อ่านฉลากอาหารเข้าใจ ภายใน 30 วินาที

ที่มา : www.greenery.org

อ่านฉลากอาหารเข้าใจ ภายใน 30 วินาที thaihealth

ใครมีพฤติกรรมหิวปุ๊บซื้อปั๊บ! ไปซื้อของทีไรก็หยิบๆ ลงตะกร้าเดินมาจ่ายตังค์อย่างเดียว เราขอแสดงความห่วงใยว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นคนไทย 1 ใน 14 ล้านคนที่เป็นโรคกลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) หรือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กลุ่มโรคนี้เป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของประชากรไทยราว 300,000 กว่าคนต่อปี ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคอ้วนลงพุง ไปจนถึงโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ พฤติกรรมการกินแบบตามใจปากทั้งหวาน มัน เค็ม สะสมนานๆ จนก่อโรคนั่นเอง

มีหลายคนบ่นว่าเห็นข้อมูลในฉลากโภชนาการ (Nutrition Facts) หรือที่เราเรียกกันแบบบ้านๆ ว่า ฉลากอาหาร ก็มึนหัวแล้ว ตัวเลขอะไรจะเยอะเบอร์นั้น เราจึงจัดขั้นตอนอ่านฉลากอย่างฉับไวใน 30 วินาที เข้าใจและตัดสินใจเลือกให้ดีต่อสุขภาพได้ง่ายดายขึ้น

1.หนึ่งหน่วยบริโภค = ในการกิน 1 ครั้ง ควรกินไม่เกินปริมาณที่กำหนด มักระบุเป็นกรัม แต่ก็มีการคำนวนปริมาณให้แบ่งกินได้ เช่น ½ ซอง

2.พลังงานทั้งหมด = หลายคนเข้าใจผิด เห็นมันฝรั่งถุงเบ้อเริ่ม อุตส่าห์อ่านตรง ‘พลังงานทั้งหมดแล้ว’ เห็นมีแค่ 350 กิโลแคลอรีก็คว้าทันที ขอบอกว่า พลังงานที่ระบุในฉลาก ไม่ได้คิดตามปริมาณอาหารที่มีทั้งหมด! แต่คำนวณจาก ‘หนึ่งหน่วยบริโภค’ นะ ดังนั้นถ้า 1 ห่อมี 4 หน่วยบริโภคและคุณหิวหน้ามืดกินหมดห่อก็รับพลังงานแบบคูณ 4 เข้าไปด้วยนะ!

3.ไขมันทั้งหมด คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด โซเดียม = ในฉลากจะพิมพ์ด้วยตัวหนา วิธีคำนวณง่ายๆ ให้ดูที่จำนวนเปอร์เซ็นที่พิมพ์ต่อท้ายจำนวนกรัม ซึ่งหมายถึงร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน เช่น ไขมันทั้งหมด 21 กรัม คิดเป็น 32 % แปลว่า กิน 1 ห่อก็หมดโควตาไขมันไป 32 % เหลือแค่ 68 % สำหรับโควตาไขมันในอาหารมื้ออื่นๆ ของวัน

4.คำนวณแบบรวบตึง! ขอแถมเพดานความปลอดภัย ลดหวาน เค็ม มัน โดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แนะนำปริมาณ ต่อวัน ไว้ ดังนี้

จำกัดปริมาณน้ำตาล ไม่เกิน 40 กรัม = น้ำตาล 6 ช้อนชา

ไขมันทั้งหมด ไม่เกิน 65 กรัม และในจำนวนนี้ถ้าเป็นกรดไขมันอิ่มตัว ไม่เกิน 20 กรัม = น้ำมัน เฉลี่ย 6 ช้อนชา

โซเดียม ไม่เกิน 23 กรัม = เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีง่ายๆ คือให้เอา 4 หารจำนวนกรัม จะออกมาเป็นช้อนชา รับรองว่าต้องตกใจถ้ารู้ว่าชาเขียวรสหวานขวดนึงมีน้ำตาลเกือบ 4 ช้อนชา กินขวดนึงแทบจะหมดโควต้ากินน้ำตาลต่อวัน เพราะฉะนั้น อ่านฉลากอาหารก่อนซื้อและเลือกสิ่งที่ดีกว่า ก็ลดความเสี่ยงโรค NCDs ลงได้เพียบ ที่เหลือก็หมั่นออกกำลังกาย ลดความเครียด งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์กันด้วยนะ

อีสาน-กลาง-ตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

ที่มา :  MGR Online

อีสาน-กลาง-ตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง  thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และในช่วงวันที่ 11-13 ก.พ. ฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น อ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

วันนี้  กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และสำหรับประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ สำหรับลมตะวันตกยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางตอนบนของภาคมีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี นครพนมสกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 16-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรีกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานีอุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 6-16 นอต หรือ 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 8-16 นอต หรือ 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่น 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

พัฒนาศักยภาพบุคลากรด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ

ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

พัฒนาศักยภาพบุคลากรด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ thaihealth

แฟ้มภาพ

          จังหวัดพะเยาจับมือแขวงไซยะบุลีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวพัฒนาศักยภาพบุคลากรด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ

          นายพงษ์พันธ์วิเชียรสมุทรรองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากรของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยบริการสุขภาพที่ติดอำเภอชายแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือสปป.ลาว(พะเยา-แขวงไชยบุลี)โดยมีนายแพทย์ไกรสุขเพชรบูระณินนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยากล่าวรายงาน

          ทั้งนี้เมื่อปี2558รัฐบาลมีนโยบายให้ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำประเทศไปสู่ประชาคมที่มีความแข็งแกร่งสร้างโอกาสความพร้อมและรับมือกับสิ่งท้าทายด้านการเมืองและความมั่นคงเศรษฐกิจและภัยคุกคามในรูปแบบใหม่อย่างรอบด้านรวมทั้งการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุขมุ่งเน้นให้ชุมชนในพื้นที่ชายแดนมีระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพภายใต้ยุทธศาสตร์กรมควบคุมโรคว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยมีกลยุทธ์ให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนมีระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อโรคอุบัติใหม่และภัยสุขภาพได้มาตรฐาน

          สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยาร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่1เชียงใหม่จึงร่วมกันจัดประชุม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยบริการสุขภาพที่ติดอำเภอชายแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือสปป.ลาวระหว่างจังหวัดพะเยาราชอาณาจักรไทยกับแขวงไซยะบุลีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยบริการสุขภาพที่ติดอำเภอชายแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือสปป.ลาวด้านช่องทางเข้า-ออกด่านให้ได้ตามมาตรฐานพ.ร.บ.โรคติดต่อพ.ศ.2558 การสื่อสารความเสี่ยงพร้อมทั้งความรู้เรื่องโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำพิษสุนัขบ้าและทบทวนข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารสถานการณ์โรคในพื้นที่โดยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขเฝ้าระวังโรคติดต่อและควบคุมวัณโรคชายแดนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์อาหารผลิตภัณฑ์สุขภาพคุ้มครองผู้บริโภคและพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพการป้องกันควบคุมโรคอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

          การจัดประชุมในครั้งนี้มีบุคลากรสาธารณสุขของแขวงไชยะบุลีขั้นแขวงและขั้นเมืองบุคลากรจากแขวงพัวพันการต่างประเทศขั้นแขวงและบุคลากรสาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอชายแดนไทย-ลาวของจังหวัดพะเยาบุคลากรปฏิบัติงานตามCIQที่ด่านบ้านฮวกและบุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่1เชียงใหม่กรมควบคุมโรครวมทั้งสิ้นกว่า100คน

กทม.ยันอากาศเช้านี้ ดี-ดีมาก

ที่มา:เว็บไซต์เดลินิวส์

กทม.ยันอากาศเช้านี้ ดี-ดีมาก thaihealth

แฟ้มภาพ

          กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรุงเทพมหานคร เผยข้อมูลวัดคุณภาพอากาศ ระบุแต่ละเขต อากาศดี-ดีมาก แต่ยังมีบางเขตคุณภาพปานกลาง ต้องดำเนินการลดฝุ่นต่อเนื่อง

รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กทม. จากกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า ในเวลา 08.00 น.- 09.00 น. พบว่าค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีมากกว่า 30 อยู่ในระดับปานกลางนั้น มีเพียง 2 พื้นที่ได้แก่เขตวังทองหลาง ริมถนน ซ.ลาดพร้าว 95 (ระดับ44) และที่ในเขตพระนคร ริมถนนสนามหลวง (ระดับ39) ส่วนพื้นที่อื่น ๆ พบว่า มีคุณภาพดีและคุณภาพดีมาก โดยเขตต่าง ๆ จะดำเนินการควบคุมมลพิษและฝุ่นละออง ตามคำสั่งกทม.อย่างต่อเนื่องต่อไป.

                    ขอบคุณเว็บไซต์กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรุงเทพมหานคร

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก : สมุดให้ความรู้เรื่อง การอบรมเลี้ยงดูลูกโดยไม่ใช้ความรุนแรง โดยกองคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก  thaihealth

การเอาใจใส่มากเกินไป การปล่อยปละละเลย การคาดหวังมากเกินไป การลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “ยาพิษ” ที่ ทำร้ายจิตใจ ทำลายการเติบโตที่ดีงามของลูกทีละน้อย

พฤติกรรมบางอย่างของคุณพ่อคุณแม่อาจทำร้ายลูก ๆ โดยไม่รู้ตัว  บางทีพ่อแม่อาจไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่พูด สิ่งที่ทำ หรือแสดงออกต่อหน้าลูกนั้น กลายเป็นพฤติกรรมทำร้ายจิตใจ เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ส่งผลต่อบุคลิกภาพของลูกน้อย

การเลี้ยงลูกต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วย การสร้างวินัยเชิงบวก (Positive Discipline) เป็นการ การอบรมสั่งสอน และการปลูกฝังวินัย เพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม เคารพกฎระเบียบในสังคม โดยการเน้นพฤติกรรมที่เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และสังคมของเด็กเป็นสำคัญ

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก  thaihealth

5 หลักการสร้างวินัยเชิงบวก

1. เคารพศักดิ์ศรีของเด็ก

2. พัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น ฝึกให้มีความรับผิดชอบ

3. ให้เด็กมีส่วนร่วมในการสร้างวินัยเชิงบวก

4. คำนึงถึงความต้องการทางพัฒนาการและคุณภาพชีวิตของเด็ก

5. มีความยุติธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก  thaihealth

5 วิธีเลี้ยงลูกด้วยวินัยเชิงบวก

1. เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กเรียนรู้จากพ่อแม่ ครูอาจารย์ และบุคคลรอบตัว

2. สอนเมื่อมีโอกาสเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเด็กเข้ามาหาหรือต้องการความช่วยเหลือ

3. ขอร้อง บอกให้ทำ เริ่มเมื่อเด็กพร้อม และฝึกทีละขั้นตอน ชมเชย เมื่อเด็กทำในสิ่งที่ถูกต้อง

4. ให้กำลังใจโดยใช้คำพูดเชิงบวก ให้แรงจูงใจ เช่น ชมเชย ให้รางวัล

5. ใช้หลักการสร้างวินัยเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอ มีความยืดหยุ่น และยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องธรรมดา

สสส. ให้ความสำคัญเรื่องของการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กในด้านต่าง ๆ จึงเป็นที่มาของ โครงการสิ่งเล็ก ๆ ที่สร้างลูก ที่รวบรวมองค์ความรู้ที่ได้ร่วมพัฒนากับผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเพื่อทำเป็นสื่อที่หลากหลาย ทั้งรายการโทรทัศน์ คู่มือแอปพลิเคชัน คอร์สอบรมพ่อแม่ เพื่อให้พ่อแม่ได้เห็นตัวอย่าง แนวคิดความรู้เรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเลี้ยงลูกเชิงบวก โดยได้พัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถปฏิบัติได้จริง ที่เป็นเรื่องใกล้ตัว ทำได้ง่าย ๆ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.khunlook.com

 

พบกับความน่ารักของ "ลาเต้อาร์ต" ศิลปะจากฟองนมที่นุ่มนิ่มเด้งดึ๋งได้

เมื่อศิลปะได้เปลี่ยนเครื่องดื่มที่แสนธรรมดา ให้กลายเป็นผลงานลาเต้อาร์ตที่น่ารักมุ้งมิ้ง

 

ชม 16 ภาพ “ลาเต้อาร์ต” หรือศิลปะที่ทำจากฟองนมบนแก้วกาแฟ

 

ปลาหมึก

 

น้องหมี

 

นุ่มนิ่มเด้งดึ๋ง

โพสต์ที่แชร์โดย Starlet Shay (@starletshay) เมื่อ ก.ย. 21, 2017 เวลา 3:26am PDT

จะตักแล้วน้าา

 

น่ารักยกแก๊ง

 

อียอ

โพสต์ที่แชร์โดย DAPHNE TAN (@periperipeng) เมื่อ ส.ค. 25, 2017 เวลา 6:04pm PDT

ขั้นตอนความน่ารัก

โพสต์ที่แชร์โดย CAFE CHOCOTEA (@cafe_chocotea) เมื่อ ก.ย. 15, 2017 เวลา 7:01pm PDT

ผลุบๆ โผล่ๆ

 

แม่ลูก

 

สีสันสดใส

 

การผจญภัยของนีโม่

 

ข้ามแก้ว

 

น่ารักจนน้องหมาอยากชิม

 

นากน้อย

โพสต์ที่แชร์โดย DAPHNE TAN (@periperipeng) เมื่อ ส.ค. 30, 2017 เวลา 5:53pm PDT

แก๊งหมีแช่น้ำ

 

พิซซ่าร้อนๆ

โพสต์ที่แชร์โดย DAPHNE TAN (@periperipeng) เมื่อ ก.ย. 7, 2017 เวลา 4:15am PDT

 

CC 2019 

เอ็กซ์ตรีม แบบไหน ใช่ฉันเลย

เอ็กซ์ตรีม แบบไหน ใช่ฉันเลย ?! (Lisa)

           สลัดกรอบแห่งความกลัวออกไปแล้ว มาสนุกและตื่นเต้นสไตล์เอ็กซ์ตรีมเกิร์ลกันเถอะ กีฬาพวกนี้ไม่ได้น่ากลัวเว่อร์อย่างที่คุณวาดภาพไว้หรอก ถ้าไม่รู้จะเล่นอะไรดี ก็ลองทำควิซนี้ดูสิ !

1. คุณเป็นสาวใจกล้าระดับไหน?

           ก. ฉันไม่รู้จักคำว่า “กลัว” เลยล่ะ
           ข. ฉันเป็นคนใจกล้านะ แต่บางครั้งก็มีเรื่องกลัว ๆ บ้าง
           ค. ฉันเป็นพวกยังไงก็ได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นกล้าไปซะ ทุกอย่างหรอก
           ง. มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องอะไร บางเรื่องฉันก็กล้าบางเรื่องฉันก็กลัว

2. ถ้ามีใครท้าให้คุณกระโดดน้ำจากแท่นกระโดดสูง ๆ คุณจะ…

           ก. แน่นอนว่าต้องกระโดด แล้วจะดีลังกาโชว์ สักสองสามรอบด้วย
           ข. กระโดดอยู่แล้ว และก็ท้ากลับให้เขาทำตามด้วย
           ค. ถึงจะไม่ชอบเท่าไหร่ แต่ก็คงกระโดดแหละ เดี๋ยวเขาหาว่าไม่กล้า
           ง. ขอปฏิเสธไม่ทำดีกว่า ฉันไม่ค่อยชอบทำตามคำท้าเท่าไหร่

3. ถ้าเพื่อนของคุณวางแผนประท้วงหยุดงาน คุณจะ…

           ก. ฉันจะเป็นแกนนำเลยล่ะ
           ข. ฉันก็จะขอเข้าร่วมด้วยคน
           ค. แค่ช่วยออกไอเดียก็พอ ไม่ขอเข้าร่วมแล้วกัน
           ง. ไม่เข้าร่วมอย่างเด็ดขาด ไม่อยากมีปัญหา

4. คุณเป็นสาวพลังแรงหรือเปล่า?

           ก. ฉันเป็นพวกกระตือรือร้นตลอดเวลา ไม่มีหรอกที่จะอยู่เฉย ๆ
           ข. ฉันเป็นคนมีพลังเยอะนะ แต่ก็ไม่ถึงชั้นไฮเปอร์หรอก
           ค. แล้วแต่ช่วงนะ บางทีก็พลังเยอะ บางทีก็เลเวลปกติ
           ง. ฉันอาจไม่ได้พลังแรงเท่าใคร ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่า จะนอนนิ่งเป็นผักสักหน่อย

5. คุณเป็นสาวรักความสงบหรือเป็นผู้หญิงลั้นลา?

           ก. ผู้หญิงลั้นลาดึงดูดทุกความสนใจ…นี่แหละฉันเลย
           ข. ฉันค่อนข้างลั้นลานะ แต่ก็ชอบความสงบเป็นบางช่วง
           ค. ฉันเป็นคนเงียบ ๆ แต่ถ้าอยากลั้นลาก็ทำได้
           ง. ฉันเป็นสาวรักสงบ เงียบ ๆ เรียบร้อยที่สุด

6. ถ้ามีคนมาเรียกคุณว่า “ขี้ขลาด” คุณจะ…

           ก. ถามกลับไปว่า “ทำอยู่เนี่ย ดูเป็นคนกล้ามากเลยเนอะ?”
           ข. ตบเรียกสติสักที จะได้รู้ว่าฉันก็สู้คนนะ !
           ค. หาวิธีพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณไม่ใช่คนขี้ขลาด
           ง. เดินจากไปเงียบ ๆ แล้วปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

7. คุณเป็นพวกบ้าบิ่นขนาดไหน?

           ก. ใคร ๆ ก็รู้ว่าเรื่องเสี่ยง ๆ น่ะ งานถนัดฉันเลย
           ข. ฉันไม่ใช่คนบ้าบิ่นนะ แต่เรื่องเสี่ยง ๆ ก็สนุกดีเหมือนกัน
           ค. ทำอะไรบ้าบิ่นมันก็ต้องมีบ้าง แต่ก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน
           ง. ใจกล้าน่ะใช่ แต่คงไม่ถึงชั้นบ้าบิ่นหรอก

8. ร่างกายของคุณแข็งแรงแค่ไหน?

           ก. แข็งแรงมาก ทั่วร่างนี่กล้ามเนื้อทั้งนั้น
           ข. ฉันค่อนข้างแข็งแรงนะ ก็ออกกำลังกายเป็นประจำนี่
           ค. ก็ถือว่าแข็งแรงพอ ๆ กับคนปกติทั่วไปล่ะนะ
           ง. ร่างกายของฉันไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่หรอก

ส่วนใหญ่คุณตอบข้อ…

ก. กระโดดร่ม/บันจี้จัมพ์

           คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยกลัวอะไรเลย ชอบความเสี่ยงแบบถึงขีดสุด เรื่องที่คนอื่นมองว่าน่ากลัวอย่างกระโดดออก จากเครื่องบินมีแค่ร่มชูชีพติดตัว หรือกระโดดลงจากแท่นสูง มีแต่เชือกนั้นยืดไว้ กลับเป็นเรื่องที่สนุก และน่าตื่นเต้นมาก ๆ สำหรับคุณ

ข. ปืนผา

           จะเป็นผาจำลองหรือผาจริงก็เป็นเรื่องน่าสนุกทั้งนั้น อย่าคิดว่าเป็นอะไรง่าย ๆ นะ การปืนผาน่ะต้องการทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ซึ่งคุณมีครบเลยล่ะ

ค. ร่มร่อน (Parasailing)

           คุณเป็นคนที่ค่อนข้างรักสงบ แต่ก็ชอบความตื่นเต้นท้าทาย แม้จะไม่ได้รักความเสี่ยงเป็นชีวิตจิตใจ แต่คุณก็ใจกล้าพอดู การเหินเวหาชมทิวทัศน์ในทะเลด้วยร่มร่อนเป็นอะไรที่น่าจะคลิกกับคุณสุด ๆ แล้ว

ง. ล่องแก่ง/ล่องแพ

           คุณเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง และชอบยืนอยู่ในจุดปลอดภัย กีฬาพวกล่องแก่งหรือล่องแพ ในพื้นที่ที่ระดับความเสี่ยงในการเล่นไม่สูงมากนัก จะช่วยเพิ่มสีสันและความตื่นเต้นให้ชีวิต โดยที่ไม่เอ็กซ์ตรีมเกินความต้องการของคุณ

 ดูดวง ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงรายวัน ดูดวงแม่น ๆ คลิกที่นี่

 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก

หนังสือ Lisa Vol.14 No.46 27 พฤศจิกายน 2556

เปลี่ยนกันเถอะ…ก่อนจะป่วย

เรื่องโดย : อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team content www.thaihealth.or.th

ภาพประกอบโดย : นัฐพร ชุ่มลือ Team content www.thaihealth.or.th / แฟ้มภาพ

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

“61.6 ล้าน” ไม่ใช่ตัวเลขที่แสดงถึงทรัพย์สินแต่อย่างใด แต่คือจำนวนครั้งที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชน ในปี 2560 ทั้งๆ ที่จำนวนประชากรในประเทศไทย ที่ประกาศจากสำนักทะเบียนกลาง ในปลายปี 2560 มีจำนวน “66.19 ล้านคน”         

อัตราการเจ็บป่วยที่ดูสูงมากแบบนี้ แสดงถึงสุขภาพของคนไทยที่เราต้องหันกลับมาสร้างมายาคติว่า “ป้องกันก่อนรักษา” เพราะการป้องกัน และดูแลตัวเองให้ดีแล้วนั้น นอกจากจะลดค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังลดการแย่งเตียงคนไข้ และพื้นที่หอผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ดูจะไม่เพียงพอ

“เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ก่อนที่เราจะป่วย เคยหยุดคิดไหมว่า กาแฟแก้วนั้นที่คุณกำลังดื่มอยู่มีน้ำตาลอยู่เท่าไหร่ และทั้งหมดกี่แคลอรี่…” อ.สง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และนักวิชาการโภชนาการ ที่ปรึกษากรมอนามัย เอ่ยทักเป็นประโยคแรกๆ ที่เชิญชวนให้ผู้ฟังเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

นักวิชาการชื่อดัง ยังให้ข้อมูลที่สำคัญอีกว่า “คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังชั่วโมงละ 37 คน และสาเหตุของการเสียงชีวิตที่ไม่น้อยกว่า 36 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี ก็เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)” โครงการต่างๆ ที่กระทรวงสาธารณสุข และ สสส. รวมไปถึงภาคีอื่นๆ ต่างรณรงค์เรื่องสุขภาพ อาหารการกิน ก็เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวที่มีส่วนเกี่ยวพันกับ “พฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิต”

สิ่งที่จะลดอัตราการป่วยและเข้าโรงพยาบาลได้ คือการสำรวจพฤติกรรมการกินของตนเอง ว่าเรากินหวาน มัน เค็ม ขนาดไหน อ.สง่า แนะนำหลักในการสำรวจการกินในแต่ละวัน 6:6:1 คือ กินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา เกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา ซึ่งจะทำให้เราห่างไกลโรค NCDs  

“ดังนั้นเราควรจะรับรู้ข้อมูลอาหารด้วย เช่น กาแฟ ให้พลังงานเท่ากับข้าว 6-7 ทัพพี ไข่เจียวให้พลังงาน 240 แคลอรี่ หรืออาหารทอดมีไขมันเลวเท่าไหร่ รวมไปถึงการกินเค็มมากๆ ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตและโรคไต” อ.สง่า ให้ข้อมูล

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

หวาน – มัน -เค็ม ตัวการสู่โรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs)

หวาน – คือน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่กินน้ำตาลได้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 24 กรัม) ส่วนเด็กไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 16 กรัม) เมื่อกินเกินกว่านี้ร่างกายรับได้ในแต่ละวัน จะเกิดการสะสมพลังงานและเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินมาเป็นไขมันสะสม ทำให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

มัน – ไขมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งอยู่ในอาหาร ขนมขบเคี้ยว อาหารทอด อาหารแปรรูป ของหวาน ฯลฯ โดยในแต่ละวันควรบริโภคไขมันไม่เกิน 65 กรัมต่อวัน หรือใช้น้ำมันประกอบอาหารไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ถ้าบริโภคไขมันสูงเกินไปจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและความดันโลหิตสูง

เค็ม – โซเดียม ที่อยู่ในเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง ฯลฯ นับเป็นภัยที่อันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเราควรบริโภคโซเดียมไม่เกินวันละ 1 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 2,000 มิลลิกรัม) ซึ่งหากเราบริโภคเค็มมาเกินไปทำให้เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงและโรคไต

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

ทำอย่างไรถึงจะไม่ป่วย

อ.สง่า ยังแนะนำว่า หากเรากินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม จะทำให้ห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งทางองค์กรอนามัยโลก (WHO) ก็ออกมายืนยันด้วยว่า นอกจากจะได้รับใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีจากผักและผลไม้แล้ว ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs อีกด้วย

ทั้งนี้ สสส.และภาคีที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายให้คนไทยหันมากินผักผลไม้เพิ่มขึ้นจากเดิม 25.9% เป็น 50% ภายในปี 2564 การกินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม เป็นการสร้างนิสัยใหม่ๆ ให้คนไทย ที่จะกลายเป็นเกราะป้องกันทางสุขภาพของประชาชนทุกเพศทุกวัย

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

กินผักผลไม้อย่างไร ให้ได้วันละ 400 กรัม

แน่นอนว่าการกินผักผลไม้วันละ 3 มื้อให้ได้ 400 กรัมนั้นอาจจะดูยากไป ยิ่งสำหรับมือใหม่หัดกินผักด้วยแล้วนั้น นับว่ายากมากในการฝืนตัวเองให้กินผักแต่ละคำ ซึ่งทาง “โครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม” ได้แนะนำวิธีการเริ่มต้นกินผักผลไม้ให้อร่อยและมีความสุข  ดังนี้

1. พกผลไม้วันละ 1-2 ผล เช่น กล้วย ส้ม แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง แทนคุกกี้หรือขนมกรุบกรอบ หากทำอย่างสม่ำเสมอจะได้ปริมาณอาหารในกลุ่มนี้ครั้งละ 100 – 150 กรัม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม (ผัก 3 ส่วน ผลไม้ 2 ส่วน)

2. มีผลไม้หรือกล่องผักสลัดติดตู้เย็น ติดบ้าน/ที่ทำงาน จะช่วยให้เรากินผักผลไม้ได้มากขึ้น

3. ลองทำกับข้าวกินเองสัปดาห์ละ 1 วัน เลือกผักที่ชอบ หรือทดลองผักใหม่ ๆ ล้างเอง ปรุงเอง นอกจากได้ความมั่นใจว่าอาหารปลอดภัยแล้ว ยังเกิดความภูมิใจในฝีมือตัวเองด้วย

4. เตรียมอาหารกลางวันไปกินที่ทำงาน ลองทำอาหารง่าย ๆ ที่เตรียมได้ตั้งแต่ตอนกลางคืน เช่น แซนด์วิช สลัด ข้าวผัด หรือข้าวคลุกน้ำพริกง่าย ๆ

5. เตรียมผักสดมาเป็นผักเคียงอาหารจานหลัก หรือลวกผักพกมาเติมในก๋วยเตี๋ยว วิธีนี้สามารถเพิ่มปริมาณผักในแต่ละมื้อได้ตามต้องการ

6. ทำน้ำผักผลไม้ปั่น โดยผสมน้ำผลไม้เล็กน้อยเพื่อช่วยลดกลิ่นผัก และเพิ่มรสอร่อยมากขึ้น แต่ปั่นแล้วต้องดื่มทันที เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าของเอนไซม์

การกินผักไม่ยากอย่างที่คิด ยิ่งเราทำอะไรซ้ำๆ 21 วัน หรือ ทฤษฎี 21 วันจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงให้เกิดเป็นนิสัย ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของตัวคุณเองดูนะคะ เพราะสุขภาพดีไม่มีทางลัด ไม่มีใครทำแทนได้ มีแค่ตัวคุณเองเท่านั้นที่จะกำหนดสุขภาพของตัวเอง และโรงพยาบาลก็จะไม่ถูกอัดแน่นไปด้วยผู้ป่วยอย่างเช่นทุกวันนี้

จัดหางานหนองบัวลำภู แนะวิธีทำงานต่างแดนอย่างถูกต้อง

ที่มา :  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

จัดหางานหนองบัวลำภู แนะวิธีทำงานต่างแดนอย่างถูกต้อง thaihealth

แฟ้มภาพ

จัดหางานหนองบัวลำภู แนะการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้อง

ด้วยกรมการจัดหางานมีนโยบายส่งเสริมให้แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศตามกระบวนการเดินทางไปอย่างถูกต้องซึ่ง การเดินทางไปทำงานต่างประเทศมี 5 วิธีคือ รัฐ โดยกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงานบริษัทจัดหางานจัดส่งการแจ้งการเดินทางไปทำงานด้วยตนเองตามมาตรา  48 นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศและนายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงานในต่างประเทศฐจัดส่ง

นางสาวกตพร  สองเมืองสุข  จัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภู  กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันการหลอกลวงคนหางานไปทำงานต่างประเทศขอให้ประชาชนคนหางานที่มีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบขั้นตอนวิธีการของการเดินทางไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้องได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภูศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภูชั้น2ตำบลลำภูอำเภอเมืองหนองบัวลำภูจังหวัดหนองบัวลำภูโทรศัพท์0-4231-6733ต่อ19ในวันและเวลาราชการ

ดูแลเด็กใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้ถูกสุนัข แมว กัดข่วน

ที่มา: สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

ดูแลเด็กใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้ถูกสุนัข แมว กัดข่วน thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  เตือนผู้ปกครองระมัดระวังและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกันและลดความเสี่ยงการถูกสัตว์กัดหรือข่วน โดยเฉพาะที่สาธารณะที่มีฝูงสุนัขจรจัด จากข้อมูลปี 2561 พบผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 520,000 ราย และกว่าร้อยละ 30 เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการรักษาและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่ฝูงสุนัขจรจัดกัดเด็กวัย 7 ขวบ ในจังหวัดทางภาคใต้ บาดเจ็บและเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล นั้น กรมควบคุมโรค ได้ทบทวนข้อมูลรายงานเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวในหลายปีที่ผ่านมา พบสิ่งที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.ผู้ที่ถูกกัดหรือทำร้ายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 2.สุนัขเหล่านี้อาศัยอยู่ตามชายหาด มักอยู่กันเป็นฝูง และมีพฤติกรรมหวงถิ่น  และ 3.ปัญหาสุนัขจรจัดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มักเกิดจากเจ้าของสุนัขที่ไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้ เช่น ย้ายที่อยู่ สุนัขออกลูกมากเกินที่จะเลี้ยงได้ ทำให้ปล่อยสุนัขไว้ตามที่ต่างๆ 

          จากรายงานการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์โดยกรมปศุสัตว์พบว่า ในปี 2561 พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 1,400 ตัว กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เกือบครึ่งเป็นสัตว์ไม่มีเจ้าของและไม่ทราบประวัติ  นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ในปี 2561 มีจำนวนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 520,000 ราย และกว่าร้อยละ 30 เป็นเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี

           นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรค ขอแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกันและลดความเสี่ยงการถูกสัตว์กัดหรือข่วน โดยเฉพาะที่สาธารณะที่มีฝูงสุนัขจรจัด รวมถึงสัตว์เลี้ยงในบ้าน เนื่องจากสัตว์ไม่คุ้นชินอาจจะทำอันตรายแก่เด็กได้ สำหรับผู้เลี้ยงสุนัข ควรเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ เลี้ยงในรั้วรอบขอบชิด หากพาออกข้างนอกควรใส่สายจูง และต้องนำสุนัขไปเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี ทำหมันถาวรเมื่อไม่ต้องการให้สุนัขเพิ่มจำนวน และไม่นำไปปล่อยให้เป็นภาระของสังคม หากในพื้นที่มีสุนัขจรจัด ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสุนัขเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม สุนัขจรจัดควรเป็นความรับผิดชอบของคนในสังคม เช่น การพาสุนัขไปฉีดวัคซีน ระบุเจ้าของหรือมีการรับเลี้ยงจะดีที่สุด

           หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง ประมาณ 10 นาที ใส่ยาเบตาดีน เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยและรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง และควรสังเกตสุนัขว่ามีอาการผิดปกติหรือตายใน 10 วันหรือไม่ ภายหลังสุนัขตัวนั้นไปกัดข่วนคน ต้องรีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ขอให้ยึดหลัก “คาถา 5 ย.” ดังนี้ 1.อย่าแหย่ ให้สัตว์โมโห 2.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์ 3.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า 4.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน และ 5.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย เพราะสัตว์เหล่านี้อาจกัดหรือข่วนได้  สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422