5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง ชวนหม่ำเห็นแล้วปังมาก

5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง

5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง

     กลัวหยุดกินไม่ได้จริง ๆ กับเมนูซาลาเปามุ้งมิ้ง ทั้งแป้งนุ่มและหน้าตาน่ารักไม่ซ้ำเดิม กินแบบมีไส้หรือไม่มีไส้ที่เรียกว่าหมั่นโถวก็อร่อย รับคนละกี่ลูกดีคะ

     ใครเบื่อวิธีทำซาลาเปา แบบเดิม ๆ ที่ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วสอดไส้ต่าง ๆ ก็ลองเปลี่ยนไอเดียมาทำซาลาเปาแบบเก๋ ๆ กันเถอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำซาลาเปามุ้งมิ้ง บอกเลยว่าหน้าตาดีและมีชิ้นเดียวในโลก จะดัดแปลงเป็นหมั่นโถวก็ยังได้ เตรียมชุดนึ่งรอไว้ก่อนเลยจ้า

5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง

1. ซาลาเปาทุเรียน

     อดทนรอหน้าทุเรียนก่อนเถอะ จะได้ทำเมนูซาลาเปาทุเรียน สูตรจาก Creative Cooking for Kids สูตรนี้มีความมุ้งมิ้งตรงที่ปั้นแป้งซาลาเปาเป็นรูปทุเรียนมีหนาม ยังไม่จบ ! ยังใส่ไส้คัสตาร์ดทุเรียนด้วย อร่อยแค่ไหนถามใจเธอดู

ส่วนผสม แป้งซาลาเปา ส่วนที่ 1 (แป้งเชื้อ)

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา 350 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสม แป้งซาลาเปา ส่วนที่ 2

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา 150 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 120 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ไส้คัสตาร์ดทุเรียน

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ไข่ไก่ 3 ฟอง
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงคัสตาร์ด 1/2 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ นมสดจืด 1/2 ถ้วยตวง
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ (สามารถเพิ่ม-ลดได้ตามความชอบ)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เนื้อทุเรียน (กรองเอากากออก) 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำแป้งซาลาเปา

     1. ทำแป้งซาลาเปาส่วนที่ 1 (แป้งเชื้อ) โดยผสมแป้งซาลาเปา ยีสต์ และน้ำเปล่า นวดให้เข้ากันแล้วคลุมด้วยพลาสติกแรป ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือจนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า
     2. ทำแป้งซาลาเปาส่วนที่ 2 โดยผสมแป้ง ผงฟู เกลือ และน้ำตาล แล้วคลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำแป้งโดว์ไปผสมกับส่วนผสมแป้งเชื้อ (ส่วนที่ 1)
     3. ใส่น้ำมันพืชลงไป จากนั้นนวดจนแป้งเนียน น้ำตาลละลายหมด และแป้งไม่ติดมือ
     4. แบ่งแป้งออกมา 1/4 ส่วน นำแป้งก้อนใหญ่ผสมสีเหลือง ส่วนก้อนเล็กผสมสีเขียว จากนั้นนวดจนสีเนียนทั่วแป้ง แล้วคลุมพลาสติกแรปทิ้งไว้ 20 นาที
     5. ตัดแบ่งแป้งทั้ง 2 สีเป็นก้อนเล็ก ๆ สีเหลืองก้อนละ 30 กรัม และสีเขียวก้อนละ 10 กรัม ใช้ไม้คลึงแป้งสีเหลืองจนเป็นแผ่นบาง ๆ
     6. ใส่ไส้คัสตาร์ดทุเรียน (วิธีทำไส้ดูด้านล่าง) ใช้มือเย็บปิดแป้งด้านบน จากนั้นคลึงแป้งสีเขียวให้เป็นแผ่นบาง นำไปห่อแป้งสีเหลือง แล้ววางบนกระดาษซาลาเปา ใช้กรรไกรตัดแป้งสีเขียวให้เป็นหนามทุเรียน เรียงซาลาเปาใส่ลังถึง (ชุดนึ่ง) ปิดฝาทิ้งไว้ 30-50 นาที จนแป้งขึ้นอีกครั้ง
     7. พอแป้งขึ้นแล้ว เปิดไฟนึ่งในน้ำเดือด 10 นาที พอสุกจัดเสิร์ฟ

วิธีทำไส้คัสตาร์ดทุเรียน

     1. ผสมไข่ไก่ แป้งข้าวโพด ผงคัสตาร์ด และน้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ ตีส่วนผสมให้เข้ากัน
     2. ตั้งหม้อบนเตา ใส่นมสดและน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ คนจนน้ำตาลละลาย เทส่วนผสมไข่ไก่ลงไป ตามด้วยเนื้อทุเรียน คนจนส่วนผสมข้นเหนียว ยกลงพักไว้ให้เย็น

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ซาลาเปาทุเรียน ไส้คัสตาร์ดหวานหอมควบสองความอร่อย

++++++++++++++++++

5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง

2. ซาลาเปาหมูสับไข่เค็ม

     ล้างมือเตรียมปั้นแป้งกันเถอะ พบกับเมนูซาลาเปาหมูสับไข่เค็ม สูตรจาก คุณกระต่ายดงที่หลงเดือน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จุดเด่นคือ ปั้นแป้งซาลาเปาเป็นรูปหมูอ้วนน่ารัก สอดไส้หมูสับผสมเห็ดหอม และเติมไข่แดงเค็ม กินลูกเดียวก็อิ่มแล้ว

ส่วนผสม แป้งส่วนที่ 1

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา (ตรากิเลนเหลือง) 350 กรัม *ถ้าใช้แป้งเค้กหรือแป้งชนิดอื่น ๆ ซาลาเปาอาจจะมีสีออกนวล ๆ ไม่ค่อยขาว
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ยีสต์ชนิดจืด 10 กรัม (ซองสีแดง) *สามารถใช้ยีสต์หวานได้ แต่จะใช้เวลาหมักแป้งส่วนนี้นานขึ้นเป็นประมาณ 1.30 ชั่วโมง เพราะในส่วนผสมนี้ไม่มีน้ำตาลเป็นตัวช่วยให้ยีสต์ทำงาน
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำสะอาด (อุณหภูมิห้อง) 230 กรัม

ส่วนผสม แป้งส่วนที่ 2

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา (ตรากิเลนเหลือง) 150 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 125 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำสะอาด (อุณหภูมิห้อง) 150 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เนยขาว 50 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันพืชเล็กน้อย (ใส่ถ้วยเล็ก ๆ เอาไว้ทามือ เวลาที่นวดแป้งแล้วติดมือ)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ สีผสมอาหารสีชมพู

วิธีทำแป้งส่วนที่  1

     1. ร่อนแป้งซาลาเปา ใส่ยีสต์ลงไปแล้วใช้พายคนให้เข้ากัน
     2. ทำแป้งเป็นหลุมตรงกลาง แบ่งน้ำเปล่าใส่ทีละครึ่ง ใช้พายไม้คนให้ส่วนผสมเข้ากันแบบหยาบ ๆ แล้วใช้มือนวดจนเป็นก้อนเดียวกัน (ในส่วนนี้แป้งจะไม่เนียนมาก) พักไว้ เอาผ้าคลุมลมกันลมประมาณ 50 นาที หรือจนขึ้นเป็นสองเท่า ถ้าใช้ยีสต์จืดต้องเพิ่มเวลาการหมักแป้งขึ้นอีก

วิธีทำแป้งส่วนที่ 2

     1. ร่อนแป้งซาลาเปากับผงฟูเข้าด้วยกันใส่อ่างผสมขนาดกลาง โรยเกลือป่น ใส่น้ำตาลทรายลงไป แล้วใช้พายยางคนส่วนผสมให้เข้ากัน
     2. ทำแป้งเป็นหลุมตรงกลาง ค่อย ๆ ใส่น้ำเปล่าลงไปทีละนิด แล้วใช้พายไม้คนให้แป้งดูดซับน้ำ คอยดูอย่าให้แป้งแฉะเกินไป แบ่งแป้งส่วนที่ 1 ผสมลงไปนวดให้เข้ากัน
     3. ทาน้ำมันพืชบาง ๆ ที่มือ โรยแป้งนวลบนโต๊ะ เอาแป้งในอ่างผสมลงแผ่ที่โต๊ะ ค่อย ๆ ผสมเนยขาวทีละครึ่งนวดให้เข้ากัน พอเนยขาวหมด แป้งยังไม่เนียน จัดการแบ่งแป้งออกมาเล็กน้อยเพื่อเอาไว้ผสมสีชมพู เพราะถ้านวดจนเนียนแล้วจะผสมสียาก นวดแป้งสีขาวใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจนเนียน รวบเป็นก้อนกลมในอ่างที่ทาน้ำมันบาง ๆ แล้วจึงผสมสีชมพูในแป้งที่แบ่งไว้ พักแป้งทั้งสองสีไว้อีก 20 นาที จะทำให้แบ่งแป้งง่ายขึ้น
     4. ตัดแบ่งแป้งเป็น 55 กรัม คลึงแป้งเป็นก้อนกลมเรียงตามลำดับแป้งที่แบ่งไว้ พักแป้งประมาณ 10 นาที เอาผ้าคลุมอย่าให้โดนลม พอครบเวลาแผ่แป้งออกให้ตรงด้านริมบาง ตรงกลางหนา แล้ววางไส้ลงไป ตามด้วยไข่เค็ม
     5. ห่อแป้งให้มิดและคว่ำลงไปบนกระดาษ วางจมูกหมูและหูลงไป พักแป้งต่ออีก 35 นาที
     6. ระหว่างนั้นเตรียมชุดนึ่งใส่น้ำเปล่าประมาณ 3/4 ส่วน ใช้ไฟแรงรอจนน้ำเดือดพล่าน เอาซาลาเปาลงนึ่งประมาณ 12 นาที เมื่อครบเวลาเบาไฟให้อ่อนสุดประมาณ 1 นาที เปิดฝานึ่ง ถ้าทำเช่นนี้ซาลาเปาจะไม่เสียรูปทรง

ส่วนผสม ไส้หมูสับ ส่วนที่ 1

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เนื้อหมูบดติดมัน ประมาณ 300 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ มันแกว (หั่นเต๋าเล็ก ๆ) 150 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ หอมหัวใหญ่ (ขนาดกลางหั่นเต๋าเล็ก) 1/2 ลูก
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันงา 1 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงกระเทียม 1 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ไส้หมูสับ ส่วนที่ 2

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เห็ดหอม (แช่น้ำจนนิ่ม หั่นชิ้นเล็ก)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ต้นหอม (ซอยบาง ๆ) 2 ต้น

วิธีทำไส้หมูสับ

     1. ผสมส่วนที่ 1 แล้วนวดให้เข้ากันจนเหนียว
     2. ต่อมาจึงผสมส่วนที่ 2 ลงไปคลุกเคล้าพอเข้ากัน
     3. แช่เย็นไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง นำไปห่อกับแป้งซาลาเปาได้เลย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ซาลาเปาหมูสับไข่เค็ม เมนูติ่มซำเหมือนเดิม เพิ่มเติมความมุ้งมิ้ง

++++++++++++++++++

5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง

3. ซาลาเปาฟักทอง

     เลิกอี๋ฟักทองไปได้เลย ถ้าได้ลองทำซาลาเปาฟักทอง สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ จับแป้งซาลาเปาปั้นเป็นรูปฟักทองและสอดไส้ฟักทองบด หน้าตามุ้งมิ้งแบบนี้ใครล่ะจะอดใจไหว

ส่วนผสม แป้งสปันจ์หรือแป้งเชื้อ

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา (แป้งบัวแดง) 200 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ยีสต์ 5 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำอุ่น 130 กรัม

     หมายเหตุ : สามารถผสมน้ำตาลทรายกับน้ำคนให้ละลายก่อนใส่ในของแห้งได้ค่ะ

ส่วนผสม แป้งซาลาเปา

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งสปันจ์ หรือแป้งเชื้อที่ผสมพักไว้
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา (แป้งบัวแดง) 150 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงฟู 1 ช้อนชา (นำไปละลายกับน้ำได้)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 60-70 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเปล่า 30 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เนยขาว 20 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งข้าวโพด 30 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ฟักทองนึ่งบด 100 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ สีผสมอาหารสีเหลือง (ป้าลืมถ่าย)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ กระดาษรองซาลาเปา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เชือกฝ้าย (มีขายตามห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บ หรือบีทูเอสก็มีค่ะ ม้วนละ 12 บาท หรือเมตรละ 5 บาท แล้วแต่ร้านนะจ๊ะ)

     หมายเหตุ : สามารถผสมน้ำตาลทรายกับเกลือป่นลงในน้ำ คนให้ละลายก่อนได้ค่ะ

ส่วนผสม ไส้ฟักทอง

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เนื้อฟองทองบด 400 กรัม (สามารถปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำตาลหรือเกลือป่นเล็กน้อยได้ค่ะ)

วิธีทำซาลาเปาฟักทอง

     1. นึ่งฟักทองจนสุกแล้วนำมาบด แบ่งส่วนหนึ่งไว้ผสมกับแป้ง อีกส่วนไว้ทำไส้
     2. ทำแป้งสปันจ์ ขั้นตอนแรกผสมแป้ง ยีสต์ และน้ำตาลทราย แล้วตีด้วยความเร็วต่ำจนของแห้งเข้ากัน แล้วเติมน้ำอุ่นลงไป ตีแค่พอเข้ากันประมาณ 5 นาที
     3. นำแป้งพักไว้ในที่อุ่น เอาผ้าหมาดคลุมไว้หรือจะใช้พลาสติกถนอมอาหารคลุมไว้ก็ได้ พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมง หรือจนแป้งฟูขึ้นประมาณ 2 เท่า พอแป้งฟูแล้วจะมีลักษณะเป็นใย ๆ หลังจากนั้นก็กดไล่ฟองอากาศออก
     4. ทำแป้งซาลาเปา โดยผสมน้ำตาลทรายกับเกลือลงไปในน้ำแล้วคนให้ละลายเข้ากัน
     5. ใส่แป้งที่ร่อนพร้อมผงฟู แป้งข้าวโพด เนื้อฟักทองบด และน้ำที่ละลายเกลือน้ำตาลลงไปในโถแป้งสปันจ์หรือแป้งเชื้อ ตีจนเข้ากันแล้วใส่เนยขาวลงไป สามารถเพิ่มสีเหลืองลงไปได้ ตีประมาณ 10-15 นาทีหรือจนแป้งเนียน
     6. แบ่งแป้งเป็น 10 ก้อน ก้อนละประมาณ 70 กรัม สามารถแบ่งให้เล็กกว่านี้ได้ ขนาดตามความชอบเลย คลึงเป็นลูกกลม ๆ แล้วพักแป้งไว้ 10 นาที
     7. นำแป้งมารีดเป็นแผ่นกลม ๆ ใส่ไส้ฟักทองแล้วห่อให้แน่น
     8. นำเชือกฝ้ายมาตัดเป็นเส้นยาวประมาณ 20 เซนติเมตร จำนวน 40 เส้น นำมาชุบน้ำมันพืช รูดน้ำมันออกจากเชือกให้เชือกหมาด ๆ นำเชือกมาวางซ้อนกัน 4 เส้น เว้นช่องไฟเท่า ๆ กัน แล้วนำซาลาเปาที่ใส่ไส้แล้วมาวางบนเชือกแล้วผูกไม่ต้องแน่นมาก ผูกหลวม ๆ พอ พอพักแป้งเดี๋ยวแป้งก็จะขยายปูดตามช่องว่างระหว่างเชือกเอง เสร็จแล้ววางบนกระดาษรองซาลาเปา
     9. นำมาพักในที่อุ่นให้ รอให้ซาลาเปาขึ้นรูปประมาณ 1.5-2 เท่า แล้วนำไปนึ่งด้วยไฟกลาง ประมาณ 15-18 นาที ระหว่างที่นึ่งห้ามเปิดฝา
     10. พอนึ่งเสร็จแล้วก็เอาเชือกออก ตกแต่งฟักทองด้วยก้านพริก หรือก้านมะเขือ (ในสูตรใช้ก้านมะยม)

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ซาลาเปาฟักทอง อร่อยเหมือนเดิม เติมความมุ้งมิ้ง

++++++++++++++++++

5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง


4. ซาลาเปาหมั่นโถวทูโทน

     ใครเบื่อซาลาเปาก็ลองมาทำหมั่นโถวหรือซาลาเปาไม่มีไส้แทนสิคะ ขอนำเสนอซาลาเปาหมั่นโถวทูโทน สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ ความพิเศษคือ หมั่นโถวมีสองสีในชิ้นเดียว ดูน่ากินกว่าเดิมเยอะเนอะ อยากทำชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ก็ตามสบายเลยจ้า

ส่วนผสม หมั่นโถว (ประมาณ 10 ลูก)

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทราย 100 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ นมสด หรือนมจืด 280 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา (แป้งบัวแดง) 450 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงฟู 1+1/2 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งข้าวโพด 30 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ยีสต์ 5 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ เนยขาว 25 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงโกโก้ 10 กรัม เพิ่มน้ำ 1+1/2 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ กระดาษรองซาลาเปา

วิธีทำหมั่นโถวทูโทน

     1. ผสมน้ำตาลทรายกับเกลือลงไปในนม แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
     2. ใส่แป้งซาลาเปาที่ร่อนพร้อมผงฟู แป้งข้าวโพด และยีสต์ลงไปในโถผสม ตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากัน
    
3. เทนมที่ผสมพักไว้ลงไป ตีให้เข้ากัน แล้วเติมเนยขาวลงไป ตีแค่พอเข้ากัน
เนื้อที่ได้จะไม่เนียนมาก เพราะเดี๋ยวจะนำแป้งมานวดมือต่ออีกที
     4. แบ่งแป้งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน นำส่วนแรกมานวดด้วยมือจนเนื้อเนียน แล้วพักไว้ 10 นาที ใช้ผ้าหมาด ๆ คลุมไว้ก็ได้
     5. นำแป้งอีกส่วนมานวด เติมผงโก้โก้และนำลงไป นวดจนเนื้อเนียน แล้วพักแป้งไว้ 10 นาที
     6. พอพักแป้งเสร็จแล้ว นำแป้งมาคลึงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 22×50 เซนติเมตร ความหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร
    
7. ทาน้ำแค่พอหมาด ๆ บนแป้งแผ่นสีขาวเพื่อให้แป้งเกิดความเหนียว
แล้วนำแป้งโกโก้มาวางทับลงไปให้พอดี รีดให้แป้งทั้ง 2
แผ่นติดกันเรียบและแน่นขึ้น
เวลานำไปนึ่งแป้งจะได้ไม่แตกทำให้ลายหลุดออกจากกัน
     8. ทาน้ำบนแป้งโกโก้แล้วม้วนตามภาพ หลังจากนั้นก็คลึงให้แน่น พักแป้งไว้อีก 10 นาที
     9. ตัดแป้งให้ได้ความยาว 5 เซนติเมตร แล้วรองบนกระดาษไข จะได้หมั่นโถวประมาณ 10 ชิ้น
    
10. พักแป้งในที่อุ่นประมาณ 30 นาที -1 ชั่วโมง หรือจนแป้งฟูขึ้นมาประมาณ
1.5-2 เท่า แล้วนำไปนึ่งไฟกลาง ๆ ประมาณ 15-18 นาที พอสุกจัดเสิร์ฟ

    หมายเหตุ : หมั่นโถวสำคัญตรงตอนนวดกับตอนหมักแป้งให้ขึ้นฟูเป็น 1.5-2 เท่า ถ้าขึ้นฟูไม่ได้ที่ อบแล้วแป้งอาจจะแน่นไป

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมั่นโถวทูโทน สูตรแป้งนุ่มเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความเก๋

++++++++++++++++++

5 สูตรทำซาลาเปามุ้งมิ้ง

5. ซาลาเปาหมั่นโถวหมีพูห์

     ลูกหลานใครชอบหมีพูห์อยากให้ลองทำเมนูซาลาเปาหมั่นโถวหมีพูห์ สูตรจาก Creative Cooking for Kids จับแป้งซาลาเปาผสมกับมันเทศเพื่อให้ได้แป้งสีเหลือง พอนวดแป้งเสร็จก็ปั้นเป็นหน้าตาหมีพูห์ พอนึ่งเสร็จค่อยวาดหน้าตาให้สวยงาม

ส่วนผสม หมั่นโถว (ประมาณ 12-15 ลูก ขึ้นอยู่กับขนาดที่ปั้น)

   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ มันเทศญี่ปุ่นนึ่ง 200 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทรายแดง 80 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ นมสด 1/3 ถ้วย
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งซาลาเปา 200 กรัม
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ผงฟู 1 ช้อนชา
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ สีผสมอาหารสีดำ (สำหรับวาดหน้า ในสูตรใช้ปากกาสีผสมอาหารเพื่อความสะดวก)
   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ กระดาษรองซาลาเปา 12-15 ชิ้น

วิธีทำหมั่นโถว

     1. นึ่งมันเทศจนสุกแล้วปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่เครื่องปั่น เติมน้ำตาลทรายแดงกับนมสด ปั่นจนละเอียด
    
2. ใส่แป้งซาลาเปา ยีสต์ ผงฟู และน้ำอุ่นลงในอ่างผสม เติมมันเทศที่บดไว้
นวดส่วนผสมให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดีแล้วให้คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร
หมักแป้งทิ้งไว้ 30 นาที
     3. เมื่อแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า ให้นำมานวดไล่อากาศ จากนั้นตัดแบ่งเป็นชิ้นขนาด 40 กรัม (อย่าลืมเผื่อแป้งไว้สำหรับปั้นหูหมีพูห์)
    
4. ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมทำเป็นหัวหมีพูห์
และปั้นแป้งกลมก้อนเล็กเพื่อทำเป็นหูติดด้านบน (ใช้น้ำเปล่าติด)
เสร็จแล้ววางบนกระดาษซาลาเปา เรียงใส่ลังถึง
คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหารหรือปิดฝา ทิ้งไว้ 20
นาทีหรือจนแป้งขึ้นฟูเป็นสองเท่า
     5. นำไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 10
นาที หรือจนแป้งสุก (ใช้ผ้ารองฝาเพื่อไม่ให้น้ำหยดลงบนแป้ง)
อย่านึ่งนานเกินไป เพราะหน้าขนมจะแตก
     6. นำขึ้นจากเตา พักไว้จนเย็น ใช้สีดำวาดหน้าหมีพูห์ จัดวางในกรวยไอศกรีม เตรียมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมั่นโถวหมีพูห์ อาหารว่างสุดน่ารักกระตุ้นต่อมหิวคุณหนู

    
เพื่อน ๆ อยากทำซาลาเปามุ้งมิ้งเหมือนกันใช่ไหม
แม้ว่าจะทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกหน่อย
แต่เชื่อเถอะว่าถ้าทำเสร็จจะภูมิใจและกินเพลินจนลืมอิ่มแน่นอนจ้า

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง ปลาสำลีย่าง 2 เมนูอร่อยจากปลาสำลี

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

     ความอร่อยคูณสองเพราะจับปลาสำลีมาทำเมนูปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง และปลาสำลีย่างกลิ่นหอม ได้โปรตีนเน้น ๆ แบบนี้ ใครล่ะจะอดใจไหว

     เพราะรักพี่เสียดายน้องเลยขอจับปลาสำลีมาทำทั้งเมนูปลาทอด  และเมนูปลาย่าง  อาหารไทยย่อยง่ายมีคุณค่าจากโปรตีน ใครอยากนั่งละเมียดแทะปลาแบบสโลว์ไลฟ์มาจดสูตรกัน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วงกับปลาสำลีย่าง สูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้กินทั้งปลาทอดเนื้อเยอะร้อน ๆ ราดน้ำยำรสแซ่บ และปลาย่างห่อใบตองกลิ่นหอม ถ้ากินไม่หมดในคราวเดียวก็ทยอยทำทีละเมนูก็ไม่ว่ากันจ้า

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

     ตะโกน้อยชวนฝอย อร่อยกับปลาสำลี โดย คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

     ยามเข้าครัว มีดบาด ปาดแผลลึก
     เราจะนึก ถึงสำลี ที่สีขาว
     หากจะย่าง ปลาสำลี ไร้กลิ่นคาว
     ต้องคลุกเคล้า ด้วยเกลือ เผื่อด้วยเค็ม

     ย่างถ่านอ่อน คุมเชื้อไฟ ไม่ต้องเร่ง
     คอยพิศเพ่ง กลับด้าน ซ่านความหอม
     ปลาสุกดี สีสวย ด้วยใบตอง
     เนื้อช่างหอม อร่อยดี สำลีเอย

     ถ้าจะยำ ก็ได้ ไม่ลำบาก
     แค่เพียงปาด มะม่วงเบา ออกเป็นเส้น
     แล้วซอยพริก ฝานหอม ห้ามกระเด็น
     ก็แลเห็น ยำสำลี อิ่มหมีเลย

     ตะโกน้อย เพียรหา ปลามาให้
     พร้อมใส่ใจ ปรุงรส ให้สดหวาน
     ถึงจะไม่ เก่งกล้า หรือเชี่ยวชาญ
     จะพยาม ปรุงให้ ด้วยใจเอย

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

     ปลาสำลีชื่อนี้การันตีถึงความมันอร่อย คนส่วนใหญ่จะรู้จักปลาชนิดนี้ เดินเข้าตลาดแผงปลาก็จะเรียงหน้าสลอนให้เลือกซื้อ แม่บ้านจะชอบใจเพราะปลาชนิดนี้ก้างอ่อน กระดูกนุ่ม เนื้อแยะ ทำปลาก็แสนง่าย จัดเป็นปลาอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนรู้จัก

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

     ปลาสำลีส่วนใหญ่ได้จากอวนลาก ทั้ง 2 ฝั่งทะเลของไทยมีปลาชนิดนี้ ฝั่งอันดามันจะตัวใหญ่กว่าอ่าวไทย ยิ่งทางแถบระนองมีขนาดตัวหนึ่ง 2-3 กิโลเชียว ปลาอวนลากสังเกตง่าย ๆ ให้ฉีกเหงือกดูจะพบโคลนภายในช่องเหงือก นั่นแสดงว่า เป็นปลาที่ได้จากการทำประมงอวนลาก ความสดจึงมีน้อย ยิ่งหากท้องแตกนั่นหมายถึง ไม่น่าเลือกซื้อมาแกง สีของปลาโดยปกติ ถ้าสดใหม่ขึ้นมาจากทะเลจะมีสีขาววาววับ ตาจะใส เหงือกมีเมือกขาวห่อหุ้มไม่ใช่โคลนดิน เพราะปลาสำลีแม้จะอาศัยหน้าดินหากินแต่ก็ไม่ชอบที่มีโคลนตมเป็นที่อาศัย ถือว่าเป็นปลารักสะอาดนิดหนึ่งก็ว่าได้ ปลาสำลีที่ตะโกน้อยนำมาปรุงในวันนี้เป็นปลาที่ได้จากอวนปลาทู ซึ่งวางสูงกว่าหน้าพื้นทะเลขึ้นมาเกือบกลางน้ำ ปลาชนิดนี้จะไม่มีปริมาณมากนักนาน ๆ ถึงจะพบตัวสักที ได้มาครั้งหนึ่งก็แค่พอกิน ไม่พอเหลือที่จะขาย ตะโกน้อยแบ่งปันเมนูง่าย ๆ ด้วยการย่างและยำพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลยครับ

ส่วนผสม ปลาย่าง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ปลาสำลี
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ตะไคร้
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​กระเทียม
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​เกลือ
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​รากผักชี (ไม่ใส่ก็ได้)
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​พริกไทย (ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำปลาย่าง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​พอได้ปลามาก็ควักไส้และพุงออกแล้วล้างให้สะอาด

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​นำตะไคร้ กระเทียม และเกลือมาโขลกพอหยาบแล้วยัดใส่ช่องท้องปลา ตามร้านมักจะปั่นจนละเอียด บ้างก็มีเพิ่มรากผักชี พริกไทยผสมลงไปด้วย

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง


​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​แต่ตามร้านจะใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ห่อเพื่อความสะดวก บ้านตะโกอยู่ชนบทจึงต้องใช้ใบตองแทน ใบตอง 1 ใบซีกเดียว ห่อหุ้มทับหลายชั้นกันไหม้ แถมใส่เนยลงไปนิดเพื่อความหอมและหล่อเลี้ยงผิวปลาไม่ให้แห้งมากยามที่โดนไฟ

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ใบตองที่จะใช้ห่อตัวปลาควรนำมาอังไฟ สัก 1-2 นาทีให้ทั่ว เพื่อป้องกันใบตองแตก เมื่อลนไฟแล้วใบตองจะเหนียวขึ้น ห่อแล้วตองไม่แตก

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ไฟเมื่อก่อเสร็จใหม่ถ่านลุกโชน ควรรอสักพักให้ถ่านเริ่มแดงแล้วจึงเริ่มย่าง ควรใช้ใบตองรองที่ตะแกรงในช่วงไฟแรงเพราะเราไม่ต้องการให้ใบตองที่ห่อปลาไหม้ เวลาแกะปลา ใบตองไหม้จะไม่มากวนใจ

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ย่างปลาราว 20 นาที ไฟก็เริ่มมอดลง พอปลาสุกแกะห่อออกก็จะเห็นเนื้อผิวในเกรียมนิด ๆ จะกินกับพริกน้ำปลามะนาวหอมแดง หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็จัดได้ตามใจชอบ

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ปลาจะหอมใบตองที่โดนเผามาก่อน เมื่อแกะถึงจะได้กลิ่น ยามที่ตักลงบนเนื้อปลากลิ่นสมุนไพรพวกตะไคร้กับกระเทียมเพิ่มความหอมยิ่งขึ้น เนื้อปลาขาวสมชื่อสำลี ความมันมีมากมายในเนื้อ ราดน้ำจิ้มแซ่บ ๆ ลงไปยิ่งได้ความอร่อย ทั้งหอมเครื่องทั้งหอมใบตอง ปากและจมูกทำงานพร้อมเพรียงกัน

———————————————-

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ส่วนผสม ปลาทอด

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ปลาสำลี
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​มะม่วงเบา
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​พริกขี้หนู
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​หอมแดง
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​น้ำปลา
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​น้ำตาลทราย
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ถั่วลิสงคั่ว (ไม่ใส่ก็ได้)
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่ว (ไม่ใส่ก็ได้)
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ปลาหมึกอบกรอบ (ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำปลาทอด

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​มะม่วงอ้อร้อหรือมะม่วงเบา ช่อใหญ่ท้ายสวน เด็ดมาฝานรอไว้ ปีนี้มะม่วงต้นนี้มีท่าว่าจะมาหลายเข่ง จากที่ช่อเล็กช่อน้อยพากันออกผล

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ปลาสำลีที่เหลือผ่าด้านหลังแล้วแบะ 2 ซีก ตากแดดพอผิวหมาด ราว 1 ชั่วโมงแล้วกลับด้านอีก 1 ชั่วโมง ก่อนนำไปทอดรอไว้

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​นำมะม่วง พริก และหอมแดงผสมรวมกัน
ปรุงรสด้วยน้ำปลาที่ต้องมากกว่าน้ำตาลทราย
ความเปรี้ยวของมะม่วงผสมกับความเค็มตัดน้ำตาลและความเผ็ดของพริกจะลงตัว
บางร้านก็จะใส่ถั่ว เม็ดมะม่วงก็ตามใจที่เราชอบ
แต่ถ้าได้หมึกอบกรอบจะยิ่งเพิ่มความอร่อย ค่อย ๆ ชิม อย่าใจร้อน
เพราะหากน้ำตาลยังไม่ละลาย น้ำยำก็จะยังไม่ออกมา รอสักพัก คนผสมให้เข้ากัน
น้ำยำก็จะตามมา

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ความอร่อยของยำปลาสำลี
น้ำยำต้องมาก่อน ตักยำเข้าปาก ตาหยีเพราะเปรี้ยวมะม่วง
แต่ถ้ามีเนื้อปลาแล้วราดน้ำยำลงไปก็จะบรรเทาเปรี้ยวลงได้
เคี้ยวโดนมะม่วงถึงจะเปรี้ยว เคี้ยวโดนเนื้อปลาจะมันผสมผสานกัน
เค็มหวานเผ็ด อร่อยถึงกับน้ำตาเล็ดเมื่อเคี้ยวโดนพริก

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

ปลาสำลีทอดราดน้ำยำมะม่วง

​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​
​เห็นท่าตะโกน้อยจับปลาก็พอมั่นใจได้ว่าโตขึ้นคงเดินตามรอยบรรพบุรุษ
การหัดให้รับรู้และเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับทะเล ตั้งแต่เล็ก ๆ
เพื่อสร้างภูมิและสร้างอาชีพของเขาในภายภาคหน้า
แต่หากตะโกน้อยไม่ใฝ่ฝันมุ่งมั่นกับเรื่องราวของทะเลก็พอมีทางเลือกของอาชีพหนึ่ง
“คาวบอย”  มหาลัยวัวชน ตะโกน้อยขอลาไปนอนก่อนนะครับ พบกันใหม่ในรีวิวหน้า

​​ 
 ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ป.ล.
ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานไม่แนะนำให้จับปลาหรือใส่หมวกแบบตะโกน้อยนะครับ
เพราะปลาบางชนิดมีครีบ ฟัน และเกล็ดซึ่งอาจทำอันตรายแก่เด็กได้
ส่วนหมวกคาวบอยซื้อมาร่วม 2 เดือน ยังใหม่ ๆ ซิง ๆ อยู่ครับ

     น่ากินหนักมาก ! ปลาสำลีทอดก็ของชอบ ปลาสำลีย่างก็น่าลอง
ใครมีปลาสำลีลงมือทำก่อนได้เลยนะคะ สำหรับเราขอตัวไปจ่ายตลาดก่อนค่ะ
ถ้าได้ปลามาแล้วขอทำปลาทอดกินตอนเที่ยง ส่วนตอนเย็นขอเป็นปลาย่างแล้วกัน
 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

12 เมนูหมูแซ่บ อาหารไทยรสจัดจ้านยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลิน

12 เมนูหมูแซ่บ

     ยอมกินหมูก็คราวนี้แหละ พบกับเมนูหมูแซ่บ จานอร่อยรสเจ็บเผ็ดเว่อร์ เนื้อนุ่มเคี้ยวสบายฟัน จะทำเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็ดีงามทั้งนั้น  

     สำหรับขาแซ่บคงไม่ค่อยถูกปากกับเมนูหมู รสจืดชืดเท่าไร ถ้าเช่นนั้นลองเติมความเผ็ดจี๊ดจ๊าดลงไปหน่อยดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเมนูหมูแซ่บ เช่น ต้มแซ่บ เล้งแซ่บ ลาบหมู และเมนูหมูเผ็ด ๆ อีกเพียบ อย่ารอช้าไปช้อปปิ้งเนื้อหมูกันเถอะ

12 เมนูหมูแซ่บ

1. เล้งแซ่บ

     ซี้ดปากกันเลยทีเดียวถ้าได้ลองชิมเมนูเล้งแซ่บ สูตรจาก คุณบักอ้าย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม น้ำซุปรสจัดจ้านมาพร้อมกับกระดูกหมูต้มจนเปื่อย กินกับข้าวสวยร้อน ๆ เป็นอะไรที่ฟินสุดยอด

ส่วนผสม เล้งแซ่บ

     • กระดูกเอียวเล้ง 1 กิโลกรัม (เลือกเอากระดูกชิ้นที่มีเนื้อติดให้มาก จะอร่อยที่สุด)
     • ข่า 1 หัว
     • ตะไคร้ 1 ต้น
     • ใบมะกรูด 3 ใบ
     • รากผักชี 6 ราก
     • พริกขี้หนูสวน ตามชอบ
     • พริกแห้งทอด
     • ผักชี

ส่วนผสม เครื่องปรุง

     • เกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ
     • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันหอย 1 ทัพพี
     • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
     • น้ำมะนาว ตามชอบ

วิธีทำเล้งแซ่บ

     1. ล้างกระดูกเอียวเล้งให้สะอาด
     2. เอาน้ำเปล่าใส่ให้เต็มหม้อ ตามด้วย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และเกลือ เอากระดูกเอียวเล้งใส่ลงไป ยกขึ้นตั้งไฟ ประมาณ 20 นาทีแล้วยกลง
     3. นำกระดูกมาล้างให้สะอาด ขั้นตอนนี้จะช่วยต้มเอาคราบฟองสีดำของกระดูกเอียวเล้งออกได้เป็นอย่างดี
     4. เปลี่ยนน้ำใหม่ให้เต็มหม้อ หรือจนท่วมกระดูกเอียวเล้งทั้งหมด ใส่รากผักชี และเกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อน้ำเดือดเติมซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลมะพร้าว ต้มต่ออีก 2 ชั่วโมง จนกระดูกเอียวเล้งได้ที่
     5. ตักพริกขี้หนูตำส่วนหนึ่งลงไปในถ้วย ตามด้วยน้ำมะนาวแล้วจึงตักต้มกระดูกเอียวเล้งลงไป แต่งหน้าด้วยผักชี พริกขี้หนูตำที่เหลือ และพริกแห้งทอดให้สวยงาม

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เล้งแซ่บ เมนูกับแกล้มเนื้อเปื่อยรสเด็ดน่ายกซด

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

2. หมูมะนาว

     ทุกวงสังสรรค์ต้องห้ามพลาดกับเมนูหมูมะนาว กินคำเดียวตาสว่าง เพราะน้ำราดรสแซ่บอย่าบอกใคร เข้ากันดีกับหมูลวกนุ่ม ๆ ยังไม่พอต้องกินกับก้านคะน้าแช่เย็นกรอบ ๆ ถึงจะเด็ด

ส่วนผสม หมูมะนาว

     • เนื้อหมู 300 กรัม
     • ก้านคะน้า
     • กระเทียมจีน 1 หัว
     • พริกขี้หนู 6 เม็ด (หรือตามชอบ)
     • มะนาว 3 ลูก
     • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำหมูมะนาว

     1. นำก้านคะน้ามาปอกเปลือกออกแล้วหั่นเฉียงเป็นชิ้น ๆ เสร็จแล้วไปแช่ในน้ำแข็ง เตรียมไว้
     2. ปอกเปลือกกระเทียมออกแล้วนำไปหั่นหยาบ ๆ สับพริกขี้หนูพอหยาบ และหั่นมะนาว เตรียมไว้
     3. เตรียมน้ำราดหมูมะนาว โดยผสมน้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่กระเทียมสับและพริกสับลงไป คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้
     4. หั่นสไลซ์เนื้อหมูเป็นแผ่นบาง ๆ ตามแนวเส้น (เพื่อให้เนื้อหมูนุ่มอร่อย) นำหมูไปลวกในน้ำเดือดแค่พอสุก (อย่าลวกนานจะทำให้หมูแข็งกระด้าง) ตักเนื้อหมูขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วจัดเรียงใส่จาน ราดด้วยน้ำราด เสิร์ฟพร้อมกับก้านคะน้า

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมูมะนาว เมนูกับแกล้มเปรี้ยวแซ่บ ชวนน้ำลายสอ

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

3. หมูคำหวาน

     แม้ว่าจะชื่อเมนูหมูคำหวานแต่ขอบอกว่าไม่หวานสมชื่อนะคะ ใครสนใจอยากทำเมนูนี้จัดเลยค่ะ ขอนำเสนอเมนูหมูคำหวาน สูตรจาก คุณบูตะ กะ กิมจิ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใช้สันคอหมูแซมมันหน่อย ๆ หมักกับเครื่องปรุง เสร็จแล้วเอาเข้าไมโครเวฟพอสุก สุดท้ายค่อยเอาไปย่างจนสุกเสิร์ฟกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

ส่วนผสม หมูคำหวาน

     • สันคอหมู
     • ซีอิ๊วเห็ดหอม
     • ผงปรุงรส
     • พริกไทย
     • น้ำมันพืช

ส่วนผสม น้ำจิ้มซีฟู้ด

     • กระเทียมสับ
     • พริกขี้หนูสับ
     • เกลือ
     • น้ำปลา
     • น้ำมะนาว
     • น้ำตาลปี๊บ
     • น้ำต้มสุก

ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มซีฟู้ด

     • นำเครื่องปรุงทั้งหมด มาผสมให้เข้ากัน  แล้วชิมรสตามชอบค่ะ

วิธีทำหมูคำหวาน

     1. นำสันคอหมูมาหั่นหนา ๆ หมักด้วยซีอิ๊วเห็ดหอม ผงปรุงรส พริกไทย และน้ำมันพืช หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
     2. นำหมูหมักเข้าไมโครเวฟ 700 วัตต์ ใช้เวลา 3 นาที เพื่อจะให้ข้างในหมูสุกก่อน (น้ำหมักเก็บไว้ราดหมู) จากนั้นนำไปย่างให้สุก หั่นเป็นชิ้น ๆ แบบพอดีคำ จัดใส่ภาชนะ ราดน้ำหมักหมู ตามด้วยราดน้ำจิ้มซีฟู้ด

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมูคำหวาน กับแกล้มรสเด็ด เมนูที่ไม่หวานเหมือนชื่อ

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

4. ลาบหมู

     เอ่ยถึงเมนูลาบหมูคงเป็นเมนูหมูแซ่บในดวงใจใครหลายคน ถ้าอยากทำเองมาจดสูตรกันเถอะ พบกับลาบหมู สูตรจาก คุณ isweet สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใส่ตับหมูเพิ่มความละมุนลิ้น ใส่ใบมะกรูดเพิ่มกลิ่นหอม

ส่วนผสม ลาบหมู

     • หมูสับ 100 กรัม (ผสมน้ำเปล่า 7 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนชา แล้วนำไปรวนพอสุก ตักใส่ชาม พักไว้)
     • ตับหมูต้ม 50 กรัม (ต้มพอสุกนุ่ม ไม่แข็งแห้ง)
     • หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
     • ผักชีฝรั่งซอย 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลาอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
     • พริกป่น ตามชอบ
     • ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
     • ใบมะกรูดซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (แบ่งไว้โรยหน้าตอนเสิร์ฟเล็กน้อย)
     • ใบสะระแหน่
     • ผักกาดขาว 1 ก้าน
     • มะเขือเทศราชินี
     • ผักสด

วิธีทำลาบหมู

     1. นำหมูรวนและตับใส่ในชามผสม ปรุงรสด้วยนำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกป่น และข้าวคั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน
     2. จากนั้นตามด้วย หอมแดงซอย ผักชีฝรั่ง และใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าเบา ๆ อีกครั้ง
     3. ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยใบมะกรูดซอยและใบสะระแหน่ เสิร์ฟกับผักสด

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 23 สูตรอาหารสุดง่าย อร่อยได้แบบไม่น่าเชื่อ

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

5. ลาบหมูทอด

     ถ้าให้ทำเมนูลาบหมูบ่อย ๆ แค่เห็นก็เซ็งจิต ลองเปลี่ยนหน้าตาให้ดูแปลกกว่าเดิมดีไหม ขอนำเสนอเมนูลาบหมูทอด จับหมูและเครื่องลาบคลุกเคล้าจนเข้ากันแล้วปั้นเป็นก้อน พอทอดสุกกินกับผักสดตามชอบ

ส่วนผสม ลาบหมูทอด

     • เนื้อหมูติดมันบด 300 กรัม
     • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
     • พริกป่น (ตามชอบ)
     • ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
     • แป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
     • ใบมะกรูดซอย 6 ใบ
     • ต้นหอมซอย 2 ต้น
     • ผักชีฝรั่งซอย 2 ต้น
     • หอมแดง 5 หัว
     • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
     • ผักสดตามชอบ

วิธีทำลาบทอด

     1. ผสมหมูบดกับน้ำมะนาว น้ำปลา และพริกป่นให้เข้ากัน เติมข้าวคั่วและแป้งทอดกรอบลงไปคลุกคนให้เข้ากัน
     2. ใส่ใบมะกรูดซอย ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย และหอมแดงลงไปเคล้าเบา ๆ ให้เข้ากัน
     3. ปั้นลาบหมูเป็นก้อนกลม ๆ เตรียมไว้
     4. นำลาบปั้นก้อนลงไปทอดในน้ำมันร้อน ใช้ไฟกลางอ่อน รอให้สุกเองโดยไม่ต้องกลับด้าน ทอดจนเหลืองสวย ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมผักสดตามชอบ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ลาบหมูทอด เมนูกับแกล้มกรอบอร่อยรสแซ่บกินเพลิน

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

6. ลาบหมูข้าวหอมนิล

     แม้ลาบหมูสูตรนี้จะดูแปลกไปหน่อยแต่อร่อยใช่เล่น ขอนำเสนอลาบหมูข้าวหอมนิล สูตรจาก คุณ swin จับลาบหมูที่คุ้นเคยใส่ข้าวหอมนิลเคี้ยวกรุบ ๆ อื้อหือ… อร่อยจนต้องเบิ้ล

ส่วนผสม ลาบหมูข้าวหอมนิล

     • ข้าวหอมนิล
     • หมูสับ
     • ผักชีฝรั่ง
     • สะระแหน่
     • ต้นหอมซอย
     • หอมแดงซอย
     • พริกป่น
     • น้ำปลา
     • น้ำมะนาว
     • ข้าวคั่ว
     • สะระแหน่สำหรับตกแต่ง
     • ผักสดสำหรับกินแกล้ม ได้แก่ ผักกาดขาว สะระแหน่ ถั่วฝักยาว แตงกวา

วิธีทำลาบหมูข้าวหอมนิล

     1. หุงข้าวหอมนิล โดยใส่น้ำเล็กน้อยจะได้ข้าวหอมที่แข็งแบบเดียวกับข้าวอิตาลี เวลาเคี้ยวข้าวจะได้รับรู้ถึงรสชาติความอร่อยของเม็ดข้าวหอมนิล เมื่อหุงเสร็จแล้วให้เอาข้าวหอมนิลที่หุงสุกแล้วไปแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน จะได้ข้าวหอมนิลที่ร่วนเหมาะกับทานในสลัดหรือคลุกกับลาบ 
     2. นำหมูสับไปรวนในกระทะให้สุก (หมูสับที่มาทำลาบนี้จะต้องสับหรือบดแบบหยาบ ๆ ถึงจะอร่อย)
     3. เอาเครื่องลาบ ได้แก่ ผักชีฝรั่ง ใบสะระแหน่ ต้นหอมซอย หอมแดงซอย และพริกป่น ลงไปคลุกกับหมูสับรวน
     4. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว ใส่ข้าวหอมนิลลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ข้าวคั่วเป็นลำดับสุดท้าย ตักใส่ภาชนะ เสิร์ฟกับผักสด

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ลาบหมูข้าวหอมนิล เมนูอาหารอีสานประยุกต์ ใส่ข้าวหอมนิลเพิ่มคุณค่า

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

7. สปาเกตตีลาบหมู

     หลายคนคงเบื่อกินลาบหมูกับข้าวเหนียว ถ้าอย่างนั้นลองเปลี่ยนมากินกับเมนูเส้นกันบ้างดีไหม ขอนำเสนอสปาเกตตีลาบหมู สูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม วิธีทำแสนง่ายแค่ทำลาบหมูให้เสร็จแล้วโปะบนเส้นสปาเกตตีลวกสุก หรือใครจะจับคลุกรวมกันก็อร่อยจ้า

ส่วนผสม สปาเกตตีลาบหมู

     • เส้นสปาเกตตี 70 กรัม (หรือเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป)
     • น้ำมันพืชเล็กน้อย (ใส่ตอนต้มเส้นสปาเกตตี)
     • หมูสับ 150 กรัม
     • ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ (วิธีทำข้าวคั่วคือ นำข้าวเหนียวผสมกับข้าวสารอย่างละครึ่งแล้วใส่ใบมะกรูด 2-3 ใบ แล้วนำไปคั่วในกระทะจนเหลืองแล้วนำมาตำให้ละเอียด)
     • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลา 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • หอมแดงซอย 3 หัว
     • ใบสะระแหน่ 3 กิ่งเล็ก (เด็ดเอาแต่ใบ)
     • ต้นหอม 3 ต้น
     • ผักชีฝรั่งซอย 7-8 ใบ
     • พริกแห้งคั่วป่นหยาบ ตามชอบ
     • น้ำซุปประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ
     • ผักสดตามชอบ เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักกาดหอม และกะหล่ำปลี

วิธีทำสปาเกตตีลาบหมู

     1. นำเส้นสปาเกตตีไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 10 นาที ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลงไปในน้ำเดือด (เพราะจะได้ไม่ต้องเอาเส้นมาคลุกน้ำมันตอนตักเส้นขึ้นมาพักไว้กันไม่ให้เส้นติดกัน) พักไว้
     2. ใส่หมูสับลงในภาชนะ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำซุปลงไปแล้วรวนหมูให้สุก พักไว้จนเย็น (ถ้าใส่เครื่องปรุงลงไปเลยก็ได้ แต่มันจะทำให้เครื่องเคียงสุก)
     3. พอหมูสับเย็นแล้ว ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว พริก และข้าวคั่วลงไป  ชิมรสตามชอบแล้วใส่หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน เตรียมไว้
     4. ตักเส้นสปาเกตตีวางลงในจาน ราดด้วยลาบหมู (แต่ถ้าทำกินเองเอาไปคลุกรวมกันเลยอร่อยกว่า)

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 20 สูตรอาหารง่าย ๆ ทั้งคาวหวาน ละลานตาน่ากินสุด ๆ

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

8. หมูคลุกฝุ่น

     จากที่เคยทำหมูทอดรสออกเค็ม ๆ หน่อย ลองเติมความแซ่บลงไปหน่อยดีไหม ขอนำเสนอเมนูหมูคลุกฝุ่น สูตรจาก คุณเนินน้ำ อาหารบ้าน ๆ ที่บ้านเนินน้ำ หั่นหมูเป็นเส้นแล้วหมักกับเครื่องปรุง ความพิเศษคือ ใส่พริกป่นและข้าวคั่ว เริ่มทำกันเลยดีกว่าเนอะ

ส่วนผสม หมูคลุกฝุ่น

     • หมูสันนอก (หั่นเป็นเส้น) 250 กรัม
     • น้ำปลา 2 ช้อนชา
     • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
     • ผงปรุงรสหมู 1/2 ช้อนชา
     • น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
     • พริกป่น 2 ช้อนชา
     • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
     • ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำหมูคลุกฝุ่น

     1. ใส่เนื้อหมูลงในอ่างผสม เติมน้ำปลา น้ำตาลทราย ผงปรุงรส และซอสหอยนางรม คลุกเคล้าให้เข้ากันจนส่วนผสมซึมเข้าเนื้อหมู
     2. ใส่พริกป่น ข้าวคั่วป่น และผักชีฝรั่ง เคล้าให้เข้ากัน
     3. ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่หมูลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตักใส่ภาชนะ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมูคลุกฝุ่น เมนูกับแกล้มรสแซ่บ

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ


9. สลัดหมูย่างกะทิ

     สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาเมนูหมูแซ่บสำหรับมื้อเย็น ขอนำเสนอเมนูสลัดหมูย่างกะทิ สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับหมูหมักกะทิแล้วนำไปย่างจนสุก หั่นเป็นชิ้นเคล้ากับน้ำสลัดสไตล์ไทยและผักสด

ส่วนผสม หมูย่างกะทิ

     • เนื้อสันคอหมู 50 กรัม
     • หัวกะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
     • ซอสปรุงรส 1+1/2 ช้อนชา
     • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1+1/2 ช้อนชา
     • พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

ผักสดต่าง ๆ

     • สลัดคอส 30 กรัม
     • ก้านคะน้าหั่นชิ้น 1 ถ้วย
     • แตงกวาญี่ปุ่นหั่นแว่น 1 ถ้วย
     • แครอทซอย 1/2 ถ้วย
     • ผักชีซอย 2 ต้น
     • ใบสะระแหน่ 15 ใบ
     • น้ำเย็นใส่น้ำแข็ง

ส่วนผสม น้ำสลัด

     • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
     • พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลา 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมอื่น ๆ

     • ข้าวคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันพืชเล็กน้อย

วิธีทำสลัดหมูย่างกะทิแบบไทย

     1. ใส่ส่วนผสมหมูย่างกะทิลงในภาชนะ นวดให้เข้ากัน ปิดด้วยแผ่นฟิล์มถนอมอาหาร นำเข้าแช่เย็นประมาณ 2 อชั่วโมง
     2. ล้างทำความสะอาดผักสด นำไปแช่ในน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง เตรียมไว้
     3. นำกระทะเทฟลอนขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นำคอหมูลงย่างจนสุก ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ      เตรียมไว้
     4. ทำน้ำสลัด โดยผสมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ คนจนส่วนผสมละลายดี ใส่กระเทียมกับพริกขี้หนู คนให้เข้ากัน
     5. นำผักสดใส่ตะแกรง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จัดใส่จาน เรียงหมูย่างที่หั่นไว้ด้านบน โรยข้าวคั่วป่นพอทั่ว จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำสลัด

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ สลัดหมูย่างกะทิ เมนูลดน้ำหนักแบบไทยอร่อยแซ่บ

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

10. น้ำตกหมู

    
หลังจากกินลาบหมูมาหลายมื้อ คราวนี้ลองเปลี่ยนมาทำเมนูน้ำตกหมูกันเถอะ
จับเนื้อหมูไปย่างพอสุกแล้วหั่นชิ้นเอามารวนต่อในหม้อ
ใส่เครื่องปรุงและผักต่าง ๆ ลงไปเคล้าให้เข้ากัน แค่นี้ก็เรียบร้อย

ส่วนผสม น้ำตกหมู

     • เนื้อสันคอหมู หรือคอหมูย่างตามชอบ หั่นเป็นชิ้น ๆ 100 กรัม
     • น้ำซุป 1/4 ถ้วย
     • พริกป่น ตามชอบ
     • ข้าวคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
     • หอมแดงซอย  1 ช้อนโต๊ะ
     • ต้นหอมและผักชีซอย (หรือผักชีฝรั่งซอยตามชอบ)
     • ใบสะระแหน่ เด็ดเป็นใบ
     • ผักสด

วิธีทำน้ำตกหมู

     1. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่เนื้อหมูลงรวนพอสุก ยกลงจากเตา
     2. ใส่พริกป่น และข้าวคั่ว ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว และน้ำปลา คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
     3. ใส่หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ผักชีซอย ผักชีฝรั่งซอย และใบสะระแหน่ เคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับผักสด

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ น้ำตกหมู อาหารไทย-อีสานสุดแซ่บ อร่อยครบรส

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

11. ต้มแซ่บกระดูกหมู

    
ใครซื้อกระดูกหมูอ่อนมาเยอะแยะ
ลองแบ่งออกมาทำเมนูต้มแซ่บกระดูกหมูสักหม้อดีไหม
สูตรนี้ใส่เห็ดฟางและเครื่องสมุนไพร ปรุงรสเผ็ดเปรี้ยวตามชอบ

ส่วนผสม ต้มแซ่บกระดูกหมู

     • น้ำ 500 มิลลิลิตร
     • ข่าแก่หั่นแว่น 5 ชิ้น
     • ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น
     • ใบมะกรูด ฉีกก้านกลาง 3 ใบ
     • กระดูกอ่อนหมู 200 กรัม
     • เห็ดฟางผ่าครึ่ง 100 กรัม
     • มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่ง 50 กรัม
     • หอมแขกซอยบาง 1 หัว
     • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
     • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
     • พริกป่น
     • ใบโหระพา 10 ใบ
     • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำต้มแซ่บกระดูกหมู

     1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงต้มจนเดือดอีกครั้ง
     2. ใส่กระดูกอ่อนหมูลงต้มจนสุก ใส่เห็ดฟาง มะเขือเทศ และหอมแขกซอยลงต้ม
    
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย คนผสมจนเข้ากันดี
ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม เติมน้ำมะนาว พริกป่น และผักชีฝรั่ง ชิมรสตามชอบ
โรยด้วยใบโหระพา

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ต้มแซ่บกระดูกหมู เผ็ดร้อนเปรี้ยวแซ่บถึงใจ

++++++++++++++++++


12 เมนูหมูแซ่บ

12. ต้มแซ่บกระดูกหมู

     ถ้าให้กินอีกมื้อก็ยังไหวกับเมนูต้มแซ่บกระดูกหมู สูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ต้มจนกระดูกหมูเปื่อยนุ่ม สูตรนี้ใส่ข้าวคั่วเพิ่มความนัว ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกแทนน้ำมะนาว โรยพริกขี้หนูแห้งทอด

ส่วนผสม ต้มแซ่บกระดูกหมู

     • กระดูกอ่อนหมู
     • มะเขือเทศเชอร์รี
     • หอมแดงเผา (แกะเปลือกแล้วทุบพอแตก) 3 หัว
     • ข่า (ทุบแล้วหั่นแว่น) 1 แง่ง
     • ตะไคร้ (ทุบแล้วหั่นเป็นท่อนยาว 1 นิ้ว) 2 ต้น
     • ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
     • ผักชีฝรั่ง (หั่นเป็นท่อน) 1 ต้น
     • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
     • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา
     • น้ำมะขามเปียก คั้นเข้มข้น 3-4 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำซุปหรือน้ำเปล่า 2-3 ถ้วย
     • พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ

วิธีทำต้มแซ่บกระดูกหมู

     1. ล้างกระดูกหมูให้สะอาด นำไปลวกในน้ำเดือดเพื่อล้างกลิ่นคาว แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้
     2. ต้มกระดูกหมู มี 2 วิธี เลือกได้ตามใจชอบ

     วิธีที่ 1 : ใส่น้ำลงในหม้อ นำไปต้มด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน
ใส่กระดูกหมูลงไป รอให้เดือดจึงใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และหอมแดงเผา
จากนั้นลดไฟอ่อนลงแล้วต้มต่ออีกประมาณ 30 นาทีหรือจนกระดูกหมูเปื่อยนุ่ม
    
    
วิธีที่ 2 : นำกระดูกหมูไปต้ม แล้วใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด
(เพื่อดับคาว) ต้มจนกระดูกเปื่อย
จากนั้นค่อยตักกระดูกหมูที่เปื่อยแล้วขึ้นมาพักไว้
(เจ้าของสูตรทำวิธีนี้เพราะต้มกระดูกหมูทีละเยอะ ๆ)
แล้วเอาน้ำซุปใส่หม้อเล็ก ตามด้วยข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด
ต้มให้เดือดแล้วใส่กระดูกหมูที่ต้มจนเปื่อยแล้วลงไป (ข้อนี้จะคล้าย ๆ
การทำต้มยำ)

    
     3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย
น้ำมะขามเปียก และพริกป่น ชิมรสตามชอบ ใส่มะเขือเทศลงไป ต้มต่อ
(ใครชอบมะเขือเทศแบบเละ ๆ ก็ต้มนานขึ้นค่ะ)
จากนั้นใส่ข้าวคั่วและผักชีลงไปแล้วปิดเตา
     4. ตักต้มแซ่บกระดูกหมูใส่ชาม โรยพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 20 สูตรอาหารง่าย ๆ ทั้งคาวหวาน ละลานตาน่ากินสุด ๆ

     อยากเคลียร์เนื้อหมูพอดี
สงสัยต้องทำเมนูหมูแซ่บกินสักหน่อยแล้ว
ขอเลือกเป็นลาบหมูทอดกับต้มแซ่บกระดูกหมูดีกว่า
แค่ได้ยินชื่อเมนูก็น้ำลายไหลย้อยแล้วทุกคน

13 สูตรเค้กช็อกโกแลต เสกขนมหวานสุดเก๋ปลุกต่อมหิว

13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

     คนเลิฟช็อกโกแลตห้ามพลาด ! เมนูเค้กช็อกโกแลตหลากแบบ เติมรสหวานตามชอบ เหมาะทั้งทำกินเอง หรือทำแจก เร่เข้ามาจดสูตรเลยไม่มีหวง

     วันหยุดนี้อยากเข้าครัวทำเมนูเค้กช็อกโกแลต ของโปรด แต่ครั้นจะแต่งหน้าเค้กด้วยครีมก็นึกเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เพราะเคยทำมาหลายครั้งแล้ว คงจะดีถ้ามีเค้กแบบอื่น ๆ ให้ลองทำบ้าง กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเค้กช็อกโกแลต เช่น เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม เค้กช็อกโกแลตหม้อหุงข้าว เค้กช็อกโกแลตลาวา รับรองอร่อยและแปลกจนใครก็อยากลองทำ

13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

1. บราวนี่ชีสเค้กช็อกโกแลต

     ถ้ารักพี่เสียดายน้องอยากกินทั้งบราวนี่และชีสเค้กก็ไม่เห็นจะยาก จับมิกซ์รวมกันไปในสูตรเค้กช็อกโกแลตนี้เลยค่ะ ขอนำเสนอบราวนี่ชีสเค้กช็อกโกแลต สูตรจาก คุณแม่นกกะอันนา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ผสมผสานบราวนี่เนื้อหนึบกับชีสเค้กรสออกเปรี้ยว ๆ หอมมัน ทำเสร็จอย่าลืมถ่ายรูปแชร์ให้เพื่อน ๆ อิจฉาด้วยล่ะ

ส่วนผสม ช็อกโกแลตบราวนี่

     • เนยจืด (อุณหภูมิห้อง) 113 กรัม
     • ช็อกโกแลตชนิดเข้มข้น 70% ขึ้นไป 115 กรัม
     • น้ำตาลทราย 250 กรัม
     • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
     • ไข่ไก่ฟองใหญ่ (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 65 กรัม
     • เกลือ 1/4 ช้อนชา

     หมายเหตุ : ถ้าใช้เนยเค็มก็ไม่ต้องเติมเกลือ

ส่วนผสม ครีมชีส

     • ครีมชีส (อุณหภูมิห้อง) 220 กรัม
     • น้ำตาลทราย 65 กรัม
     • ไข่ไก่ฟองใหญ่ (อุณหภูมิห้อง) 1 ฟอง
     • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

อุปกรณ์

     • ถาดอบขนาด 14×25 ซม.
     • กระดาษไข
     • ตะกร้อมือ

วิธีทำบราวนี่ชีสเค้กช็อกโกแลต

     1. เปิดเตาไฟบน-ล่าง ไม่เปิดพัดลม ที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส หรือ 325 องศาฟาเรนไฮต์ และนำถาดอบขนาด 14×25 ซม. ทาด้วยเนยให้ทั่วแล้วรองด้วยกระดาษไข พักไว้
     2. ทำช็อกโกแลตบราวนี่ โดยใช้หม้อขนาดกลางใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟอ่อน ๆ วางอ่างผสมที่ทนความร้อนลงไป ใส่ช็อกโกแลตและเนยลงไป คนให้ทุกอย่างละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ยกลงจากเตา พักไว้ให้ช็อกโกแลตคลายความร้อนสักครู่ รอแค่พออุ่น ๆ เพราะถ้าร้อนมาก ๆ จะทำให้ไข่ไก่ที่จะเติมในขั้นตอนต่อไปสุกได้
     3. เติมน้ำตาลทรายลงไปในช็อกโกแลต คนให้เข้ากัน ตามด้วยไข่ไก่กับกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากันอีกครั้ง
     4. เติมแป้งสาลีอเนกประสงค์และเกลือ ใช้ตะกร้อคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน แบ่งส่วนผสมออกมาประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ เพื่อใช้แต่งหน้าชีสเค้ก พักไว้ก่อน
     5. เทส่วนผสมช็อกโกแลตบราวนี่ลงไปในถาดอบที่เตรียมไว้ เกลี่ยหน้าให้เรียบ พักไว้
     6. ทำครีมชีส โดยเตรียมอ่างผสมอีกใบ เติมครีมชีส น้ำตาลทราย ไข่ไก่ และกลิ่นวานิลลา คนทุกอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน
     7. เทลงไปในถาดช็อกโกแลตบราวนี่ที่ทำไว้ เกลี่ยครีมชีสให้ทั่วถาด นำส่วนผสมช็อกโกแลตบราวนี่ที่แบ่งเอาไว้มาหยอดบนครีมชีส ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไปในส่วนผสมวาดลวดลายที่สวยงามตามใจชอบ
     8. นำเข้าเตาอบ โดยวางถาดขนมไว้ตรงกลางเตาอบ อบนานประมาณ 35 นาที (เวลาอบขึ้นอยู่กับเตาอบแต่ละบ้าน แต่จะไม่เกิน 40 นาที เพราะถ้าอบนานไปจะทำให้บราวนี่เนื้อแห้งจนเกินไป)
     9. อบเสร็จแล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็นสนิท นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้ครีมชีสเซตตัว หรือจะแช่ข้ามคืนเลยก็ได้ นำมาออกตัดกินได้เลย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ บราวนี่ชีสเค้กช็อกโกแลต สูตรขนมอบ 2 รสชาติ ทำไม่ยากเหมาะกับมือใหม่

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต
ภาพจาก yummiestfood.com

2. ช็อกโกแลตชีสเค้ก (สูตรไม่อบ)

     มาอ้วนกันเถอะ ขอนำเสนอเมนูช็อกโกแลตชีสเค้ก สูตรนี้ฐานพายทำจากโอรีโอ้มาพร้อมครีมชีสช็อกโกแลตสลับชั้นกับครีมชีสสีขาว สุดท้ายราดซอสช็อกโกแลตสวย ๆ จัดเสิร์ฟ

ส่วนผสม ฐานพาย

     • โอรีโอ้ 2+1/2 ถ้วย
     • เนยจืดละลาย 6 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ครีมชีส

     • ครีมชีส 8 ออนซ์ (หรือประมาณ 227 กรัม)
     • น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
     • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
     • เฮฟวี่ครีม 2 ถ้วย
     • ช็อกโกแลตสับสูตรหวานน้อย (ประมาณ 283 กรัม)

ส่วนผสม ซอสช็อกโกแลต

     • เฮฟวี่ครีม 3/4 ถ้วย
     • ช็อกโกแลตสับสูตรหวานน้อย 6 ออนซ์ (หรือประมาณ 170 กรัม)
     • น้ำตาลทรายป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำช็อกโกแลตชีสเค้ก

     1. ทำฐานพาย โดยเอาโอรีโอ้ใส่เครื่องปั่นหรือเครื่องบดอาหาร ใส่เนยละลาย บดจนละเอียด เสร็จแล้วนำไปกรุลงในพิมพ์ทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 นิ้ว ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกตรงขอบ นำไปแช่เย็นพักไว้
     2. ทำครีมชีส โดยนำช็อกโกแลตสับไปตุ๋นจนละลาย พักไว้จนเย็น และคนผสมครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งจนเข้ากัน
     3. ตีผสมเฮฟวี่ครีมจนตั้งยอดอ่อน เติมกลิ่นวานิลลา ตีจนตั้งยอดแข็ง เติมส่วนผสมครีมชีสลงไปตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากัน แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกใส่ช็อกโกแลตตุ๋นลงไป ตีผสมด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากัน เสร็จแล้วแบ่งครึ่งหนึ่งเทลงบนฐานพายที่เตรียมไว้ ต่อมาก็เทส่วนที่สองครีมชีสสีขาวลงไปตรงกลาง สุดท้ายก็เทส่วนผสมช็อกโกแลตที่เหลือลงไปด้านบน นำไปแช่เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
     4. ทำซอสช็อกโกแลต โดยใส่เฮฟวี่ครีมลงในหม้อ ตามด้วยช็อกโกแลตสับและน้ำตาลทราย ใช้ความร้อนต่ำตุ๋นจนละลาย คนผสมจนเข้ากัน พักไว้จนเย็นก็ราดลงบนหน้าเค้กช็อกโกแลต

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Layered Chocolate Cheesecake with Oreo Crust / yummiestfood.com

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

3. เค้กช็อกโกแลต สูตรไมโครเวฟ

     ใครจะไปเชื่อว่าเค้กช็อกโกแลตก็ทำจากเตาไมโครเวฟได้ด้วย ถ้าอยากพิสูจน์ความอร่อยมาลองทำเค้กช็อกโกแลตสูตรนี้เลย เอาเข้าไมโครเวฟแค่นาทีเดียวก็กินได้แล้ว เหมาะสำหรับคนอยากกินพอหอมปากหอมคอ

ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลต

     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 4 ช้อนโต๊ะ
     • ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
     • ผงฟู 1/4 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น เล็กน้อย
     • นมสด 5 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
     • ช็อกโกแลตชิพ (ตามชอบ)
     • น้ำตาลไอซิ่ง (โรยหน้า)

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตไมโครเวฟ

     1. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงโกโก้ น้ำตาลทราย และเกลือป่นเข้าด้วยกัน เติมนมสดและน้ำมันพืชลงไป คนผสมให้เข้ากัน
     2. ใส่ช็อกโกแลตชิพลลงไปแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง
     3. ตักส่วนผสมใส่ถ้วยแล้วนำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรง 60 วินาที นำออกจากไมโครเวฟ โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กช็อกโกแลตไมโครเวฟ เมนูขนมสุดง่ายในยามที่เร่งรีบ

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

4. เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม

     ใครใฝ่ฝันอยากกินเค้กหน้านิ่มฝีมือตัวเองอย่ารอช้า มาลองทำเมนูเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม สูตรจาก คุณ Kate Somburanayut เนื้อเค้กเข้มข้นมาพร้อมวิธีทำช็อกโกแลตหน้านิ่ม เตรียมเตาอบให้พร้อมแล้วลุยกันเลยค่ะ

ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลต

     • ส่วนผสม ของแห้ง
     • แป้งเค้ก 80 กรัม
     • ผงฟู 1/4 ช้อนชา
     • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
     • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
     • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
     • ผงโกโก้ 25 กรัม
     • น้ำตาลทรายป่น 90 กรัม

ส่วนผสม ของเหลว

     • น้ำ 50 กรัม
     • นมข้นจืด 25 กรัม
     • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
     • น้ำมันพืช 65 กรัม
     • ไข่แดง 2 ฟอง

ส่วนผสม ไข่ขาว

     • ไข่ขาว 2 ฟอง
     • น้ำตาลทรายป่น 45 กรัม
     • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา

ส่วนผสม ช็อกโกแลตหน้านิ่ม

     • ผงวุ้น 1 ช้อนชา
     • น้ำ 300 กรัม
     • นมข้นจืด 200 กรัม
     • น้ำตาลทราย 200 กรัม
     • โกโก้ 50 กรัม
     • แป้งข้าวโพด 40 กรัม
     • นมข้นจืด 150 กรัม
     • เนยสด 150 กรัม
     • เหล้ารัม 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม

     1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส และเตรียมพิมพ์กลมขนาด 8 นิ้ว ปูกระดาษไข (ไม่ทาไขมัน)
     2. ร่อนส่วนผสมของแห้งเข้าด้วยกันในอ่างผสม ทำบ่อตรงกลางไว้ ใส่ส่วนผสมของเหลวทั้งหมดลงในบ่อแป้งแล้วใช้ตะกร้อมือคนให้พอเข้ากัน พักไว้
     3. นำไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ ใส่โถแล้วตีด้วยความเร็วสูงสุด ตีจนฟองขึ้นหยาบ ๆ จึงค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายป่นลงไปจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง ตักส่วนผสมไข่ขาวลงไปตะล่อมกับส่วนผสมแป้งที่ตีไว้ ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำไปอบนาน 35 นาที หรือจนกระทั่งเค้กสุก สไลซ์เป็นสองชั้น เตรียมไว้
     4. ทำช็อกโกแลตหน้านิ่ม โดยใส่ผงวุ้น น้ำ นมข้นจืด 200 กรัม น้ำตาลทราย และผงโกโก้ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ คนด้วยตะกร้อมือจนเข้ากัน และเดือด
     5. ใส่แป้งข้าวโพดกับนมข้นจืด 150 กรัมลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน และเหนียวข้น
     6. พอเริ่มเดือดใส่เนยลงไป คนผสมเรื่อย ๆ ห้ามหยุด จนส่วนผสมข้นเท่าที่ต้องการ ยกลงจากเตา ใส่เหล้ารัมลงไป คนต่อจนส่วนผสมอุ่น แล้วนำไปราดตัวเค้กที่เตรียมไว้ พอเซตตัวตัดแบ่งเป็นชิ้นให้สวยงาม

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม หวานนุ่มละมุนลิ้น สำหรับคนรู้ใจ

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

5. เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม สูตรหม้อหุงข้าว

     สำหรับใครไม่มีเตาอบคงอดทำเค้กหน้านิ่มแน่นอน แต่สำหรับเค้กหน้านิ่มสูตรนี้ไม่ต้องใช้เตาอบนะคะ ขอนำเสนอเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม สูตรจาก คุณ CRAZALYNA สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้อบเค้กด้วยหม้อหุงข้าว ราดด้วยช็อกโกแลตหน้านิ่ม กินตอนเย็น ๆ ฟินสุดติ่ง

ส่วนผสม เมอแรงค์ไข่ขาว

     • ไข่ขาว 2 ฟอง
     • น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
     • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/3 ช้อนชา

ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลต

     • แป้งเค้ก 1 ถ้วย (ตักออก 2 ช้อนโต๊ะ)
     • ผงฟู 1/3 ช้อนชา
     • เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
     • เกลือป่น 1/3 ช้อนชา
     • ผงโกโก้  4 ช้อนโต๊ะ 
     • น้ำตาลทรายป่น 3/4 ถ้วย (ตักออก 1 ช้อนโต๊ะ)
     • น้ำ 70 มิลลิลิตร
     • นมข้นจืด หรือนมสดพร่องมันเนย 7 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
     • น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ
     • ไข่แดง 2 ฟอง (ถ้าเป็นไข่ไก่ฟองเล็กใช้ 3 ฟอง)
     • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ช็อกโกแลตฟัดจ์ (หน้านิ่ม)

     • ผงวุ้น 1 ช้อนชา
     • น้ำ 300 มิลลิลิตร
     • นมข้นจืด 200 มิลลิลิตร + 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
     • ผงโกโก้ 7 ช้อนโต๊ะ 
     • แป้งข้าวโพด 4 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนชา
     • นมข้นจืด 11 ช้อนโต๊ะ
     • เนยสด 75 กรัม

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม

     1. ทำเมอแรงค์ไข่ขาว โดยใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงในไข่ขาวแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น เตรียมไว้
     2. ทำเค้กช็อกโกแลต โดยร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดา เกลือป่น ผงโกโก้ และน้ำตาลทรายป่นเข้าด้วยกัน ประมาณ 2 รอบ ทำหลุมตรงกลางแป้ง
     3. ตีผสมน้ำกับนมข้นจืด น้ำมะนาว น้ำมันพืช ไข่แดง และกลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกัน เทส่วนผสมของเหลวลงในหลุมแป้ง ตีผสมให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว
     4. นำไข่ขาวที่ผสมกับครีมออฟทาร์ทาร์ออกจากตู้เย็น จากนั้นตีด้วยความเร็วสูงจนเป็นฟอง ใส่น้ำตาลทรายที่ตวงไว้ลงไป ตีต่อด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอดอ่อน เทใส่ส่วนผสมแป้ง ค่อย ๆ คนผสมจนเข้ากัน
     5. นำกระดาษไขปูรอบหม้อหุงข้าวไว้ แล้วเทส่วนผสมใส่ลงในหม้อหุงข้าว กดปุ่ม “อบเค้ก” ใช้เวลาอบประมาณ 1 ชั่วโมง (ในสูตรอบประมาณ 75 นาที และเช็กความสุกด้วยการเอาไม้จิ้มฟันจิ้มไปที่เนื้อเค้ก ถ้าไม่มีของเหลวติดมาที่ไม้แสดงว่าสุกแล้ว)
     6. คว่ำเค้กออกจากหม้อหุงข้าว พักทิ้งไว้จนเย็น ใช้ด้ายเย็บผ้าแบ่งเค้ก (หรือใช้มีดฟันเลื่อย) ใช้พลาสติกถนอมอาหารพันรอบเค้กชั้นล่าง เตรียมไว้
     7. ทำช็อกโกแลตหน้านิ่ม โดยนำผงวุ้น น้ำ นมข้นจืด น้ำตาลทราย และผงโกโก้ใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกลาง คนผสมเรื่อย ๆ จนเดือด ใส่แป้งข้าวโพด และนมข้นจืดลงไป คนผสมเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้น ปิดไฟ ใส่เนยสด คนผสมต่อจนส่วนผสมเริ่มอุ่น จากนั้นนำไปราดลงบนเค้ก วางเค้กทิ้งไว้ให้เซตตัว จากนั้นนำเข้าตู้เย็น

     หมายเหตุ : เวลาเอาเข้าตู้เย็นหรือรอให้เซตตัว ถ้าไม่มีภาชนะคลุมหรือปิดเค้กไว้ สีของหน้านิ่มจะเข้มขึ้นอีก แต่อย่าคลุมตอนที่ยังอุ่น ๆ หรือร้อน เพราะจะเป็นไอน้ำหยดลงบนเค้กได้)

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม ด้วยหม้อหุงข้าว ทำง่าย ๆ ได้เค้กอร่อย ๆ

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

6. เค้กช็อกโกแลตชิฟฟ่อน

     สำหรับคนที่กำลังมองหาเค้กช็อกโกแลตง่าย ๆ ขอนำเสนอเค้กช็อกโกแลตชิฟฟ่อน สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ เค้กเนื้อนุ่มหน้าเนียนมาก แถมหวานน้อยอีกต่างหาก ถ้าไม่ได้ชิมเสียดายแย่เลย

ส่วนผสม เค้กชิฟฟ่อนช็อกโกแลต (พิมพ์ขนาด 3 ปอนด์)

     • ส่วนผสม ไข่แดง
     • ไข่แดง 6 ฟอง
     • น้ำตาลทราย 30 กรัม
     • นม 80 กรัม
     • น้ำมันพืช 65 กรัม
     • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
     • แป้งเค้ก 90 กรัม
     • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
     • ผงโกโก้ 20 กรัม
     • เกลือเล็กน้อย

ส่วนผสม ไข่ขาว

     • ไข่ขาว 6 ฟอง
     • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
     • น้ำตาลทราย 80 กรัม

วิธีทำชิฟฟ่อนช็อกโกแลต

     1. ทำส่วนผสมไข่แดง โดยตีไข่แดงพอแตก ใส่น้ำตาลทรายลงไปตีจนเข้ากัน เติมนมกับน้ำมันพืช คนจนเข้ากัน เติมกลิ่นวานิลลา คนจนเข้ากัน ใส่แป้งที่ร่อนพร้อมผงฟู ผงโกโก้ และเกลือลงไป ตะล่อมจนเข้ากัน แต่อย่านานมาก เพราะเค้กจะเหนียวได้
     2. ทำส่วนผสมไข่ขาว โดยตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์จนเป็นฟองหยาบ แล้วค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไป แบ่งใส่สัก 3 ครั้ง ตีจนตั้งยอดอ่อนถึงกลาง อย่าตีจนตั้งยอดแข็ง เพราะเวลาเอาไปผสมกับส่วนของไข่แดงจะทำให้คนเข้ากันยากมาก เพราะต้องใช้เวลาตะล่อมนาน ทำให้ฟองอากาศยุบตัวเยอะ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เค้กไม่ฟู พอตั้งยอดแล้วก็ตักเมอแรงค์ไข่ขาวสัก 1/3 ส่วนมาตะล่อมกับส่วนผสมของไข่แดง ตะล่อมเบา ๆ จนเข้ากัน หลังจากนั้นก็ใส่เมอแรงค์ไข่ขาวส่วนที่เหลือลงไปจนหมด แล้วตะล่อมจนเข้ากันดี
     3. เทใส่พิมพ์ขนาด 3 ปอนด์ที่เตรียมไว้ เคาะพิมพ์เบา ๆ สัก 1-2 ครั้ง แล้วนำไปอบ บนถาดที่เทน้ำร้อนเตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 140-150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 60 นาที ใครชอบหน้าเข้มกกว่านั้นก็เพิ่มอุณหภูมิเป็น 160 องศาเซลเซียส ต้องดูเตาอบบ้านแต่ละคนด้วย ไม่เช่นนั้นหน้าอาจจะไหม้ก่อน
     4. พออบเสร็จแล้วก็พักไว้ในพิมพ์ก่อนประมาณ 10-15 นาที แล้วนำเค้กออกมาพักบนตะแกรง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต สูตรเค้กเนื้อนุ่มหวานน้อยฟูดีไม่ยุบ

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

ภาพจาก gimmesomeoven.com

7. เค้กช็อกโกแลต สูตรไร้แป้ง

     สำหรับคนกลัวอ้วนมาลองทำเค้กช็อกโกแลตสูตรไร้แป้งสูตรนี้กัน อร่อยกับดาร์กช็อกโกแลตเน้น ๆ อบจนสุกก็จับแต่งหน้าด้วยไอซิ่งกับราสป์เบอร์รี

ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง

     • ไข่ไก่ 8 ฟอง (แช่เย็น)
     • ดาร์กช็อกโกแลตสับ 2 ถ้วย
     • เนยจืด 1 ถ้วย
     • น้ำตาลไอซิ่ง (โรยหน้า)
     • ราสป์เบอร์รี (ตกแต่ง)

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง

     1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
     2. ปูกระดาษรองอบลงในพิมพ์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 นิ้ว ห่อพิมพ์ด้านนอกด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ เตรียมไว้
     3. ใช้เครื่องตีมือถือตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงประมาณ 5 นาที พักไว้
     4. ใส่ดาร์กช็อกโกแลตกับเนยจืดลงในชามทนความร้อนนำไปทำละลายบนปากหม้อต้มน้ำเดือด หรือนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที แล้วนำออกมาคนผสมให้เข้ากัน ใส่ไข่ที่ตีไว้แล้วลงไปคนผสมให้เข้ากัน
     5. นำส่วนผสมเค้กเทใส่ลงในพิมพ์ เกลี่ยหน้าให้เรียบเนียน จับวางลงไปในหม้อที่ไซส์ใหญ่กว่า เทน้ำต้มเดือดลงไปด้านข้างพิมพ์ประมาณ 1/2 ส่วน นำเข้าไปอบที่อุณหภูมิ 140 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 22-25 นาที เสร็จแล้วเอาเค้กออกมาพักไว้ให้เย็น นำเข้าไปแช่ตู้เย็น ก่อนเสิร์ฟโรยไอซิ่ง ตกแต่งด้วยราสป์เบอร์รี

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 3-Ingredient Flourless Chocolate Cake

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

8. เค้กช็อกโกแลตลาวา

     เอาใจคนพิเศษด้วยการทำเค้กช็อกโกแลตสักก้อนดีไหม ขอนำเสนอเค้กช็อกโกแลตลาวา สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1567779 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใช้หม้อตุ๋นเค้กแทนเตาอบแสนง่าย หั่นออกมาช็อกโกแลตเยิ้มเชียว

ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลตลาวา

     • ช็อกโกแลต 115 กรัม
     • เนยจืด 125 กรัม
     • ไข่ไก่ 2 ฟอง
     • ไข่แดง 2 ฟอง
     • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 30 กรัม
     • ผงโกโก้ 25 กรัม
     • ถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์แบบกลม

ขั้นตอนการทำส่วนผสมเค้ก

     1. นำช็อกโกแลตไปละลายพร้อมกับเนยจืด
     2. ตีไข่ไก่ทั้งหมดจนขึ้นฟู ค่อย ๆ แบ่งน้ำตาลทรายเทลงไปทีละน้อยจนหมดแล้วตีจนส่วนผสมขึ้นฟู
     3. นำช็อกโกแลตกับเนยจืดที่ละลายไว้ ค่อย ๆ เทใส่ลงไปผสมกับไข่ที่ตีจนฟู (ค่อย ๆ เทแล้วคน ไม่อย่างนั้นไข่อาจจะสุก เพราะช็อกโกแลตอาจจะร้อนอยู่)
     4. ร่อนแป้งอเนกประสงค์และผงโกโก้ใส่ลงไปแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน

ขั้นตอนการเตรียมพิมพ์

     • ทาเนยจืดให้ทั่วถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ แล้วนำแป้ง (หรือน้ำตาลทราย,ผงโกโก้) โรยลงไปให้ทั่วพิมพ์แล้วเคาะส่วนเกินออก (ขอแนะนำเป็นแป้งหรือผงโกโก้มากกว่า เพราะถ้าโรยด้วยน้ำตาลทรายมันจะเป็นเม็ด ๆ ตอนอบเสร็จ)

วิธีการอบเค้กด้วยหม้อ

     1. เปิดเตา ใช้ไฟกลาง หาตะแกรงมาวางลงในหม้อก่อนจะวางถ้วยขนมลงไป (เพราะถ้าก้นขนมติดกับก้นหม้อ ขนมชั้นล่างจะไหม้)
     2. ปิดฝาหม้อแล้วก็จับเวลา ตามปกติช็อกโกแลตลาวาใช้เวลาประมาณ 10 นาที สามารถเพิ่ม-ลดเวลาได้ตามต้องการว่า อยากให้ข้างในเยิ้มแค่ไหน

     หมายเหตุ : ถ้าใช้หม้ออบ ปกติก็จะใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส แต่ถ้าหากว่า ใครมีกระทะไฟฟ้าก็ง่ายเลย แค่เปลี่ยนเป็น Mode “ปิ้ง” แล้วหาตะแกรงมารองก่อนวางขนมลงไปแล้วปิดฝาหรือใช้ฟอยล์ปิดแทนฝาหม้อ แต่ก็หมั่นดูขนมด้วย เพราะถ้าใช้เตาแก๊ส ไฟอาจจะแรงหรือเบาเกินไป

     3. พอครบเวลานำขนมออกจากหม้อ จัดใส่จานให้สวยงาม แต่ด้วยวิปปิ้งครีม และสตรอว์เบอร์รีสดสไลซ์ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ช็อกโกแลตลาวา สูตรไม่อบ ไม่เวฟ ใช้แค่หม้อใบเดียว

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

9. เค้กช็อกโกแลตลาวาสูตรคลีน

     ใครที่กำลังมองหาเค้กช็อกโกแลตลาวาแบบคลีน ๆ ขอนำเสนอเค้กช็อกโกแลตลาวา สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1860279 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรไร้แป้ง ใช้กล้วยหอมกับโยเกิร์ต เติมผงโกโก้ไปหน่อย จัดสักก้อนดีไหมคะ

ส่วนผสม ช็อกโกแลตลาวา

     • กล้วยหอม 1 ลูก
     • ไข่ไก่ 1 ฟอง
     • โยเกิร์ต สูตรไขมันต่ำ 4 ช้อนชา
     • ผงโกโก้แท้ 1 ช้อนชา

วิธีทำช็อกโกแลตลาวา

     1. บด กล้วย ไข่ไก่ โยเกิร์ต และผงโกโก้ให้เข้ากัน
     2. เทใส่พิมพ์ นำไปตุ๋นเหมือนการทำพุดดิ้ง โดยปกติจะปล่อยให้สุกทั้งหมด แต่สูตรนี้การตุ๋นใช้เวลาน้อยกว่านิดหน่อยเพื่อให้ข้างในยังมีน้ำอยู่ ส่วนระยะเวลาแล้วแต่ขนาดถ้วยและภาชนะตุ๋น ใช้เวลาประมาณ 10-12 นาที
     3. พอเสร็จก็โรยอัลมอนด์และกราโนล่า

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 10 สูตรขนมของคนกลัวอ้วน เติมความหวานแบบจัดเต็มแต่ไม่อ้วน

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

10. เค้กถ้วยช็อกโกแลต

     ใครมีไมโครเวฟเอาออกมาปัดฝุ่นกันหน่อย จะได้เอามาทำเค้กถ้วยช็อกโกแลต สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1860279 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใส่ข้าวโอ๊ตผสมแป้งมะพร้าว เติมกรีกโยเกิร์ต ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผงโกโก้ เสิร์ฟในถ้วยเล็กกะทัดรัด อิ่มอร่อยพอดีท้อง

ส่วนผสม เค้กถ้วย

     • ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ
     • แป้งมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
     • ผงโกโก้แท้ 1 ช้อนโต๊ะ
     • ไข่ขาว 1 ฟอง
     • กรีกโยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ
     • ผงฟู เล็กน้อย
     • เกลือทะเล เล็กน้อย

วิธีทำเค้กถ้วย

     1. หาแก้วที่เข้าไมโครเวฟได้ ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกลงไปค่ะ
     2. นำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน และเทใส่แก้วที่ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกไว้แล้ว
     3. นำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟ 800 วัตต์ ประมาณ 1.30 นาที นำออกมาเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 10 สูตรขนมของคนกลัวอ้วน เติมความหวานแบบจัดเต็มแต่ไม่อ้วน

++++++++++++++++++

13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

11. เค้กช็อกโกแลตบอลกราโนล่า

     ถ้าเบื่อกราโนล่าแช่นมก็จับมาทำเมนูเค้กช็อกโกแลตบอลกราโนล่า สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1860279 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่แป้งข้าวโอ๊ตกับกล้วยหอม เติมกราโนล่าลงไปหน่อย ปั้นเป็นก้อนกลมสวยงาม

ส่วนผสม เค้กบอลไส้กราโนล่า

     • แป้งข้าวโอ๊ต 4 ช้อนโต๊ะ
     • กล้วยหอม 1 ลูก
     • ไข่ไก่ 1 ฟอง
     • ไข่ขาว 1 ฟอง
     • กลิ่นวานิลลา
     • ผงโกโก้ 1 ช้อนชา
     • กราโนล่า

วิธีทำเค้กบอลไส้กราโนล่า

     1. ตีแป้งข้าวโอ๊ต กล้วย ไข่ไก่ ไข่ขาว และวานิลลาเข้าด้วยกัน
    
2. ปั่นเสร็จแบ่ง 2 ส่วน ส่วนแรกปล่อยไว้ อีกส่วนใส่ผงโกโก้
เทแต่ละสีลงกระทะทำทาโกะยากิ สักพักใส่กราโนล่าไว้ตรงกลาง
แล้วก็พลิกไปมาเหมือนทำทาโกะยากิ ตกแต่งตามชอบ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 10 สูตรขนมของคนกลัวอ้วน เติมความหวานแบบจัดเต็มแต่ไม่อ้วน

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

12. เค้กไวท์ช็อกโกแลต

     ถ้าเอียนกับดาร์กช็อกโกแลตก็ลองเปลี่ยนมาทำไวท์ช็อกโกแลตบ้างก็ได้ ขอนำเสนอเค้กไวท์ช็อกโกแลต สูตรจาก คุณน้องซาแมนต้า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เค้กเนื้อแน่นใส่ไวท์ช็อกโกแลตแซมดาร์กช็อกโกแลตตัดเลี่ยน กินกับกาแฟตอนเช้าก็แจ่ม

ส่วนผสม เค้กไวท์ช็อกโกแลต

     • เนยจืด 125 กรัม
     • ไวท์ช็อกโกแลต 150 กรัม 
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 130 กรัม
     • ผงฟู 1 ช้อนชา
     • เกลือป่น 1/3 ช้อนชา
     • ไข่ไก่ (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
     • น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
     • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
     • ไวท์ช็อกโกแลตและดาร์กช็อกโกแลต อย่างละ 80 กรัม (สับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ) สำหรับใส่ในส่วนผสมเค้กเมื่อได้ผสมเสร็จแล้ว
     • อัลมอนด์สไลซ์ (สำหรับโรยหน้าเค้ก) 50 กรัม

วิธีทำเค้กไวท์ช็อกโกแลต

     1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส และร่อนแป้งสาลีกับเกลือป่น และผงฟูเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
    
2. ละลายเนยจืดและไวท์ช็อกโกแลตเข้าด้วยกันด้วยไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที
นำออกมาคนผสมให้ละลายเข้ากันแล้วนำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 20 วินาที
นำออกจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้
     3. ตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงสุด ประมาณ 1 นาที เติมน้ำตาลทรายแดงลงไปแล้วตีด้วยความเร็วปานกลาง ประมาณ 2 นาที
    
4. เทส่วนผสมเนยกับไวท์ช็อกโกแลตละลายใส่ลงไป
ตีต่อด้วยความเร็วต่ำแค่พอเข้ากัน ตามด้วยกลิ่นวานิลลา ตีพอเข้ากัน
แบ่งใส่แป้งครึ่งหนึ่งลงไป
ตีด้วยความเร็วต่ำแค่พอเข้ากันแล้วใส่แป้งที่เหลือลงไปตีแค่พอเข้ากันแล้วรีบหยุด
    
5. ใส่ไวท์ช็อกโกแลตและดาร์กช็อกโกแลตสับลงไป
ใช้พายยางคนให้ส่วนผสมเข้ากัน เทส่วนผสมใส่พิมพ์
ใช้พายปาดหน้าเค้กให้เรียบและโรยหน้าด้วยอัลมอนด์สไลซ์
     6. นำเข้าเตาอบ อบนานประมาณ 20-25 นาทีหรือจนกว่าเค้กจะสุก

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กไวท์ช็อกโกแลต ขนมง่าย ๆ หน้าตาดีชวนหม่ำ

++++++++++++++++++


13 สูตรเค้กช็อกโกแลต

ภาพจาก giverecipe.com

13. เค้กช็อกโกแลตคัสตาร์ด

    
ถ้าเริ่มเอียนกับเนื้อเค้กแบบแป้งก็ลองมาทำเนื้อเค้กคัสตาร์ดกันบ้างดีกว่า
ขอนำเสนอเมนูเค้กช็อกโกแลตคัสตาร์ด หน้าเค้กกรอบ ๆ
ผสมผสานกับความนุ่มของเนื้อเค้กที่ทำมาจากไข่ ตัดเลี่ยนด้วยสตรอว์เบอร์รี

ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลตคัสตาร์ด

     • เนยสด 1/2 ถ้วย
     • ไข่ขาว 4 ฟอง
     • เกลือป่น
     • ไข่แดง 4 ฟอง
     • น้ำตาลทรายป่น 1+1/4 ถ้วย
     • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
     • แป้งข้าวเจ้า 2/3 ถ้วย
     • ผงโกโก้ (สูตรหวานน้อย) 1/3 ถ้วย
     • นมสดอุ่น 2 ถ้วย
     • สตรอว์เบอร์รี (สำหรับตกแต่ง)

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตคัสตาร์ด

    
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์
และเตรียมพิมพ์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8×8 นิ้ว ทาเนยให้ทั่ว
ปูกระดาษรองอบลงไป เตรียมไว้
     2. นำเนยไปละลาย พักไว้จนเย็น และตีไข่ขาวกับเกลือจนตั้งยอดอ่อน เตรียมไว้
     3. ตีไข่แดง น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกัน เทใส่ลงไป ใส่เนย คนผสมให้เข้ากัน ประมาณ 1-2 นาที
    
4. ร่อนแป้งข้าวเจ้ากับผงโกโก้ลงไปในส่วนผสมไข่แดง คนผสมให้เข้ากัน
ใส่นมสดลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
เทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในส่วนผสมไข่ขาวทีละน้อยจนหมด
เสร็จแล้วเทส่วนผสมเค้กลงในพิมพ์
     5. นำเข้าเตาอบประมาณ 60 นาที นำออกมาพักไว้ให้เย็น ก่อนเสิร์ฟท็อปปิ้งด้วยสตรอว์เบอร์รี

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Gluten-Free Chocolate Magic Custard Cake / giverecipe.com

     จบไปแล้วสำหรับสูตรเค้กช็อกโกแลต แต่ละสูตรหน้าตาแจ่มมาก ๆ
โดยเฉพาะเค้กไมโครเวฟที่อยากลองทำสักครั้ง แล้วเพื่อน ๆ
มีเมนูในดวงใจหรือยังเอ่ย ถ้าเลือกสูตรที่ชอบได้แล้วลุยกันเถอะ

10 เมนูชุบไข่ทอด ของทอดเหลืองกรอบหอมชวนชิม

10 เมนูชุบไข่ทอด

     อร่อยเบอร์แรง ! เตรียมตัวพบกับเมนูชุบไข่ทอด สูตรของทอดกรอบอร่อย เป็นอาหารว่างหรือเมนูกับข้าวก็ได้ กินวนไปไม่มีเบื่อ

     ไข่ต้องพร้อม ! เพราะวันนี้เราจะมาชวนเพื่อน ๆ ทำเมนูของทอด ไม่ธรรมดาเพราะเราจะเอาไปชุบไข่ก่อนนำไปทอดเพื่อให้สีสวยน่ากิน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเมนูชุบไข่ทอด เช่น แซนด์วิชทอดกรอบ ข้าวเหนียวทอด ทอดมันกุ้ง และอาหารชุบไข่ทอดอื่น ๆ ที่น่ากินอีกเพียบ วันหยุดนี้ควรจัดอย่างแรง

10 เมนูชุบไข่ทอด

1. แซนด์วิชทอดไส้คาโบนารา

     เริ่มเบื่อแซนด์วิชอบร้อนก็จับมาชุบไข่ทอดกันดีไหม ขอนำเสนอแซนด์วิชทอดไส้คาโบนารา สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับขนมปังแผ่นห่อคาโบนาราไว้แล้วเอาไปชุบไข่และเกล็ดขนมปังก่อนทอด อร่อยเพลินแบบนี้อ้วนก็ยอมล่ะ

ส่วนผสม แซนด์วิชทอดไส้คาโบนารา

     • ขนมปังแซนด์วิช 10 แผ่น
     • หอมใหญ่สับหยาบ 50 กรัม
     • น้ำมันพืช 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2+1/2 ช้อนชา
     • แฮมหั่นเต๋าเล็ก 150 กรัม
     • เห็ดฟางหั่นชิ้น 100 กรัม
     • วิปครีมชนิดจืด 1/4 ถ้วยตวง
     • นมสด 1/2 ถ้วยตวง
     • ไข่แดง 1 ฟอง
     • เกลือป่นหยาบ 1/4 ช้อนชา
     • พริกไทยดำป่นหยาบ 1 ช้อนชา
     • พาร์มีซานชีสขูด 50 กรัม
     • พาร์สลีย์สับ 1 ช้อนโต๊ะ
     • ไข่ไก่สำหรับชุบ
     • เกล็ดขนมปัง (สำหรับคลุก)
     • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
     • ไม้จิ้มฟัน

วิธีทำแซนด์วิชทอดไส้คาโบนารา

     1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่หอมใหญ่ลงผัดพอสุกใส
     2. ใส่แป้งสาลีลงผัดพอสุก ใส่เห็ดฟางกับแฮม ผัดพอทั่ว
     3. ผสมวิปครีม นมสด และไข่แดง คนให้เข้ากัน ใส่ลงไปในส่วนผสมแป้งสาลี ผัดพอเข้ากันดี
     4. ปรุงรสด้วยเกลือป่นกับพริกไทยดำป่น ผัดต่อจนส่วนผสมมีลักษณะข้น ใส่พาร์มีซานชีส คนจนเข้ากันดี โรยพาร์สลีย์ คนให้เข้ากันอีกครั้ง ยกลง พักไว้ให้เย็นสนิท
     5. ใช้ไม้คลึงรีดขนมปังแซนด์วิชให้แบน ตักไส้คาโบนาราใส่ลงไป พับขนมปังเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้ไม้จิ้มฟันกลัดขนมปังให้ติดกัน
     6. นำขนมปังลงชุบไข่ไก่ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังจนทั่ว พักไว้
     7. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำขนมปังลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้น ดึงไม้จิ้มฟันออก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ แซนด์วิชทอดไส้คาโบนารา กรอบนุ่มอร่อยเก๋ ทำขายแจ่ม

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

2. เฟรนช์โทสต์โรล

     ใครมีขนมปังแผ่นเหลือ ๆ จับมาทำเมนูชุบไข่ทอดกันเถอะ พบกับเฟรนช์โทสต์โรล สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับขนมปังทาครีมชีสสอดไส้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เสร็จแล้วเอาไปชุบไข่ก่อนทอด โรยน้ำตาลไอซิ่งก่อนเสิร์ฟ

ส่วนผสม เฟรนช์โทสต์โรล

     • ขนมปังแผ่น
     • ครีมชีส
     • ผลไม้ตามชอบ เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี
     • ไข่ไก่
     • เนย
     • น้ำตาลไอซิ่ง
     • นมข้นหวาน

วิธีทำเฟรนช์โทสต์โรล

     1. เริ่มด้วยการนำขนมปังมาตัดขอบ รีดขนมปังให้แบน ทาครีมชีสให้ทั่ว และวางผลไม้ที่ชอบลงบนริมขนมปัง ค่อย ๆ ม้วนขนมปังเข้าด้วยกันให้สวยงาม
     2. ตีไข่ไก่ คนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำขนมปังโรลไปชุบไข่ให้ทั่วก่อนนำไปทอด
     3. เตรียมกระทะใช้ความร้อนปานกลาง ใส่เนยนิดหน่อย พอเนยละลายก็วางขนมปังลงทอดได้เลย
     4. พอทอดเสร็จ โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เฟรนช์โทสต์โรล ไส้ครีมชีสผลไม้ เมนูขนมปังเก๋อะไรเบอร์นั้น

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

3. ราสป์เบอร์รีเฟรนช์โทสต์โรล

     มาต่อกันที่อีกเมนูเฟรนช์โทสต์โรลชุบไข่ทอดนั่นคือ ราสป์เบอร์รีเฟรนช์โทสต์โรล สูตรจาก คุณน้องซาแมนต้า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้สอดไส้ครีมชีสและราสป์เบอร์รีเอาไปทอดจนเหลืองกรอบ สุดท้ายคลุกผงอบเชยผสมน้ำตาล

ส่วนผสม ราสป์เบอร์รีเฟรนช์โทสต์โรล

     • ขนมปังแผ่น
     • ครีมชีส
     • ราสป์เบอร์รีสด
     • ไข่ไก่
     • นมสด
     • เนยสด (เล็กน้อย)
     • น้ำตาลทราย
     • ผงอบเชยป่น

วิธีทำราสป์เบอร์รีเฟรนช์โทสต์โรล

     1. ตัดขอบขนมปังออกแล้วรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ ทาครีมชีสลงบนขนมปังให้ทั่วแผ่น วางเรียงราสป์เบอร์รีลงบนขนมปังด้านใดด้านหนึ่ง ม้วนขนมปังจนมิด
     2. ตีผสมไข่ไก่กับนมสดเข้าด้วยกัน จากนั้นนำขนมปังที่ม้วนไว้ลงไปชุบให้ทั่ว
     3. ตั้งกระทะ ใส่เนยสดลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำขนมปังที่ชุบไข่แล้วลงไปทอดจนขนมปังสีเหลืองสวย ตักขึ้น เตรียมไว้
     4. ผสมน้ำตาลทรายกับผงอบเชยเข้าด้วยกัน นำขนมปังมาคลุกกับส่วนผสมน้ำตาลทรายให้ทั่ว จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ราสป์เบอร์รีเฟรนช์โทสต์โรล อาหารเช้าขนาดพกพาไส้ครีมชีสหอมอร่อย

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

4. ข้าวจี่

     เติมพลังยามบ่ายด้วยเมนูข้าวจี่ สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ทำได้ทั้งข้าวเหนียวขาวและข้าวเหนียวดำ ปั้นเป็นทรงกลมแล้วเสียบไม้ เสร็จแล้วเอาไปชุบไข่ก่อนทอดหรือปิ้ง

ส่วนผสม ข้าวจี่ (ข้าวเหนียวขาว)

     • ข้าวเหนียวขาวร้อน ๆ 350 กรัม
     • กะทิ 6 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม ข้าวจี่ (ข้าวเหนียวดำ)

     • ข้าวเหนียวดำร้อน ๆ 350 กรัม
     • กะทิ 6 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม สำหรับชุบข้าวเหนียว

     • ไข่ไก่ 2 ฟอง
     • ซีอิ๊วขาว
     • พริกไทย

อุปกรณ์

     • ไม้ไอศกรีมสำหรับไว้เสียบ

วิธีทำข้าวจี่

     1. ใส่ข้าวเหนียวลงอ่างผสม เติมกะทิกับเกลือ คนให้เข้ากัน หรือใช้มือนวดให้เข้ากันได้ยิ่งดี
     2. เอาข้าวมาปั้นก้อนกลม ในสูตรใช้พิมพ์วงกลมก็ง่ายดี จะได้ปั้นขนาดเท่ากันได้สวย ปั้นเสร็จก็เสียบไม้ และตีไข่ได้ เตรียมไว้
     3. ก่อนปิ้งให้ทาไข่ทั้ง 2 ด้าน ปิ้งพอไข่สุกก็กลับด้านแล้วทาไข่เพิ่ม ทากี่รอบก็ได้จนกว่าจะพอใจ ปิ้งข้าวจี่ให้เกรียมตามชอบ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวจี่ 2 สี 2 สไตล์ เมนูจากข้าวเหนียวหอมอร่อยย้อนวัย

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด
  

5. แซนด์วิชไส้ไข่กวน

     อร่อยล้ำรับยามเช้ากับเมนูขนมปังไส้ไข่กวน สูตรจาก คุณ fillerneck สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เริ่มจากทำไส้ไข่กวนให้เสร็จแล้วสอดไส้ลงไปในขนมปัง ก่อนทอดก็เอาไปชุบไข่จนทั่ว

ส่วนผสม แซนด์วิชไส้ไข่กวน

     • ไข่ไก่ (สำหรับทำไข่กวน) 1 ฟอง
     • ขนมปังตัดขอบ 4 แผ่น
     • ครีม 3-4 ช้อนโต๊ะ
     • ไข่ไก่ (สำหรับชุบทอด) 3 ฟอง
     • เนยผสมมายองเนส ปริมาณเท่า ๆ กัน
     • เกลือ
     • น้ำตาลทราย (ไม่ชอบหวาน ก็ไม่ต้องโรย)

วิธีทำแซนด์วิชไส้ไข่กวน

     1. ทำไข่กวน โดยผสมครีม 1-2 ช้อนโต๊ะ กับไข่ 1 ฟอง ใช้ไฟกลาง คนผสมพอสุก ยกลงพักไว้
     2. ตัดขนมปังเป็นชิ้นสามเหลี่ยม หรือถ้าชอบแบบทั้งแผ่นก็ได้เช่นกัน
     3. ผสมเนยกับมายองเนสเข้าด้วยกัน แล้วทาที่ขนมปังด้านใน และตีไข่กับครีมเข้าด้วยกัน
    
4. ใส่ไข่กวนลงไปบนขนมปัง พับขอบขนมปังและบีบให้ติดกัน
โดยเอาไข่ไก่ทาลงที่ขอบเพื่อเป็นตัวประสาน
หรือถ้าไม่ชอบไส้ไข่กวนก็เอาไส้อย่างอื่นก็ได้
หรือเอาแค่ไส้มายองเนสกับเนยก็ได้
     5. ใส่น้ำมันใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน แล้วค่อย ๆ เอาขนมปังชุบไข่ใส่ลงไป ทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน
     6. ตักขนมปังทอดใส่จาน ถ้าไม่ชอบน้ำตาลก็ไม่ต้องโรยก็ได้ หรือจะราดซอสสตรอว์เบอร์รีก็ตามชอบ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมปังไส้ไข่กวน แซนด์วิชทอดไอเดียแจ่มเอาใจคุณหนู

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

6. ไก่ทอดฮอตสตาร์ (Hot Star)

     และแล้วก็ถึงเมนูชุบไข่ทอดสำหรับเด็ก ๆ นั่นคือ ไก่ทอดฮอตสตาร์ (Hot Star) สูตรจาก คุณ Totter Tripper สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม หมักไก่ก่อนแล้วค่อยแล่เอาแต่เนื้อและเอาไปชุบแป้งและไข่ก่อนทอด กินกับซอสพริกหรือซอสมะเขือเทศตามชอบ

ส่วนผสม ไก่ทอด Hot Star

     • ไก่ทั้งตัว
     • กระเทียม
     • พริกไทย
     • เมล็ดมัสตาร์ด
     • น้ำผึ้ง
     • ซีอิ๊วขาว
     • ผงอบเชย
     • พริกป่น
     • โรสแมรี
     • น้ำมันพืช
     • ไข่ไก่
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์
     • แป้งชุบทอด

วิธีทำไก่ทอด Hot Star

    
1. ใช้ครกตำกระเทียม พริกไทยดำ และเมล็ดมัสตาร์ด จากนั้นนำไปผสมกับน้ำผึ้ง
ซีอิ๊วขาว ผงอบเชย และพริกป่น คนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้
     2.
เลาะหนังไก่ออกแล้วแล่บางหรือหนาตามชอบ
ถ้าแล่บางมากก็จะยิ่งคลี่ออกเป็นปีกได้ยาวและกว้างมากขึ้น
แต่ในสูตรแล่ให้หนา
เสร็จแล้วนำไก่ไปแช่ไว้ในส่วนผสมเครื่องหมักแล้วปิดพลาสติกถนอมอาหาร
เอาเข้าตู้เย็นปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที
     3. ตั้งกระทะและน้ำมันให้ร้อน แต่ไม่ร้อนมากเกินไป และเอาแป้งสาลีอเนกประสงค์ผสมกับแป้งชุบทอด (บางที่ใช้แป้งมันเทศ)
    
4. นำไก่ออกมา เอาใบโรสแมรีออกนิดหน่อยก่อนนำไปคลุกแป้งให้ทั่วแต่ไม่หนาไป
จากนั้นเอาไปชุบไข่และชุบแป้งอีกครั้งแล้วเอาไปทอดจนสุกกรอบ
ตักขึ้นซับน้ำมันเล็กน้อย โรยพริกไทยดำป่นหรือผงปรุงรสอื่น ๆ ตามชอบ
จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไก่ทอด Hot Star วิธีทำไก่ทอดชิ้นยักษ์ชื่อดัง ทำเองได้ไม่ต้องต่อคิว

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

ภาพจาก thepetitecook.com


7. แซนด์วิชทอดไส้ชีส

    
ใครไม่กลัวอ้วนต้องลองทำแซนด์วิชทอดไส้ชีส
จับขนมปังทาซอสเบชาเมลแล้วคลุกแป้ง ตามด้วยไข่และเกล็ดขนมปัง จัดเสิร์ฟร้อน
ๆ ชีสเยิ้มอร่อยฟิน

ส่วนผสม แซนด์วิชทอดไส้ชีส

     • ขนมปังตัดขอบ 4 แผ่น
     • ซอสเบชาเมล
     • มอสซาเรลล่าชีสสไลซ์
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
     • ไข่ไก่ 2 ฟอง
     • นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือ
     • พริกไทยดำป่น
     • เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วย
     • น้ำมันพืช 2 ถ้วย

วิธีทำแซนด์วิชทอดไส้ชีส

     1. ทาซอสเบชาเมลที่ขนมปังแซนด์วิชแผ่นล่าง วางชีส ประกบด้วยขนมปังแซนด์วิชแผ่นบนที่ทาซอสเบชาเมลแล้ว
     2. นำแซนด์วิชไปคลุกกับแป้งจนทั่วทั้งสองด้าน
    
3. ตอกไข่ไก่กับนมสดใส่จาน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ตีจนเข้ากัน
เอาแซนด์วิชลงมาชุบจนทั่วทั้งสองด้าน
เสร็จแล้วเอาไปคลุกกับเกล็ดขนมปังจนทั่วทั้งสองด้าน
     4.
ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป ใช้ไฟปานกลางค่อนข้างแรง
พอน้ำมันร้อนใส่แซนด์วิชลงไปทอดจนสุกเหลืองกรอบทั้งสองด้าน
ตักขึ้นมาซับให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน 

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Italian Fried Mozzarella Sandwich / thepetitecook.com

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

8. ข้าวเหนียวทอด

    
ใคมีข้าวเหนียวดิบเอาออกมานึ่งเตรียมไว้เลยค่ะ
เพราะเราจะได้เอามาทำข้าวเหนียวทอด
จับข้าวเหนียวปั่นลูกกลมพอดีคำแล้วชุบไข่ก่อนนำไปทอดจนสุกสีสวย
กินกับน้ำจิ้มแจ่วเข้ากันดีมาก

ส่วนผสม ข้าวเหนียวทอด

     • ข้าวเหนียวนึ่งสุก
     • ไข่ไก่ 1 ฟอง
     • น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
     • น้ำจิ้มแจ่ว (ดู 7 สูตรน้ำจิ้มแจ่ว รสจัดจ้านหลากสไตล์ เลือกให้โดนท้าให้ลอง)

วิธีทำข้าวเหนียวทอด

     1. ตอกไข่ใส่ถ้วย เติมน้ำปลา ตีผสมให้เข้ากัน
     2. ปั้นข้าวเหนียวสุกเป็นก้อนกลม ใส่ลงไปชุบกับส่วนผสมไข่ให้ทั่ว
    
3. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะใช้ไฟกลาง
พอร้อนใส่ข้าวเหนียวก้อนลงไปทอดจนด้านนอกกรอบและลอยขึ้น
ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวเหนียวทอด จับของเหลือมาทำเมนูใหม่ไม่จำเจ

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

9. ทอดมันกุ้ง สูตรใส่มันกุ้ง

     ใครกำลังมองหาเมนูชุบไข่ทอดสำหรับเป็นกับข้าวมื้อเย็น ขอนำเสนอทอดมันกุ้ง สูตรจาก ครัวตุ๊กตา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่ทั้งกุ้งและหมูเคล้ากับเครื่องโขลกและปรุงรสตามชอบ จุดเด่นคือ ใส่มันกุ้ง กินกับน้ำจิ้มบ๊วยก็แจ่มแล้ว

ส่วนผสม ทอดมันกุ้ง

     • กุ้งบด หรือสับละเอียด 500 กรัม
     • มันหมูบด หรือสับละเอียด 120 กรัม
     • กระเทียมกับรากผักชี ตำแหลก 1 ช้อนโต๊ะ (ในสูตรใช้ก้านผักชี)
     • มันกุ้ง (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
     • พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
     • ไข่ 1 ฟอง
     • แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย (หรือแป้งสาลีอเนกประสงค์)
     • เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย
     • น้ำมันสำหรับทอด 2 ถ้วย
     • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
     • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำทอดมันกุ้ง

     1. ใส่กุ้งบดกับมันหมูบดลงในอ่างผสม ตามด้วยเครื่องที่โขลกไว้ มันกุ้ง และพริกไทยป่น
    
2. ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยกับซีอิ๊วขาว คนส่วนผสมให้เข้ากันดี
คนส่วนผสมให้เข้ากันดี หรือนวดด้วยมือก็ได้
แล้วจับฟาดกับอ่างผสมจะได้เหนียวขึ้น
     3. คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำแช่ตู้เย็นหรือแช่ช่องแข็ง ประมาณ 25 นาที
     4. นำแป้งทอดกรอบใส่ถ้วย ตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วตีพอแตก และเอาเกล็ดขนมปังใส่ถาดปากกว้าง ๆ เตรียมไว้
     5. เตรียมน้ำใส่อ่างไว้ชุบมือ และเตรียมจานสำหรับใส่ทอดมันที่ชุบเกล็ดขนมปังเรียบร้อยแล้ว
    
6. ตักส่วนผสมทอดมันกุ้งที่ทำไว้มาปั้นเป็นก้อนกลมหรือแบน
เสร็จแล้วก็เอามาคลุกแป้งทอดกรอบ ชุบไข่แล้วนำลงคลุกกับเกล็ดขนมปังให้ทั่ว
ใส่จานพักไว้ ทำจนหมดส่วนผสม
     7. ตั้งกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟกลาง
ใส่ทอดมันกุ้งชุบเกล็ดขนมปังลงทอดให้เหลืองกรอบ
ตักขึ้นพักวางบนกระดาษอเนกประสงค์ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 6 สูตรทำทอดมันกุ้ง กรอบอร่อยเนื้อแน่นเด้งหน้าตาดี

++++++++++++++++++


10 เมนูชุบไข่ทอด

10. ทอดมันกุ้งเสียบไม้

     ทอดมันกุ้งก้อนกลมดูธรรมดาไปหน่อย ต้องนี่เลยทอดมันกุ้งเสียบไม้ สูตรจาก คุณ fillerneck สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม นำส่วนผสมทอดมันกุ้งปั้นเป็นแท่งแล้วนำมาชุบแป้ง ตามด้วยชุบไข่ และเกล็ดขนมปัง พอทอดจนสุกก็เสียบไม้

ส่วนผสม ทอดมันกุ้งเสียบไม้

     • เนื้อกุ้ง 300 กรัม
     • มันหมูแข็งสับ 50-60 กรัม (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
     • เกลือ 1 ช้อนชา
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
     • พริกไทย เล็กน้อย
     • แป้งมัน
     • ไข่ไก่ 1 ฟอง
     • เกล็ดขนมปัง

วิธีทำทอดมันกุ้งเสียบไม้

     1. ตบกุ้งให้แบนผสมเข้ากับมันหมู นวดให้เข้ากัน ใส่เกลือ น้ำตาลทราย และพริกไทยเล็กน้อย นำไปแช่เย็นสัก 1 ชั่วโมง
    
2. นำส่วนผสมทอดมันกุ้งปั้นเป็นแท่ง
เสร็จแล้วนำมาชุบแป้งมันพอติดแล้วนำไปชุบไข่ สุดท้ายชุบเกล็ดขนมปัง
นำลงไปทอดใช้ไฟอ่อน ก่อนตักขึ้นประมาณ 1 นาทีให้เร่งไฟแรง ระวังไหม้
ตักขึ้นจับเสียบไม้

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ทอดมันกุ้ง แฮมห่อกุ้งเสียบไม้ อาหารว่างทำง่ายเด็ก ๆ เลิฟ

    
ใครที่ซื้อไข่ตุนไว้เยอะแยะเก็บไว้นานก็กลัวเสีย
ดังนั้นควรจับมาทำเมนูชุบไข่ทอดนี่ไง ทุกสูตรอร่อยและทำไม่ยาก
ไปเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมแล้วเข้าครัวกันดีกว่า

16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน แคลอรีต่ำสดชื่นใส่ใจสุขภาพ

16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

     ก่อนนี้เคยเบรกความคิดกินไอศกรีมเพราะกลัวน้ำหนักพุ่ง แต่พอเจอเมนูไอศกรีมไม่อ้วนคงต้องลองหน่อย เพราะไขมันต่ำมีส่วนผสมของผลไม้ ดีต่อกายแบบนี้เอาไปเลยดาวล้านดวง

     อย่างที่สาว ๆ รู้กันดีว่า เมนูไอศกรีม ไม่เหมาะกับช่วงลดน้ำหนักเพราะเป็นแหล่งอุดมด้วยไขมัน คงจะดีถ้ามีไอศกรีมไม่อ้วนมาให้กินคลายความอยากเนอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำไอศกรีมไม่อ้วน เช่น ไอศกรีมผลไม้ ไอศกรีมโยเกิร์ต ไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งหรือกรานิต้า และเมนูไอศกรีมไม่อ้วนอื่น ๆ อีกเพียบ แค่มีตู้เย็นก็ทำได้แล้ว

16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

1. ไอศกรีมอะโวคาโด

     แม้อะโวคาโดจะแพงไปหน่อยแต่ขอลองเอามาทำไอศกรีมไม่อ้วนสักครั้ง ขอนำเสนอเมนูไอศกรีมอะโวคาโด สูตรจาก คุณ Rita_Bunny สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใส่กล้วยไข่กับน้ำผึ้งเพิ่มรสหวานแบบธรรมชาติ เติมน้ำมะนาวหน่อยให้มีกลิ่นหอม พอปั่นจนเนียนก็แช่ตู้เย็นรอเซตตัวแล้วหม่ำกันเลย

ส่วนผสม ไอศกรีมอะโวคาโด

     • อะโวคาโดสุก 3 ลูก
     • กล้วยไข่สุกงอม 5 ลูก
     • มะนาว 2 ลูก
     • น้ำผึ้ง 150 กรัม (หรือ 1/2 ถ้วยตวง)

วิธีทำไอศกรีมอะโวคาโด

     1. นำส่วนผสมทุกอย่างใส่โถปั่นน้ำผลไม้แล้วก็ปั่นให้เข้ากันจนเนียน
     2. เทใส่กล่องพลาสติกแล้วนำเข้าแช่ช่องฟรีซประมาณ 12 ชั่วโมงหรือจนไอศกรีมเซตตัว

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมอะโวคาโด ไม่ใช้เครื่อง เพราะชีวิตขาดหวานไม่ได้แต่จะไม่ยอมอ้วน

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

2. ไอศกรีมพาร์เฟ่ต์กราโนลา

     สำหรับใครที่อยากกินไอศกรีมมีสีสันสวยงามแปลกตา ขอนำเสนอเมนูไอศกรีมพาร์เฟ่ต์กราโนลา สูตรจาก คุณเบสท์ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ส่วนผสมมีทั้งกราโนล่ากับผลไม้หลากสี ส่วนเนื้อไอศกรีมทำจากโยเกิร์ต เสิร์ฟเป็นแท่งเดินถือไปกินไปสบาย

ส่วนผสม ไอศกรีมพาร์เฟ่ต์กราโนลา

     • โยเกิร์ต 2 ถ้วย (ประมาณ 4 แท่ง)
     • ผลไม้ตามชอบ
     • กราโนล่า 60 กรัม (1 ถุง ทำได้ 4 แท่ง)
     • น้ำผึ้ง

อุปกรณ์

     • พิมพ์ทำไอศกรีมแท่ง
     • ตู้เย็น
   
วิธีทำไอศกรีมพาร์เฟ่ต์กราโนลา

     1. ใส่โยเกิร์ตลงในแม่พิมพ์ ประมาณ 1 ใน 3 ของแม่พิมพ์ ใส่ผลไม้ลงไปตามชอบ

     หมายเหตุ : ถ้าอยากให้เห็นสีสวย ๆ ต้องใส่ผลไม้ชิดด้านข้าง

     2. ใส่โยเกิร์ตลงไปจนเกือบเต็มแม่พิมพ์ ใส่กราโนลารสที่ชอบลงไปให้เต็มพิมพ์
     3. ใส่น้ำผึ้งลงบนกราโนลาเล็กน้อย เพื่อให้กราโนลาติดกันเป็นแท่งดี จากนั้นปักไม้ไอศกรีมลงไป แช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง แกะไอศกรีมออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

     หมายเหตุ : เทคนิคเอาไอศกรีมออกจากพิมพ์ง่าย ๆ คือ เอาใส่ลงในกะละมังที่มีน้ำอุ่นแล้วค่อย ๆ แกะออกมา

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมพาร์เฟ่ต์กราโนลา กินห้าแท่งก็ไม่อ้วนทำก็ง่าย

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

3. กรานิต้าฟักข้าวผสมเสาวรส

     เอาใจคนชอบไอศกรีมไม่อ้วนสไตล์ไทย ขอนำเสนอเมนูกรานิต้าฟักข้าวผสมเสาวรส สูตรจาก คุณ Rock Barista สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สีสันสดใสจากฟักข้าว เพิ่มรสเปรี้ยวจากน้ำเสาวรส ลองทำดูอร่อยเย็นสดชื่น

ส่วนผสม กรานิต้าฟักข้าวผสมเสาวรส

     • ฟักข้าวสุก
     • น้ำเสาวรส
     • น้ำตาลทรายป่น

วิธีทำกรานิต้าฟักข้าวผสมเสาวรส

     1. เริ่มจากการแยกเม็ดกับเนื้อฟักข้าวออกจากกัน ใช้ช้อนตักแล้วคว้านออกได้ทั้งหมด
     2. เทรวมกันแล้วนำไปปั่นเลย ใช้เครื่องปั่นอะไรก็ได้ เพราะเนื้อฟักข้าวจากผลสุกค่อนข้างเละอยู่แล้ว หรืออาจจะนวดก่อนที่จะคว้านก็ได้ จากนั้นก็นำไปต้มให้เดือด 1 ครั้ง
     3. หลังจากต้มเสร็จแล้ว เติมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อยแล้วก็เติมน้ำเสาวรสลงไป (ใช้อัตราส่วน ฟักข้าว 1 ลูก ต่อ น้ำเสาวรส 1 ลิตร สำหรับท่านที่ชอบทานเปรี้ยวไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายก็ได้) เมื่อเติมน้ำเสาวรสแล้วก็นำใส่ภาชนะที่จะแช่เย็น
     4. นำไปแช่เย็นจนเริ่มเป็นเกล็ดน้ำแข็ง แต่ยังไม่ต้องแข็งมากแล้วนำออกมาคน (ยิ่งนำออกมาคนบ่อย เนื้อจะยิ่งเนียน ในสูตรคน 2 รอบก็พอได้อยู่หรือเอาออกมาเข้าเครื่องปั่นอีกรอบน่าจะดีเลย) พอได้ที่แล้วก็ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กรานิต้าฟักข้าวผสมเสาวรส หวานเย็นคลายร้อน ชื่นใจได้ประโยชน์

++++++++++++++++++


4. ไอศกรีมแท่งผลไม้ สูตรไดเอต

     น้ำผลไม้ซื้อมาเยอะแยะแบ่งมาทำเมนูไอศกรีมแท่งผลไม้กันดีไหม ใส่ผลไม้ลงไปในพิมพ์ เติมน้ำผลไม้ตามชอบจนเต็ม จากนั้นเอาไปแช่เย็นรอจนเซตตัว

ส่วนผสม ไอศกรีมแท่งผลไม้

     • น้ำผลไม้ (ตามชอบ)
     • ผลไม้ตามชอบ เช่น แอปเปิล กีวี สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี
     • พิมพ์สำหรับทำไอศกรีม

วิธีทำไอศกรีมแท่งผลไม้

     1. หั่นผลไม้ต่าง ๆ เป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำแล้วใส่ผลไม้ลงในพิมพ์
     2. เทน้ำผลไม้ลงไปแล้วเสียบไม้ไอศกรีม นำไปแช่ช่องแข็งประมาณ 5 ชั่วโมง แกะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมแท่งผลไม้ สูตรไดเอต สีสันสดใสเย็นฉ่ำดับร้อน

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

5. ไอศกรีมแท่งผลไม้สด สูตรไดเอตแคลอรีต่ำ

     มาต่อที่อีกสูตรไอศกรีมแท่งผลไม้สด สูตรจาก คุณ MMW สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใช้น้ำผลไม้แคลอรีต่ำ เติมผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานหรือตามชอบ พร้อมแล้วลุยกินเลยจ้า

ส่วนผสม ไอศกรีมแท่งผลไม้สด

     • น้ำผลไม้ตามชอบ (สูตรนี้ใช้น้ำผลไม้แคลอรีต่ำ)
     • ผลไม้ตามชอบ เช่น แอปเปิล, กีวี, สตรอว์เบอร์รี และบลูเบอร์รี
     • พิมพ์สำหรับทำไอศกรีม
     • ไม้ไอศกรีม

วิธีทำไอศกรีมแท่งผลไม้สด

     1. นำผลไม้มาหั่นเป็นชิ้น ๆ พอดีคำแล้วจัดผลไม้ใส่ลงในพิมพ์ไอศกรีมให้แน่น
     2. เทน้ำผลไม้ลงไป เสียบไม้ไอศกรีมแล้วนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 4-6 ชั่วโมง แกะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมแท่งผลไม้สด สูตรไดเอตแคลอรีต่ำ เย็นฉ่ำรับซัมเมอร์

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

6. ไอศกรีมเมลอน

     เมลอนลูกโตกินสดหมดลูกคงไม่ไหว ลองแบ่งออกมาทำเมนูไอศกรีมไม่อ้วนกินคลายร้อนดีกว่า ขอนำเสนอไอศกรีมเมลอน สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน สูตรนี้ใส่เมลอนสีตามชอบ เติมน้ำตาลหรือไม่เติมก็ได้ ใส่นมสดเพิ่มความเนียน แหม… สีสวยแบบนี้จัดสักสิบแท่งเลยนะทุกคน 

ส่วนผสม ไอศกรีมเมลอน

     • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
     • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
     • เมลอนหั่นชิ้น 250 กรัม
     • นมสด 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำไอศกรีมเมลอน

     1. ผสมน้ำเปล่ากับน้ำตาลทรายคนให้ละลาย
     2. นำเมลอน นมสด และส่วนผสมน้ำตาลทรายใส่ลงในโถปั่นน้ำผลไม้ ปั่นจนละเอียด เทส่วนผสมใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ นำเข้าแช่ช่องแช่แข็ง พอเซตตัวเอาออกมาเสียบด้วยไม้ไอศกรีม แล้วนำเข้าแช่แข็งต่อจนแข็งตัว จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมเมลอน แท่งจิ๋วหวานหอมเย็นฉ่ำ ทำง่ายไม่ใช้เครื่อง

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

7. ไอศกรีมแท่งโยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี

     ตามกระแสไอศกรีมโยเกิร์ตสุดฮิต ขอนำเสนอไอศกรีมแท่งโยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติกับโยเกิร์ตรสสตรอว์เบอร์รี เติมสตรอว์เบอร์รีสดลงไปด้วย สีหวานสวยน่าลอง

ส่วนผสม ไอศกรีมแท่งโยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี

     • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ถ้วยตวง
     • โยเกิร์ตรสสตรอว์เบอร์รี 1/2 ถ้วยตวง
     • สตรอว์เบอร์รี 100 กรัม
     • ใบสะระแหน่ สำหรับตกแต่ง

วิธีทำไอศกรีมแท่งโยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี

     1. หั่นครึ่งสตรอว์เบอร์รี วางลงในพิมพ์สำหรับทำไอศกรีม
     2. เทโยเกิร์ตรสธรรมชาติใส่ในพิมพ์ไอศกรีมประมาณ 3/4 พิมพ์ นำเข้าแช่ในช่องแช่แข็งประมาณ 30 นาที
     3. นำส่วนผสมออกจากตู้เย็นใส่โยเกิร์ตรสสตรอว์เบอร์รีด้านบน นำเข้าแช่แข็งต่อจนแข็งตัว นำออกจากพิมพ์ ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ จัดเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมโยเกิร์ต ขนมหวานหน้าตาจิ้มลิ้มสีชมพูสดใสต้อนรับปาร์ตี้

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

ภาพจาก lowcarbyum.com

8. ไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีซิปล็อค

     และแล้วก็เจอสูตรไอศกรีมไม่อ้วนที่เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ขอนำเสนอไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีซิปล็อค สูตรนี้ใส่สตรอว์เบอร์รีสด เติมสารสกัดจากหญ้าหวาน และน้ำเลมอน ที่สำคัญเสิร์ฟในถุงซิปล็อกเก๋ ๆ ด้วย

ส่วนผสม ไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี

     • สารสกัดจากหญ้าหวาน 1/2 ถ้วย
     • สตรอว์เบอร์รีสไลซ์ 2 ถ้วย
     • น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำเปล่า 4 ถ้วย

วิธีทำไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี

     1. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลางถึงต่ำ ใส่สารให้ความหวานกับสตรอว์เบอร์รีลงไปเคี่ยวประมาณ 5-10 นาที หรือจนกลายเป็นซอส พักทิ้งไว้ให้เย็น
     2. ใส่ซอสสตรอว์เบอร์รีกับน้ำเลมอนลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียนละเอียด เทใส่อ่างผสม ใส่น้ำเปล่าลงไปคนผสมให้เข้ากัน
     3. เทส่วนผสมสตรอว์เบอร์รีลงในถุงซิปล็อกขนาดเล็ก ปิดปากถุง นำไปแช่เย็นจนแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Strawberry Freezer Pops Popsicles / lowcarbyum.com

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

ภาพจาก skinnytaste.com


9. ไอศกรีมแท่งผลไม้สด

     มาเถอะมาเริ่มทำไอศกรีมไม่อ้วนตั้งแต่เช้า พอตอนบ่ายก็ได้กินแล้ว ขอนำเสนอไอศกรีมแท่งผลไม้สด ใส่ผลไม้สารพัด เติมน้ำสับปะรดหรือน้ำส้มก็ได้ แต่งตัวไปซื้อผลไม้กันเถอะ

ส่วนผสม ไอศกรีมแท่งผลไม้สด

     • กีวี (หั่นเต๋า) 1/3 ถ้วย
     • แตงโม (หั่นเต๋า) 1/3 ถ้วย
     • สตรอว์เบอร์รี (หั่นเต๋า) 1/3 ถ้วย
     • สับปะรด  (หั่นเต๋า) 1/3 ถ้วย
     • น้ำสับปะรดหรือน้ำส้ม 1/4 ถ้วย

วิธีทำไอศกรีมแท่งผลไม้สด

     1. ผสมผลไม้ทุกอย่างเข้าด้วยกัน เติมน้ำผลไม้ลงไป
     2. ตักใส่พิมพ์ไอศกรีมแท่ง นำไปแช่จนแข็ง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Frozen Fruit Pops / skinnytaste.com

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

ภาพจาก dessertnowdinnerlater.com

10. ไอศกรีมแท่งสตรอว์เบอร์รีมะม่วง

     ใครจะไปเชื่อว่าจับสตรอว์เบอร์รีกับมะม่วงมาทำไอศกรีมไม่อ้วนแล้วจะอร่อยลงตัวเพียงนี้ ขอนำเสนอไอศกรีมแท่งสตรอว์เบอร์รีมะม่วง เติมความหอมจากน้ำมะพร้าว ใส่เมล็ดเจียเพื่อสุขภาพ เติมน้ำผึ้งหน่อย อยากรู้รสชาติอร่อยแค่ไหนต้องลอง

ส่วนผสม ไอศกรีมแท่งสตรอว์เบอร์รีมะม่วง

     • สตรอว์เบอร์รีสดหรือแช่แข็ง 1+1/2 ถ้วย
     • มะม่วงสุก 1+1/2 ถ้วย
     • น้ำมะพร้าว 1+1/4 ถ้วย
     • เมล็ดเจีย 4 ช้อนชา
     • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีทำไอศกรีมแท่งสตรอว์เบอร์รีมะม่วง

     1. ทำสตรอว์เบอร์รีบด โดยใส่สตรอว์เบอร์รีลงในเครื่องปั่น เติมน้ำมะพร้าว 1/2 ส่วนลงไป ปั่นจนละเอียด เติมน้ำผึ้งตามชอบ ใส่เมล็ดเจีย 2 ช้อนชา คนผสมจนเข้ากัน
     2. ทำมะม่วงบด โดยใส่เนื้อมะม่วงลงในเครื่องปั่น เติมน้ำมะพร้าวที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งลงไป ปั่นจนละเอียด เติมน้ำผึ้งตามชอบ ใส่เมล็ดเจียที่เหลืออีก 2 ช้อนชา คนผสมจนเข้ากัน
     3. เทส่วนผสมผลไม้บดทั้งสองชนิดลงในพิมพ์ไอศกรีมแท่ง นำไปแช่จนแข็ง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Strawberry Mango Chia Popsicles / dessertnowdinnerlater.com

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

11. ไอศกรีมราสป์เบอร์รีซอร์เบท

     มาทำไอศกรีมไม่อ้วนตระกูลเบอร์รีกันเถอะ นี่เลยขอนำเสนอไอศกรีมราสป์เบอร์รีซอร์เบท สูตรจาก คุณ BlackPiano สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับราสป์เบอร์รีไปปั่นก่อนแล้วเอาไปผสมกับน้ำเชื่อม เสร็จแล้วเอาใส่เครื่องทำไอศกรีม ทั้งสีสวยและเนื้อเนียนแบบนี้อย่าปล่อยผ่านนะคะ

ส่วนผสม ราสป์เบอร์รีซอร์เบท

     • ราสป์เบอร์รีแช่แข็ง
     • น้ำตาลทราย
     • น้ำเปล่า
     • เกลือป่น

วิธีทำราสป์เบอร์รีซอร์เบท

     1. ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำตาลทรายกับน้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อม ปิดไฟ พักไว้ เคล็ดลับ : น้ำหนักน้ำตาลทรายเท่าไรก็ตาม ปริมาณน้ำเปล่าก็ให้หนักเท่านั้นก็จะออกมาเป็นน้ำเชื่อมระดับมาตรฐานนั่นเอง
     2. นำราสป์เบอร์รีไปปั่นจนละเอียด (ใครไม่มีเครื่องบดอาหาร หรือ Food Processor ก็ใช้เครื่องปั่นเอาก็ได้ กะเอาปริมาณตามต้องการได้เลย คงไม่ต้องมากเพราะราสป์เบอร์รีมีรสเปรี้ยวมาก)
     3. เทส่วนผสมราสป์เบอร์รีปั่นลงในน้ำเชื่อม เติมเกลือลงไปเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน เคล็ดลับ : หากหวานมากไปก็เติมน้ำเปล่าได้ วิธีชิมรส ไม่ว่าจะอาหารคาวหรือหวาน ควรตักขึ้นมาเป่าให้เย็นก่อนจะเจอรสที่แท้จริง หากมันร้อน เวลาชิมแล้วปรุง ลิ้นเราอาจจะเพี้ยนได้
     4. นำส่วนผสมมากรองเอาเม็ดออก เคล็ดลับ : ไม่รู้เหมือนกันนะว่า เป็นเมล็ดหรือว่าตาของราสป์เบอร์รี แต่รู้ว่ามันแข็งเกินไปที่จะเอามาเป็นของหวานชนิดนี้ หากเอามาทำแยมก็คงไม่มีปัญหา เพราะแยมใช้ความร้อนนาน ตามันจะนิ่มไปเอง
     5. นำน้ำเชื่อมราสป์เบอร์รีไปบ่มพักไว้ในตู้เย็นในช่องปกติ อย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน (ยิ่งดี)
     6. นำโถปั่นชั้นในที่มีเจลทำความเย็นไปแช่ช่องฟรีซ อย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนนำมาปั่นไอศกรีม (หากแช่น้อยกว่านั้น จะไม่เกิดเป็นไอศกรีม) เทส่วนผสมน้ำเชื่อมราสป์เบอร์รีลงไปในเครื่อง เปิดเครื่องปั่นประมาณ 30 นาที หรือจนเป็นเนื้อไอศกรีม ปิดเครื่องดึงใบพัดออกแล้วนำไปแช่ช่องฟรีซอีก 3 ชั่วโมง ตักไอศกรีมใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ราสป์เบอร์รีซอร์เบท ไอศกรีมผลไม้เน้น ๆ เปรี้ยวปรี๊ดจี๊ดจ๊าด ไร้ไขมัน

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

12. ไอศกรีมสับปะรด

     อะไรนะ ? สับปะรดเอามาทำไอศกรีมไม่อ้วนได้หรอ ถ้าไม่เชื่อต้องลองทำเมนูไอศกรีมสับปะรด สีออกเหลือง ๆ หน่อย รสเปรี้ยวอมหวาน ถ้าจัดเสิร์ฟในลูกสับปะรดนี่รับรองเลิศ

ส่วนผสม ไอศกรีมสับปะรด

     • เนื้อสับปะรดหั่นเป็นชิ้นเล็ก 1 ลูก
     • น้ำตาลทราย 8 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำ 2 ถ้วย
     • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำไอศกรีมสับปะรด

     1. ใส่เนื้อสับปะรด น้ำตาลทราย น้ำ น้ำมะนาว และเกลือป่น ลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนส่วนผสมละเอียดเข้ากันดี เทใส่พิมพ์ นำเข้าช่องแช่แข็งนาน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
     2. นำออกจากตู้เย็น ตักใส่เครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนอีกครั้ง ตักส่วนผสมใส่พิมพ์แล้วนำเข้าแช่แข็งอีกครั้ง นานประมาณ 5 ชั่วโมง ก่อนรับประทาน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมสับปะรดซอร์เบท สดชื่นชุ่มฉ่ำจากเนื้อผลไม้เต็มคำ

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน
  

13. ไอศกรีมแท่งกีวี

    
อย่างที่รู้กันว่ากีวีมีวิตามินซีสูง
ถ้าซื้อมาเยอะเกินไปก็จับมาทำไอศกรีมไม่อ้วนกินสักแท่งสองแท่งกันเถอะ
ขอนำเสนอไอศกรีมแท่งกีวี จับกีวีปั่นผสมกับน้ำเชื่อมเทลงในพิมพ์ไอศกรีม
เติมชิ้นกีวีลงไปหน่อย สุดท้ายนำไปแช่เย็นจนแข็ง

ส่วนผสม ไอศกรีมแท่งกีวี

     • น้ำ 1 ถ้วย
     • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
     • กีวี 4 ลูก
     • น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย
     • น้ำต้มสุก 3/4 ถ้วย
     • กีวีฝานเป็นชิ้น 1 ลูก

วิธีทำไอศกรีมแท่งกีวี

     1. ต้มน้ำกับน้ำตาลทราย คนผสมจนเป็นน้ำเชื่อม ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
    
2. หั่นกีวีเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
จากนั้นเทใส่อ่างผสม เติมน้ำเชื่อม น้ำมะนาว และน้ำต้มสุก คนผสมให้เข้ากัน
เตรียมไว้
     3. ใส่ชิ้นกีวีลงในพิมพ์สำหรับทำไอศกรีม ตามด้วยส่วนผสมกีวีที่เตรียมไว้ นำเข้าแช่เย็นจนแข็ง

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมแท่งกีวี เปรี้ยว หวาน เย็น ทำง่าย อร่อยด้วย

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

14. พุชป๊อปซอร์เบท

    
ใครกำลังมองหาไอศกรีมไม่อ้วนสำหรับปาร์ตี้ ขอนำเสนอเมนูพุชป๊อปซอร์เบท
ความพิเศษคือ ไอศกรีมมีหลายรสชาติในถ้วยเดียว รับรองใครเห็นก็อยากลอง

ส่วนผสม พุชป๊อปซอร์เบท

     • มะม่วงสุกหั่นเต๋า 1 ถ้วย
     • กีวีสไลซ์บาง 1 ถ้วย
     • ราสป์เบอร์รีแช่แข็ง 1 ถ้วย
     • แบล็กเบอร์รีแช่แข็ง 1 ถ้วย
     • น้ำเชื่อม 2 ถ้วย (แบ่งเป็น 4 ส่วน)
     • พิมพ์พุชป๊อป

วิธีทำพุชป็อปซอร์เบท

    
1. ใส่เนื้อมะม่วงสุกกับน้ำเชื่อม 1/2 ถ้วยลงไปในโถปั่น
ปั่นจนส่วนผสมละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นใส่ภาชนะ
นำเข้าแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
     2. ส่วนผลไม้อื่น ๆ
ที่เหลือให้ทำแบบเดียวกันกับข้อที่ 1 จนครบทุกชนิด
(หลังจากที่ปั่นผลไม้เสร็จแล้วอย่าลืมตักเม็ดแบล็กเบอร์รี
และราสป์เบอร์รีออกมาด้วย
ยิ่งเม็ดน้อยเท่าไรยิ่งทำให้พุชป๊อปของคุณอร่อยมากขึ้นเท่านั้น)
     3.
นำพิมพ์พุชป๊อปวางลงบนฐาน หรือสวมลงไปในแก้วทรงสูง เพื่อยึดให้อยู่กับที่
ตักผลไม้ปั่นที่แช่เย็นไว้ลงในพิมพ์พลาสติกประมาณ 1/3 ของพิมพ์
(ถ้าไม่อยากให้มีฟองอากาศเกิดขึ้นระหว่างชั้นให้เริ่มต้นด้วยมะม่วง
และกีวีปั่นใส่ลงไปก่อน เพราะมีเนื้อเหนียวทำให้เกิดฟองอากาศน้อย)
    
4. หลังจากที่เติมผลไม้ปั่นชั้นแรกเสร็จแล้ว
ให้นำไปแช่แข็งจนผลไม้ปั่นเย็นจนเกือบแข็ง
หลังจากนั้นจึงค่อยนำออกมาเติมผลไม้ปั่นชั้นที่ 2 ต่อไป
     5. เทผลไม้ปั่นชนิดที่ 2 ลงไปในพิมพ์ แล้วนำกลับไปแช่เย็นอีกครั้ง และทำซ้ำตามขั้นตอนเดิมจนกว่าจะเต็มพิมพ์
    
6. หลังจากที่ใส่ผลไม้ปั่นชั้นสุดท้ายลงไปในพิมพ์แล้ว ก็ปิดฝาครอบ
และนำกลับไปแช่เย็นอีกครั้งอย่างน้อยประมาณ 4 ชั่วโมงหรือข้ามคืน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Color Block Sorbet Push Pops / brit.co

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

15. ไอศกรีมใบบัวบก

     หลายคนอาจอี๋กับรสชาติเหม็นเขียวของน้ำใบบัวบก ลองเปลี่ยนมาทำไอศกรีมไม่อ้วนดีไหม ขอนำเสนอไอศกรีมใบบัวบก สูตรจาก นิตยสาร Food News & Life ใส่เจลาตินเพิ่มความหนืดนุ่มลิ้น เติมน้ำตาลทรายลงไปหน่อย แม้จะดูแปลกไปบ้างแต่ถ้าลองชิมแล้วจะติดใจ

ส่วนผสม ใบบัวบกซอร์เบท

     • ใบบัวบก (เด็ดเป็นใบ) 100 กรัม
     • น้ำต้มสุก 500 กรัม
     • น้ำตาลทราย 200 กรัม
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     • เจลาตินชนิดผง 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำร้อนสำหรับละลายเจลาติน 50 กรัม
     • ใบบัวบก (สำหรับแต่ง)

วิธีทำใบบัวบกซอร์เบท

     1. ล้างใบบัวบกให้สะอาด ใส่ลงไปในโถปั่นน้ำผลไม้พร้อมกับน้ำต้มสุก ปั่นจนละเอียด กรองเอาเฉพาะน้ำมาใช้
     2. นำน้ำใบบัวบกใส่ลงในภาชนะ ใส่น้ำตาลทราย และเกลือป่น นำขึ้นตั้งไฟจนกระทั่งน้ำตาลทรายละลายหมด ยกลง เตรียมไว้
    
3. ละลายเจลาตินกับน้ำร้อนเข้าด้วยกัน เทใส่ลงในน้ำใบบัวบก
พักจนกระทั่งส่วนผสมเย็น เทใส่ลงในเครื่องทำไอศกรีม ปั่นประมาณ 40 นาที
จนกระทั่งส่วนผสมหนืดเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ปิดเครื่อง ตักส่วนผสมที่ได้ใส่ภาชนะ
นำเข้าช่องแช่แข็งจนส่วนผสมทรงตัวดี ใช้ที่ตักไอศกรีมตักใส่แก้ว
เสิร์ฟพร้อมตกแต่งด้วยใบบัวบกให้สวยงาม

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไอศกรีมซอร์เบทใบบัวบก หวานเย็นชื่นใจได้สุขภาพ

++++++++++++++++++


16 สูตรไอศกรีมไม่อ้วน

16. แอปเปิลเขียวซอร์เบท

    
ขอบายกินแอปเปิลเขียวเพียว ๆ เพราะเปรี้ยวเหลือทน
ถ้าจับมาทำไอศกรีมไม่อ้วนได้คงจะดีไม่น้อย ขอนำเสนอแอปเปิลเขียวซอร์เบท
เติมน้ำมะนาวกับน้ำตาลเพิ่มความกลมกล่อม ใส่สีผสมอาหารสีเขียวให้ดูสวยงาม
เอาล่ะ… ใครอยากกินเข้าคิวรอเลยค่ะ
 
ส่วนผสม แอปเปิลเขียวซอร์เบท

     • แอปเปิลเขียว หั่นเป็นชิ้น 750 กรัม
     • น้ำมะนาวคั้น 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
     • น้ำตาลทราย 375 กรัม
     • เหล้าบรั่นดีกลิ่นแอปเปิล 3 ช้อนชา
     • สีผสมอาหารสีเขียวแอปเปิล เล็กน้อย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำแอปเปิลเขียวซอร์เบท

    
1. ใส่แอปเปิลเขียว น้ำมะนาว น้ำเปล่า และน้ำตาลทรายลงในกระทะ
นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเดือด นานประมาณ 25-30 นาทีจนแอปเปิลเริ่มนิ่ม
ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
     2.
ใส่ส่วนผสมแอปเปิลที่เย็นสนิทแล้วลงในเครื่องปั่น
ปั่นผสมจนเข้ากันและเนื้อเนียนดี เทใส่อ่างผสม เติมเหล้าบรั่นดี
และสีผสมอาหารเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน นำเข้าแช่แข็งจนส่วนผสมแข็งตัว
    
3. นำส่วนผสมออกจากตู้เย็น เทใส่เครื่องทำไอศกรีม (จากนั้นทำตามคู่มือ)
ปั่นจนได้ไอศกรีมเนื้อเนียน ตักไอศกรีมใส่พิมพ์ นำเข้าแช่เย็นจนแข็งตัว
หรืออย่างน้อยประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนรับประทาน
    
     เทคนิค :
หากไม่มีเครื่องทำไอศกรีม ให้เทส่วนผสมที่ปั่นละเอียดแล้วใส่พิมพ์
นำเข้าแช่เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นนำออกมาปั่นอีกครั้ง
เทกลับใส่พิมพ์แล้วนำกลับเข้าแช่เย็น ทำซ้ำแบบเดิม 2-3
ครั้งจนได้ไอศกรีมเนื้อเนียนตามต้องการ เทใส่พิมพ์
แล้วนำเข้าแช่เย็นจนถึงเวลารับประทาน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ แอปเปิลเขียวซอร์เบท เปรี้ยวหวานอร่อยได้รสผลไม้เต็ม ๆ คำ

     ว้าว
! ใครกำลังลดน้ำหนักต้องลองทำเมนูไอศกรีมไม่อ้วน
แคลอรีต่ำได้กินเนื้อผลไม้เน้น ๆ
จะใช้เครื่องทำไอศกรีมหรือเครื่องปั่นก็ได้ ทำไม่ยากอย่างที่คิดอีกด้วย

10 สูตรขนมจากฟักทอง สีสวยเนื้อนุ่มไม่ใช่แค่ไว้​​​นึ่งกิน

สูตรขนมจากฟักทอง

สูตรขนมจากฟักทอง

     ฟักทองทำอะไรได้บ้าง ? เอามาทำเมนูขนมอร่อย ๆ ทำง่าย ๆ จากฟักทอง สีเหลืองสวยเนื้อนุ่ม ทุกสูตรทำง่าย อร่อยมากกว่าแค่นึ่งกิน

     เมนูฟักทอง  อาหารคาวที่คุ้นเคย เช่น เมนูฟักทองผัดไข่ เมนูแกงฟักทอง สามารถดัดแปลงเป็นเมนูฟักทองของหวานได้นะคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมจากฟักทอง เช่น เมนูฟักทองเชื่อม เมนูสังขยาฟักทอง และวิธีทำของหวานฟักทองอื่น ๆ อีกเพียบ ถ้าคันไม้คันมืออยากทำขนมฟักทองกันแล้วลุยเลยดีกว่า

สูตรขนมจากฟักทอง

1. ฟักทองเชื่อม

     ใครสายหวานต้องจัดเมนูฟักทองเชื่อมกินสักลูกให้ชื่นใจค่ะ ฟักทองเนื้อเหนียวแน่นเคี่ยวกับน้ำเชื่อมหอมใบเตย ไม่ต้องแช่น้ำปูนใสเนื้อก็อร่อยไม่เละ กินเพียว ๆ ก็อร่อย หรือราดกะทิตัดเลี่ยนก็เวิร์กค่ะ

ส่วนผสม ฟักทองเชื่อม

     • ฟักทอง 1/2 ลูก (เลือกที่เนื้อแน่นจะทำให้ฟักทองเชื่อมมีเนื้อเหนียว)
     • น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
     • น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
     • ใบเตย 5 ใบ

วิธีทำฟักทองเชื่อม

     1. หั่นฟักทองออกเป็นชิ้นหนา ๆ ใช้มีดคว้านไส้ออกให้สวยงาม (ถ้ามีน้ำปูนใสให้นำฟักทองไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วสะเด็ดน้ำเตรียมไว้)
     2. ใส่น้ำตาลทรายลงในหม้อเชื่อม ตามด้วยน้ำเปล่า และใบเตย นำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนให้น้ำตาลทรายละลายหมด
     3. ใส่ฟักทองลงไปในหม้อแล้วเร่งเป็นไฟแรงสุด จากนั้นรอจนเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน (ใช้ความร้อนแค่พอเดือดปุด ๆ) เชื่อมฟักทองไปเรื่อย ๆ (ไม่ต้องคนเพราะจะทำให้น้ำตาลเกาะกันเป็นก้อน) ประมาณ 1 ชั่วโมง และหมั่นตักน้ำเชื่อมในหม้อราดลงบนชิ้นฟักทองที่ไม่โดนน้ำเชื่อมด้วย เชื่อมจนฟักทองสุกและใส ปิดไฟ พักไว้จนเย็น ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ฟักทองเชื่อม สูตรขนมไทยเชื่อมเนื้อแน่นหนึบหวานฉ่ำ

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

2. ชีสเค้กฟักทอง

     อยากทำขนมจากฟักทองเซอร์ไพรส์คนพิเศษก็ไม่ยากค่ะ ลองทำเมนูชีสเค้กฟักทอง สูตรจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine สูตรใช้ไมโครเวฟ เนื้อครีมชีสเด้งดึ๋งผสมเนื้อฟักทอง ท็อปด้วยฟักทองอีกหน่อย เสิร์ฟเย็น ๆ แค่เห็นก็เลิฟคนให้แล้วค่ะ

ส่วนผสม ชีสเค้กฟักทอง (6-8 ถ้วย)

     • เนื้อฟักทองนึ่งสุกบดละเอียด 2/3 ถ้วย
     • ผงเจลาติน 2 ช้อนชา
     • น้ำเปล่า 1/3 ถ้วย
     • ครีมชีส 2 ก้อน (ก้อนละ 250 กรัม วางในอุณหภูมิห้อง)
     • น้ำตาลไอซิ่ง 1/2 ถ้วย
     • น้ำเชื่อมเข้มข้น 1/4 ถ้วย
 
วิธีทำชีสเค้กฟักทอง

     1. แช่ผงเจลาตินในน้ำเปล่าประมาณ 10 นาทีจนพองตัว นำไปเข้าไมโครเวฟให้ร้อนและเจลาตินละลาย คนให้คลายความร้อน พักไว้
     2. ตีครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งให้เข้ากันจนเนื้อเนียน ใส่น้ำเชื่อมและเนื้อฟักทอง ตีต่อให้เข้ากัน ใส่เจลาตินที่ละลายไว้ ตีให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยแช่เย็นไว้จนเซตตัว
     3. ก่อนเสิร์ฟตกแต่งด้วยเนื้อฟักทองหั่นชิ้นเล็กลวกสุก

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ชีสเค้กฟักทอง เปลี่ยนผักกินยากเป็นขนมอร่อยเด็กชอบ

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

3. ขนมฟักทอง สูตรเฮลธ์ตี้

     ใครกลัวอ้วนอยากให้ลองเมนูขนมฟักทอง สูตรจาก คุณ @sseeri_sirirattana สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ความพิเศษคือ ใช้นมสดแทนกะทิ รสชาติหวานน้อย ใส่มะพร้าวอ่อนเพิ่มความฟิน

ส่วนผสม ขนมฟักทอง

     • ฟักทองนึ่งสุก (ไม่ต้องเละมาก) 2 ถ้วยตวง
     • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
     • แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
     • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
     • นมสดแบบพาสเจอร์ไรส์ หรือนมตามชอบ 3/4 ถ้วยตวง
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
     • มะพร้าวอ่อน (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำขนมฟักทอง

     1. บดฟักทองให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ไม่ต้องละเอียดมาก ในสูตรใช้ส้อมกด ๆ ให้แหลก
     2. เทแป้งทั้ง 2 ชนิด และเกลือใส่อ่างผสม ตามด้วยนมสดประมาณครึ่งหนึ่งก่อน นวดเป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณ 2 นาที (นวดเพื่อให้แป้งเหนียวนุ่ม ไม่นวดก็ได้นะ ใส่นมทีเดียวคน ๆ กับแป้งจนเข้ากัน แล้วใส่ฟักทองจะได้เร็วขึ้น)
     3. ละลายแป้งโดยการเติมนมส่วนที่เหลือลงไปจนหมด ตามด้วยน้ำตาลทราย ใส่ฟักทองที่บดแล้วคนให้เข้ากับแป้ง ตักใส่พิมพ์ โรยมะพร้าวอ่อนก่อนนึ่งก็ได้ เอาไปนึ่งไฟแรงจนสุก ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมฟักทอง สูตรเฮลธ์ตี้หวานน้อยแคลอรีต่ำทำไม่ยาก

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

4. สังขยาฟักทอง
 
     และแล้วก็มาถึงเมนูขนมจากฟักทองยอดนิยมนั่นคือ เมนูสังขยาฟักทอง สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อฟักทองแน่น ๆ เข้ากันดีกับสังขยาหวานหอม อร่อยกินเกลี้ยงไม่เหลือเปลือก

ส่วนผสม สังขยาฟักทอง

     • ฟักทอง (พันธุ์ศรีเมือง) ลูกเล็กไม่เกิน 1 กิโลกรัม จำนวน 2 ลูก
     • หัวกะทิ 250 กรัม
     • น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลโตนด) 500 กรัม
     • ไข่ไก่ 3 ฟอง
     • ไข่เป็ด 3 ฟอง
     • ใบเตย 5 ใบ
     • เกลือ (เล็กน้อย)

วิธีทำสังขยาฟักทอง

     1. ใช้มีดเจาะไปที่ขั้วฟักทองเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ ใช้ช้อนขูดเอาเมล็ดและไส้ฟักทองออก แล้วนำไปล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้ง
     2. เทหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ ตอกไข่ และใส่เกลือในอ่างผสม ใช้ใบเตยขยำให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน กรองด้วยกระชอนแล้วเทใส่ในลูกฟักทอง
     3. นำไปนึ่งในน้ำเดือด จากนั้นก็ลดเป็นไฟอ่อน ใช้เวลานึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง (หมั่นเปิดฝาดูทุก ๆ 20 นาที) พอครบเวลานำออกมาพักไว้ให้เย็น แล้วจึงนำมาผ่าครึ่ง แบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ สังขยาฟักทอง ขนมไทยหวานหอมทำง่ายไส้เนียนนุ่ม

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

5. คัสตาร์ดเค้กฟักทอง

     ใครอยากลองทำเมนูคัสตาร์ดเค้กฟักทองเหมือนกันบ้าง สูตรจาก คุณกระต่ายดงที่หลงเดือน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อชิฟฟ่อนนุ่มฟูสลับกับเนื้อคัสตาร์ดฟักทอง เพิ่มความหวานฉ่ำจากคาราเมล หั่นเป็นชิ้นแบ่งกินได้ทั้งครอบครัวเลยค่ะ

ส่วนผสม คัสตาร์ดฟักทอง

     • นมสด 190 กรัม
     • น้ำตาลทราย 80 กรัม
     • ไข่ไก่ 1 ฟอง
     • ไข่แดง 2 ฟอง
     • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
     • ฟักทองนึ่ง 300 กรัม (ใช้เครื่องปั่นบดละเอียดเลยก็ได้ค่ะ)

ส่วนผสม คาราเมล

     • น้ำตาลทราย 60 กรัม
     • น้ำเปล่า 1/2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
     • พิมพ์ทำเค้ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8×8 นิ้ว

ส่วนผสม แป้งเค้ก

     • แป้งเค้ก 100 กรัม
     • ผงฟู 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ไข่แดง

     • ไข่แดง 2 ฟอง
     • น้ำตาลทราย 50 กรัม
     • น้ำเปล่า 90 กรัม
     • น้ำมันรำข้าว 40 กรัม

ส่วนผสม ไข่ขาว

     • ไข่ขาว 2 ฟอง
     • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
     • น้ำตาลทราย 50 กรัม

วิธีทำคาราเมล

     1. ใส่น้ำตาลทรายกับน้ำเปล่าลงในพิมพ์ทำเค้ก สวมถุงมือแล้วจับพิมพ์ไปอังกับเตาไฟฟ้า หมุนพิมพ์ไปมาจนน้ำตาลไหม้เป็นคาราเมล
     2. เมื่อได้สีที่ต้องการแล้วให้เติมน้ำเปล่าลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อหยุดไม่ให้น้ำตาลไหม้อีกต่อไป พักไว้

วิธีทำคัสตาร์ดฟักทอง

     1. ใส่นมสด น้ำตาลทราย ไข่ไก่ ไข่แดง และกลิ่นวานิลลาลงไปในอ่างผสมคนจนน้ำตาลละลาย
     2. นำไปกรอง 1 ครั้ง
     3. ใส่ฟักทองบดลงไปผสมให้เข้ากัน พักไว้

วิธีทำตัวเค้กชิฟฟอน

     1. ร่อนแป้งเค้กและผงฟูมารวมกัน 2 ครั้ง พักไว้ในอ่างผสมขนาดกลาง
     2. ตีผสมใส่ไข่แดง น้ำตาลทราย น้ำเปล่า และน้ำมันรำข้าวในอ่างผสมคนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
     3. เทลงในส่วนผสมเค้กคนอย่างรวดเร็วจนผงแป้งละลาย

วิธีทำคัสตาร์ดเค้กฟักทอง

     1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
     2. ตีไข่ขาวด้วยความเร็วต่ำจนเป็นฟองหยาบ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ตีต่อจนเป็นฟองละเอียด ปรับเป็นความเร็วกลางใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละนิดจนหมด ตีต่อด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอดอ่อน จากนั้นตีความเร็วต่ำเพื่อตัดอากาศอีกประมาณ 1 นาที
     3. แบ่งส่วนผสมไข่ขาวใส่ลงในส่วนผสมไข่แดงประมาณ 3 ครั้ง คนผสมอย่างเบามือ ตะล่อมจนเข้ากัน
     4. ใส่ส่วนผสมคัสตาร์ดลงในพิมพ์ที่ใส่คาราเมลไว้แล้ว ตามด้วยส่วนผสมเค้ก
     5. จับถาดพิมพ์ขนมซ้อนบนถาดที่รองน้ำไว้สูงประมาณ 1 เซนติเมตร นำเข้าเตาอบประมาณ 45 นาที หรือจนขนมล่อนจากพิมพ์ พอนำออกจากเตาให้คว่ำลงออกจากพิมพ์ทันที พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ คัสตาร์ดเค้กฟักทอง เค้กหน้านิ่มหอมนุ่มละมุนลิ้น

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

6. เค้กฟักทอง

     อย่าเพิ่งยอมแพ้ถ้าลูกรักแอบยี้ฟักทองไฟเบอร์สูง คุณแม่ลองจับแปลงร่างเป็นเมนูเค้กฟักทอง สูตรจาก นิตยสาร @Kitchen โดยฝีมือของคุณโบ๊ท-วชิรวิชญ์ ก้องภพจิรพัฒน์ เนื้อเค้กผสมฟักทอง เพิ่มความกรุบจากแมคคาเดเมีย กินกับแยมรสเปรี้ยวหรือราดช็อกโกแลตก็อร่อยจ้า

ส่วนผสม เค้กฟักทอง

     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 350 กรัม
     • ผงฟู 1 ช้อนชา
     • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
     • ไข่ไก่ 3 ฟอง
     • เนย (อุณหภูมิห้อง) 320 กรัม
     • น้ำตาลทรายแดง 220 กรัม
     • ฟักทองนึ่ง (หั่นเต๋าขนาดใหญ่) 400 กรัม
     • แมคคาเดเมีย

วิธีทำเค้กฟักทอง

     1. ร่อนแป้งสาลี ผงฟู และเกลือป่นเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
     2. ตีผสมไข่ไก่กับน้ำตาลทรายแดงด้วยเครื่องตีแป้งให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนยลงไป ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน แล้วใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตีผสมให้เข้ากัน
     3. ใส่ฟักทองนึ่งและแมคคาเดเมียลงไปผสม แล้วเทใส่พิมพ์ นำไปอบที่อุณหภูมิ 170-180 องศาเซลเซียสหรือจนสุก นำออกจากพิมพ์ หั่นชิ้นพร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ เค้กฟักทองแมคคาเดเมีย ของหวานชิ้นจิ๋วสำหรับวันฮาโลวีน

++++++++++++++

สูตรขนมจากฟักทอง

7. แกงบวดฟักทองนมสด

    
เอาใจคนรักสุขภาพด้วยเมนูแกงบวดฟักทองนมสด ใช้นมสดแทนกะทิ
และเอาน้ำปูนใสแช่ฟักทอง รับรองเนื้อไม่เปื่อยยุ่ยแน่นอน
ลองทำให้คุณพ่อคุณแม่กินกันเถอะ

ส่วนผสม แกงบวดฟักทองนมสด

     • ฟักทองแก่ (หั่นเป็นชิ้น) 300 กรัม
     • น้ำปูนใสสำหรับแช่ฟักทอง
     • นมสดชนิดพร่องมันเนย 500 มิลลิลิตร
     • ใบเตย 2 ใบ
     • น้ำตาลทราย 40 กรัม
     • น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม
     • เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำแกงบวดฟักทองนมสด

     1. แช่ฟักทองลงในน้ำปูนใสทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
     2. เทนมสดลงในหม้อ ใส่ใบเตย น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือป่น ต้มด้วยไฟปานกลางจนเดือด
     3. ใส่ฟักทองลงต้มประมาณ 20 นาที หรือจนสุกนุ่ม ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ แกงบวดฟักทองนมสด ขนมไทยเรียกน้ำนมสำหรับคุณแม่

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

8. ฟักทองนึ่ง

    
เชื่อไหมแค่มีฟักทองลูกเดียวก็ทำสูตรขนมจากฟักทองได้แล้ว
นี่ไงขอนำเสนอเมนูฟักทองนึ่ง จับฟักทองหั่นชิ้นใหญ่หน่อย
เสร็จแล้วเอาไปนึ่งจนสุกนิ่ม แค่นี้ก็เรียบร้อย อ้อ…
ใครอยากจะโรยมะพร้าวขูดเพิ่มความฟินก็ได้นะจ๊ะ

ส่วนผสม ฟักทองนึ่ง

     • ฟักทอง หั่นชิ้นหนา
     • น้ำเปล่า

วิธีทำฟักทองนึ่ง

    
1. นำฟักทองมาหั่นเป็นชิ้นหนา ๆ หน่อย
อย่าหั่นให้เล็กมากเพราะตอนนึ่งจะเละไม่อร่อย
จากนั้นใช้มีดคว้านเอาไส้ตรงกลางออกให้สวยงาม
     2.
ต้มน้ำในชุดนึ่งให้เดือดพล่าน
แล้วเอาฟักทองที่หั่นไว้วางเรียงลงไปแล้วปิดฝานึ่งประมาณ 5-10 นาที
ขึ้นอยู่กับว่าขนาดของชิ้นฟักทองที่หั่นนั้นใหญ่ขนาดไหน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 9 เมนูฟักทอง เมนูสีเหลืองหลากหลายความอร่อย

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

9. แกงบวดฟักทองนมอัลมอนด์

     เมนูแกงบวดฟักทองนมสดก็เคยกินมาแล้ว คราวนี้ลองเปลี่ยนสไตล์มาทำเมนูแกงบวดฟักทองนมอัลมอนด์ สูตรจาก คุณ Kat Bake Club สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่ใบเตยเพิ่มกลิ่นหอม เติมรสหวานตามชอบ กินเยอะได้รับรองอ้วนน้อยจ้า

ส่วนผสม แกงบวดฟักทองนมอัลมอนด์

     • ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
     • นมอัลมอนด์ 2 ถ้วย
     • ใบเตย 1 ใบ
     • น้ำตาลโตนด 1 ช้อนชา (ปรับรสได้ตามใจชอบ)
     • เกลือป่น 1/8 ช้อนชา (ปรับรสได้ตามใจชอบ)

วิธีทำแกงบวดฟักทองนมอัลมอนด์

     1. นำใส่นมอัลมอนด์ ฟักทอง และใบเตยลงไปในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกลาง ต้มจนเนื้อฟักทองสุก
     2. จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาลโตนดและเกลือป่น คนให้ละลาย ปิดไฟ พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 4 เมนูของหวานคลีน ๆ สำหรับคนรักสุขภาพ ทำง่ายกินง่ายสุขภาพดี

++++++++++++++


สูตรขนมจากฟักทอง

10. น้ำฟักทอง
 

    
ปิดท้ายกันด้วยเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างเมนูน้ำฟักทอง
จับเนื้อฟักทองนึ่งปั่นกับน้ำเปล่าจนเนียน เสร็จแล้วกรองเอาแต่น้ำ
เติมรสหวานตามชอบ จัดเสิร์ฟแบบอุ่น ๆ หรือเอาแช่เย็นก็ได้ค่ะ

ส่วนผสม น้ำฟักทอง
 
     • ฟักทองนึ่งสุก 1 ถ้วย
     • น้ำสะอาด 3 ถ้วย (ถ้าต้องการความเข้มข้นสามารถลดได้)
     • น้ำตาลทราย 100 กรัม

วิธีทำน้ำฟักทอง

     1. ใส่ฟักทองนึ่งลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำเปล่า ปั่นจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด เทลงกรองด้วยผ้าขาวบาง
    
2. เทส่วนผสมน้ำฟักทองใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง เติมน้ำตาลทรายลงไป
คนจนน้ำตาลทรายละลายและเดือด ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา
สามารถเสิร์ฟได้ทั้งร้อน ๆ หรือรอจนเย็นแล้วเทใส่แก้ว นำไปแช่เย็นก่อนดื่ม

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 9 เมนูฟักทอง เมนูสีเหลืองหลากหลายความอร่อย

    
ว้าว ! ใครสนใจอยากทำขนมจากฟักทองบอกเลยว่าไม่ยาก
ก่อนอื่นไปหาซื้อฟักทองไว้ให้อุ่นใจก่อน หลังจากนั้นก็มาจิ้มสูตรกัน
ทั้งนี้สามารถเพิ่มหรือลดความหวานได้ตามชอบ มาเข้าครัวกันเลยดีกว่า​