เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต [CR]

เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต  Customer Review..

#ได้ของเล่นใหม่คือแบบน่ารักกระทัดรัดมากกก

เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต

🎉🎉🎉ดื่ม ฉ ล อ ง ให้กับวันดีๆ🎉🎉🎉

ตื่นมาบอกรักตัวเอง ด้วยการดื่มน้ำแล้วก็ปั่นสารอาหารดีๆ เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต

ส่วนผสม
แลคตาซอยไม่หวาน 230 มล.
ข้าวโอ๊ต4 ชต.
แอปเปิ้ล 1/2 ลูก
กีวี 1 ลูก
มะเขือเทศท้อ 4 ลูก
เมล็จเจีย 2 ชช.
เมล็ดฟักทอง 2 ชช.
ถั่วลิสง 1/2 ชต.

รสชาติ หวานอมเปรี้ยวจากผลไม้ หอมถั่วกะข้าวโอ๊ต ละมุนมาก ทานง่าย เมนูนี้ผ่านๆ😄😄

ในส่วนของเครื่องปั่น ราคาน่ารักมาก เครื่องเล็ก
พกพาสะดวก ปั่นละเอียด รวมๆเเล้วโอเคมากก

 

ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ต่อสุขภาพ

ข้าวโอ๊ต เป็นธัญพืชที่นิยมรับประทานกันมาก เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและโปรตีน ทั้งยังมีสารอาหารสำคัญอื่น ๆ เช่น แมงกานีส ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม วิตามินอี วิตามินบี 1 เป็นต้น ซึ่งเชื่อกันว่าสารเหล่านี้ดีต่อสุขภาพและอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้

ข้าวโอ๊ต

กล่าวกันว่ารำข้าวโอ๊ตหรือข้าวโอ๊ตแบบเต็มเมล็ดช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง อาการปวดข้อ กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง กรดยูริกในเลือดสูง ภาวะเครียด โรคทางผิวหนัง รวมทั้งโรคในระบบทางเดินอาหารอย่างโรคลำไส้แปรปรวน ท้องเสีย โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่ หรือท้องผูก

ส่วนฟางข้าวโอ๊ตนั้นมักนำมาใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด โรคไข้หวัดหมู อาการไอ ปวดข้อ โรคทางดวงตา โรคเก๊าท์ กลุ่มโรคระบบเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ (Connective Tissue Disorder) แผลพุพอง อาการฟรอสไบท์ (Frostbite) ที่เกิดจากร่างกายได้รับความเย็นจัดจนเนื้อเยื่อเสียหาย  และอื่น ๆ นอกจากนี้ ข้าวโอ๊ต บางประเภทยังใช้เป็นยาทารักษาผิวหนังที่ผิดปกติ เช่น อาการคัน ผิวแห้ง ตกสะเก็ด ผิวมัน โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง โรคอีสุกอีใส โรคข้อเสื่อม อาการเท้าเย็นเรื้อรังหรือปวดเมื่อยเท้า เป็นต้น

ข้อมูลโภชนาการของข้าวโอ๊ตดิบ 100 กรัม โดยประมาณ

  • พลังงาน 389 กิโลแคลอรี่
  • น้ำ 8.22 กรัม
  • โปรตีน 16.89 กรัม
  • ไขมันรวม 6.90 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 66.27 กรัม
  • เส้นใย 10.6 กรัม
  • แคลเซียม 54 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 4.72 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 177 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 523 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 429 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม
  • สังกะสี 3.97 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1 0.763 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.139 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.961 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.119 มิลลิกรัม
  • โฟเลต 56 ไมโครกรัม

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของข้าวโอ๊ตจากฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ได้ระบุประสิทธิภาพในการใช้ข้าวโอ๊ตรักษาโรคต่าง ๆ ตามตัวอย่างงานวิจัยไว้เป็นระดับต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

การรักษาที่น่าจะได้ผล (Likely Effective)

ลดคอเลสเตอรอลและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ กล่าวกันว่าเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่ชื่อว่าเบต้า กลูแคน (Beta Glucan) ในข้าวโอ๊ตหรือรำข้าวโอ๊ตมีส่วนช่วยลดการสร้างและชะลอการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจากการทดลองให้อาสาสมัครชายหญิงที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจำนวน 19 คน รับประทานข้าวโอ๊ต ที่มีปริมาณเบต้า กลูแคน 2.9 กรัม วันละ 2 ครั้ง นานติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และเว้นช่วงอีก 3 สัปดาห์ จึงค่อยให้รับประทานสารมอลโตเดกซ์ตริน (Maltodextrin) ซึ่งมีลักษณะคล้ายแป้ง ในระยะเวลาเท่ากัน เพื่อเปรียบเทียบผล ซึ่งทั้ง 2 อย่างที่อาสาสมัครรับประทานนั้นเทียบเท่ากับการรับประทานรำข้าวโอ๊ตวันละ 70 กรัม

ผลการศึกษาดังกล่าวพบว่าระดับคอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่รับประทานข้าวโอ๊ต โดยระดับคอเลสเตอรอลทั้ง 2 ชนิดลดลงเรื่อย ๆ จนในสัปดาห์ที่ 4 ค่าระดับคอเลสเตอรอลลดลงประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ แต่ในช่วงที่รับประทานสารคล้ายแป้งกลับไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับคอเลสเตอรอลอย่างเห็นได้ชัด ส่วนระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีและไตรกลีเซอร์ไรด์แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตที่มีเบต้า กลูแคนน่าจะช่วยลดคอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง แต่อาจไม่ส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี

นอกจากคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ข้าวโอ๊ตยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าอะวีแนนตรามายด์ (Avenanthramides) ซึ่งช่วยต้านภาวะอักเสบในหลอดเลือดและควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ และอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน โดยพบข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนคำกล่าวอ้างนี้จากการทดลองให้อาสาสมัครชายหญิงที่มีภาวะคอเลสเตอรอลสูงระดับปานกลางกลุ่มหนึ่งรับประทานข้าวโอ๊ตสำเร็จรูป 100 กรัม และอีกกลุ่มรับประทานบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลี หลังผ่านไป 6 สัปดาห์ ผลปรากฏว่ากลุ่มที่รับประทานข้าวโอ๊ตมีระดับคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และรอบเอวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม อีกทั้งมีระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีลดลงน้อยกว่า แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของความดันเลือด สัดส่วนของร่างกาย หรือผลด้านอื่นอย่างเห็นได้ชัดนัก จึงพอจะกล่าวได้ว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปเป็นประจำอย่างน้อย 6 สัปดาห์ อาจลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันสูงไม่รุนแรง และยังแนะนำให้เพิ่มการรับประทานธัญพืชและข้าวโอ๊ตในมื้ออาหารให้มากขึ้น  

การรักษาที่อาจได้ผล (Possibly Effective)

ลดระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ซึ่งข้าวโอ๊ตจัดเป็นธัญพืชอีกชนิดที่มีกากใยอาหารปริมาณมาก โดยเฉพาะกากใยเบต้ากลูแคน จึงอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน

ข้อมูลเกี่ยวกับคุณประโยชน์ด้านนี้ของข้าวโอ๊ต ปรากฏการศึกษาขนาดเล็กเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเบต้ากลูแคนต่อระดับน้ำตาลหลังอาหารและการดูดซึมน้ำตาลในร่างกายของอาสาสมัครที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 12 คน โดยกลุ่มอาสาสมัครรับประทานอาหารปกติและอาหารที่เติมเบต้ากลูแคนลงไป 5 กรัม จากนั้นในอีก 6 ชั่วโมงถัดมาจึงตรวจน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร ผลพบว่าอาหารที่เติมเบต้ากลูแคนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยลดการสร้างน้ำตาลของร่างกายและชะลออัตราการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด จึงคาดกันว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน

การศึกษาที่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกประสิทธิภาพ

บรรเทาอาการท้องผูก การรับประทานไฟเบอร์หรือกากใยมากขึ้นอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับแก้อาการท้องผูก แทนการใช้ยาระบาย เพื่อเลี่ยงผลข้างเคียงจากการรับประทานยาและปัญหาด้านสุขภาพที่อาจตามมา เช่น น้ำหนักลด มีภาวะขาดสารอาหาร เป็นต้น โดยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ทดลองให้คนอายุ 57-100 ปี รับประทานรำข้าวโอ๊ตแทนการใช้ยาระบาย เพื่อดูคุณภาพชีิวิตและน้ำหนักตัว ผู้เข้าร่วมทดลองแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ได้รับอาหารเสริมจากรำข้าวโอ๊ต 7-8 กรัมต่อวันร่วมกับอาหารปกติ และอีกกลุ่มไม่ได้รับอาหารเสริม โดยจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาระบาย ความถี่ในการถ่ายอุจจาระ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร และน้ำหนักตัวของอาสาสมัครในช่วงก่อนเริ่มการทดลอง หลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์ และหลังจบการทดลอง

ผลลัพธ์จากการทดลองนี้พบว่า กลุ่มที่รับประทานข้าวโอ๊ตหยุดใช้ยาระบายได้ประมาณ 59 เปอร์เซ็นต์และมีน้ำหนักตัวปกติ แต่อีกกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานข้าวโอ๊ตต้องใช้ยาระบายเพิ่มขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์และมีน้ำหนักตัวลดลง และชี้ให้เห็นว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตค่อนข้างปลอดภัยและอาจเป็นตัวเลือกแทนการใช้ยาระบายในบางกรณี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

โรคหรืออาการทางผิวหนัง เชื่อกันว่าข้าวโอ๊ตมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและนำมาใช้ประโยชน์เป็นยาทารักษาอาการทางผิวหนังตั้งแต่อดีต เช่น ผื่นผิวหนัง ผิวหนังไหม้ อาการคัน รอยแดง เป็นต้น โดยในทางการแพทย์เรียกข้าวโอ๊ตชนิดนี้ว่า Colloidal Oats ซึ่งเป็นข้าวโอ๊ตคนละชนิดกับที่นำมารับประทาน

แม้ว่างานวิจัยของข้าวโอ๊ตในด้านนี้ยังมีไม่เพียงพอ แต่จากการศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากข้าวโอ๊ตชนิด Colloidal Oats ในรูปแบบโลชั่นทาผิว 4 ชนิด กับผู้หญิงที่มีสุขภาพดีที่มีอาการคันบริเวณผิวหนังระดับเบาถึงปานกลาง และมีผิวแห้งอย่างรุนแรงบริเวณน่องขาทั้ง 2 ข้าง จำนวน 29 คน ผลพบว่าอาสาสมัครมีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากภาวะผิวแห้งกร้าน ผิวตกสะเก็ด ผิวไม่เรียบเนียน และผิวที่มีอาการคันรุนแรงซึ่งการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าข้าวโอ๊ตชนิด Colloidal Oats มีฤทธิ์ลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระโดยตรง จึงคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคผิวหนังในอนาคต แต่ยังบอกไม่ได้แน่ชัด เพราะกลุ่มการศึกษามีขนาดเล็กและไม่ได้ศึกษาในผู้ป่วยโรคผิวหนังโดยตรง

การรักษาที่อาจไม่ได้ผล (Possibly Ineffective)

ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เชื่อกันว่าธัญพืชหรืออาหารจากธัญพืชอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้น แต่จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานอาหารจากธัญพืชกับความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี โดยมีอาสาสมัครชาย 26,630 คน และอาสาสมัครหญิง 29,189 คน ผลปรากฏว่าการรับประทานอาหารจากธัญพืชมากขึ้นประมาณ 50 กรัมต่อวัน ส่งผลให้อาสาสมัครชายมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงลดลงเท่านั้น แต่ไม่พบความเกี่ยวข้องด้านนี้ในอาสาสมัครหญิง จึงไม่อาจสรุปได้ว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตหรือธัญพืชอื่น ๆ จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความปลอดภัยในการรับประทานข้าวโอ๊ตหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ต

การรับประทานรำข้าวโอ๊ตค่อนข้างปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่อาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น มีแก๊สในท้องมาก ท้องอืด และรู้สึกแน่นท้อง ดังนั้น ในช่วงแรกควรลองรับประทานแต่น้อยและค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้น เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ส่วนการใช้ข้าวโอ๊ตหรือผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ตกับผิวหนังอาจก่อให้เกิดอาการแสบร้อนได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม บุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานข้าวโอ๊ตหรือผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ต

  • ผู้ที่กลืนหรือเคี้ยวอาหารลำบาก เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง ผู้ที่ไม่มีฟันบางซี่หรือฟันปลอมสวมได้ไม่พอดีกับช่องปาก เป็นต้น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ลำไส้อุดตันจากการเคี้ยวได้ไม่ละเอียด
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบย่อยอาหารและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ อาจต้องใช้เวลาย่อยข้าวโอ๊ตนานกว่าปกติและเกิดการอุดตันในลำไส้ตามมา
  • ผู้ที่มีอาการแพ้อะวีนิน (Avenin) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในข้าวโอ๊ตที่คล้ายกับกลูเตนในข้าวสาลี

ทั้งนี้ หากมีอาการแพ้ข้าวสาลีหรือธัญพืชชนิดต่าง ๆ ควรเลือกซื้อข้าวโอ๊ตชนิดที่ระบุว่าเป็นข้าวโอ๊ต 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเจือปนกับธัญพืชชนิดอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้

 

Credit: pobpad.com

สาระน่ารู้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน มะม่วงหาวมะนาวโห่

สรรพคุณมะม่วงหาวมะนาวโห่

Carissa carandas Linn

 

มะม่วงหาวมะนาวโห่ ชื่อวิทยาศาสตร์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carissa carandas Linn.

ชื่อวงศ์ : Apocynaceae

ชื่อสามัญ : Karanda, Carunda, Christ ‘ s Thom

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ :

ต้น : เป็นไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร ทรงพุ่มกลม แตกกิ่งจำนวนมากทุกส่วนมียางสีขาวเหมือนน้ำนม ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมยาว 2-5 เซนติเมตร ปลายหนามมีสีแดง

ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่กลับ ปลายใบมนหรือเว้าเข้าเล็กน้อย โคนใบกลม ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน

ดอก : เป็นดอกช่อสั้น ๆ ที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบมีขนโคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวสีชมพูแกมแดง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ หอมตลอดวัน ออกดอกทั้งปี

ผล : เป็นผลเดี่ยวออกรวมกันเป็นช่อ ผลรูปกลมรี มนรี หรือรูปไข่ ผลอ่อนมีสีขาวอมชมพู ผลดิบมีน้ำยางมาก ผลจะค่อยๆ เข้มขึ้นเป็นสีแดง กระทั่งสุกจึงกลายเป็นสีดำ

เมล็ด : มี 1 เมล็ด ติดอยู่ที่ส่วนปลายรูปไต ยาว 2.5-3 เซนติเมตร สีน้ำตาลอมเทา มีเปลือกแข็งหุ้ม

 

การใช้ประโยชน์ :

– ผล ฆ่าเชื้อ ขับปัสสาวะ พอกดับพิษ แก้โรคลักปิดลักเปิด

– เมล็ด แก้กลากเกลื้อน แก้เนื้อหนังชาในโรคเรื้อน แก้โรคผิวหนัง แก้ตาปลา แก้เนื้องอก บำรุงไขข้อ บำรุงกระดูก บำรุงเส้นเอ็น บำรุงกำลัง บำรุงผิวหนัง

– เปลือก แก้บิด ขับน้ำเหลืองเสีย แก้ท้องเสีย แก้กามโรค ทำยาอมรักษาแผลในปาก แก้ปวดฟัน พอกดับพิษ

– ยอดอ่อน รักษาริดสีดวงทวาร

– ยาง ใช้ทำลายตาปลา กัดทำลายเนื้อที่ด้านเป็นปุ่มโต แก้เลือดออกตามไรฟัน รักษาหูด รักษาขี้กลาก แผลเนื้องอก โรคเท้าช้าง

– น้ำมัน ใช้ฆ่าเชื้อ ทาถูนวดให้ร้อนแดง ยาชา รักษาโรคเรื้อน กัดหูด แก้ตาปลา แก้บาดแผลเน่าเปื่อย

 

 

สรรพคุณมะม่วงหาวมะนาวโห่

image

สรรพคุณ มะม่วงหาว มะนาวโห่ สุดยอด  รู้จักผลไม้ก็ไม่ใช่ สมุนไพรก็ไม่เชิง ชนิดนี้กันไหมครับ บางคนคิดว่ามันเป็นผลไม้แปลก ที่หลายๆ คนมองข้ามหรือแทบไม่รู้จักกัน บางคนรู้จักแต่คิดว่ามันเป็นสมุนไพรรสขม ไม่น่ากิน หรือมีรสชาติเปรี้ยวเพราะชื่อมะม่วง มะนาวอะไรพวกนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า ผลไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณรักษาโรคได้ยอดเยี่ยม ผู้รักสุขภาพไม่ควรพลาดเชียว

และแน่นอนเจ้าสิ่งนี้คือ มะม่วงหาว มะนาวโห่ นั่นเอง โดยในทรูมันนี่ คอลัมน์ “ชีวิตที่ดี…เริ่มที่เลือกใช้จ่ายอย่างฉลาด” มีระบุคุณประโยชน์อย่างมากมายหลายรายการ มีอะไรบ้าง มาดูกัน

มะม่วงหาวมะนาวโห่ หรือ ต้นหนามแดง เป็นชื่อที่เพี้ยนมาจาก “มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่” หรือที่คนกรุงเทพเรียกว่า ต้นหนามแดง หรือจะเรียกว่า มะนาวไม่รู้โห่ ก็ได้ โดยในแต่ละภาคก็เรียกไม่เหมือนกันอีก เช่น

  1. ต้นหนามแดง (ภาคกลาง)
  2. มะนาวไม่รู้โห่ (ภาคกลาง)
  3. มะนาวโห่ (ภาคใต้)
  4. หนามขี้แฮด (เชียงใหม่)

จัดเป็นผลไม้สมุนไพรชนิดหนึ่ง (เหมือนมะขามป้อม ที่ไม่ใช่เป็นผลไม้ทานเล่นปกติ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carissa carandas L. อยู่ในวงค์ APOCYNACEAE มีลักษณะของผลจะมีสีแดงเรียวเล็กคล้ายกับมะเขือเทศราชินี สำหรับรสชาติของผลสุกจะออกหวานนุ่มลิ้น แต่ถ้ายังไม่สุกจีรสเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน มีธาตุเหล็ก และวิตามินซีสูงมาก เมื่อกัดไปแล้วจะมียางเหนียวๆ ฝาดคอ

Image result for มะม่วงหาวมะนาวโห่

มะนาวไม่รู้โห่ หรือ ต้นหนามแดง หรือ มะม่วงหาวมะนาวโห่ นี้เป็นผลไม้ที่หลายคนมองข้ามเนื่องจากไม่ค่อยอร่อยเหมือนผลไม้ทั่วไป ต้นเป็นหนาม หลายคนไม่รู้จักก็ฟันทิ้งกันไป จึงทำให้ปัจจุบันค่อนข้างหามารับประทานได้ยาก นอกจากคนที่รู้เท่านั้นที่นำมาปลูกไว้ สำหรับคนโบราณแล้วผลไม้ชนิดนี้ถือว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะเป็นมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพรซึ่งมีสรรพคุณที่หลากหลายในการช่วยซ่อมแซมร่างกายและช่วยรักษาโรคได้แทบทุกชนิด สำหรับวิธีกินก็นำมาล้างให้สะอาดแล้วรับประทานกันสดได้เลย

โดยสรรพคุณนั้น นอกจากผลแล้วส่วนอื่นๆก็ยังมีประโยชน์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นราก , ใบ , ยอดอ่อน , เมล็ด , เนื้อไม้ , แก่น ก็ล้วนแต่มีสรรพคุณทางยาทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งยางก็ช่วยในการสมานแผลได้ เรียกได้ว่าแทบจะทุกส่วน

คนเป็นโรคหัวใจโตไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะเมื่อรับประทานผลเข้าไปแล้วประมาณ 10 นาที จะทำให้รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ควรรับประทานวันละ 1 ผลเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพจนชินก่อน เมื่อไม่มีอาการแล้วค่อยเพิ่มปริมาณเป็น 10 ผล รับประทานประมาณ 3 เดือนจะทำให้เลือดลมไหลเวียนดี โดยหญิงชายกินได้โรคภัยหายสิ้น “หญิงมีครรภ์ห้ามรับประทานเด็ดขาด”

ประโยชน์จาก ผลของมะม่วงหาวมะนาวโห่

  1. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอย (ผล)
  2. เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกาย (ผล)
  3. ช่วยลดความอ้วน (ผล)
  4. ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ (ผล)
  5. มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง (ผล)
  6. ธาตุเหล็กในผลมีส่วนช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ผล)
  7. มีส่วนช่วยรักษาโรคโลหิตจาง (ผล)
  8. ช่วยรักษาโรคปอด (ผล)
  9. ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งจากการสูบบุหรี่ได้ดีมาก (ผล)
  10. ช่วยรักษาโรคไต (ผล)
  11. บรรเทาอาการของโรคตับ อย่างโรคตับแข็ง (ผล)
  12. ช่วยรักษาโรคเกาต์ (ผล)
  13. ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคไทรอยด์ (ผล)
  14. ช่วยป้องกันโรคไหลตาย (ผล)
  15. ช่วยบรรเทาอาการของโรคภูิแพ้ (ผล)
  16. ช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ (ผล)
  17. ช่วยขับเสมหะ (ผล)
  18. ช่วยขับปัสสาวะ (ผล)
  19. ช่วยฆ่าเชื้อ (ผล)
  20. ช่วยรักษาลักปิดลักเปิดหรือโรคเลือดออกตามไรฟัน สมานแผลในช่องปาก (ผล)
  21. ผลสุกใช้ในการสมานแผล (ผล,ยาง)
  22. ใช้พอกดับพิษ (ผล)
  23. มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน (ผล)
  24. มีส่วนช่วยบรรเทาอาการของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มือเท้าชา (ผล)
  25. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อ (ผล)
  26. น้ำของผลสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารแทนมะนาวได้
  27. ใช้ทำเป็นผลไม้หมักดอง
  28. นำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น ผัดไทยเต้าหู้มะนาวโห่ น้ำพริก เผามะนาวโห่ ฟรุ๊ตตี้ลืมหาว

Image result for มะม่วงหาวมะนาวโห่

ประโยชน์จาก ส่วนอื่นๆ ของมะม่วงหาวมะนาวโห่

  1. ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง (แก่น)
  2. ช่วยบำรุงไขมันในร่างกาย (แก่น,เนื้อไม้)
  3. แก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า (เนื้อไม้)
  4. ช่วยบำรุงกำลัง (เนื้อไม้)
  5. ช่วยบำรุงธาตุ (ราก,แก่น,เนื้อไม้)
  6. ช่วยแก้ไข้ รวมถึงไข้มาลาเลีย (ราก,ใบ)
  7. ช่วยดับพิษร้อน (ราก)
  8. ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร (ราก)
  9. ช่วยให้เจริญอาหาร (ราก)
  10. ช่วยขับพยาธิ (ราก)
  11. ช่วยแก้อาการคัน (ราก)
  12. ในอินเดียใช้รากเพื่อรักษาแผลเบาหวาน (ราก)
  13. แก้อาการเจ็บคอ เจ็บในปาก (ใบ)
  14. แก้อาการปวดหู (ใบ)
  15. ในบังคลาเทศใช้ใบรักษาโรคลมชัก (ใบ)
  16. แก้อาการท้องเสีย (ใบ)
  17. ช่วยรักษาโรคบิด (ใบ)
  18. ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ยอดอ่อน)
  19. ช่วยรักษาโรคเท้าช้าง (น้ำยาง)
  20. ใช้รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง (เปลือกต้น)
  21. แก้กลากเกลื้อน (เมล็ด,น้ำยาง)
  22. แก้อาการเนื้อหนังชาในโรคเรื้อน (เมล็ด)
  23. ช่วยรักษาแผลเนื้องอก (น้ำยาง)
  24. ช่วยรักษาหูด (น้ำยาง)
  25. ช่วยทำลายตาปลา และช่วยกัดทำลายเนื้อที่ด้านเป็นปุ่มโตหรือแข็ง (น้ำยาง)

 

มะม่วงหาวมะนาวโห่ กินอย่างไร

 

 

วิธีปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่

วิธีการปลูกและดูแลรักษา

มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชที่สามารถทนต่อสภาพอากาศได้ดี จึงพบว่าเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น อีกทั้งยังสามารถเติบโตได้ดีในเขตดินทราย และในดินเกือบทุกชนิด ตั้งแต่ดินเค็มไปจนถึงดินเปรี้ยว ซึ่งมะมะม่วงหาวมะนาวโห่นั้นจะให้ผลผลิตที่ดีในสภาพดินที่มีความสมบูรณ์ และต้องมีการระบายน้ำที่ดีด้วย เพราะเป็นพืชที่ต้องการน้ำในปริมาณที่น้อยมากนั่นเอง

ต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่

การขยายพันธุ์

โดยปกติแล้ว นิยมขยายพันธุ์พืชมะม่วงหาวมะนาวโห่ด้วยเมล็ด ซึ่งเมล็ดของพืชชนิดนี้มีอายุการเก็บรักษาที่สั้น ดังนั้นหลังจากแยกเมล็ดออกจากผลแล้วจึงควรเพาะพันธุ์เมล็ดทันที ซึ่งการเพาะปลูกนิยมทำในโรงเรือนช่วงเดือนสิงหาคม และทำการย้ายปลูกเมื่อต้นกล้าอายุได้ 1 ปี

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

ผลของมะม่วงหาวมะนาวโห่จะเริ่มแก่ตัวเมื่อมีอายุได้ 100 – 110 วัน หลังจากติดผล ซึ่งจะมีพัฒนาการของสีตามธรรมชาติ และผลจะเริ่มสุกหลังจากผลเริ่มแก่ รวมเวลาแล้วประมาณ 120 วันหลังติดผล สังเกตได้ว่าผลจะเริ่มนุ่ม และเปลี่ยนไปสีม่วงเข้ม ซึ่งควรเก็บผลไว้ในที่ร่ม สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องไว้ได้นานถึง 1 สัปดาห์ ส่วนระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวนั้น จะมีส่วนสำคัญต่อการรักษาปริมาณของสารสำคัญและสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าการเก็บเกี่ยวผลสุกจะให้สารต้านอนุมูลอิสระได้สูงที่สุด

 

มะม่วงหาวมะนาวโห่ แปรรูป

มะม่วงหาวมะนาวโห่ คนท้อง

 

image

คุณแม่ตั้งครรภ์ ในช่วงที่ท้องอ่อนๆ ก็คงนึกอยากจะกินอะไรเปรี้ยว ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะบางครั้งคนท้องก็มีอาการแพ้ท้อง แต่ก็ต้องระวังในเรื่องการกิน เนื่องจากว่า อาหารบางอย่างอาจส่งผลกระทบ

ให้กับลูกในครรภ์ได้ อย่างเรื่องราวของคุณ จิตรา หน่างเกษม ที่ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวระบุว่า แม่ท้อง-

 

#โพสนี้ฝากเตือนเพื่อนๆนะค่ะที่ตั้งครรภ์อยู่นะคะ

#ผลไม้มะม่วงหาวมะนาวโห่

#ถ้ามันเป็นความรู้สามารถแชร์บอกต่อเพื่อนๆได้นะคะเพราะเราคิดว่าเพื่อนๆที่ตั้งครรภ์บางคนอาจจะไม่รู้

แม่ท้อง-2

เข้าเรื่องเลยนะคะพอดีเมื่อวานเรากินมะม่วงหาวมะนาวโห่ แล้วถ่ายรุปลงเฟสพี่เค้าก็คอมเมนท์ว่าคนท้องเค้าห้ามกินนะคะ เราก็คิดทำไมวะเข้ากูเกิลหาดูเลยค่ะ จริงๆคือมันเป็นยาและมีสรรพคุณหลายอย่าง มันเป็นยาขับเลือดด้วยซึ่งไม่เหมาะแก่คนท้องเลย ด้วยความที่เราหิวเลยให้แฟนไปเก็บมาให้ กินไปประมาน10เม็ดกว่าๆ มานั่งเล่นเฟสพอพี่เค้าคอมเม้นแบบนั้นเราก็รู้สึกกังวลใจมาก

ไปอ่านในพันทิปในเพจคนท้องเค้าบอกแล้วแต่คนแต่ไม่กินจะดีกว่าบางคนก็บอกเคนแท้งบางคนก็บอกออกมาแข็งแรงดี แต่เอาจริงๆคนเป็นแม่มันมีความกังวลสูง เราเลยนอนได้1ชั่วโมงเกิดอาการจะอ้วก เรา เลยออกมานั่งข้างนอก อ้วกออกเลยค่ะออกหมดเลยของที่กินมา1ชั่วโมงอ้วก6ครั้งออกมาเป็นอาหารอ้วกอีก10กว่าครั้งออกมาแต่ลม ทรมารมากและเริ่มกังวลค่ะ

แม่ท้อง-3

โทรหาหมอประจำตัวที่ฝากครรภ์เลยค่ะหมอเค้าก็บอกกินของแสลงให้ไปโรงบ้านแล้วบอกอาการหมอแล้วนอนให้น้ำเกลือนะค่ะ แฟนเราก็พามาหาหมอเลยค่ะ มาถึงเค้าก็แซงคิวให้นะค่ะเราก็ได้คุยกับหมอ ก็คือเราอ้วกออกมาหมดแล้วเพราะอาหารเป็นพิษด้วยเนื่องจากกินส้มตำไปตอนเที่ยงโชคดีมากเลย ที่เราอ้วกออกมาเป็นเพราะส้มตำ มะม่วงหาวมะนาวโห่เลยออกมาหมดเลย

 

หมอก็ให้ยาแล้วนอนให้น้ำเกลือแล้วกลับบ้านได้ โชคดีที่ลูกในท้องไม่เป็นไรเพราะเราท้องแค่3เดือนเอง ฝากเตือนเพื่อนๆนะคะบางคนกินแล้วไม่เป็นไรบางคนกินแล้วอาจแท้งได้เราว่าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงนะคะ เพื่อนความปลอดภัยของลูกเรา ตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจอยู่นะคะกว่าเค้าจะมาได้เรารอตั้งหลายปีพี่เค้าคนโตจน3ขวบแล้ว ฝากเตือนเพื่อนๆที่ตั้งครรภ์นะค่ะกันไว้ดีกว่าแล้วจะมาเสียใจทีหลัง ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ

จากความคิดเห็น 

ท้อง-1

ท้อง-2

จากโพสต์

สำหรับเรื่องนี้ก็นับว่าเป็๋นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณแม่ท้องต้องระวังกันด้วยนะคะ ยิ่งช่วงที่ท้องอ่อนๆ จะกินอะไรก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนทุกครั้ง อย่ากินสุ่มสี่สุ่มห้า นะคะ เพราะอาจส่งผลกับลูกได้

 

 

แหล่งที่มาข้อมูล

คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Frynn และ facebook.com/truemoneyfan

Honestdocs.co

‘K Health’ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ ดื่มได้สุขภาพ ติดปีกพืชริมรั้วทำเงิน

https://kaijeaw.com/มะม่วงหาวมะนาวโห่-คนท้อง

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน ปั่น กล้วยหอม นมสด อกไก่ สำหรับคนชอบออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

ปั่น กล้วยหอม นมสด อกไก่ สำหรับคนชอบออกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน อกไก่ปั่น กล้วยหอม นมสด สำหรับคนชอบออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

ประโยชน์ของกล้วยหอมต่อสุขภาพ

  1. ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกาย
  2. ช่วยคลายเครียด
  3. แก้นอนไม่หลับ
  4. ช่วยย่อยอาหาร
  5. แก้ท้องผูก
  6. ลดความอ้วน
  7. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  8. ป้องกันตะคริวได้
  9. รักษาความดันโลหิตสูง
อกไก่ปั่น
อกไก่ปั่น

ประโยชน์ของโปรตีนจากอกไก่

1. มีโปรตีน อกไก่ 100 กรัมให้โปรตีนโดยประมาณ 21 กรัม ดีอย่างยิ่งสำหรับคนสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งร่างกายคนเราต้องการโปรตีนประมาณ 0.5 -1 กรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม

2. ในอกไก่จะมีกรดอะมิโนลิวซีน 4 กรัม ซึ่งกรดอะมิโนดังกล่าวมีหน้าที่ยับยั้งการสลายตัวของกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังเพิ่มพลังงานในการออกกำลังกายและยังสามารถเร่งให้ระบบการย่อยอาหารเร็วขึ้นได้ และยังมีทริปโตเฟน ที่เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ ที่สามารถต้านอาการซึมเศร้าได้

3. อุดมไปด้วยวิตามินบี อย่างเช่น วิตามินบี 5 ซึ่งวิตามินดังกล่าวที่ว่านี้จะสามารถเปลี่ยนแป้ง และไขมันในร่างกาย ให้เป็นพลังงานแทนได้ นอกจากนี้ยังมีวิตามิน บี 6 ที่ดีต่อเม็ดเลือดแดง และยังเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสร้างพลังงานในร่างกาย และวิตามินบี 12 ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย

4. มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา

5. มีฟอสฟอรัส ที่เป็นแร่ธาตุจำเป็นในการเจริญของกระดูก ฟัน เล็บ

6. มีโพแทสเซียมที่จำเป็นสำหรับการทำงานของหัวใจ และกล้ามเนื้อ

7. มีซีลีเนียม ที่ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย และป้องกันมะเร็ง

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

ประโยชน์ของนมสด

  1. น้ำนมมีสารอาหารครบ 5 หมู่จึงช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
  2. ประโยชน์ของการดื่มนม ช่วยทำให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
  3. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายใยวัยผู้ใหญ่
  4. ไขมันจากนมช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย (ปกติเราจะเรียกว่า “มันเนย”)
  5. มีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็กๆ
  6. ช่วยบำรุงประสาท (วิตามินบี1)
  7. ช่วยบำรุงหัวใจ (วิตามินบี1)
  8. ช่วยในการทำงานของระบบเซลล์ผิวหนัง (วิตามินบี2)
  9. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  10. ประโยชน์ของนม ช่วยให้กระดูกเจริญเติบโตและแข็งแรง ซึ่งจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเด็กในช่วงก่อนเข้าวัยรุ่นและช่วงวัยรุ่น
  11. ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกในวัยเด็ก
  12. ดื่มนมในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นแล้วจะช่วยทำให้ตัวสูงขึ้น เพราะแคลเซียมจะช่วยทำให้กระดูกยาวขึ้น
  13. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะ
  14. มีส่วนช่วยลดความดันโลหิต (แคลเซียม)
  15. ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ (แคลเซียม)
  16. ช่วยทำให้ระบบประสาทไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้น (แคลเซียม)
  17. ช่วยทำหน้าที่ยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อ (แคลเซียม)
  18. ช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ (วิตามินดี)
  19. ช่วยทำให้เลือดแข็งตัว (แคลเซียม)
  20. ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง (วิตามินบี12)
  21. ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด (วิตามินดี)
  22. มีงานวิจัยชี้ว่านมช่วยลดน้ำหนักตัวได้ ซึ่งจากการศึกษาโดยใช้นมพร่องมันเนยในเด็กวัยรุ่นที่อยู๋ในช่วงลดน้ำหนักพบ ว่ากลุ่มที่ดื่มนมพร่องมันเนยสามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม
  23. ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารเป็นปกติ ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก ป้องกันอาการท้องผูก (นมเปรี้ยว)
  24. ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย (วิตามินบี1)
  25. นมสามารถนำไปผลิตเป็น เนย ชีส ครีม โยเกิร์ต ไอศกรัมได้

สูตร อกไก่ปั่น
1. อกไก่ 7-11 1 ชิ้น
2. นมสดรสจืดเมจิก
3. กล้วยหอม 1 ลูก

ปริมาณ แคลอรี่ 300 เหมาะสำหรับมื้อเย็น สำหรับคนอยากลดน้ำหนัก ลดความอ้วน และควบคุมน้ำหนัก

 

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
iBerry 6 Blades 4400 mAh
iBerry 6 Blades 4400 mAh
Vitamer
Vitamer

 

🍏🍉🍍🥑🍓🍊🍏🍌🍒🍅🥝
สินค้าพร้อมส่ง
 
ร้านนี้ นำเข้าเอง ขายเอง ได้ของชัวร์จร้า **
พร้อมบริการเก็บเงินปลายทาง จ่ายเงินหน้าบ้าน
🚚 จัดส่งฟรี Kerry Express
 
สนใจสั่งซื้อ
LineID: @MiniJuicerThailand
 
http://www.เครื่องปั่นน้ําผลไม้แบบพกพา.…
www.MiniJuicerThailand.com

ขอบคุณข้อมูลจาก
Manager.co.th

โปรแกรมฝึกวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอน การซ้อมวิ่ง 21 กิโล

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน

โปรแกรมฝึกวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอน การซ้อมวิ่ง 21 กิโล

 

โปรแกรมฝึกหัดวิ่งฮาล์ฟมาราธอนสำหรับนักวิ่งมือใหม่ ก่อนลงสู่สนามจริงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเช่นไรให้ถึงเส้นชัยโดยสวัสดิภาพเยอะที่สุด

การวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) ในระยะทาง 21 กม. เป็นการวิ่งระยะไกลพอเหมาะพอควรฉะนั้นสำหรับมือใหม่ที่ต้องการลงไปในสนามวิ่งฮาล์ฟมาราธอนสักหนึ่งครั้ง ต้องการให้มาฝึกวิ่งกับโปรแกรมฝึกฝนวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ที่พวกเราเอามาฝากกัน พร้อมเคล็ดวิธีเตรียมความพร้อมก่อนวิ่งฮาล์ฟมาราธอนโดยสวัสดิภาพ

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน
โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน


วิ่งฮาล์ฟมาราธอน ควรจะเตรียมความพร้อมยังไง

1. จัดแจงร่างกายให้พร้อม

ก่อนลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหรือแม้กระทั้งไม่นิฮาล์ฟมาราธอน อย่างแรกที่จำเป็นที่จะต้องพร้อมอย่างที่สุดก็คือร่างกายของพวกเราเอง โดยจะต้องเป็นบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หรืออย่างต่ำควรจะเป็นวิ่งบริหารร่างกาย ครั้งต่ออาทิตย์ โดยวื่งตลอดขั้นต่ำ 30 นาทีทุกคราว และก็เบาๆเพิ่มระยะทาง จนกระทั่งสามารถวิ่งต่อเนื่องกันในระยะทาง กม.ได้อย่างสบายนั่นถือว่า การจะไปให้ถึงจุดที่เป็นคนวิ่ง กม.ได้อย่างชิลก็อาจควรเป็นวิ่งบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอมาไม่น้อยกว่า เดือนแล้วก็ถ้าเกิดอยากลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนจริงๆควรจะบริหารร่างกายบ่อยๆอย่างต่ำ ปีนะขา ดังนี้ก็เพื่อเป็นการฝึกฝนกล้ามร่างกายให้รู้สึกเคยชิน นับเป็นการปกป้องอาการเจ็บกล้ามไปด้วยในตัว

2. การซ้อมก็สำคัญ

ทุกการวิ่งระยะไกล จำเป็นมากเป็นการซ้อมวิ่งอย่างเหมาะควร เพื่อคุ้มครองปกป้องร่างกายเจ็บ รวมทั้งการซ้อมยังจะช่วยวัดสมรรถนะของตัวเราเองเพราะจะลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนไหวไหม วิ่งระยะไกลแล้วกำเนิดความแตกต่างจากปกติอะไรก็ตามต่อสถาพทางร่างกายหรือไม่ ซึ่งนอกเหนือจากการที่จะจำต้องวิ่งอย่างสม่ำเสมออาทิตย์ละ วัน ทีละ 30 นาทีเป็นขั้นต่ำอย่างที่ได้กล่าวไปในข้อแรก การซ้อมวิ่งเพื่อลงฮาล์ฟมาราธอนสิ่งแรกให้เพิ่มระยะทางสำหรับในการวิ่งในทุกๆอาทิตย์ ตัวอย่างเช่น เคยวิ่ง30 นาที หรือ กิโล ให้เพิ่มเป็นวิ่ง กิโล รวมทั้งในอาทิตย์ต่อไป ให้วิ่ง กิโล เป็นเพิ่มระยะทางกม.ไปเรื่อยจนถึงสามารถวิ่งระยะไกลโดยประมาณ 20-21 กม.ได้สุดท้าย

ดังนี้การฝึกหัดควรจะเริ่มฝึกฝนราว 12-15 อาทิตย์ก่อนลงสู่สนามจริง แต่ว่าควรจะลดความถี่สำหรับการซ้อมวิ่งระยะไกลไม่ให้เกิน คราวก่อนลงไปในสนามจริง เพื่อคุ้มครองกล้ามเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินนั่นเอง

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน
โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน

3. อย่าหักโหมมากเกินความจำเป็น

หักโหมในที่นี้พวกเราหมายคือการวิ่งทำเวลา หรือการทดสอบวิ่งด้วยระดับความเร็วที่จะใช้ในสนามจริงตลอดระยะเวลาที่ทำงานวิ่ง ซึ่งโน่นบางทีอาจเสี่ยงกำเนิดความเจ็บทางกล้ามได้ แล้วก็ถ้าเกิดฝึกหัดวิ่งระยะไกลเกิน ชั่วโมง ให้ลดสปีดการวิ่งมาจนกระทั่งเดินเร็วรวมทั้งเดินช้าๆเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ในระยะเวลาสั้นๆเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ร่างกายไม่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนถึงเกินความจำเป็น

4. อย่าฝ่าฝืนถ้าเกิดเจ็บ

ถ้ากำเนิดอาการเจ็บในระหว่างฝึกหัดวิ่ง ควรจะหยุดวิ่งในทันทีรวมทั้งพักรักษาตัวจนกระทั่งหายดีก่อนค่อยกลับมาวิ่งใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุว่าถ้าหากฝ่าฝืนวิ่งถัดไปบางทีอาจกำเนิดอาการเจ็บหนักกว่าเดิมจนถึงไม่อาจจะลงไปในสนามจริงได้

5. รักษาสุขภาพให้เหมาะสมที่สุด

เพียรพยายามพักให้พอเพียง ทานอาหารให้ครบหลักโภชนาการ รวมทั้งกินน้ำไม่ให้เพียงพอกับจำนวนที่ร่างกายอยาก เรียกกล้วยๆว่าควรจะดูแลรักษาสุขภาพร่างกายโดยรวมไม่ให้กำเนิดลักษณะของการป่วยไข้ จะได้ไม่เป็นปัญหาต่อการวิ่งฮาล์ฟมาราธอนของพวกเรายังไงค่ะ

เอาละจ้ะ ได้รู้ถึงการตระเตรียมการฝึกหัดวิ่งมาราธอนกันไปแล้ว ตอนนี้พวกเรามาดูโปรแกรมฝึกฝนวิ่งฮาล์ฟมาราธอนกันดีกว่า

โปรแกรมฝึกหัดวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ตารางฝึกซ้อมที่ 1

วันอาทิตย์ เริ่มฝึกวิ่งระยะไกล

วันจันทร์ เป็นวันพัก หรือบางทีก็อาจจะวิ่งสบายไม่รีบ

วันอังคาร จะเพิ่มโปรแกรมวิ่งให้หนักขึ้น แล้วก็เพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้น

วันพุธ วิ่งสบายไม่สมควรหักโหมเหลือเกิน เป็นการระยะหลังจากฝึกหนักมาเมื่อวานนี้

วันพฤหัสบดี วิ่งให้หนักอีกรอบแบบเท่าตัว

วันศุกร์ ฝึกซ้อมวิ่งปกติ ไม่หนักหรือค่อยเหลือเกิน

วันเสาร์ เป็นวันพัก ก่อนที่จะจะต้องฝึกซ้อมวิ่งระยะไกลในวันอาทิตย์อีกที

โปรแกรมฝึกหัดวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ตารางฝึกที่ 2

อาทิตย์ที่ 1

วันที่ 1 : บากบั่นวิ่งให้ครบ กิโล โดยบางทีอาจเดินสลับวิ่งในตอนที่อิดโรยเหลือเกิน

วันที่ 2 : วิ่งให้ครบ กิโล แต่ว่าเพียรพยายามวิ่งให้มากยิ่งกว่าเดิน

วันที่ 3 : ตั้งเป้าหมายให้วิ่งได้ กม. โดยสลับเดินและก็วิ่งได้

อาทิตย์ที่ 2

วันที่ 1 : เริ่มวิ่งระยะไกลให้ได้ระยะทาง กิโล เดินสลับวิ่งได้

วันที่ 2 : วิ่งให้ครบ กม. โดยวิ่งให้มากยิ่งกว่าเดิน

วันที่ 3 : เพิ่มระยะสำหรับเพื่อการวิ่งเป็น กม. สามารถเดินสลับวิ่งได้

อาทิตย์ที่ 3

วันที่ 1

วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล ด้วยความเร็วเยอะแค่ไหนก็ได้

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล เริ่มจับเวลาสำหรับในการวิ่ง

วันที่ 3 : มานะวิ่งให้ได้ระยะทาง 11 กิโลแบบไม่จับเวลา

 

อาทิตย์ที่ 4

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล พากเพียรทำเวลาให้

วันที่ 3 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบไม่จับเวลา

อาทิตย์ที่ 5

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับการวิ่ง

วันที่ 3 : วิ่งให้ได้ระยะทาง 12 กิโล แบบไม่จับเวลา

อาทิตย์ที่ 6

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. มานะทำเวลาให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 3 : เริ่มวิ่งระยะไกลให้ครบ 14 กิโล โดยวิ่งแบบสบายตามอัธยาศัย

อาทิตย์ที่ 7

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับในการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบจับเวลาสำหรับการวิ่ง

วันที่ 3 : เริ่มวิ่งระยะไกลให้ครบ 16 กม. โดยวิ่งแบบสบายตามความสะดวก

อาทิตย์ที่ 8

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับในการวิ่ง

วันที่ 3 : วิ่งให้ได้ระยะทาง 12 กิโล แบบจับเวลาสำหรับในการวิ่ง

อาทิตย์ที่ 9

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบจับเวลาสำหรับในการวิ่ง

วันที่ 3 : วิ่งให้ได้ระยะทาง 17 กม. แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

อาทิตย์ที่ 10

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

วันที่ 3 : วิ่งให้ได้ระยะทาง 19 กม. แบบจับเวลาสำหรับในการวิ่ง

อาทิตย์ที่ 11

วันที่ 1 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับในการวิ่ง

วันที่ 3 : วิ่งให้ได้ระยะทาง 12 กิโล แบบจับเวลาสำหรับเพื่อการวิ่ง

อาทิตย์ที่ 12

วันที่ 1

วิ่งให้ได้ระยะทาง กม. แบบจับเวลาสำหรับการวิ่ง

วันที่ 2 : วิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล แบบจับเวลาสำหรับการวิ่ง

วันที่ 3 : วิ่งให้ได้ระยะทาง 21 กิโล รวมทั้งวิ่งเหมือนลงไปในสนามจริง

เลือกวิ่งวันไหนก็ได้ โดยจัดตารางให้วิ่ง วันต่ออาทิตย์

โปรแกรมฝึกฝนวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ตารางฝึกที่ 3

อาทิตย์ที่ 1

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น ดังเช่น ว่าย ปั่นรถจักรยาน โยคะ หรือเวทเทรนนิ่ง 30 นาที

วันพฤหัสบดี เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กม.

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล

วันอาทิตย์ เดินให้ได้ระยะทาง กม.

อาทิตย์ที่ 2

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล ยืดดูหมิ่นเหยียดหยามร่างกาย (โยคะพิลาทิส)

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 30 นาที

วันพฤหัสบดี เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กม.

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กม.

วันอาทิตย์ เดินให้ได้ระยะทาง กิโล

อาทิตย์ที่ 3

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล ยืดเหยียดหยามร่างกาย (โยคะพิลาทิส)

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 30 นาที

วันพฤหัสบดี เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ เดินหรือวิ่งให้ได้ระยะทาง กิโล

วันอาทิตย์ เดินให้ได้ระยะทาง กิโล

อาทิตย์ที่ 4

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 30 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล

วันอาทิตย์ เดิน กม.

อาทิตย์ที่ 5

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม. ยืดเหยียดกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 40 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กม.

อาทิตย์ที่ 6

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล ยืดเหยียดกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 40 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กิโล

อาทิตย์ที่ 7

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล ยืดดูหมิ่นเหยียดหยามกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 40 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กิโล

อาทิตย์ที่ 8

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม. ยืดดูถูกกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 40 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่งแบบ Tempo Run หรือการวิ่งด้วยความเร็วที่เพิ่มจังหวะหัวใจและก็อัตราการหายใจ ซึ่งจะเป็นตอนที่รู้สึกหอบอ่อนแรงพอเพียงบอกออกมาเป็นคำๆได้แต่ว่าไม่สามารถที่จะกล่าวเป็นประโยคได้ โดยให้วิ่งในรูปแบบนี้ให้ครบระยะ กิโล

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง 12 กม.

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กิโล

อาทิตย์ที่ 9

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล ยืดดูถูกกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 45 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่ง Tempo Run ให้ครบระยะทาง กิโล

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กิโล

อาทิตย์ที่ 10

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม. ยืดเหยียดหยามกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 40 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่ง Tempo Run ให้ครบระยะทาง กม.

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง 16 กม.

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กม.

อาทิตย์ที่ 11

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล ยืดเหยียดกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 40 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่ง Tempo Run ให้ครบระยะทาง กิโล

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง 16 กิโล

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กม.

อาทิตย์ที่ 12

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล ยืดเหยียดกล้าม

วันพุธ สลับไปบริหารร่างกายอันอื่น 40 นาที

วันพฤหัสบดี วิ่ง Tempo Run ให้ครบระยะทาง กิโล

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง 17 กม.

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กม.

อาทิตย์ที่ 13

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล

วันพุธ พัก

วันพฤหัสบดี วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กิโล

วันอาทิตย์ เดินหรือวิ่งในระยะทาง กม.

อาทิตย์ที่ 14

วันจันทร์ พัก

วันอังคาร วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันพุธ พัก

วันพฤหัสบดี วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันศุกร์ พัก

วันเสาร์ วิ่งด้วยระดับความเร็วคงเดิม ในระยะทาง กม.

วันอาทิตย์ ฝึกวิ่งเสมอเหมือนจริง 21 กิโล โดยทดลองจับเวลามอง


สำหรับมือใหม่ที่ต้องการลงไปในสนามฮาล์ฟมาราธอน ทดลองเบาๆซ้อมตามโปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งที่ถนัดได้เลยนะคะ แต่ว่าอย่าลืมว่า การดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้ไม่เจ็บป่วยสำคัญที่สุด และก็การวอร์มอัพ คูลดาวน์ ก็เกิดเรื่องที่นักวิ่งทุกคนควรจะทำความเข้าใจอย่างครบถ้วน แล้วก็ปฏิบัติอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

health.kapook.com
วารสารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
runnersworld
snackinginsneakers
womensrunning

 

 

4 วิธีกินเจให้สุขภาพดี แบบนี้ล่ะ อิ่มทั้งกาย ได้ทั้งบุญ

4 วิธีกินเจให้สุขภาพดี แบบนี้ล่ะ อิ่มทั้งกาย ได้ทั้งบุญ

 

Credit: health.kapook.com

รับประทานเจทั้งทีก็ควรได้อิ่มบุญ ปลื้มใจ อิ่มกายแบบสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงไปด้วยในคราวเดียวกันว่าแล้วหลังจากนั้นก็มีเทคนิคดีมาฝาก

มั่นใจว่ายังมีอีกหลายท่านที่รับประทานเจกันแบบไม่ถูกทำเอาน้ำหนักพุ่งพล่านข้างหลังออกเจหรือบางบุคคลก็เจ็บป่วยเนื่องจากขาดสารอาหารบางจำพวกไป แบบงี้คงจะไม่เวิร์กแน่ถ้าเกิดจะอิ่มบุญปลื้มใจ แม้กระนั้นมาตรากตรำกายคราวหลัง คุณครูสง่า ดามาดงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัยรวมทั้งรวมทั้งผู้จัดการแผนการโภชนาการเหมาะสมกับช่วงวัย ที่ทำการกองทุนช่วยเหลือการผลิตเสริมสุขภาพ(สสส.เลยขอฝาก กลเม็ดกล้วยๆรับประทานเจแบบไม่อ้วนและไม่ขาดสารอาหาร ให้คนถือศีลรับประทานอาหารเจนำไปทำตามอย่างกัน
1. 
จำเป็นต้องแน่ใจว่าได้สารอาหารครบ กลุ่ม

ถึงแม้จะต้องยกเว้นของกินชนิดเนื้อสัตว์ ซึ่งให้โปรตีนที่จำเป็นจะต้องต่อสถาพทางร่างกาย แม้กระนั้นพวกเราสามารถรับประทานโปรตีนซึ่งได้มาจากพืช ดังเช่นว่า ถั่วเม็ดแห้ง เต้าหู้ แล้วก็โปรตีนเกษตร เพื่อเป็นการตอบแทนได้ ซึ่งโปรตีนที่ได้จากถั่วมีจำนวนไขมันน้อยกว่า แล้วก็ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ได้พอดิบพอดี โดยไม่เหลือเป็นส่วนเกิน และก็ยังมีกากใยช่วยให้ระบบขับถ่าย ที่สำคัญไม่มีคอเลสเตอรอลเสมือนในเนื้อสัตว์

2. เลี่ยงของกินที่มีแป้งหรือไขมัน

อาหารเจโดยมากจะมีไขมันรวมทั้งคาร์โบไฮเดรตสูงมากมาย เนื่องจากว่าใช้แป้งรวมทั้งน้ำมันสำหรับในการปรุงอาหารกันเป็นหลัก อาจก่อให้น้ำหนักขึ้นได้ โดยเหตุนั้นควรจะหันมาบริโภคของกินจำพวกยำต้ม หรือนึ่งให้เพิ่มมากขึ้น แล้วก็ลดอาหารจำพวกที่เป็นอาหารผัดหรือทอด โดยบางครั้งก็อาจจะหันมารับประทานอาหารไทยพวกน้ำพริกเจ รับประทานคู่กับผักสด ผักพื้นเมือง นอกเหนือจากที่จะเป็นประโยชน์แล้วยังไม่มีพิษปนด้วย

Woman Eating Fruit — Image by ฉ Blue Jean Images/Corbis

3. เน้นย้ำรับประทานผักผลไม้ช่วยต่อต้านโรค

ของกินที่มีผักผลไม้จะมีเส้นใยและก็วิตามินมากมาย ช่วยในระบบการสรุปย คุ้มครองโรคอ้วน ดังนี้ผักผลไม้ที่พวกเรารับประทานนอกเหนือจากที่จะย่อยง่ายแล้ว ยังเป็นกากใยชั้นเยี่ยมที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายรวมทั้งการย่อยของอาหารของพวกเราดำเนินการเจริญ เมื่อรับประทานเข้าไปมากมายก็จะช่วยขับของเสียรวมทั้งพิษที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายของพวกเราออกมา ช่วยคุ้มครองโรคมะเร็ง โรคหัวใจโรคเส้นเลือดและก็สมอง ฯลฯ ช่วยลดคอเลสเตอรอล แล้วก็ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ แต่ว่าจะต้องล้างผักผลไม้ทุกหนก่อนรับประทาน เพื่อคุ้มครองป้องกันสารเคมีหลงเหลือจากยากำจัดแมลงที่บางทีก็อาจจะสะสมอยู่ภายในร่างกายถ้าเกิดรับประทานเข้าไปด้วย

4. ห้ามทานอาหารรสจัด

คุณครูสง่า ชี้แจงว่า ของกินรสจัด อีกทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเปรี้ยวจัดมากเกินความจำเป็นจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังเช่นว่า ถ้ารับประทานเผ็ดจัดก็จะไปทำลายกระเพาะ รับประทานเค็มจัดจะไปทำลายไต ฉะนั้นควรที่จะเลือกบริโภคของกินรสจืดชนิดต้มหรือนึ่งเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นแกงจืดเต้าหู้ถั่วเหลือง ฯลฯ

ผู้ชำนาญด้านโภชนาการกล่าวว่า การกินเจนับว่าเป็นจารีตที่ตกทอดมายาวนาน และก็การกินเจยังประกอบไปด้วยการรักษาศีลเพื่อทำให้จิตใจให้แจ่มใส คิดดีปฏิบัติดี ไปกับการละเว้นการกินเนื้อสัตว์ด้วยเหตุดังกล่าวการกินเจให้บริบูรณ์ ก็เลยมีการกินเพื่อได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไม่มีโรคภัยต่างๆพร้อมได้สร้างบุญกุศลจากการไม่เอารัดเอาเปรียบชีวิตคนอื่นๆ

การกินอาหารเจสามารถพร้อมกันกับการบริหารร่างกาย การควบคุมอารมณ์ ไม่เครียด ลด ละ เลิกเหล้าแล้วก็ยาสูบตามหลัก 3 อ 2 ส โน่นเป็น ของกิน อารมณ์ บริหารร่างกาย ไม่ดื่มสุรา ไม่ดูดบุหรี่ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนสุขภาพ ต้องคิดถึงตลอดเทศกาลรับประทานเจนี้” คุณครูสง่า ฝากตบท้าย

ขอขอบคุณมากข้อมูลที่ได้มาจาก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โดย ฉัตรชัย นกดี team content www.thaihealth.or.th

น้ำเต้าหู้ ประโยชน์เน้น ๆ เด่นที่เครื่อง

น้ำเต้าหู้ ประโยชน์เน้น ๆ เด่นที่เครื่อง

 

Credit: health.kapook.com

นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นประโยชน์ย้ำในตนเอง ส่วนเครื่องในนมถั่วเหลืองก็เด่นไม่ใช่ย่อย


เครื่องดื่มที่ได้อีกทั้งสุขภาพ รวมทั้งยังกินได้ในตอนเทศกาลรับประทานเจอย่างน้ำนมถั่วเหลือง คนไหนก็รู้ว่ามีประโยชน์ซึ่งนำมาช่วยเสริมโปรตีน แต่ว่าวันนี้พวกเราจะมาเจาะลึกทั้งยังคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากนมถั่วเหลือง รวมทั้งประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากเมล็ดพืชที่ใส่มาเป็นเครื่องนมถั่วเหลืองอย่างพิถีพิถันกัน

ประโยช์จากน้ำนมถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองที่คั้นออกมาและก็ต้มจนกระทั่งเป็นน้ำเต้าหู้ อุดมไปด้วยโปรตีน ที่คนแพ้นมวัวก็สามารถหลีกเลี่ยงมารับโปรตีนจากนมถั่วเหลืองได้ ทั้งยังนมถั่วเหลืองยังย่อยง่าย ไม่มีไขมัน ดื่มแล้วรู้สึกอิ่มแบบไม่แน่ท้อง รวมถึงผลดีจากน้ำนมถั่วเหลืองที่พวกเรากำลังจะเสนอนี้ ถ้าหากได้ทราบก็อาจจะไม่ฉงนใจที่ใครๆจะชมเชยให้น้ำนมถั่วเหลืองเป็นซูเปอร์ฟู้ด ว่ารวมทั้งมาดูคุณประโยช์จากนมถั่วเหลืองกันเลย

1. มีสารอาหารครบอีกทั้ง กลุ่ม

นมถั่วเหลืองหรือน้ำนมถั่วเหลืองมีสารอาหารครบ กลุ่ม โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ และก็วิตามิน โดยยิ่งไปกว่านั้นจำนวนสารอาหารจำพวกโปรตีนในนมถั่วเหลือง ซึ่งมีอยู่สูงเท่ากันเนื้อสัตว์เลยเชียวล่ะ

2. มีกรดอะมิโนที่จำเป็นจะต้องต่อสภาพทางด้านร่างกายครบทั้งยัง 10 ประเภท

โปรตีนโกลบูลิน (Globulin) ที่เจอในน้ำนมถั่วเหลือง ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นจะต้องต่อสุขภาพร่างกายครบ 10 ประเภท ทั้งยังยังเป็นโปรตีนจำพวกที่ร่างกายซับได้ง่าย โดย 95% ของโปรตีนในน้ำนมถั่วเหลือง ร่างกายจะสามารถดูดซับไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดทั้งปวง

นอกเหนือจากนั้นงานศึกษาวิจัยจาก Molecular Nutrition & Food Research ปี พุทธศักราช2554 ก็เปิดเผยว่า น้ำนมถั่วเหลืองยังมีเลคสิว่ากล่าวน (Lecithin), ไอโซฟลาโวน (Isoflavone),โอลิโก (Oligo) แล้วก็เส้นใย ซึ่งมีคุณลักษณะช่วยชะลอความแก่ ช่วยปรับให้ความสมดุลของฮอร์โมนทั้งยังยังช่วยสำหรับเพื่อการถ่าย รวมทั้งคุ้มครองปกป้องเบาหวาน ลดระดับความดันเลือดสูง โรคอ้วนรวมทั้งบำรุงเส้นโลหิตแดงด้วย

3. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต

หน่วยงานของกินและก็ยา และสัมพันธ์โรคหัวใจของอเมริกา เปิดเผยว่า นมถั่วเหลืองมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในอัตราส่วนที่สูง ซึ่งกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัวจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต คุ้มครองการสั่งสมของไขมันในเส้นเลือดชั้นใน อันเป็นมูลเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและก็ความดันเลือดสูงได้

4. แหล่งรวมวิตามิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบีรวม ไนอาสิน แล้วก็วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี แล้วก็วิตามินซีในจำนวนบางส่วน แม้กระนั้นก็นับว่าเพียงแค่กินน้ำเต้าหู้เพียงแค่ถุงเดียวก็ปัดกวาดเรียบทุกวิตามินเลยล่ะทั้งใครกันแน่ถูกใจกินน้ำเต้าหู้ทุกเมื่อเชื่อวัน ผิวพรรณรวมทั้งร่างกายจะแจ่มใส ด้วยเหตุว่ามีวิตามินพวกนี้รอช่วยทำนุบำรุงร่างกายอีกด้วยนะ

5. บำรุงสมอง เพิ่มความจำ

น้ำนมถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยสารอาหารฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงาน แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ก็เลยช่วยบำรุงรักษาทั้งยังร่างกาย บำรุงสมอง และก็ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการจำได้

6. นมถั่วเหลือง ลดหุ่น

น้ำนมถั่วเหลือง มีแคลอรีอยู่ประมาณ75-200 กิโลแคลอรี ขึ้นกับความหวานและก็เครื่องที่ใส่ไว้ในนมถั่วเหลืองแต่ละแก้ว และก็ในน้ำนมถั่วเหลืองยังไม่มีคอเลสเตอรอล และก็มีกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว

ด้วยเหตุนี้คนใดที่สงสัยว่าดื่มน้ำเต้าหู้แล้วอ้วนไหมก็คงจะจำต้องตอบนี้เลยจ้ะว่า ถ้าเกิดคุณกินน้ำเต้าหู้แบบหวานน้อย ไม่ใส่เครื่อง หรือเน้นย้ำใส่เครื่องที่ให้ผลดีแก่ร่างกาย และควบคุมการรับประทานอาหารรวมทั้งบริหารร่างกายเสมอๆ ความอ้วนก็ไม่น่าจะมาเยี่ยมแน่นอน


ประโยชน์ซึ่งมาจากนมถั่วเหลืองแน่นจริงอะไรจริงมองเห็นไหมค่ะ และก็ถ้ายิ่งดื่มน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องด้วยสารพัดสารพันเมล็ดพืชด้วยแล้วละก็ ประโยช์จากเครื่องที่ใส่ไว้ในนมถั่วเหลืองแต่ละประเภท จะให้ท่านค่าทางสารอาหารอะไรดีกับร่างกายพวกเราได้ดังต่อไปนี้เลย

1. ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองไม่ว่าจะอยู่ในรูปนมถั่วเหลือง หรือนำไปต้มสุกแล้วเอามาใส่เป็นชุดแต่งกายนี้ คุณค่ารวมทั้งสารอาหารในถั่วเหลืองก็ยังครบสมบูรณ์ดี ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนที่สูงเท่ากันเนื้อสัตว์ วิตามินสารพันประเภท เกลือแร่ กรดอะมิโนที่ต้องต่อสภาพร่างกาย เส้นใย แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส รวมทั้งไขมันจำพวกไม่อิ่มตัว

2. ลูกเดือย

ลูกเดือยมีฤทธิ์เป็นยาเย็นช่วยทำนุบำรุงกำลัง บำรุงปอด ตับ ไต ม้าม มีคุณประโยชน์ทางด้านขับฉี่ขับเสลด แก้ไข้ แก้ท้องร่วง หล่อลื่นกระเพาะและก็ไส้ ขจัดปัญหาทางเท้าหายใจ ไขข้อกระดูก ทุเลาอาการเหน็บชา แก้ชัก ลดอาการบวมน้ำ รักษาอาการปอดอ่อนแอแล้วก็เป็นเลือด รักษาฝีที่ไส้ แก้ร้อนในอยากดื่มน้ำ

3. เม็ดแมงลัก

คนไหนที่ต้องการลดหุ่น บางทีอาจกินน้ำเต้าหู้ใส่เม็ดแมงลักก็ได้ เพราะเม็ดแมงลักเป็นสมุนไพรที่ช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกมาจากร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายดูดซับน้ำตาลได้ช้าลง เป็นยาระบายอ่อนประเภทหนึ่ง ทั้งคุณลักษณะขยายตัวได้ของเม็ดแมงลักยังช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม ที่สำคัญเม็ดแมงลักยังไม่มีคอเลสเตอรอลอีกด้วยนะ

4. แปะก๊วย

สมุนไพรจากเมืองจีนจำพวกนี้นิยมเอามาใส่เป็นเครื่องนมถั่วเหลืองด้วยเช่นเดียวกัน โดยแปะก๊วยสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ คุ้มครองเซลล์ถูกทำลาย มีวิตามินรวมทั้งแร่สูง แคลอรีต่ำ บำรุงสมอง เสริมสมรรถนะทางเพศ ทั้งยังช่วยทุเลาอาการ PMS ในหญิงได้ด้วยล่ะจ้ะผู้หญิง

5. ถั่วแดง

อุดมไปด้วยโปรตีนแล้วก็คุณประโยชน์ทางของกินสูงไม่มีความแตกต่างจากถั่วจำพวกอื่นๆมีคุณลักษณะสำหรับการช่วยชะลอการดูซึมน้ำตาลในเลือด ดีต่อคนไข้เบาหวาน แถมยังช่วยลดความอ้วนได้

6. เม็ดบัว

เม็ดบัวเป็นสมุนไพรที่ดีต่อแม่ท้อง เป็นยาบำรุงท้องเจริญ และไม่เจอโทษอันตรายจากการกินเม็ดบัว

7. รากบัว

ไม่ว่าจะรากบัวหรือเม็ดบัวก็มีคุณลักษณะในเรื่องช่วยทำนุบำรุงท้องได้ด้วยเหมือนกัน ทั้งรากบัวยังอุดมไปด้วยเส้นใย แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วรากบัวจะมาในรูปของกินเชื่อมน้ำตาลมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ควรจะรับประทานรากบัวแค่นิดหน่อยพอนะขา

8. งาดำ

งาดำเป็นเมล็ดพืชตัวท็อปที่บรรดาแฟนสุขภาพรู้จักดีกันดี เพราะเหตุว่างาดำมีแคลเซียมสูง ช่วยคุ้มครองโรคกระดูกพรุนได้ มีกรดไขมันจำพวกดีเลิศ บำรุงร่างกายได้หลายด้าน

9. แห้ว

ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเมืองโคโลราโดเปิดเผยว่า การบริโภคแร่โพแทสเซียมราว 4.7 กรัมต่อวันจะช่วยบำรุงรักษาระบบกล้ามรวมทั้งระบบประสาทให้ดำเนินงานปกติ แห้วก็เลยเป็นเลิศในตัวเลือกที่ดีเนื่องจากว่าแห้วเพียงแต่ 1/2 ถ้วยตวง ก็อุดมไปด้วยโพแทสเซียมมากถึง 360 มก.แล้ว ซึ่งก็เป็นปริมาณโพแทสเซียมในอัตราส่วน 1/3 ของจำนวนโพแทสเซียมที่ร่างกายควรจะได้รับต่อวันอย่างยิ่งจริงๆ

10. เฉาก๊วย

วุ้นดำบดแล้วหนึบหนับ กระดอนดึ๋ง ซึ่งไม่เพียงแค่ทานแล้วจะช่วยดับหิว แก้ร้อนในเพียงแค่นั้นนะคะ แต่ว่ายังมีฤทธิ์ขับเสลด ลดอาการกล้ามอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ว่าก็จะต้องเลือกรับประทานเฉาก๊วยแท้ๆไม่ผสมแป้งด้วยนะจ๊ะ

 


สูตรน้ำนมถั่วเหลือง

ร่ายมาซะยาวถึงประโยชน์ที่ได้รับมาจากนมถั่วเหลืองและก็บรรดาเครื่องใส่นมถั่วเหลืองสารพัดสารพันอย่าง มาถึงนี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจะคิดอยากดื่มน้ำเต้าหู้กันแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นมาทดลองดูสูตรน้ำนมถั่วเหลืองกลุ่มนี้เลยดีมากกว่า

– 6 แนวทางการทำน้ำนมถั่วเหลือง ศุตรโฮมเมดหลากรส ทำง่ายเพื่อสุขภาพ

– นมถั่วเหลืองงาดำ เครื่องดื่มสุขภาพอิ่มท้อง ต้อนรับเทศกาลรับประทานเจ

– ขั้นตอนการทำนมถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง โฮมเมดสูตรเข้มข้น ทำดื่มเองดีมากกว่า ไม่เสียอารมณ์

– นมถั่วเหลืองผสมมะนาว สูตรเด็ดคูณสอง ที่เขาว่าเป็นยาอายุวัฒนะ

ดังนี้นมถั่วเหลืองก็มีฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนผู้หญิง แล้วก็ยังให้สารอาหารชนิดคาร์โบไฮเดรตซึ่งถ้าเกิดดื่มเข้าไปมากมายอาจก่อให้กำเนิดการเสี่ยงต่อสภาวะฮอร์โมนผู้หญิงสูงเหลือเกิน และก็อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้เลือกกินน้ำเต้าหู้รสหวาน ใส่เครื่องชนิดแป้ง อย่างเช่นสาคูแถมยังมีขนมปาท่องโก๋มันย่อง หรือขนมปังทานแกล้มด้วย

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางที่ดีควรจะกินน้ำเต้าหู้เพียงแค่วันละ แก้วก็พอเพียง และก็ควรจะดื่มน้ำเต้าหู้หวานน้อย แล้วก็หลบหลีกการกินขนมปังหรือขนมปาท่องโก๋ตัวเพิ่มน้ำหนักจะดีมากกว่า

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Livestrong, FITDAY, Kcal.Memo8.com, Huffington Post, Mommy Pedia

กินเจ อะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้บ้าง?

กินเจ อะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้บ้าง?

Credit: http://www.sanook.com/health/1433/

 

คำถามยอดนิยมที่มือใหม่หัดกินเจทุกคนต้องสงสัย คืออันนู้นกินได้ไหม อันนี้กินได้ไหม เพราะอะไร แล้วกินเจกับกินมังต่างกันไหม Sanook Health! เรารวบรวมอาหารต่างๆ ที่คนสงสัยว่ากินได้ หรือไม่ได้ มาฝากกันค่ะ

 

กินเจกับกินมัง ต่างกันอย่างไร

– มังสวิรัติ สามารถทานไข่ นม และอาหารรสจัดได้ แต่ต้องไม่ปรุงจากเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของสัตว์ เช่น กะปิ น้ำปลา เป็นต้น

กินเจ ทานได้

– ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่นม เนย หรือครีมเทียม

– วิตามินเสริมอัดเม็ด ที่ไม่มีสารสกัดจากสัตว์

– ขนมกรุบกรอบ ที่ไม่มีส่วนผสมของสัตว์

– พริกไทย เป็นสมุนไพร (แต่หากรู้สึกว่ามีกลิ่นฉุน สามารถเลี่ยงได้)

– ขนมปัง (ที่เป็นขนมปังเจ หรือไม่มีส่วนผสมของนม)

– มาม่า หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (สูตรเจเท่านั้น)

– แต่งหน้า และฉีดน้ำหอม (สำหรับคนถือศีล 5 หากถือศีล 8 จะทำไม่ได้)


กินเจ ทานไม่ได้

– เหล้า เบียร์ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด

– น้ำผึ้ง (เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรังผึ้ง คนกินเจจะไม่เบียดเบียนสัตว์)

– หอยนางรม (แม้จะมีบางความเชื่อว่าสามารถทานได้ แต่หากไม่อยากเบียดเบียนสัตว์ ไม่ควรทาน)

– ผักชี (แม้ไม่อยู่ในกลุ่มผักต้องห้าม 5 ชนิด แต่จัดว่าเป็นผักที่มีกลิ่นฉุน)

– ปูอัด (แม้ไม่มีเนื้อปูจริงๆ แต่มีแป้งและเนื้อปลา)

– ชีส (เพราะมีส่วนผสมของนมวัว นมแพะ นมควาย แล้วแต่ชนิดของชีส)

– โยเกิร์ต (เพราะทำมาจากนมวัวเช่นเดียวกัน)

– สูบบุหรี่ (ผิดศีล และใบยาสูบจัดอยู่ในกลุ่มผักต้องห้าม 5 ชนิด)

– มีเพศสัมพันธ์ (ควรทำจิตใจและร่างกายให้บริสุทธิ์ผ่องใส)


กินเจ ทานได้ แต่ไม่แนะนำ

– น้ำอัดลม (ไม่มีข้อห้าม แต่น้ำตาลสูงเกินไป)

– ผงชูรส (แม้จะทำจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาลจากอ้อย แต่ผงปรุงรสอาหารอื่นๆ มักผสมเนื้อสัตว์)

– ช็อคโกแลต (ส่วนใหญ่มีนมเป็นส่วนผสม แต่หากทานดาร์คช็อคโกแลต 100% ก็สามารถทำได้ แต่หายาก)

 

กินเจไม่ใช่เรื่องยากลำบากเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เพราะสมัยนี้อาหารเจ หรืออาหารชีวจิตบางอย่างที่เป็นอาหารเจก็สามารถหาทานกันได้ง่าย และอร่อยขึ้นมาอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของเรา ตั้งใจกินเจให้ครบวันกันนะคะ หรือใครติดใจอยากกินต่อก็ยิ่งดี สุขภาพจะแข็งแรง แล้วหุ่นยังดีขึ้นอีกด้วย โชคสองชั้นเลย

 

เทศกาลกินเจ 2560 วันที่ 20 – 28 ตุลาคม 2560

เทศกาลกินเจ 2560 วันที่ 20 - 28 ตุลาคม 2560

Credit: hilight.kapook.com

เทศกาลรับประทานเจ 2560 วันที่ 20 ต.ค. ถึง 28 ต.ค. วิธีการรักษาศีลและรับประทานอาหารเจห้ามรับประทานอะไรบ้าง รับประทานขนมปาท่องโก๋ได้ไหม ความเป็นมามีความจำเป็นยังไง มาดูกัน 

เมื่อถึงวันขึ้น เย็น เดือน 9 (ตามปฏิทินจีนของทุกปี พวกเราจะมองเห็นธงสีเหลืองมีตัวอักษจีนประดับประดาอยู่ตามห้องอาหาร และก็ที่ต่างๆเป็นเครื่องหมายว่า เริ่มไปสู่เทศกาลรับประทานเจแล้ว โดยในปี 2560 ปฏิทินจีนพบว่า เทศกาลรับประทานเจ ตรงกับวันที่ 20-28 เดือนตุลาคม2560

แต่ว่าบางบุคคลบางทีอาจรับประทานเจล่วงหน้า 24 ชั่วโมง หรือที่เรียกว่า "ล้างท้องนั่นเอง และก็วันนี้พวกเราก็มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทศกาลรับประทานเจมาฝากจ้ะ ...

ความหมายของเจ

คำว่า "เจในภาษาจีนทางศาสนาพุทธข้างอาจริยวาทหมายความว่า "โบสถ์เดิมมีความหมายว่า"การกินอาหารก่อนถึงตอนเที่ยงวันตามแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนสุดที่รักษาโบสถ์ศีล หรือถือศีลที่จะไม่รับประทานของกินหลังเที่ยงวันไปแล้ว แต่ว่าสำหรับพุทธนิกายอาจริยวาทนั้น การดูแลรักษาโบสถ์ศีลจะรวมทั้งการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย พวกเราก็เลยนิยมเรียกการไม่ทานเนื้อสัตว์รวมไปกับการกินเจ ในตอนนี้คนที่กินอาหารทั้งยัง มื้อ แต่ว่าไม่รับประทานเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า "รับประทานเจโดยเหตุนี้ความหมายของคนรับประทานเจ ไม่เฉพาะแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ว่ายังจำต้องดำรงตนอยู่ในจริยธรรมอันดีเลิศ มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งยังกาย ถ้อยคำ หัวใจ 

"การกินเจตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 คือ การรักษาศีลอย่างญวนแล้วก็จีนที่ไม่รับประทานของสดคาว แต่ว่าบริโภคของกินชนิดผักที่ไม่มีของสดคาวผสม ซึ่งมาจากรากศัพท์คำภาษาจีนที่ว่า "เจี๊ยะฉ่าย" คือ การกินของกินผัก ของกินที่มาจากผักธรรมชาติ ไม่มีเนื้อสัตว์ปนเป และไม่ปรุงด้วยผักฉุน ประเภท ดังเช่น กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุช่าย ใบยาดูด แล้วก็ละเว้นนมสด นมข้นด้วย เพราะว่านับว่าเป็นของสดคาว 

ขณะรับประทานเจ 

จารีตประเพณีรับประทานเจที่คนจีนเรียกกันว่า "เก้าอ๊วงเจหรือ "กิ้วอ๊วงเจแสดงว่า "เจเดือน 9"เริ่มในวันขึ้น เย็น ถึง เย็น เดือน ตามปฏิทินจีน รวม วัน คืน ตรงกับเดือน 11 หรือตุลาคมของไทย (ตามปฏิทินสากลโดยคำว่า "เก้าอ๊วงหรือ "กิ้วอ๊วงหมายความว่า "พระมหากษัตริย์ องค์หรือพราชา หมายคือผู้เป็นใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุของขนบธรรมเนียมรับประทานผักรับประทานเจ

เทศกาลรับประทานเจ 2560 เริ่มวันไหน

สำหรับเทศกาลรับประทานเจ 2560 จะเริ่มเมื่อวันที่ 20 เดือนตุลาคม ไปจบในวันที่ 28 ต.ค. 2560

ความหมายของ "ธงเจ

ในตอนเทศกาลรับประทานเจ พวกเราจะมองเห็นธงประจำเทศกาล โดยมีพื้นธงเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีที่อนุญาตให้ใช้กับคนสองกรุ๊ปเพียงแค่นั้น เป็นกรุ๊ปกษัตริย์ วงศ์สกุล และก็กรุ๊ปคุณครูปราบผี ดังจะมองเห็นจากยันต์สีเหลืองตามภาพยนตร์จีน ด้วยเหตุนี้สีเหลืองก็เลยเป็นสีของศาสนาพุทธ หรือผู้ทรงศีลบนธงจะเขียนตัวหนังสือสีแดง อ่านว่า "ไจหรือ "เจแปลว่า "ของไม่มีคาวเหตุที่ใช้สีแดงเนื่องจากคนจีนมั่นใจว่า เป็นสีมงคล สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชีวิต 

ธงเจนอกจากจะเป็นเครื่องหมายของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้ชาวพุทธที่กระทำตนถือศิลกินอาหารเจได้ตระหนักถึงการไม่เอารัดเอาเปรียบชีวิตสัตว์ แล้วก็การตั้งอยู่ในศีลตลอดตอนรับประทานเจ

เพราะเหตุใดจะต้องรับประทานเจ พวกเรารับประทานเจเพื่ออะไร 

วัตถุประสงค์หลักของการกินเจ แบ่งออกได้เป็น ชนิดเป็น 

1. รับประทานเพื่อสุขภาพ เนื่องจากว่าอาหารเจเป็นของกินชีวจิต เมื่อรับประทานต่อเนื่องกัน จะมีผลให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆออกมาจากร่างกายได้ รวมทั้งปรับระบบต่างๆภายในร่างกายให้มีเสถียรภาพ 

2. รับประทานด้วยจิตเมตตา เนื่องด้วยวันแล้ววันเล่า ของกินที่พวกเรารับประทานมีเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ คนที่มีจิตใจดีเลิศก็เลยไม่สามารถที่จะรับประทานเนื้อของสัตว์พวกนั้นได้ 

3. รับประทานเพื่อเว้นบาป ด้วยเหตุว่าการฆ่าเอาเลือดเนื้อคนอื่นมาเป็นของพวกเราเป็นการก่อเวรก่อกรรม แม้ว่าจะมิได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม เพราะว่าการซื้อคนอื่นๆพอๆกับการว่าจ้างฆ่า ถ้าเกิดปลอดคนรับประทานก็ปลอดคนฆ่ามาขาย คนที่รู้เรื่องเรื่องกฎแห่งกรรมก็เลยหยุดรับประทาน หันมากินอาหารเจแทน โดยมองไม่เห็นแก่ความอร่อยในช่วงสั้นๆเพียงแต่ให้อาหารผ่านลิ้นแค่นั้น 

เทศกาลกินเจ
เทศกาลกินเจ

 

ตำนานการกินเจ 

ตำนานสาเหตุของการกินเจ มีเรื่องมีราวเล่าอยู่ถึง เรื่องตัวอย่างเช่น 

ตำนานที่ นึกถึงวีรชนทั้งยัง 

เทศกาลรับประทานเจเริ่มขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีที่ผ่านมา โดยคนจีนรับประทานเจเป็นการบำเพ็ญทานเพื่อนึกถึงวีรชน คน ซึ่งเรียกว่า "หงี่หั่วท้วงซึ่งได้ต่อสู้กับชาวแมนจูผู้บุกรุกอย่างกล้าหาญ หากแม้จะแพ้รวมทั้งถูกตายก็ตาม โดยเหตุนั้นเมื่อถึงวันขึ้น เย็น เดือน คนจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู ก็เลยพากันนุ่งขาวคลุมขาว ถือศีลรับประทานอาหารเจ เพื่อนึกถึงเหล่านักสู้"หงี่หั่วท้วงที่ได้ต่อสู้สละชีพในคราวนั้น เนื่องจากมั่นใจว่าการกระทำแบบนี้จะช่วยจ่ายจิตวิญญาณให้กำเนิดความแข็งแกร่งทางร่างกายแล้วก็จิตใจ 

ตำนานที่ บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

มั่นใจว่า เป็นการประกอบพิธีบาปเพื่อสักการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตสมัย องค์ แล้วก็พระมหาพระโพธิสัตว์อีก องค์ รวมเป็น องค์ร่วมกัน หรืออีกความหมายหนึ่งเรียกว่า "ดาวพระเคราะห์ดังเช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ พระวันอังคาร พระพุธ พระวันพฤหัสบดี พระวันศุกร์ พระเสาร์ พระราหู รวมทั้งพระเกตุ ในพิธีบูชาบูชานี้ สาธุชนในพุทธศาสนาจะสละเวลาทางโลกมาบำเพ็ญศีล ละเว้นเนื้อสัตว์ แล้วก็แต่งตัวด้วยชุดขาว 

ตำนานที่ เก้าอ๊วงข้างอาจริยวาท 

กล่าวไว้ว่า การกินเจเป็นพิธีการปฏิบัติที่สืบต่อกันมาของคนจีนในประเทศไทย เพื่อสักการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยโบราณ องค์ ดังมีในพระสูตร ปั๊กเต๊าโก๋ว วุดเชียวไจเอียงชั่วช้าภรรยาเกกล่าวไว้เป็น พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ พระศรีรัตโลกประภาโมษอิศวรพุทธะ พระเวปุลลรัตโลกชาติชั้นวรรณะสิทธิพุทธะ พระต้นอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาตอนพุทธะ พระธรรมความเห็นธรรมสาครจรโลกใจพุทธะ พระเวปุลลจันทรโภคไภสัชชไวฑูรย์พุทธะแล้วก็พระมหาพระโพธิสัตว์อีก องค์ เป็นพระศรีสุขโลกปัทมอรถยนต์ยอดเยี่ยมพระพุทธเจ้า และก็พระศรีเวปุลกสังสารโลกสุขอิศวรพระพุทธเจ้า รวมเป็น องค์ (หรือ "เก้าอ๊วง")

ทรงตั้งประณิธานจะโปรดสัตว์โลก ก็เลยได้แบ่งกายมาเป็นทวยเทพเทวดา องค์ร่วมกันเป็น ไต้อวยเอี๊ยงเม้งทัมข้างหลังไทแชกุน ไต้เจีชูอิมเจ็งกื้อมึ้มึนวนแชกุน ไต้กวนจิงหยิ้งลุกช้งเจงแชกุน ไต้ฮั่งเฮี่ยงเม้งม่งเคีชูนิวแชกุน ไต้ปิ๊กตังง้วนเริ่ดเจงกังแชกุน ไต้โพ้วปั๊กวางท่าบู๊เอีชูกี่แชกุน ไต้เพียวเทียนกวนพัวกุขี้ตระหนี่วนแชกุน ไต้ตั่งเม้งงั่วคูแชกุน ฮุ้ชูวงไตเพีชูแชกุน ทวยเทพเทวดาทั้งยัง องค์ ทรงพลังตบะอันเรืองฤทธิ์บริหารธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วก็ทองคำ ทั่วทุกพื้นพิภพน้อยใหญ่ทุกที่ 

ตำนานที่ พิธีบูชาเพื่อคิดถึงวงศ์สกุลแซ่ซ้อง 

มั่นใจว่าการกินเจเป็นการบูชากษัตริย์เป๊ง กษัตริย์องค์ท้ายที่สุดของวงศ์สกุลแซ่ซ้องซึ่งสวรรคตโดยทรงทำการฆ่าตัวตาย (การฆ่าตัวตายในช่วงเวลาที่เสด็จเยี่ยมไต้หวันโดยทางทะเล เมื่อมีพระชนมายุได้ ปี พิธีบูชาเพื่อรำลึกถึงวงศ์สกุลแซ่ซ้องนี้ มีแต่ว่าเฉพาะในบริเวณฮกเกี้ยนซึ่งเป็นดินแดนผืนในที่สุดของวงศ์สกุลแซ่ซ้องเพียงแค่นั้น โดยชาวฮกเกี้ยนได้ทำพิธีการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ขึ้นด้วยการอาศัยศาสนาบังหน้าการบ้านการเมือง จารีตนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยโดยคนจีนแต้จิ๋วที่ย้ายถิ่นจากฮกเกี้ยนเอามาเผยแผ่อีกทอดหนึ่ง 

ตำนานที่ เล่าเอี๋ย 

เมื่อ 1,500 ปีกลายในเขตกังไสซึ่งเป็นดินแดนที่ความเจริญ ฮ่องเต้เมืองนี้มีบุตรชาย ท่านซึ่งเก่งทั้งยังบุ๋น บู๊ ทำให้หัวเมืองต่างๆยอมสวามิภักดิ์ นอกจากดินแดนโก่งเลี้ยดที่มีอำนาจแข็งแกร่ง แล้วก็มีกองกำลังทหารที่เหนือกว่า ทั้งคู่ดินแดนทำศึกทำสงครามกันมาถึงครั้งที่ ดินแดนโก่งเลี้ยดชนะโดยการทุ่มกองกำลังทหารที่มากกว่าหลายเท่าตัว ปิดล้อมกองทัพบุตรชายทั้งยังเก้าไว้ทุกด้าน แม้กระนั้นกองทัพโก่งเลี้ยดไม่สามารถที่จะบุกเข้าเมืองได้ก็เลยถอนทัพกลับกลับ กระทั่งวันหนึ่งชาวกังไสกำเนิดความแตกสามัคคีรวมทั้งเอารัดเอาเปรียบกัน เทวดารู้ว่า อีกไม่นานกังไสจะกำเนิดภัยอันตรายก็เลยหาผู้สมัครใจช่วย แต่ว่าราษฎรจะปลอดภัยได้ก็เมื่อได้สร้างผลบุญของตน ผีโอรสองค์โตอาสา รวมทั้งจ้องดูญาณมีความเห็นว่า ควรจะเริ่มที่บ้านคนรวยใจดีลีฮั้วก่าย 

คืนวันหนึ่งคนใช้แจ้งคนมั่งมีลีฮั้วก่ายว่า มีขอทานโรคเรื้อนมาขอเจอ คนมั่งคั่งก็เลยมอบเงินปริมาณหนึ่งให้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับพาหนะ แต่ว่าขอทานไม่ไป รวมทั้งประกาศให้ชาวกรุงรักษาศีลและรับประทานอาหารเจตรงเวลา วัน คืน ใครกันแน่ประพฤติตามภัยพินาศจะหายไป คนมั่งมีเอามาปฏิบัติก่อน รวมทั้งคนอื่นๆก็เลยกระทำตาม จนถึงมีการจัดให้มีละครเพลงเป็นมหรสพในตอนรับประทานเจด้วย 

เล่าเอี๋ยกำเนิดเชื่อถือจารีตรับประทานเจของบริเวณกังไส ก็เลยได้เล่าเรียนหนังสือเรียนการกินเจของคนรวยลีฮั้วก่ายที่บันทึกไว้ แต่ว่าได้ปรับเปลี่ยนพิธีบูชาอะไรบางอย่างให้รัดกุมเพิ่มขึ้นแล้วก็ให้มีพิธีการชูยอดฮ่องเต้ (พิธีการชวนพระอิศวรมาเป็นประธานสำหรับเพื่อการรับประทานเจ)

ตำนานที่ เล่าเซ็ง 

มีชายขี้เหล้าเมายาคนหนึ่งชื่อ เล่าเซ็ง หลงผิดว่า แม่ตนตายไปเนื่องจากเป็นโรคขาดสารอาหาร จนกระทั่งคืนวันหนึ่งแม่มาเข้าฝันว่า ตนตายไปได้รับความสำราญมากมาย เพราะว่าแม่รับประทานแต่ว่าอาหารเจ แล้วก็แม้ลูกอยากเจอให้ไปที่เขาโพถ้อซัว บนเกาะน่ำไฮ้ ครั้นเมื่อถึงเทศกาลไหว้พระพระพุทธเจ้ากวนอิมที่เขาโพถ้อซัว เล่าเซ็งก็เลยขอตามเพื่อนบ้านไปไหว้พระพระพุทธเจ้าด้วย โดยเพื่อนบ้านให้เล่าเซ็งคำสัญญาว่า จะไม่ดื่มเหล้าและก็เนื้อสัตว์ก็เลยยินยอมให้ไป แม้กระนั้นกลางทางเล่าเซ็งไม่ทำตามสัญญา เพื่อนบ้านก็เลยหนีไป โชคดีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งอยากไปไหว้พระพระพุทธเจ้าด้วยเหมือนกัน เขาก็เลยขอตามนางไปด้วย 

เมื่อถึงเขาโพถ้อซัว ในตอนที่เล่าเซ็งก้มตัวไหว้พระพระพุทธเจ้าอยู่นั้น เขามองเห็นแม่ลอยอยู่เหนือกระถางปักธูป แต่ว่าผู้อื่นไม่เห็น ขณะเขาเดินทางกลับ ได้พบกับเด็กผู้ชายยืนร้องไห้อยู่ ก็เลยเข้าไปสอบถามจนถึงทราบดีว่า เด็กคนนั้นเป็นลูกชายของเขากับเมียเก่าที่เลิกร้างไปนานแล้ว เขาก็เลยพาไปอยู่ด้วย และก็ถัดมาหญิงสาวที่นำทางเล่าเซ็งไปพบพระพุทธเจ้าได้มาขออยู่ด้วย อีกทั้งสามอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข 

หญิงสาวคนนั้นเป็นสาวบริสุทธิ์ มีความประพฤติดี อยู่ในคุณธรรม และก็ถือศีลรับประทานอาหารเจอยู่เป็นประจำ นางทราบว่าใกล้ถึงวันตายของนางแล้ว ก็เลยบอกเซ็ง เมื่อถึงวันนั้นนางแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งตัวขาวสะอาด นั่งชั่วประเดี๋ยวและจากนั้นก็หมดลม เล่าเซ็งมองเห็นการจากไปด้วยดีของนางคล้ายกับแม่ ก็เลยกำเนิดเชื่อถือ ชูทรัพย์สินให้ลูกชาย แล้วทำตัวใหม่ เมื่อตายไปจะได้เกิดผลเหมือนกับแม่แล้วก็หญิงสาว ขนบธรรมเนียมรับประทานเจก็เลยเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น 

ตำนานที่ การกินเจที่จังหวัดภูเก็ต 

มีภาควิชางิ้วจากเมืองจีน มาเปิดการแสดงที่อำเภอกะทู้นานเป็นนานนับปี บังเอิญตอนนั้นกำเนิดโรคระบาดขึ้น ภาควิชางิ้วก็เลยจัดให้มีพิธีการรับประทานเจ รวมทั้งสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อสะเดาะเคราะห์ต่อจากนั้นโรคระบาดก็หาย ชาวกะทู้กำเนิดความนับถือก็เลยประพฤติตาม ภายหลังจากประกอบพิธีอยู่ราว 2-3 ปี ก็มีผู้คนเลื่อมใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆประกอบกับอยากได้พิธีการรับประทานเจที่สมบูรณ์แบบตามจารีตเขตกังไส จีน ก็เลยได้ส่งตัวแทนไปนำควันธูป (เฉาเอี้ยน) จากกังไสให้ลอยมาถึงจังหวัดภูเก็ต โดยสำหรับในการเดินทางกลับต้องรอจุดธูปต่อกันไม่ให้ดับมอด ศาลเจ้ากะทู้ก็เลยขึ้นชื่อว่าฯลฯตำรับของพิธีการรับประทานเจในตอนนี้ 

สำหรับประเทศไทยความเชื่อถือหัวข้อการรับประทานเจ เป็นไปในหนทางของการงดเว้นการสังหารของสัตว์ เพื่อเป็นการสักการบูชาแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งมหาพระโพธิสัตว์กวนอิม บางทีอาจด้วยเหตุว่าการแพร่หลายของการยกเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มชนที่เชื่อถือ "เจ้าแม่กวนอิมการกินเจก็เลยเป็นอีกหนึ่งพิธีการเพื่อสักการ 


เทศกาลรับประทานเจ ที่ จังหวัดจังหวัดภูเก็ต

เทศกาลรับประทานเจ ที่ จังหวัดจังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต เมืองที่เทศกาลเจ 

จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่จัดขนบธรรมเนียมการกินพบปิ้งยิ่งใหญ่ทุกๆปี โดยมาจากฐานรากความเชื่อถือเดียวกัน ชาวจีนเรียก "เจเดือนเก้าแม้กระนั้นหากนับตรงกับเดือนไทยก็จะได้ตรงกับเดือน 11 โดยเหตุนั้นเทศกาลรับประทานเจที่จังหวัดภูเก็ตก็เลยมีขึ้นข้างหลังเทศกาลรับประทานเจปกติ บางครั้งบางคราวพวกเราก็เลยมักมากยินชื่อเรียกของเทศกาลรับประทานเจที่จังหวัดภูเก็ตว่า เป็นเทศกาลรับประทานผัก ซึ่งตามที่เป็นจริงแล้วหลังจากนั้นก็เป็นการกินเจในแบบ แล้วก็ช่วงเวลา วันด้วยเหมือนกัน 

10 วันของเทศกาลรับประทานเจ 

จารีตรับประทานเจจะจัด วัน 9

วันแรก แต่ละศาลเจ้าก็จะมองยามยามว่า จะชวนเจ้ามาเวลาใด แม้กระนั้นไม่เกินเที่ยงวัน โดยใช้"ปวย" 2 อันเสี่ยงทายโดยการโยน ครั้ง แม้ อันหงาย อันคว่ำ มีความหมายว่า เจ้าอีกทั้ง ได้เสด็จลงมาแล้ว การกินเจจะเริ่มขึ้น แม้กระนั้นคนโดยมากมักทานกันล่วงหน้าเพื่อล้างท้อง 

ที่จังหวัดภูเก็ตในกลางคืนจะมีพิธีการชูเสา "โกเต้ง" ขึ้นที่หน้าศาลเจ้า หรืออ๊าม เพื่อใช้เป็นที่ห้อยตะเกียง ดวง และก็เชิญวิญญาณของชูยอดฮ่องเต้ หรือ พระอิศวร แล้วก็ กิ้วอ๋องไต่เต่ หรือ ราชาผู้เป็นใหญ่เก้ามาประทับ 

ยามเช้าวันที่สอง จะมีการจุดธูปขนาดใหญ่ ตั้งเครื่องสังเวยแล้วก็เผาไม้หอม เพื่อบูชาขาประจำอ๊าม

ข้างหลังพิธีกรรมรับประทานเจ หรือชาวจังหวัดภูเก็ตเรียก "การกินผักผ่านไป วัน จะจัดว่าตนเองมีความสะอาดแล้ว หรือเรียกว่า "เช้งในเวลาค่ำมีพิธีกรรมชักชวนเจ้าเข้าเจ้าอีก องค์หมายถึง"ลำเต้าเจ้าผู้ตรวจสอบคนกำเนิด และก็ "ปักเต้าเจ้าผู้ตรวจสอบคนเสียชีวิต รวมทั้งประกอบพิธี "ปั้งกุ้น"หรือพิธีการปลดปล่อยพระ หรือการจัดทหารของเจ้าไปรักษาศาลเจ้าอีกทั้ง ด้าน เพื่อคุ้มครองป้องกันสิ่งเลวร้าย รวมทั้งภูตผีปีศาจมาทำลายพิธีการ ความสนุกสนานร่าเริงเริ่มขึ้นนี้ เมื่อการเชิญทหารเต็มไปด้วยคนทรงของผู้แสดง เช่น เห้งเจีย บู๊สง ฯลฯ 

วันที่สี่ เป็นวันที่คนโดยมากจะมาไหว้ วันนี้ศาลเจ้าต่างๆจะแออัดไปด้วยผู้คน 

วันที่เจ็ด จะเริ่มพิธีบูชาดาว เพื่อขอความเป็นมงคล รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นอีกวันหนึ่งที่มีการไหว้ แต่ว่าวันนี้สำคัญกว่าวันที่สี่ เรียกว่า "ไหว้ใหญ่ในวันนี้จะมีการซื้อเต่าปลาไหลนก อื่นๆอีกมากมายมาไหว้ด้วย 

วันที่แปด วันนี้จะมีการประเพณีลอยกระทง เหมือนการลอยกระทงของชาวไทย เพื่อขอบพระคุณเจ้าแม่แม่น้ำคงคาที่ให้น้ำใช้ น้ำ และก็ให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ นอกเหนือจากนี้ที่จังหวัดภูเก็ตยังมีการจัดขบวนอย่างใหญ่โต เพื่อนำคานหามไปรับพระจำหลักที่สะพานหิน เป็นการคิดถึงวันที่ควันธูปจากบริเวณกังไสมาถึงจังหวัดภูเก็ต ในขบวนจะมีการแสดงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของม้าทรง หรือ คนทรงเจ้าเข้าผีซึ่งส่วนมากเป็นเพศชาย จะเห็นภาพของการใช้ของมีคมต่างๆทิ่มแทงตามร่างกาย มีอีกทั้งง้าว ลูกตุ้มเหล็กฟาดหน้าฟาดข้างหลัง เอาขวานจามข้างหลัง หรือเอาเหล็กแหลมทิ่มแทงร่างกาย หรือแทงลิ้นตราบจนกระทั่งเชือดลิ้นตนเองออกมา โดยทรงพวกนั้นอ้างถึงว่าไม่มีความเจ็บอะไรก็แล้วแต่ขณะเป็นคนทรง ม้าทรงจะเดินเต้นไปทั้งเมือง ราษฎรจะจัดโต๊ะของเส้นไหว้ เพื่อเจ้าไปโปรดและก็มีการจุดพลุตลอดทาง อีกทั้งเกาะปกคลุมด้วยควันธูปรวมทั้งดอกไม้ไฟ 

วันที่เก้า ตอนเช้าจะมีพิธีการบริจาคทาน หรือเรียกว่า "สิโกว" เป็นการให้ทานแก่ผีไม่มีเครือญาติค่ำคืนจะมีแห่มังกรสิงโตขบวนของเด็กที่จัดเพื่อเป็นสีสัน 

ในช่วงเวลาที่จังหวัดภูเก็ตจะมีพิธีการศักดิ์สิทธิ์เป็นพิธีการ "โก้เก๋โห้ย" หรือพิธีการฝ่าไฟสะเดาะเคราะห์ ม้าทรง หรือเจ้าจะเดินผ่านกองไฟ ที่มีถ่านร้อนแดงเป็นระยะทางกว่า ฟุต รวมทั้งและก็ตามด้วยคนที่รักษาศีลและรับประทานอาหารเจที่มีความแน่ใจว่าตนเองสะอาดแล้ว ก็สามารถร่วมฝ่าไฟได้ด้วยด้วยเหมือนกัน ในยามค่ำคืนจะมีพิธีการตะกายบันไดมีด สูงโดยประมาณ 12 เมตร แล้วก็จบลงที่ยามดึกของคืนวันที่ จะมีการแห่พระไปส่งสมุทรรอบๆสะพานหิน แล้วก็นำเสาโกเต้งลงดับโคมทั้งยัง เป็นเสร็จพิธีการรับประทานเจที่จังหวัดภูเก็ต 

วันที่สิบ เป็นวันส่งเจ้ากลับ

อาหารเจ มีอะไรบ้าง 

อาหารเจถือว่าเป็นของกินที่เป็นประโยชน์ และไม่เป็นพิษต่อสภาพทางด้านร่างกาย ด้วยเหตุว่าได้โปรตีนจากถั่วต่างๆแล้วก็ยังย่อยง่าย เป็นการแบ่งเบาภาระของระบบการทำงานเกี่ยวกับการย่อยอาหาร แล้วก็ระบบขับถ่าย คนที่กินเจ สามารถเลือกส่วนประกอบดังนี้มาทำกับข้าวได้เป็นข้าวซ้อมมือ (ใช้แทนข้าวขาวโปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาชนิด เต้าหู้ แป้งสาลีกึง รวมทั้งสับเปลี่ยนเวียนกันทำเป็นของกินประเภทต่างๆปัจจุบันนี้มีเมนูอาหารจำนวนหลายชิ้น ซึ่งหลายรายการอาหารทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ได้เหมือนจริง ดังเช่นว่า ขาหมูเจที่ทำมาจากแป้ง รวมทั้งถั่ว อื่นๆอีกมากมาย 

รับประทานเจ กับ มังสวิรัติ แตกต่างกันเช่นไร 

หลายท่านบางทีอาจสงสัยว่า "รับประทานเจต่างกับ "รับประทานมังสวิรัติยังไง ด้วยเหตุว่าของกินมังสวิรัติก็เป็นของกินที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นองค์ประกอบเหมือนกัน แม้กระนั้นมังสวิรัติสามารถทานผักได้ทุกประเภท แม้กระนั้นอาหารเจ จำต้องเว้นผักฉุน จำพวกหมายถึงกระเทียม หัวหอม (รวมถึงหอมแดง หอมขาว หัวหอมใหญ่ ต้นหอมหลักเกียว (กระเทียมโทนจีน ไม่ค่อยเจอในประเทศไทย)กุช่าย แล้วก็ใบยาดูด และก็ของเสพติดทุกประเภท และก็ยังจำเป็นต้องทำตัวศีลร่วมด้วย ก็เลยจะเป็นการถือศีลรับประทานอาหารเจที่จริงจริง ระหว่างที่มังสวิรัติ คือ การไม่รับประทานเนื้อสัตว์เพียงแค่นั้น 

หลักธรรมสำหรับในการรับประทานเจ 

การกินเจตั้งมั่นอยู่บนหลักธรรมสำคัญ ประการ 

1. การดำรงอยู่อยู่ด้วยของกินที่ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่นเป็นไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายแหล่มาเพิ่มเติมบำรุงเลี้ยงชีวิตของตนเองไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายแหล่มาเป็นเลือดของตัวเอง และไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายแหล่มาเป็นเนื้อของตน 

2. การดำเนินชีวิตอยู่ด้วยของกินที่ไม่เอารัดเอาเปรียบตัวเองเป็นจะกินสิ่งใดเข้าไปจำต้องไม่ทำให้ร่างกายย่ำแย่พอๆกับเป็นการเอารัดเอาเปรียบตัวเอง ด้วยเหตุนี้ก็เลยมีการห้ามของมึนเมา ยาเสพติดในขณะที่วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์รับรองว่า เลือดและก็เนื้อของสัตว์ที่ถูกฆ่าตายเต็มไปด้วยอันตรายมากเนื้อสัตว์กลุ่มนี้ก็เลยจัดเป็นพิษประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน การยกเว้นก็เลยมีผลดีต่อสถาพทางร่างกายอีกด้วย 

แนวทางล้างท้องก่อนรับประทานเจ

การล้างท้องก่อนรับประทานเจเป็นการกินเจก่อนถึงวันเทศกาลเจจริงโดยประมาณ 1-2 วัน โดยส่วนมากจะนิยมล้างท้องก่อนรับประทานเจจริงๆ24 ชั่วโมง เพื่อล้างเนื้อสัตว์ หรือของคาวต่างๆที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายออกให้หมดเกลี้ยง เมื่อถึงวันถือศิลกินอาหารเจ ร่างกายจะได้สะอาด พร้อมถือศิลกินอาหารเจตามจารีต

รับประทานเจ มีข้อกำหนดอะไรบ้าง

ข้อบังคับสำหรับในการรับประทานเจสำคัญๆแล้วมีดังนี้

1. เว้นเนื้อสัตว์ และก็ห้ามทำร้ายต่อสัตว์ 

2. งดเว้นนม เนย และก็น้ำมันที่มาจากสัตว์ 

3. งดเว้นของกินรสจัด ของกินเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด 

4. งดเว้นผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน ยกตัวอย่างเช่น กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีนกุช่าย รวมถึงใบยาดูด แล้วก็ของมึนเมาต่างๆเนื่องจากว่าผักดังที่กล่าวถึงแล้วนี้เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นกลิ่นคาวร้ายแรง ยิ่งไปกว่านี้ยังเป็นพิษรอทำลายพลังธาตุอีกทั้ง ภายในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะหลักสำคัญข้างใน ดำเนินงานแตกต่างจากปกติ 

5. ไม่ใช้ถ้วยจานปะปน และก็จำต้องทานอาหารที่คนรับประทานเจร่วมกันเป็นผู้ปรุงขึ้นมา (สำหรับผู้ที่เคร่ง)

6. งดเว้นดื่มสุราและก็ของมึนเมาทุกประเภท

7. ห้ามดับตะเกียงในสถานที่รับประทานเจ ดวง ด้วยเหตุว่าเป็นเครื่องหมายของเก้าฮ้วงวุดโจ้ว ซึ่งจะต้องจุดไว้ทั้งวันทั้งคืนตราบจนกระทั่งจะจบพิธีการรับประทานเจ รวมทั้งถ้าหากตะเกียงดับก็จะจัดว่าไม่เป็นมิ่งขวัญ และก็การกินเจก็จะไม่สมบูรณ์ด้วย

รับประทานเจ ผักที่รับประทานมิได้มีอะไรบ้าง

ดังนี้ต้องการจะย้ำให้ชัดอีกครั้งว่า ตอนรับประทานเจ ผักที่รับประทานมิได้จะมีอยู่ร่วมกัน ประเภทอย่างเช่น กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีนกุช่าย แล้วก็ใบยาดูด ซึ่งคนรับประทานเจจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่กับอาหารเจที่จะทานด้วยนะคะ ด้วยเหตุว่าครั้งคราวด้วยความคุ้นเคยพวกเราบางทีอาจเผลอรับประทานอาหารที่มีผักต้องห้ามกลุ่มนี้ผสมอยู่

อย่างไรก็ตาม การกินเจที่ถูกยังอาจมีปริศนาเชื้อเชิญสงสัยหลายประเภท ว่ารับประทานเจ รับประทานอาหารจำพวกนี้ได้ไหม หรือรับประทานเจแล้วทำแบบนั้นอย่างงี้ได้หรือเปล่า ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอสมัครใจมาคลายปัญหาในตอนรับประทานเจให้ทุกคนได้แจ่มแจ้ง ว่าแล้วหลังจากนั้นก็มาเริ่มกันเลย

20 ปริศนารับประทานเจ กินได้ไหม ทำแบบงี้ได้ไหม

รับประทานเจ รับประทานไข่ได้ไหม

ตอบ รับประทานมิได้จ้ะ ด้วยเหตุว่าหลักสำหรับในการรับประทานเจจะไม่เอารัดเอาเปรียบสัตว์ แต่ว่าไข่สำเร็จผลิตขึ้นมาจากไก่ซึ่งเป็นสัตว์ ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าเกิดรับประทานเจอยู่ก็จำเป็นต้องงดเว้นทานไข่ไปก่อนนะคะ

รับประทานเจ ดื่มกาแฟได้ไหม

ตอบ กินได้จ้ะ แต่ว่าควรเป็นกาแฟดำหรือโอเลี้ยงเพียงแค่นั้น ห้ามใส่นมหรือครีมเทียม และก็ถ้าหากเป็นได้ควรจะดื่มกาแฟที่ชงเอง เนื่องจากว่าบางร้านค้าบางทีอาจใช้เนยสำหรับเพื่อการคั่วเม็ดกาแฟเพื่อเพิ่มความหอมมันด้วย

รับประทานเจ กินเหล้าได้ไหม

ตอบ มิได้เด็ดขาดจ้ะ เนื่องจากสุราเป็นของเมา ซึ่งผิดวิธีการรักษาศีลในตอนรับประทานเจเลยนิดหน่อย

รับประทานเจ ดื่มน้ำผึ้งได้ไหม

ตอบ มิได้จ้ะ น้ำผึ้งเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวผึ้ง ด้วยเหตุนั้นพวกเราก็ไม่สมควรเอารัดเอาเปรียบสัตว์

รับประทานเจ กินน้ำอัดลมได้ไหม

ตอบ หลักสำหรับเพื่อการรับประทานเจบางทีอาจไม่มีข้อที่ไม่อนุญาตที่กระจ่างแจ้งในประเด็นการกินน้ำอัดลม แต่ว่าตามวิถีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว พวกเราควรจะกินน้ำไม่เป็นหลักดีมากยิ่งกว่า

รับประทานเจ รับประทานวิตามินซีได้ไหม

ตอบ : กินได้ แต่ว่าจำเป็นต้องเช็กให้แน่นอนเหตุว่า เป็นวิตามินซีที่สกัดมาจากพืชล้วนไม่มีส่วนประกอบของคอลลาเจนที่โดยมากจะมาจากเนื้อสัตว์

รับประทานเจ รับประทานทุเรียนได้ไหม

ตอบ : กินได้ เนื่องจากว่ามีความเห็นกันว่า ผักผลไม้สีเหลืองเป็นเครื่องหมายของธาตุดิน เป็นประโยชน์สำหรับเพื่อการบำรุงม้าม แต่ว่าดังนี้ก็ไม่สมควรกินทุเรียนมากมาย เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงจ้ะ

รับประทานเจ รับประทานผงชูรสได้ไหม

ตอบ กินได้ เนื่องจากว่าผงชูรสทำจากมันสำปะหลังและก็กากน้ำตาล แม้กระนั้นถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ก็จะดีมากยิ่งกว่า เพราะว่าผงชูรสไร้สาระต่อร่างกายนะคะ อ๋อ คนรับประทานเจอย่าเผลอไปรับประทานผงแต่งรสที่สกัดมาจากกระดูกสัตว์หรือการต้มเนื้อสัตว์ ดังเช่นว่า ผงแต่งรสหมู รสไก่ หรือซุปก้อนเข้าล่ะ

รับประทานเจ ดื่มชาได้ไหม

ตอบ ชาสามารถกินได้จ้ะ ก็แค่ต้องระมัดระวังไม่รับประทานชาที่ใส่นมหรือครีมเทียมทุกประเภท 

รับประทานเจ รับประทานผักชีได้ไหม

ตอบ รับประทานมิได้จ้ะ ผักชีเป็นผักที่มีกลิ่นแรงประเภทหนึ่ง ไม่เหมาะที่จะนำเอามาทำอาหารเจ

รับประทานเจ รับประทานยีสต์ได้ไหม

ตอบ : กินได้จ้ะ เพราะว่ายีสต์ถูกจัดอยู่ในกรุ๊ปของเห็ดแล้วก็รา ไม่ใช่สินค้าจากสัตว์อย่างที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยหลงผิด

รับประทานเจ รับประทานช็อกโกแลตได้ไหม

ตอบ ช็อกโกแลตส่วนใหญ่ชอบมีส่วนผสมของนม คนรับประทานเจจำเป็นจะต้องงดเว้นช็อกโกแลตใน9-10 วันของเทศกาลรับประทานเจไปก่อนจ้ะ

รับประทานเจ รับประทานสาหร่ายได้ไหม

ตอบ ได้จ้ะ เนื่องจากสาหร่ายจัดเป็นสิ่งมีชีวิตในกรุ๊ปพืชเซลล์เดียว ไม่ใช่สัตว์

รับประทานเจ รับประทานพริกไทยได้ไหม

ตอบ ได้จ้ะ พริกไทยจัดเป็นสมุนไพรประเภทหนึ่ง แต่ทว่าถ้าเกิดผู้ใดกันกระอักกระอ่วนหัวใจในเรื่องกลิ่นแรงของพริกไทย จะไม่รับประทานพริกไทยในตอนเทศกาลรักษาศีลและกินอาหารเจเพื่อความไม่รู้สึกกลุ้มใจก็ได้ด้วยเหมือนกัน

รับประทานเจ รับประทานโยเกิร์ตได้ไหม

ตอบ มิได้จ้ะ เพราะเหตุว่าโยเกิร์ตทำจากนม ก็เลยจำเป็นต้องงดเว้นไปก่อน

รับประทานเจ รับประทานมาม่า (บะหมี่ครึ่งสำเร็จรูปได้ไหม

ตอบ กินได้แม้กระนั้นจำเป็นต้องเลือกบะหมี่ครึ่งหนึ่งสำเร็จรูปที่มีเครื่องหมายเจเพียงแค่นั้น เนื่องมาจากบะหมี่ครึ่งหนึ่งสำเร็จรูปแบบธรรมดาจะมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และก็ผักกลิ่นแรงอยู่ด้วย

รับประทานเจ รับประทานปูอัดได้ไหม

ตอบ มิได้ เพราะเหตุว่าปูอัดจะมิได้ทำจากเนื้อปู แม้กระนั้นก็ทำจากเนื้อปลานะจ๊ะ

รับประทานเจ รับประทานหอยนางรมได้ไหม

ตอบ แม้ว่าจะมีเรื่องมีราวเล่าในตำนานว่ารับประทานเจสามารถรับประทานหอยนางรมได้ แม้กระนั้นเพื่อความบริสุทธิ์จริงๆก็ไม่สมควรรับประทานหอยนางรมในตอนรับประทานเจ เพราะว่าหอยนางรมก็นับว่าเป็นสัตว์ประเภทหนึ่งเหมือนกัน

รับประทานเจ ร่วมเพศได้ไหม

ตอบ ไม่สมควรมีเซ็กส์ในระหว่างรับประทานเจจ้ะ เนื่องจากที่จริงแล้วการถือศีลรับประทานอาหารเจยังมีสิ่งที่ไม่อนุญาตประเด็นการแต่งหน้าแต่งตา การประทินโฉมรวมทั้งการแต่งกาย โดยจะพิจารณาได้ว่าผู้ที่รักษาศีลและกินอาหารเจจำนวนมากจะนุ่งขาวคลุมขาว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ อยู่ในจริยธรรม คิดดีบอกดี รวมทั้งประพฤติดี และก็ในคนที่เคร่งมากมายอาจมีการแยกห้องนอนกันอย่างยิ่งจริงๆ

รับประทานเจ ดูดบุหรี่ได้ไหม

ตอบ มิได้เด็ดขาดจ้ะ ใบยาดูดก็เป็นเลิศในของต้องห้ามในตอนรับประทานเจ ฉะนั้นแม้ตั้งอกตั้งใจจะรักษาศีลและรับประทานอาหารเจก็ควรจะงดเว้นยาสูบรวมทั้งอบายมุขทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไปก่อน

อย่างไรก็ดี ข้อกำหนดสำหรับการกินอาหารและก็การกระทำตัวในตอนรับประทานเจยังคงเป็นข้อความสำคัญโต้เถียงกันพอควร แต่ทว่าเพื่อความไม่รู้สึกกลุ้มใจรวมทั้งสุขใจสำหรับในการรับประทานเจอย่างแท้จริง อะไรหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงไปคงจะดีเนอะ

ดังนี้หลายท่านอาจมองว่า ในตอนเทศกาลรักษาศีลและกินอาหารเจก็มีหลายประเภทที่กินมิได้ แล้วแบบนี้การกินเจจะกระทบกับสุขภาพไหม พวกเราเลยมีแนวทางรับประทานเจยังไงไม่ให้สุขภาพย่ำแย่มาบอกต่อ

รับประทานเจยังไงไม่ให้สุขภาพย่ำแย่

1. ล้างผักผลไม้ให้สะอาด

ในตอนรับประทานเจพวกเราจะได้โอกาสได้กินผักและก็กินผลไม้มากเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ควรต้องระวังสารตกค้างจากสารกำจัดแมลงในบรรดาผักและก็ผลไม้ให้มากเพิ่มขึ้นด้วย โดยควรที่จะเลือกซื้อผักแล้วก็ผลไม้จากแหล่งที่ตามมาตรฐาน หรือควรต้องมีป้ายรับประกันความสะอาด ถูกสุขลักษณะจากหน่วยงานที่เกี่ยวโยง และก็ก่อนนำผักผลไม้มารับประทาน ควรจะล้างด้วยน้ำไหล นาที หรือแช่ด้วยเกลือ 2ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ลิตร ถ้าหากมีน้ำส้มสายยกก็สามารถประยุกต์ใช้ล้างผักได้เหมือนกัน อัตราส่วนครึ่งถ้วยต่อน้ำ ลิตร โดยแช่ไว้ราว 15 นาที หลังจากนั้นน้ำมาล้างน้ำสะอาดอีก ครั้ง

2. ลดของกินเค็มจัดและก็หวานจัด

เครื่องปรุงอาหารเจสำคัญๆจะเป็นซอส ซีอิ๊ว น้ำตาล ซึ่งถ้าหากคุณเป็นผู้ที่ถูกใจทานอาหารรสจัดก็บางทีอาจเผลอแต่งรสอาหารเจด้วยเครื่องปรุงพวกนี้มากเกินธรรมดา ซึ่งก็อาจจะก่อให้เสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคไต