า ทะ-นัด-ถา แปลว่า ดำรงอยู่ด้วยทรัพย์

          25. ธีรกานต์ อ่านว่า ที-ระ-กาน แปลว่า นักปราชญ์ผู้น่ารัก

          26. ธินิดา อ่านว่า ทิ-นิ-ดา แปลว่า หญิงผู้มั่นคง

          27. ธิติสุดา อ่านว่า ทิ-ติ-สุ-ดา แปลว่า หญิงผู้มีปัญญา

          28. ธรณ์ธันย์ อ่านว่า ทอน-ทัน แปลว่า ทรงไว้ซึ่งโชคดี

          29. นิจจารีย์ อ่านว่า นิด-จา-รี แปลว่า ผู้ประเสริฐเป็นนิตย์ ประเสริฐเสมอ

          30. นิตา อ่านว่า นิ-ตา แปลว่า ผู้ได้รับการแนะนำ ได้รับการอบรมอย่างดี

          31. นราวดี อ่านว่า นะ-รา-วะ-ดี แปลว่า  หญิงผู้ประเสริฐ

ชื่อมงคล

          32. รัญชิดา อ่านว่า รัน-ชิ-ดา แปลว่า น่ายินดี ผู้มีเสน่ห์ น่ารัก

          33. รุจิษยา อ่านว่า รุ-จิ-สะ-ยา แปลว่า รุ่งเรือง อ่อนหวานน่ารัก

          34. รุจิกา อ่านว่า รุ-จิ-กา แปลว่า มีความพอใจ ประกอบด้วยความพอใจ

          35. ลลิตา อ่านว่า ละ-ลิ-ตา แปลว่า สวย มีเสน่ห์

          36. ลัลน์ลลิต อ่านว่า ลัน-ละ-ลิต แปลว่า สาวสวย

          37. วรรณวนัช อ่านว่า วัน-วะ-นัด แปลว่า ผิวพรรณเหมือนดอกบัว

          38. วรวลัญช์ อ่านว่า วอ-ระ-วะ-ลัน แปลว่า ผู้มีลักษณะอันประเสริฐ

          39. วิชชาพร อ่านว่า วิ-ชา-พอน แปลว่า นักปราชญ์ผู้ประเสริฐ

          40. ศตนันท์ อ่านว่า สะ-ตะ-นัน แปลว่า มีความยินดีตั้งร้อย มีความยินดีมาก

          41. ศิรัญญา อ่านว่า สิ-รัน-ยา แปลว่า ยอดแห่งความรู้

          42. ศุจินธรา อ่านว่า สุ-จิน-ทะ-รา แปลว่า ทรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์สะอาด

          43. สรนันท์ อ่านว่า สอ-ระ-นัน แปลว่า มีความยินดีเป็นเลิศ

          44. สรัลนุช อ่านว่า สะ-รัน-นุด แปลว่า ผู้เที่ยงธรรม หญิงผู้ซื่อตรง

          45. สาธิดา อ่านว่า สา-ทิ-ดา แปลว่า ให้สำเร็จสมประสงค์

          46. สิรินทร์ อ่านว่า สิ-ริน แปลว่า มีมิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่

          47. สุรัตนา อ่านว่า สุ-รัด-ตะ-นา แปลว่า แก้วที่ดีมีค่า

          48. อชิรญา อ่านว่า อะ-ชิ-ระ-ยา แปลว่า ผู้รู้รวดเร็ว

          49. อธิติยา อ่านว่า อะ-ทิ-ติ-ยา แปลว่า สูงส่ง

          50. อารดา อ่านว่า อา-ระ-ดา แปลว่า ผู้งดเว้นจากความชั่ว ผู้ยินดียิ่ง

ชื่อมงคล

ชื่อคนเกิดวันพุธกลางคืน ผู้ชาย

          1. กรชวัล อ่านว่า กอน-ชะ-วัน แปลว่า รุ่งเรืองด้วยรัศมี มีรัศมีรุ่งเรือง

          2. กรวิชญ์ อ่านว่า กอ-ระ-วิด แปลว่า ความรุ่งเรืองของปราชญ์

          3. กฤตยชญ์ อ่านว่า กริด-ตะ-ยด แปลว่า นักปราชญ์ผู้คงแก่เรียน

          4. กันต์ธีร์ อ่านว่า กัน-ที แปลว่า นักปราชญ์ผู้น่ารัก

          5. คณิศร อ่านว่า คะ-นิ-สอน แปลว่า ผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่คนทั้งหลาย

          6. คิรากร อ่านว่า คิ-รา-กอน แปลว่า กระทำซึ่งถ้อยคำ พูดเก่ง พูดดี

          7. คุณานนต์ อ่านว่า คุ-นา-นน แปลว่า ผู้มีคุณความดี

          8. จรณินท์ อ่านว่า จะ-ระ-นิน แปลว่า เป็นใหญ่เพราะความประพฤติดี

          9. จักรินทร์ อ่านว่า จัก-กริน แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ในแว่นแคว้น

          10. จารุกิตติ์ อ่านว่า จา-รุ-กิต แปลว่า มีชื่อเสียงดีงาม

          11. ชญานนท์ อ่านว่า ชะ-ยา-นน แปลว่า ยินดีในความรู้

          12. ชนกันต์ อ่านว่า ชะ-นะ-กัน แปลว่า เป็นที่รักของคนทั้งหลาย

          13. ชวนันท์ อ่านว่า ชะ-วะ-นัน แปลว่า ยินดีในเชาว์ปัญญา

          14. ชัชรินทร์ อ่านว่า ชัด-ชะ-ริน แปลว่า ผู้เป็นใหญ่

          15. ชาคริต อ่านว่า ชา-คริด แปลว่า ผู้มีความเพียร

          16. ญาณัช อ่านว่า ยา-นัด แปลว่า เกิดมาเพื่อความรู้

          17. ญาณาธร อ่านว่า ยา-นา-ทอน แปลว่า ทรงไว้ซึ่งความรู้

ชื่อมงคล

          18. ฐากูร อ่านว่า ถา-กูน แปลว่า ที่เคารพ ผู้น่าเลื่อมใส

          19. ฐีรวัฒน์ อ่านว่า ถี-ระ-วัด แปลว่า มีความเจริญตลอดไป

          20. ณัช อ่านว่า นัด แปลว่า เกิดมาเพื่อความรู้ ผู้ให้เกิดความรู้

          21. ณัฏฐวี อ่านว่า นัด-ถะ-วี แปลว่า ผู้มีความฉลาด

          22. ณัฐรัชต์ อ่านว่า นัด-ถะ-รัด แปลว่า มีความเป็นนักปราชญ์เป็นสมบัติ

          23. ดิษย์ อ่านว่า ดิด แปลว่า เป็นมงคล

          24. เดชาธร อ่านว่า เด-ชา-ทอน แปลว่า ทรงไว้ซึ่งเดช
         
          25. เตชิต อ่านว่า เต-ชิด แปลว่า คมกล้า หรือฉลาดเฉียบแหลม

          26. เตชินท์ อ่านว่า เต-ชิน แปลว่า เป็นใหญ่ด้วยเดช มีเดชยิ่งใหญ่

          27. ถิรวิทย์ อ่านว่า ถิ-ระ-วิด แปลว่า มีเจตนามั่นคง

          28. ทยากร อ่านว่า ทะ-ยา-กอน แปลว่า บ่อเกิดแห่งความเมตตากรุณา

          29. ทวีรัชต์ อ่านว่า ทะ-วี-รัด แปลว่า สมบัติมาก

          30. ธนโชติ อ่านว่า ทะ-นะ-โชด แปลว่า รุ่งเรืองด้วยทรัพย์ มีทรัพย์มาก

          31. ธนิน อ่านว่า ทะ-นิน แปลว่า มีทรัพย์

          32. นรวิชญ์ อ่านว่า นอ-ระ-วิด แปลว่า คนที่เป็นปราชญ์

          33. นฤชิต อ่านว่า นะ-รึ-ชิด แปลว่า ผู้ชนะ

          34. นิรินธน์ อ่านว่า นิ-ริน แปลว่า ไม่มีกิเลศ

ชื่อมงคล

          35. ยชญ์ อ่านว่า ยด แปลว่า การบูชา การให้เกียรติ

          36. ยศกร อ่านว่า ยด-สะ-กอน แปลว่า ผู้สร้างยศ รุ่งเรืองด้วยยศ

          37. โยธิน อ่านว่า โย-ทิน แปลว่า ผู้ชนะ

          38. รชต อ่านว่า ระ-ชะ-ตะ แปลว่า เงิน

          39. รฐนนท์ อ่านว่า ระ-ถะ-นน แปลว่า เป็นที่ชื่นชอบของรัฐ

          40. วชิรวิทย์ อ่านว่า วะ-ชิ-ระ-วิด แปลว่า มีความรู้เฉียบคมดุจเพชร

          41. วรัชญ์ อ่านว่า วะ-รัด แปลว่า ผู้รู้สิ่งที่ประเสริฐ

          42. วรินทร อ่านว่า วะ-ริน-ทอน แปลว่า ผู้ประเสริฐและเป็นใหญ่

          43. วิชญ์ อ่านว่า วิด แปลว่า ผู้รู้ นักปราชญ์

          44. สิรวิชญ์ อ่านว่า สิ-ระ-วิด แปลว่า นักปราชญ์ผู้เป็นยอด

          45. สุทธิชัย อ่านว่า สุด-ทิ-ไช แปลว่า ชัยชนะอันหมดจด

          46. สุทิวัส อ่านว่า สุ-ทิ-วัด แปลว่า วันดี วันเป็นสิริมงคล

          47. อชิระ อ่านว่า อะ-ชิ-ระ แปลว่า ผู้ว่องไว คล่องแคล่ว

          48. อธิศ อ่านว่า อะ-ทิด แปลว่า ผู้เป็นใหญ่

          49. อัครวินท์ อ่านว่า อัก-คระ-วิน แปลว่า ผู้ประสบสิ่งที่ล้ำเลิศ

          50. อาชว์ อ่านว่า อาด แปลว่า ความซื่อตรง

          การเลือกชื่อที่ดีมีความหมายมงคล อาจช่วยส่งเสริมชีวิตของคุณไปในทางที่ดีขึ้นได้ ซึ่งหากใครที่เกิดวันพุธกลางวัน และวันพุธกลางคืน ก็สามารถเลือกตั้งชื่อตามที่เราได้คัดมาฝากกันได้เลยค่ะ แต่ละชื่อทั้งเพราะแถมมีความหมายดีอีกด้วย ^^

ข้อมูลจาก : horoscope.thaiorc.com, mahamodo.com, thaigoodname.com

ชวนวัยทำงานกินผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ชวนวัยทำงานกินผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน  thaihealth

แฟ้มภาพ

สสส. ชวนวัยทำงานกินผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน ชี้! สร้างสุขภาพได้จริงหลังกินต่อเนื่อง 21 วัน ตั้งเป้าคนไทยกินผักและผลไม้เพิ่มขึ้นจาก 25.9% เป็น 50% ในปี 64

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนโครงการพัฒนากลุ่มผู้บริโภคบริโภคผักผลไม้ปลอดภัย 400 กรัม เพื่อสุขภาพในสำนักงาน จัดกิจกรรม “กินผัก สร้างสุข ปี 2” หวังคนทำงานเปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยการกินผักผลไม้ พร้อมกิจกรรม Veggie’s Talk โดยอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อและเบาหวาน นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ผู้แทนสำนักงานต้นแบบ และผู้แทนกลุ่ม Veggies Lovers บอกเล่าประสบการณ์ทดลองรับประทานผักผลไม้ต่อเนื่อง 21 วัน

ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. อยากเห็นคนไทยไร้โรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไต ที่กำลังเป็นปัญหาสุขภาพระดับชาติที่ต้องการการแก้ไข จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก พบว่า การบริโภคผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. จึงดำเนินการสร้างค่านิยมในการบริโภคผักผลไม้ ควบคู่ไปกับกระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ผ่านประสบการณ์ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชน ให้มีการบริโภคผักและผลไม้ได้อย่างเพียงพอ สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคผักและผลไม้ พร้อมตั้งเป้าให้คนไทยหันมากินผักและผลไม้เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 25.9 ในปี 2561 เป็นร้อยละ 50 ภายในปี 2564

ชวนวัยทำงานกินผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน  thaihealth

นางสาวจันทร์จิดา งามอุไรรัตน์ หัวหน้าโครงการพัฒนากลุ่มผู้บริโภคผักผลไม้ปลอดภัย 400 กรัม เพื่อสุขภาพในสำนักงาน สสส. กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2560 โครงการฯ ได้เข้าไปสนับสนุนองค์กรต้นแบบทั้งภาครัฐและเอกชน 10 แห่ง อบรมให้ความรู้ความเข้าใจ และสาธิตการทำเมนูอาหารจากผักและผลไม้ พร้อมทั้งสมัครใจเข้าร่วมโปรแกรมการกินผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัมต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 21 วัน จนได้ผู้ที่รับประทานผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอรวมทั้งหมดจำนวน 143 ราย โดยทุกคนต้องถอดบทเรียนร่วมกันหลังเข้าร่วมกิจกรรมและการรับประทานผักและผลไม้ในแต่ละมื้อว่าเป็นอย่างไร ซึ่งทุกคนมีสุขภาพดีขึ้น เช่น ระบบขับถ่าย ผิวพรรณ เป็นต้น รวมไปถึงยังมีองค์ความรู้ในการช่วยให้คนรอบตัวปรับพฤติกรรมในการบริโภคผักผลไม้อีกด้วย ต้องขอบคุณทาง สสส. ที่ให้การสนับสนุนโครงการเป็นอย่างดี จนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ในวันนี้

ชวนวัยทำงานกินผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน  thaihealth

ด้านนางสาวสุดคนึง ตันวัฒนเสรี หนึ่งในกลุ่ม Veggies Lovers ที่เข้าร่วมโครงการ ได้เล่าถึงประสบการณ์ และผลลัพธ์ ให้ฟังว่า หลังจากการเข้าร่วมโครงการ 21 วัน มหัศจรรย์ผักผลไม้ มีสิ่งดีๆ ในเรื่องสุขภาพเกิดขึ้นหลายอย่างที่ชัดเจน ระบบขับถ่ายที่ตรงเวลาอาการท้องผูกที่เคยเป็นได้หายไป ร่ายกายแข็งแรงขึ้นรู้สึกได้จากไข้หวัดที่มักจะเป็นบ่อยๆ เวลาอากาศเปลี่ยน ซึ่งการกินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม ไม่ยากเลยค่ะ เมื่อจบโครงการก็ยังคงกินผักผลไม้ต่อเนื่องจนกลายเป็นนิสัย รับประทานผักมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น เปลี่ยนมาทำอาหารกินเองทุกเช้า ซึ่งโครงการให้ส่งรูปอาหารที่รับประทานเข้าไปในกรุ๊ปไลน์ทุกมื้อทุกวัน ในกลุ่มที่เห็นอาหารก็เกิดแรงบันดาลใจ อยากทำอาหารกินเองบ้าง หาเมนูผักกินมากขึ้นตาม ได้บอกเล่าถึงประโยชน์ของการกินผักผลไม้และชวนให้คนรอบข้างหันมากินผักผลไม้ในทุกๆ วัน เพื่อส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับคนที่เรารัก

ผนึกภาคีสุขภาพ ชูงานเดิน-วิ่ง “Great Food Good Run 2018”

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ผนึกภาคีสุขภาพ ชูงานเดิน-วิ่ง

แฟ้มภาพ

“พล.อ.ฉัตรชัย” ผนึก ภาคีสุขภาพ ชูงานเดิน-วิ่ง "Great Food Good Run 2018" วิ่งปลอดภัย กินอาหารปลอดสาร ไร้โรค NCDs ชิงถ้วยรางวัลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี 22 – 23 ธ.ค. ณ สนามศุภชลาศัย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2561 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาพและบริโภคอาหารปลอดภัย โครงการเดินวิ่งเพื่อสุขภาพและบริโภคอาหารปลอดภัย Great Food Good Run 2018 จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักในเรื่องการมีกิจกรรมทางกาย พร้อมเลือกบริโภคอาหารที่ดีจากสินค้าเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรนวัตกรรม ในวันที่ 22 – 23 ธันวาคม 2561 ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย

ผนึกภาคีสุขภาพ ชูงานเดิน-วิ่ง

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนไทยป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ กว่า 14 ล้านคนต่อปี เสียชีวิตกว่า 300,000 คนต่อปี สาเหตุสำคัญเกิดจากการดำเนินชีวิตที่ขาดการมีกิจกรรมทางกาย รับประทานอาหารหวาน มัน เค็มจัด สสส. จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานเพื่อสร้างสังคม สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ และส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในชีวิตประจำวัน ซึ่ง “การวิ่ง” เป็นกิจกรรมทางกายที่ทำได้ง่ายและมีประโยชน์ ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย และลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรค NCDs หากคนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอจะช่วยลดความสูญเสียชีวิตจากโรค NCDs ได้ถึง 11,129 รายต่อปี และลดต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้ถึง 5,977 ล้านบาท

ผนึกภาคีสุขภาพ ชูงานเดิน-วิ่ง

“ที่ผ่านมาการทำงานด้านการป้องกันโรค NCDs ทั้งในเชิงนโยบาย การรณรงค์สร้างความตระหนัก และการจัดการสิ่งแวดล้อม ของประเทศไทย ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยองค์การอนามัยโลกยกให้ประเทศไทยมีการดำเนินงานที่ก้าวหน้าเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับ 3 ของโลกร่วมกับฟินแลนด์และนอร์เวย์ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จจากความร่วมมือในการทำงานนของ สสส.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่าย อย่างไรก็ตามจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงาน และภาคีที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้นนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การส่งเสริมสุขภาพและบริโภคอาหารปลอดภัย เพื่อรวมพลังรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนในเรื่องการออกกำลังกายและการเลือกบริโภคอาหารที่ดี ด้วยสินค้าเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรนวัตกรรม รวมทั้ง ประชาสัมพันธ์ขยายช่องทางตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพประเภทสินค้าเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรนวัตกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและสามารถขยายตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพอีกด้วย ภายใต้โครงการเดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพ และบริโภคอาหารปลอดภัย Great Food Good Run ที่จะจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

ผนึกภาคีสุขภาพ ชูงานเดิน-วิ่ง

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับงานเดิน-วิ่ง Great Food Good Run 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 23 ธันวาคม 2561 ณ สนามกีฬาศุภชลาศัย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 5 พฤศจิกายน 2561 ที่เว็บไซต์ www.thaijogging.org โดยในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 มีกิจกรรมจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย สินค้าเกษตรนวัตกรรม จำนวน 50 บูธ และในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม งานเดิน-วิ่ง Great Food Good Run ชิงถ้วยรางวัลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นี้ แบ่งเป็น 3ระยะ คือ 10 กม.  5 กม. และ 3 กม. นักวิ่งทุกคนจะได้รับเสื้อวิ่ง เหรียญที่ระลึก และถุงผ้า " Great Food Good Run" ภายหลังเข้าเส้นชัย ผู้สนใจร่วมงานสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 5 พฤศจิกายนนี้ ทาง www.thaijogging.org หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ Great Food Good Run รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่สถานสงเคราะห์คนชรา 12 แห่ง ภายใต้การดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนสังคมผู้สูงอายุได้มีสุขภาพที่แข็งแรงที่มาจากการบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์

ผนึกภาคีสุขภาพ ชูงานเดิน-วิ่ง

แค่ ‘วิ่ง’ จะดีอย่างไร?

เรื่องโดย : ดนยา สุเวทเวทิน Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก : เว็บไซต์ thaihealthcenter.org/exhibitions/run/

ภาพประกอบโดย : นัฐพร  ชุ่มลือ Team Content www.thaihealth.or.th และ แฟ้มภาพ

แค่ ‘วิ่ง’ จะดีอย่างไร?  thaihealth

ในวันที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนตอนเด็กๆ กับวันที่ต้องปวดไมเกรน ยิ่งอากาศเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อย หรือพาตัวเองไปอยู่ตรงที่มีฝุ่นเยอะๆ ภูมิแพ้ก็มาเยือนแบบไม่ทันรู้ตัวจนทิชชู่พกพาแทบจะหมดห่อ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฉุกคิดว่า ‘ถึงเวลาแล้วรึยัง ที่เราจะเริ่มหันมารักตัวเอง?’

รักตัวเอง ที่ไม่ใช่การปรุงแต่งแต่เพียงภายนอก ไม่ใช่การนึกถึงแต่ตัวเองจนลืมมองคนอื่น แต่ยังรวมถึงการเติมเต็มจากภายใน ทั้งการเติมทักษะความสามารถในส่วนต่างๆ ที่ยังขาด ไม่ว่าจะเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเรียนหรือสายอาชีพ ทำอาหาร เก็บเงิน การควบคุมอารมณ์และจิตใจ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพและร่างกายของตัวเราเอง ด้วยการเริ่มออกกำลังกาย สะสมไปวันละนิดวันละหน่อย

โดย องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ว่า คนเราควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เนื่องจากการขาดกิจกรรมทางกายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ทั้ง ความดันโลหิต เบาหวาน มะเร็งชนิดต่างๆ และโรคหัวใจ

ซึ่ง 'การวิ่ง' ก็เป็นหนึ่งแอคทิวิตี้ที่นอกจากจะเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นการคาร์ดิโอ เผาผลาญร่างกายแล้ว ยังเป็นการช่วยเปลี่ยนระบบอวัยวะในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น แถมยังเป็นสิ่งที่เราๆ ต่างก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ขอแค่มีรองเท้า 1 คู่ มีพื้นที่ที่พอให้วิ่งรอบได้ คุณก็สามารถมีสุขภาพดีได้แล้ว

แค่ ‘วิ่ง’ จะดีอย่างไร?  thaihealth

เว็บไซต์ thaihealthcenter.org/exhibitions/run/ ยังกล่าวถึงประโยชน์ของการวิ่งที่อิงจาก ทำไมเราจึงควรวิ่ง” womenshealththailand.com ว่า การวิ่ง เปลี่ยนร่างกายและจิตใจได้อย่างไร ไว้ดังนี้

สุขใจ >> การวิ่งกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน สารเคมีธรรมชาติ ซึ่งมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด และทำให้รู้สึกสุขสบาย

สมองดี >> นักวิจัยจากฟินแลนด์พบว่า หนูทดลองที่วิ่งเก่ง มีผลทดสอบด้านการเรียนรู้สูง และนักวิจัยคาดว่า การทดสอบในมนุษย์ก็น่าจะให้ผลแบบเดียวกัน

หัวใจฟิต >> ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอด และหัวใจทำงานดีขึ้น แถมยังช่วยลดไขมันในเลือดด้วย

ชนะภูมิแพ้ >> งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นโรคภูมิแพ้ เมื่อออกไปวิ่ง 30 นาที พบว่า อาการจาม น้ำมูกไหลลดลง 70%

เบิร์นดี >> เมื่อวิ่งแล้วจะไม่ค่อยหิว และแม้จะหยุดวิ่ง ร่างกายก็ยังคงเบิร์นพลังงานในระดับสูงกว่าปกติไปอีกหลายชั่วโมง

กระดูกแข็งแกร่ง >> พร้อมช่วยลดภาวะกระดูกพรุน

อดทนขึ้น >> การวิ่งช่วยให้มีจิตใจเข้มแข็ง สร้างระเบียบวินัยให้ตัวเอง เพราะการวิ่งให้ถึงเส้นชัยก็คือความสำเร็จเล็กๆ ที่เราสร้างเองได้ง่ายๆ

ป่วยยาก >> เพราะช่วยปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น

แค่ ‘วิ่ง’ จะดีอย่างไร?  thaihealth

นอกจากนี้ เว็บไซต์ thaijoggingclub.or.th ยังแนะนำ การวิ่งอย่างไรให้ถูกท่า? เพื่อลดอาการบาดเจ็บเอาไว้ด้วย

ศีรษะ >> ตั้งตรงเป็นแกนเดียวกับลำตัว ไม่เงย ไม่ก้ม สายตามองไปข้างหน้า จะทำให้กล้ามเนื้อคอผ่อนคลาย

หายใจ >> สูดลมหายใจเข้าเป็น 2-3 ช่วงต่อการหายใจเข้า 1 ครั้ง แล้วปล่อยลมหายใจออก จะทำให้วิ่งได้นานขึ้น

มือและแขน >> กำมือหลวมๆ แขนแกว่งขึ้นลงตามจังหวะแกว่งแขนขึ้น ทำมุม 70-80 องศา แกว่งลงทำมุม 100 องศา

ลำตัว >> ลำตัวเป็นเส้นตรงตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงเท้า ทิ้งน้ำหนักตัวและเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

เท้า >> วางเท้าเป็นธรรมชาติ ดัดปลายเท้าให้เป็นเส้นตรงตามทางวิ่ง ไม่เฉเข้าเฉออกนอก ลำตัวไม่จิกลงด้วยปลายเท้า งอเข่าลงเล็กน้อย

แค่ ‘วิ่ง’ จะดีอย่างไร?  thaihealth

อยากวิ่งเพื่อสุขภาพ ต้องทำอย่างไร?

ไม่วิ่งลงปลายเท้า >> เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข้ง น่อง และเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ง่าย ควรใช้กล้ามเนื้อโคนขามากกว่าปลายเท้า

วิ่งยาวสัปดาห์ละครั้ง >> การวิ่งนานๆ จนปวดกล้ามเนื้อแบบสุดๆ จะทำให้กล้ามเนื้อใช้ 'ไกลโคเจน' จนหมด กล้ามเนื้อจะเริ่มสะสมใหม่ และสะสมได้มากกว่า ทำให้เราวิ่งได้ไกลกว่าเดิม

วิ่งเร็วสัปดาห์ละครั้ง >> จะทำให้เส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดี

ฝึกหายใจด้วยกระบังลม >> เพื่อให้หายใจได้ลึกและยาวขึ้น ฝึกได้โดยการนอนหงาย เอาหนังสือวางบนหน้าท้อง แล้วถ้าหนังสือขยับขึ้นก่อนสูดลมหายใจเข้า ลดลงตอนหายใจออก จะถือว่าใช้ได้

เพราะในหลายๆ โรคก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะบาปบุญ แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นหลัก ดังนั้นหากใครที่ชอบบ่นว่าป่วยออดๆ แอดๆ แถมยังไม่มีเวลาเหลือเฟือ ก็ลองให้ ‘การวิ่ง’ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงกว่าที่เป็นอยู่ได้นะคะ

สำหรับใครที่ลงทะเบียนงานวิ่งครั้งใหญ่แห่งปี กับงาน Thaihealth Day Run 2018 อย่าลืมเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมก่อนมาเจอกันจัดในงานวันที่ 11 เดือน 11 ณ สนามศุภชลาศัย นี้

โดยในปีนี้มีความพิเศษตรงที่จัดให้มี คลินิก เดลิเวอรี่ วิ่งสู่ชีวิตใหม่ 10K โปรแกรมการฝึกวิ่งที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายและออกกำลังกายเป็นประจำ ให้สามารถไปถึงเป้าหมายเดินวิ่ง 10K ได้ สามารถดาวน์โหลด “คู่มือ วิ่ง 10 สัปดาห์ สู่ชีวิตใหม่” ได้ที่ http://llln.me/Y7lov19

‘อุ๋ย บุดด้าเบลส’ ผู้ไม่จมดิ่งกับความทุกข์

เรื่องโดย : ดนยา สุเวทเวทิน Team Content www.thaihealth.or.th

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ cleothailand.com

'อุ๋ย บุดด้าเบลส' ผู้ไม่จมดิ่งกับความทุกข์  thaihealth

แร๊พเปอร์แต่งตัวสีจัดตัดกันแดง เหลือง เขียว กลายเป็นสัญลักษณ์ของวงบุดดาเบลส (Buddhabless)  และหนึ่งในสมาชิกคือ นที เอกวิจิตร หรือ อุ๋ย บุดดาเบลส ที่มีฝืมือหลายบทบาท ทั้งนักร้อง แร๊พเปอร์ นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ หรือนักแสดง แต่หนึ่งบทบาทที่ทุกคนเพิ่งคือ ความใฝ่รู้ในธรรมะของอุ๋ย

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เขาเริ่มเดินทางสายธรรม ทั้งการเรียนรู้จากคำสอนและจากการปฏิบัติจริง โดยให้คำนิยามช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ว่า ‘ช่วงเวลาแห่งการทดลองกับสมมุติฐานที่ตั้งไว้’ เมื่อได้ทดลองจึงได้รู้ผลลัพธ์ เมื่อได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างแท้จริงจึงเป็นแรงผลักดันให้เขารู้จักการจัดการแก้ปัญหาความเครียด ความเศร้า ความกังวลที่ล้วนเกิดขึ้นจากใจ เข้าใจคุณค่าความเป็นมนุษย์ รวมถึงสอดแทรกเนื้อหาคำสอนต่างๆ ไว้ในเนื้อเพลงที่มีเจตนามุ่งหวังให้คนฟังได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น รวมถึงช่วยยกระดับจิตใจคนฟังไม่ให้จมดิ่งในความเศร้าไปชั่วขณะ

“ผมเป็นคนมีความทุกข์อยู่เรื่อยๆ ในชีวิต ลองทำตามในแบบอื่นๆ แต่สุดท้ายจิตก็กลับมาคิดอีก พอได้ศึกษาธรรมะจึงพบว่าเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผมทุกข์น้อยลง” อุ๋ย เล่าย้อนไปถึงสาเหตุที่ทำให้เริ่มสนใจศึกษา พร้อมให้นิยามว่า ธรรมะเปรียบเสมือนคู่มือชีวิต ที่เกิดจากการลองทำด้วยตัวเองจนเข้าใจคุณค่าของการเกิดและดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับการเข้าใจคุณค่าของการทำงาน หากเข้าใจว่างานมีคุณค่าและทำไปเพื่อสิ่งใด ก็ย่อมเกิดแรงขับเคลื่อนในการทำงานนั้นๆ

จิตใจและร่างกายต้องไปด้วยกัน นอกจากการศึกษาธรรมะ การออกกำลังกายอย่างการเล่นบาสเกตบอลและวิ่งในสวนสาธารณะ จึงเป็นสิ่งที่ช่วยดึงอารมณ์ทางจิตใจให้กลับมาแจ่มใสและทำให้การแสดงคอนเสิร์ตของดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือ อุ๋ย บุดดาเบลส ยังตัดสินใจเลิกดื่มเหล้า ด้วยเหตุผลที่ว่า หากอยากเปลี่ยนคนอื่นต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน เขาเผยว่า “การกระทำทุกสิ่งอยู่ที่ตัวเรา ขึ้นอยู่กับจิตใจว่ามีความหนักแน่นและตั้งใจมากแค่ไหน ถ้าใจบอกว่าไม่ดื่มและเราปฏิเสธไป ยังไงเพื่อนก็ไม่สามารถบังคับเราดื่มได้” ดังนั้นการรวมตัวมีทติ้งกับเพื่อนจึงไม่เป็นปัญหา เพราะเขาจัดการและควบคุมตัวเองได้

ที่สุดแล้ว “อุ๋ย” ยังได้พบมุมมองการใช้ชีวิตที่ต่างไป โดยหันมาใส่ใจคนในครอบครัวมากขึ้นกว่าเก่า เพราะครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดที่มีความรักแท้ให้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมฝากข้อคิดไว้ว่า “หากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่ไม่ใส่ใจคนในครอบครัว ไม่ทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน อาจเสียใจเมื่อวันที่สายไป”

การดูแลสุขภาพในแบบฉบับของ อุ๋ย บุดดาเบลส จริงๆ ก็เป็นแนวทางเดียวกับ สสส. ซึ่งมุ่งสร้างเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีครบทั้ง 4 มิติ ด้านกาย ใจ สังคม ปัญญา เมื่อมีครบสิ่งที่เรียกว่า “ความสุข” ก็ไม่ต้องไปหาจากไหนอีกเลย

ลดเสี่ยงสาร BPA ในพลาสติก

ที่มา : http://talkaboutsex.thaihealth.or.th

ลดเสี่ยงสาร BPA ในพลาสติก  thaihealth

ทราบกันดีว่า Bisphenol A หรือ BPA เป็นสารเคมีที่ใช้ในการผลิตพลาสติกใสที่มีความแข็งแรง สามารถป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียในอาหารหรือป้องกันการเกิดสนิมจากกระป๋องได้ แต่ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน

สถาบันป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า คนอเมริกันมีสาร BPA อยู่ในร่างกายมากกว่าร้อยละ 90ซึ่งคุณหมอ Deborah Ann Mulligan อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัย Nova Southeastern กล่าวว่า "เมื่อ BPA สัมผัสกับอาหารหรือของเหลว แม้จะเป็นเพียงจำนวนเล็กน้อยสารเคมี ก็สามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้แล้ว แต่ในปัจจุบันก็นับว่าเป็นเรื่องยากทีเดียวที่เราจะหลีกเลี่ยงมันได้"

ก่อนหน้านี้พบว่าสาร BPA จะเป็นตัวสกัดกั้นการทำงานของต่อมไร้ท่อในร่างกาย และล่าสุดได้มีงานวิจัยใหม่ พบว่า สาร BPA มีส่วนเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก โรคอ้วน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และส่งผลให้มีปัญหาด้านการสืบพันธุ์ และที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือเด็กเล็ก ๆ ที่ระบบการขับสารพิษของร่างกายยังไม่ดีพอ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันลูกน้อยจากสารพิษ และปกป้องครอบครัวของเราจาก BPA อ่านข้อมูลเรื่องน่ารู้กัน

1.ให้ลูกกินนมแม่ อย่างน้อย 12เดือน นอกจากลูกจะได้รับสารอาหารต่าง ๆ แล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากสาร BPA ขณะเดียวกันคุณแม่เองก็ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเต้านมอีกด้วย

2.สังเกตตัวเลขบนฉลาก โดยเฉพาะตัวเลขที่อยู่บนฉลากขวดพลาสติก เนื่องจากขวดนมหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีการรีไซเคิลใหม่ จะมีเลขที่กำกับเอาไว้ 3หรือ 7หลัก และจะมีตัวอักษร PC ติดอยู่บนฉลากด้วย ซึ่งก็อาจมีสาร BPA อยู่ด้วยเช่นกัน

3.จุดหลอมเหลว หรือคุณสมบัติของการทนความร้อน ใช่ว่าพลาสติกที่ทนความร้อนได้ดีจะไม่มีสาร BPA นะคะ เพราะยิ่งของเหลวมีความร้อนมากขึ้น เท่าไร ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มระดับสาร BPA ในภาชนะพลาสติกมากขึ้นเท่านั้น จึงไม่ควรอุ่นอาหารที่บรรจุในภาชนะพลาสติกด้วยไมโครเวฟนะคะ

4.ใช้แก้วแทนพลาสติก โดยเฉพาะเมื่อต้องอุ่นอาหารด้วยเตาไมโครเวฟ การใช้แก้วหรือสแตนเลส ย่อมปลอดภัยกว่าพลาสติกแน่นอน

5.หลีกเลี่ยงพลาสติกที่มีรอยร้าวหรือขุ่นมัว โดยเฉพาะภาชนะที่ใช้ใส่อาหารของเด็กทารก

6.อ่านฉลากทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และหากไม่แน่ใจก็ต้องสอบถามพนักงานขายในร้าน เพื่อหลีกเลี่ยงพลาสติกที่มีสาร BPA ปนเปื้อน ยิ่งใกล้ตัวยิ่งไม่ควรมองข้าม ทราบอย่างนี้แล้วอย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ

‘ลีซอ’ แบบอย่างนักกีฬาไม่สูบบุหรี่ก็เท่ห์ได้

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

เคล็ดลับคนดังสุขภาพดีฉบับนี้ เราได้พูดคุยกับหนึ่งในนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์ชื่อดัง ธีรเทพ วิโนทัย หรือ ลีซอ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นศูนย์หน้าอยู่ในสังกัดสโมสรฟุตบอลแบงค็อก ยูไนเต็ด

‘ลีซอ’ แบบอย่างนักกีฬาไม่สูบบุหรี่ก็เท่ห์ได้  thaihealth

ลีซอ เล่าถึงประสบการณ์เรื่องบุหรี่ว่า สำหรับช่วงชีวิตของผู้ชายทุกคนล้วนต้องเคยผ่านวัยอยากรู้อยากลอง โดยในสมัยที่ตนศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาก็พบเห็นคนสูบบุหรี่ ขณะนั้นรู้สึกว่าคนที่สูบบุหรี่มีความมั่นใจ ดูเท่ห์ และรู้สึกอยากที่จะเป็นแบบนั้น แต่พอลองจริงๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่มีประโยชน์ทำให้ไม่อยากสูบ ซึ่งอาจเป็นเพราะคนในครอบครัวโดยเฉพาะคุณพ่อก็ไม่ได้สูบบุหรี่เช่นกัน ท่านมักจะพูดคุยและให้ความรู้ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต ตลอดจนเรื่องสูบบุหรี่ว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไร และมันยังทำลายสุขภาพของเราอีกด้วย

ลีซอ บอกอีกว่า ในวงการนักกีฬาโดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลมีหลายคนที่แอบสูบบุหรี่ เนื่องจากเป็นหนึ่งในกฎข้อห้ามของทางสโมสร บางคนสูบมากจนส่งผลต่อศักยภาพของร่างกาย ซึ่งสำหรับตนมองว่า การเป็นนักกีฬาที่ดีจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง ผนวกกับความพยายามเรียนรู้สร้างทักษะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นผู้เล่นที่ดีของทีม อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน  โดยเคล็ดลับดูแลสุขภาพของตนก็มีหลักการง่ายๆ คือ ‘ออกกำลังกายให้บ่อย กินพอดี และนอนให้เพียงพอ’

“ไม่เพียงแต่เรื่องการสูบบุหรี่เท่านั้น การดื่มสุรา ตลอดจนเรื่องที่ทำลายสุขภาพเป็นสิ่งที่ตนไม่เคยอยากลอง แม้ว่าปัจจุบันตนจะอายุ 32 ปี ก็ยังคงมีร่างกายที่แข็งแรง เชื่อว่าสิ่งที่ล้ำค่ามากกว่าเงินทองและชื่อเสียงคือ การมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งนี้ ตนยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งล่าสุดก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก “ชมรมนักฟุตบอลปลอดบุหรี่” โดยมี ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง เป็นประธานโครงการ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เพื่อปลุกกระแสในช่วงที่ฟุตบอลไทยกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก การที่ชักชวนเหล่านักกีฬาเลิกบุหรี่นอกจากจะเพื่อตัวเขาเองแล้ว ยังสร้างแบบอย่างที่ดีให้สังคมได้ด้วยครับ” ลีซอ กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

 

รอยย่นและรอยตีนกา

ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน

รอยย่นและรอยตีนกา thaihealth

แฟ้มภาพ

รอยย่นและรอยตีนกานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมเมื่ออายุสูงขึ้นรอยย่นจะเพิ่มมากขึ้นด้วย

ผิวหนังชั้นนอกที่สัมผัสกับฝุ่นละออง เชื้อโรคต่างๆนั้นเป็นส่วนที่เซลล์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุด และเป็นส่วนที่ตายอยู่ทุกวัน และนั่นคือส่วนที่เป็นขี้ไคล ที่เราถูออกได้ทุกวัน ชั้นที่อยู่ต่ำลงไปจะสร้างเซลล์ขึ้นมาแทนที่ ต่ำจากชั้นผิวหนังเป็นชั้นไขมัน ถัดจากนั้นจึงเป็นพังผืด กล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มกระดูก และกระดูก ในไขมันใต้ผิวหนังเป็นชั้นที่มีเส้นประสาท หลอดเลือด ที่ส่งสารต่างๆมาเลี้ยงผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเต่งตึง มีน้ำมีนวล บนผิวหนังยังมีรูเหงื่อมากมาย เหงื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้อุณหภูมิกายคงที่ มีรูที่เส้นขนโผล่ขึ้นมา เส้นขนไวต่อการสัมผัสมากจึงช่วยป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ที่เข้ามาสัมผัสกับผิวหนัง เช่น ของมีคม เมื่อแตะถูกเส้นขนทำให้เรารู้สึกตัว หลบหลีกได้ทันการ ข้าง ๆ เส้นขนมีต่อมน้ำมันซึ่งสร้างน้ำมันชะโลมผิวหนังให้ชุ่มชื้น และทำลายเชื้อโรคบนผิวหนัง ผิวหนังที่ปกคลุมอยู่บนใบหน้า จึงมิใช่มีเพียงทำให้ใบหน้าแลดูสวยงามแจ่มใสเท่านั้น แต่การที่ผิวหนังเต่งตึง ยืดหยุ่นปราศจากรอยย่น ยังเป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพที่ดีด้วย

ผิวหนังของใบหน้าที่ถูกลมแดดมากเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยย่นได้ง่าย ผู้ที่ขมวดคิ้ว มุมปากตก ตาละห้อย ย่อมทำให้เกิดรอยตีนกาต่างๆ ตามมุมปากมุมตา และศัตรูที่ร้ายที่สุด ที่ทำให้เกิดรอยย่นเห็นจะเป็นดินสีต่าง ๆ ที่สตรีนิยมพอกอยู่บนใบหน้า

สิ่งที่เกิดจากการพอกเครื่องสำอางที่หนาเกินไป ไม่ว่าครีมรองพื้นหรือแป้งชนิดต่าง ๆ คือ เครื่องสำอางที่มีอณูละเอียด จะไปอุดรูเหงื่อ รูขุมขนต่าง ๆ ทำให้เหงื่อระเหยออกไม่สะดวก อุณหภูมิของใบหน้าจะสูงขึ้น สิ่งสกปรกภายใต้ผิวหนังไม่สามารถถูกกำจัดออกไปได้ ไขมันที่รูขุมขนหลังออกมาไม่ได้ ผลก็คือ ผิวหน้าจะเป็นบ่อเกิดของสิวเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ เกิดการอักเสบเรื้อรังและติดเชื้อจนมีหนองใต้หัวสิว และถ้ายิ่งไปบีบเล่นเชื้อโรคจะกระจายไปทั่วใต้ผิวหนัง ชนิดที่ว่าเห่อเต็มใบหน้าทีเดียว การเกิดการอักเสบบนใบหน้าบ่อย ๆ และเรื้อรัง ทำให้ผิวหนังสูญเสียการยืดหยุ่นและเกิดพังผืดยึดติดกับไขมัน และพังผืดข้างใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบ และเมื่อความยืดหยุ่น ความเต่งตึงเสียไป รอยย่นย่อมเกิดขึ้นเต็มหน้า ผู้ที่ใช้เครื่องสำอางเป็นประจำ จึงเป็นการทำลายผิวหน้านั้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้แก่เกินวัย ในกรณีที่ต้องทำงานภายใต้ลมแดด วิธีป้องกันไม่ยากนัก ให้ใช้ผ้าปิดหน้า ใส่หมวก และใส่แว่นกันแดด ซึ่งชาวไร่ชาวนารู้จักวิธีใช้กันมาแต่ช้านานแล้ว

การชะลอรอยย่นบนใบหน้า ขั้นแรกจึงเป็นการรักษาใบหน้าให้สะอาดสะอ้าน การล้างหน้าถ้าหน้าไม่มันมากไม่ควรใช้สบู่ เพราะสบู่ จะทำลายสภาพความเป็นกรดของใบหน้า ชำระน้ำมันธรรมชาติให้หมดโดยสิ้นเชิง ขั้นที่สองคือ ให้ยิ้มแย้มอยู่เสมอ หลายท่านเข้าใจผิดว่าการยิ้มทำให้เกิดรอยย่นขึ้น ในทางตรงกันข้าม การยิ้มทำให้กล้ามเนื้อหดตัวและผ่อนคลายสลับกันไป ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง จึงชะลอรอยย่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขมวดคิ้ว ทำตัวเป็นคนเจ้าทุกข์ต่างหากที่ทำให้เกิดรอยย่นได้ง่าย เพราะกล้ามเนื้อหดเกร็งอยู่ตลอดเวลา ไม่ผ่อนคลาย การไหลเวียนของเลือดไม่ดี ทำให้ผิวหนังเหี่ยวแห้งได้

การชะลอรอยย่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความแก่ให้ปรากฏขึ้นช้าลง จึงทำได้ง่ายโดยอาศัยหลักการเพียง 2 ข้อ คือ ทำให้ใบหน้าสะอาดโดยใช้เครื่องสำอางให้น้อยที่สุด และทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสโดยยิ้มบ่อย ๆ 
วันนี้คุณยิ้มหรือยัง ?

ยโสธร เชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9

ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ยโสธร เชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9  thaihealth

แฟ้มภาพ

          จังหวัดยโสธร เชิญชวนร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อมแนะมุ่งมั่นทำความดีเพื่อแผ่นดิน

          นายนิกร  สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ทั้งในจังหวัดยโสธร ร่วมแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2561 โดยยึดแนวปฏิบัติเดิมที่ได้ดำเนินการมาแล้วในปี 2560 เช่น พิธีทำบุญตักบาตร พิธีทางศาสนาของศาสนาต่าง ๆ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ในห้วงก่อนหรือหลังวันคล้ายวันสวรรคตโดยในส่วนของจังหวัดยโสธรจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และตักบาตรพระสงฆ์ ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2561 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธรนอกจากนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนสวมเสื้อสีเหลือง อย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 13 ตุลาคม 2561 ด้วย และเน้นย้ำให้คนไทยทุกคนรู้ รัก สามัคคี มุ่งมั่นทำความดี และน้อมนำแนวทางตามพระราชดำริต่าง ๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประพฤติปฏิบัติ เพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืนในชีวิต และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติบ้านเมือง"

รู้ทันใจ – รู้ทันกาย กดปุ่มปิดความทุกข์ ในสไตล์ ‘อุ๊-ช่อผกา’

เรื่องโดย อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team content www.thaihelth.or.th

ภาพประกอบโดย คุณชนาธิป

รู้ทันใจ - รู้ทันกาย กดปุ่มปิดความทุกข์ ในสไตล์  ‘อุ๊-ช่อผกา’ thaihealth

ถ้าพูดถึงพิธีกรหญิงระดับแนวหน้าของไทย แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จัก “อุ๊” ช่อผกา วิริยานนท์ เรียกได้ว่าทั้งหน้าที่พิธีกร และผู้ประกาศข่าว เธอทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นพี่กล่าวถึงในวงการไม่น้อยเลยทีเดียว

ในช่วงหลังๆ ไม่ได้มีโอกาสเห็น อุ๊ –ช่อผกา ในฐานะของคนเบื้องหน้าสักเท่าไหร่นั้น ก็เพราะว่าเธอทำงานทั้งด้านประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนสังคม ภายใต้บริษัทเอยู คอมมิวนิเคชั่น และรับหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษ รวมถึงรับงานพิธีกรโทรทัศน์อยู่บ้าง ล่าสุดเธอรับงานรณรงค์ของมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขับเคลื่อนเพื่อให้เด็กไทยได้กินนมแม่ และการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมโดยก่อตั้งเครือข่ายต้นไม้ในเมือง  เลยชักชวนเธอมาพูดคุยในมุมมองการทำงาน และการดูแลตัวเอง

เจาะลึกลงไปด้านการขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์เพื่อสังคม อุ๊-ช่อผกา เล่าให้ฟังว่า อยู่วงการสื่อมาค่อนข้างนาน และการทำงานด้านประชาสัมพันธ์เมื่อก่อนเคยมีลูกค้าให้เราดูแลถึง 15 ราย ส่วนมากเป็นงานสินค้าทั้งหมด และตัวเองไมได้มีความสุขกับงานเลย เพราะการทำงานสินค้าความสำเร็จเป็นความร่ำรวยของคนๆ หนึ่ง แต่เวลาที่ทำงานรณรงค์ความสำเร็จมันคือความก้าวหน้าของมนุษยชาติ สิ่งที่ย้อนกลับมามันไม่ใช่เงิน มันคือความสุขจาการร่วมขับเคลื่อนงาน จึงตัดสินใจรับเฉพาะงานประชาสัมพันธ์เพื่อสังคม โดยถือคติในการทำงานว่า ทำทุกอย่าง ทำเต็มที่ และจริงจัง แต่สำหรับเวลาพักผ่อนก็พักอย่างเต็มที่เช่นกัน

รู้ทันใจ - รู้ทันกาย กดปุ่มปิดความทุกข์ ในสไตล์  ‘อุ๊-ช่อผกา’ thaihealth

“เมื่อเราทำงานเยอะสิ่งสำคัญคือการดูแลกายด้วยการรากฐานความเข็มแข็งทางใจ เวลาที่เราทำงาน มักเป็นคนที่คิดว่าทำอะไรแล้วต้องเป็นเลิศ ต้องสำเร็จทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ เราก็จะเบียดเบียนร่างกายเพราะใจเรามาเกิน100% สิ่งที่ต้องทำในเรื่องของการดูแลกายคือ ตั้งสติดูแลใจเพื่อไม่ให้เบียดเบียนตัวเองมากเกินไป  สำหรับเรื่องกินจะไม่กินอาหารที่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น อาหารขยะ (Junk food) และขนมปัง จะชอบกินผักและผลไม้สด ด้านการออกกำลังกายเมื่อก่อนจะชอบวิ่ง แต่เจอปัญหากล้ามเนื้อข้อเท้าอักเสบเลยหยุดไป ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วจึงกลับมาวิ่ง เราจะอ้างไม่ได้ว่าเราติดงานจึงไม่ออกกำลังกาย เพราะมันเป็นเรื่องของวินัยที่ควรมี” ช่อผกา เล่าให้ฟังอย่างผ่อนคลาย

นอกจากนี้เธอยังแลกเปลี่ยนในเรื่องการดูแลสุขภาพใจให้ฟังต่อว่า ในช่วงที่งานหนักๆ ส่วนใหญ่จะเบียดเบียนการนอนของตนเอง ซึ่งตอนนี้เป็นโรคคลื่นหัวใจเต้นผิดจังหวะ  ที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพออาการเหมือนหัวใจเต้นแร็พ ซึ่งคุณหมอแนะนำว่าให้นอนอย่างเพียงพอและลดน้ำหนัก

โรคคลื่นหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ทำให้เรารู้ว่าสุขภาพดีจะต้องมาจากการเตรียมร่างกาย เราโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต มากว่า 15 ปี เราได้ทักษะเรื่องการฟังเสียงหัวใจและความรู้สึกตัวเอง ต้องตั้งสติเวลาที่งานเยอะ โดยเราทำงานเราจะใช้พลังในการทำงานมากกว่าคนปกติเป็นเท่าตัว คือทุ่มให้กับงานโดยไม่คิดถึงร่างกายเลย แต่เมื่อร่างกายฟ้องเราต้องหยุดฟัง เราต้องถอยต้องผ่อนและตามดูอารมณ์ที่มันมากไป เช่น สนุกมากไป อยากมากไป และมุ่งมั่นมากไป และเมื่อต้องเจอกับความทุกข์ในขณะที่ทำงานนั้น เราจะมีทักษะที่ฝึกจนชำนาญคือการ กดปุ่มความทุกข์ โดยการให้ใจจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ เป็นสภาวะของสมาธิที่แรงกล้า และแสดงความเป็นมืออาชีพในการทำงานออกมาได้ และเมื่อถึงเวลาจะต้องพักก็จะปิดสวิทช์ร่างกายเพื่อพักผ่อนทันที โดยพักกาย ใจ และทำสมาธิเพื่อทบทวนและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น” ช่อผกา เล่าทิ้งท้าย

กายและใจนับว่าเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันอย่างยิ่ง เมื่อกายแข็งแรงก็ย่อมนำมาสู่จิตใจที่แข็งแรงด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่นับว่าสำคัญคือการฟังเสียงทั้งร่างกายและจิตใจของตนเองและจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านั้นให้ได้ ก็จะทำให้การใช้ชีวิตทุกวันของเรามีความสุข