คอลัมน์ เครื่องแนม : ทำงานเกินเวลา-เพชฌฆาตเงียบ

ที่มาอาทิตย์สุขสรรค์ มติชนรายวันเผยแพร่วันที่ 22 เมษายน 2561

หลังๆ ข่าวคนเสียชีวิตเพราะทำงานหนักเริ่มหนาหูขึ้น

ล่าสุด แพทย์หญิงชาวจีนซึ่งทำงานต่อเนื่องนานกว่า 18 ชั่วโมง ถึงกับหมดสติขณะเดินเยี่ยมผู้ป่วย และเสียชีวิตลงด้วยโรคเลือดออกในสมองเฉียบพลัน

เรื่องนี้มีประเด็น วารสาร Lancet รายงานว่า ผู้ที่ทำงานเกินกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบหลอดเลือดอย่างเฉียบพลัน ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดหัวใจ โดยมีโอกาสมากถึง 33% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ทำงาน 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ทีมนักวิจัยจาก University Collage London วิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยกว่า 42 ฉบับ โดยมีฐานข้อมูลประชากรจากประเทศในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ถึงความสัมพันธ์กันระหว่างชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ กับความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง พบว่า

ทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 33%, ทำงานมากกว่า 49-54 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 27%, ทำงานมากกว่า 41-48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยง 10%

สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคนั้นยังไม่สามารถสรุปแน่ชัด แต่มีปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญคือ “การขาดการพักผ่อน” ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเครียดในร่างกายและทำให้ระบบการทำงานผิดปกติจนกระทั่งหลั่งสารพิษและสารเคมีบางอย่างที่เป็นผลให้หลอดเลือดหดตัวอย่างเฉียบพลัน

เขาจึงว่า การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้านอนกระทั่งไม่ได้ทำงานทำการก็ไม่ไหวเหมือนกัน

(อ้างอิง : นิตยสาร HealthToday ก.พ.2018 คอลัมน์โรคปัญหาสุขภาพ)

ของดีเยาวราชที่หากินได้ยากในยุคนี้ แกงกะหรี่นายโย่ง โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

ข้าวแกงกะหรี่เนื้อกับเอ็นเนื้อและแกงกะหรี่หมูผสมกัน ที่มาคอลัมน์ตามรอยพ่อไปชิมผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็กเผยแพร่วันที่ 1 เมษายน 2561

สืบเนื่องต่อจากอาทิตย์ที่แล้วที่พวกเราได้มาตะลุยเยาวราช ราตรีนี้ยังเยาว์ พวกเราเหล่านักชิมเพิ่งจัดการกับปาท่องโก๋และกวยจั๊บไป 2 ร้าน ยังอิ่มเพียงแค่ครึ่งท้อง ต่างมองหน้ากันและลงความเห็นว่าจะขอไปชิมต่อเพิ่มอีกเจ้าหนึ่ง ปิ่นโตเถาเล็กเลยพาเดินท่องมาตามฝั่งซ้ายของถนนเยาวราช ซึ่งตอนนี้เดินง่ายขึ้นเยอะ เพราะเจ้าหน้าที่วางกรวยยางสีส้มมีเชือกร้อยเป็นแนว กั้นให้คนเดินบนเลนซ้ายสุดของถนน จึงเคลื่อนไปตามฝูงชนได้อย่างสะดวก ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่กันมาเยาวราชทุกค่ำคืนก็ตาม

เราเดินผ่านร้านขนมหวาน Sweet Time (สวีท ไทม์) ซึ่งเป็นเจ้ารถเข็นที่ขาย เต้าทึง บัวลอยน้ำขิง แปะก๊วยนมสด และ สาคูแคนตาลูป กับขนมอื่นๆ ทั้งร้อนและเย็นรวมประมาณ 30 อย่าง ถือเป็นร้านขนมเจ้าโปรดของปิ่นโตเถาเล็กเช่นกัน เราหมายมั่นปั้นมือว่าพอกินของคาวเสร็จก็จะมาตบท้ายฟิน่าเล่ด้วยของหวานที่ร้านนี้

ปรากฏว่าตอน 2 ทุ่มกว่าเดินกลับมาอีกที รู้สึกตกใจเป็นยิ่งนัก เพราะตอนนี้มีคลื่นมหาชนพากันมายืนออรอคิวซื้อขนมหวานนับร้อยคน ตอนนี้ที่ร้านเปลี่ยนมาใส่ขนมในถ้วยพลาสติกสำหรับให้เดินถือไปกินไปได้ เพราะทางการไม่อนุญาตให้โซนขนมหวานตรงนี้มีการตั้งโต๊ะและเก้าอี้ ต้องยืนเบียดเสียดชิมกันขนานเดียว พวกเราจึงขอผ่าน เอาไว้กลับมากินใหม่โอกาสหน้าก็แล้วกัน ถ้าแฟนๆ ตามมาชิม ขอบอกว่าให้รีบมาแต่ตอนเย็นแล้วลองชิมที่ร้าน Sweet Time ให้จงได้นะจ๊ะ

เราเดินกันมาจนถึง หน้าตลาดเก่าเยาวราช ปากซอยเยาวราช 11(ฝั่งซ้ายมือของถนนเยาวราช บริเวณนี้มีการจัดการให้ร้านอาหารรถเข็นต่างๆ ตั้งเรียงรายกันเข้าไปในซอยอีกด้วย ดูคึกคักมาก เจ้า ก๋วยจั๊บนายเล็กอ้วน ใส่เครื่องในชิ้นโตๆ เผ็ดร้อนด้วยพริกไทย อีกหนึ่งร้านโปรดของปิ่นโตเถาเล็กก็ยังปักหลักอยู่ตรงนี้ เพียงแต่หันหน้าร้านมาด้านข้างซอยแทน

ร้านฝั่งซ้ายหน้าตลาดเก่า

แต่วันนี้เราไม่ได้กะจะมาชิมกวยจั๊บซ้ำอีก เนื่องจากเราเพิ่งกินกวยจั๊บร้านอ้วนโภชนาหน้าโรงหนังไปแล้ว แต่เรามาเพื่อสิ่งนี้ นั่นก็คือ แกงกะหรี่เนื้อใส่เอ็นเนื้อ กับแกงกะหรี่หมูใส่ฟัก สูตรโบราณ แห่ง ร้านแกงกะหรี่นายโย่ง เปิดมานาน 80 กว่าปีแล้ว ตัวร้านมี 2 ฝั่งโดยฝั่งที่เราไปจะอยู่ปากซอยเยาวราช 11 ตั้งประจันหน้าหันเข้าหาถนนเยาวราชเลย มาแล้วไม่มีทางหลง

สัญลักษณ์ร้านนี้คือ นายโย่ง หรือคุณประจักษ์ วิทย์ประเสริฐกุล ผู้มีร่างกายสูงใหญ่เหมือนเสาไฟฟ้าจริงๆ นายโย่งปัจจุบันนี้อายุอานามปาเข้าไป 85 ปีแล้ว ไม่ค่อยได้ออกมาที่ร้าน ปล่อยให้ภรรยาคือ คุณสารินี ในวัย 75 ปี ว่าการร้านแทน ซึ่งความจริงแล้วคนที่ลงมือปรุงแกงกะหรี่ที่บ้านและตำเครื่องแกงก็คือคุณสารินีนี่เอง

คุณสาลินี ภรรยานายโย่ง ว่าการเองทุกคืน

พอปิ่นโตเถาเล็กแนะนำตัวว่าเป็นลูกชายคนเล็กของคุณชายถนัดศรี คุณอาสารินีก็รู้สึกดีใจมาก บอกว่าคุณชายถนัดศรีเคยมาตามที่เยาวราช ชวนให้ไปขายอยู่ที่ศูนย์อาหารเชลล์ชวนชิมบนห้างมาบุญครองในยุคแรกเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เรียกได้ว่าเป็นศูนย์อาหารแห่งแรกๆ ของประเทศไทยทีเดียว ปิ่นโตเถาเล็กยังจำได้ว่าในช่วง 3 วันแรกที่เปิดตัว มีผู้คนแห่กันมาชิมอาหารกันอย่างแน่นขนัดเหมือนไหลไปตามกระแสน้ำทีเดียว คุณอาสารินีบอกว่าแกงกะหรี่นายโย่งก็ขายดิบขายดี แจ้งเกิดตั้งแต่ตอนนั้นมา

คุณอาเล่าว่า สูตรนี้พ่อของนายโย่งซึ่งเป็นคนจีนที่เดินทางมากับเรือสำเภา มาเช่าบ้านอยู่บริเวณบ้านของผู้ใหญ่ชาวไทยท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้ให้ความเมตตาสอนวิธีทำแกงกะหรี่ให้กับพ่อของนายโย่ง จึงหันมาประกอบอาชีพหาบแกงกะหรี่ขายอยู่แถวโรงงิ้วซิงฮั้ว เยาวราชในอดีต แล้วมาปักหลักเป็นรถเข็นในภายหลัง รวมทั้งนายโย่งก็มาช่วยตั้งแต่ยังเล็กๆ

ขอบอกว่าแกงกะหรี่สไตล์ไทยจีนของนายโย่งนั้นรสชาติเข้มข้นหนักกะทิแต่ไม่แรงจนเกินไป เครื่องแกงใส่ผงกะหรี่ที่คุณอาสารินีตำเองนั้นมีความหอมกลมกล่อมไม่เข้มไม่อ่อนจนเกินไป รสชาติกำลังดี

ซึ่งอย่างที่บอกไปว่ามีทั้ง แกงกะหรี่เอ็นเนื้อและเนื้อส่วนสะโพกหมัก และ แกงกะหรี่หมูใส่เนื้อหมูส่วนไหล่และหมูสามชั้นหมัก ซึ่งแกงหมูนั้นจะใส่ฟักลงไปด้วยแทนมันฝรั่ง คุณอาบอกว่าเดี๋ยวนี้มันฝรั่งบางครั้งหาดีๆ ยาก เลยใช้ฟักแทน

ใครกินเนื้อได้ ห้ามพลาดแกงกะหรี่เนื้อ เพราะเอ็นเนื้อที่นี่ช่างนุ่มเนียนลื่นคอสุดยอด โดยต้องต้มให้สุกก่อนนาน 1 ชั่วโมง แล้วค่อยนำไปแกงรวมกับเนื้อสะโพกซึ่งก็นุ่มอร่อยเช่นกัน ใครไม่กินเนื้อ แกงหมูก็หอมเข้มข้นเพราะเป็นเครื่องแกงเดียวกัน หรือจะทำแบบข้าพเจ้า คือสั่งผสมทั้ง 2 อย่างเลยทั้งกะหรี่เนื้อและหมู จะกินให้ครบเครื่องต้องสั่ง กุนเชียงทอด (ลวกก่อนแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำจึงนำไปทอด) และ ไข่ต้มยางมะตูม ด้วย แกล้มด้วยพริกชี้ฟ้าหั่นเป็นแว่นๆและแตงกวา อย่าลืมปรุงด้วยน้ำส้มพริกดองและซีอิ๊วดำจึงจะครบสูตร

สนนราคานั้นเริ่มต้นที่จานละ 40-50 บาท ถ้าใส่ทุกอย่างทั้งกุนเชียงและไข่ต้มยางมะตูมเหมือนผมจะคิด 70 บาท

อยากกินแกงอย่างอื่นรวมทั้งปลาสลิดก็มีด้วย ให้ไปยืนเลือกดูหน้าร้าน สั่งแล้วเดินเข้ามานั่งด้านใน (อาจจะเบียดเสียดโต๊ะชนโต๊ะสักหน่อย แต่ให้อารมณ์มาเยาวราชได้เป็นอย่างดี)

ลืมบอกไปว่าร้านนี้ยังไปเปิดฝั่งตรงข้ามอีกด้วย เพื่อดักคนที่เดินฝั่งขวาของถนนเยาวราช อยู่ก่อนถึงปากตรอกอิสรานุภาพ หน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี ฝั่งโน้นเขียนชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษว่า Mr.Tall’s curry shoppe

อยากให้รีบไปชิมกันเพราะคุณอาสารินีบอกว่าลูกทั้ง 5 คน ยังไม่ได้คิดจะสืบทอดต่อกันเลย (อาจจะมีคนเล็กที่กำลังตัดสินใจอยู่) ของดีรสชาติดั้งเดิมแบบนี้หากินได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ร้านเปิดบริการตอน 5 โมงครึ่งเย็นไปจนถึงตี 2 ส่วนอีกฝั่งเปิดประมาณทุ่มหนึ่งไปจนถึงตี 4 หยุดทุกวันจันทร์ ไปชิมแล้วรับรองว่าอิ่มอร่อยฝันดีตลอดทั้งคืนไปเลย

อีกร้านฝั่งขวาหน้าร้านทอง


แกงกะหรี่นายโย่ง

โดย คุณประจักษ์ (นายโย่ง) และคุณสารินี วิทย์ประเสริฐกุล
ที่ตั้ง หน้าตลาดเก่า ปาก ซ.เยาวราช 11 ถ.เยาวราช สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
โทร 08-7983-2874 08-799-2914 และ 0-2221-9908
เปิดบริการ 17.30 – 02.00 น. อังคาร-อาทิตย์
ส่วนฝั่งตรงข้ามหน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี 19.00-04.00 น.
หยุด จันทร์
แนะนำ ข้าวราดแกงกะหรี่เนื้อใส่เอ็นเนื้อและแกงกะหรี่หมูใส่ฟัก กับกุนเชียงและไข่ต้มยางมะตูม

ไอบีเอ็มเปิดตัวคอมพิวเตอร์เล็กที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา อันเป็นวันแรกของงาน “ไอบีเอ็ม ธิงค์ 2018” งานประชุมประจำปีของไอบีเอ็ม ยักษ์ใหญ่ในวงการซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ของโลก ทางไอบีเอ็มได้นำเอาคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สุดในโลกมาอวดให้เห็นกัน คอมพิวเตอร์ที่ว่านี้มีขนาดเล็กกว่าปลายนิ้วของคนเรามาก ว่ากันว่าขนาดเล็กกว่าเม็ดเกลือด้วยซ้ำไป แต่ภายในบรรจุทรานซิสเตอร์จิ๋วไว้หลายล้านตัว ซึ่งทำให้มันมีพลังในการประมวลผลเทียบเท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบขนาดใหญ่ที่ใช้ชิปเอ็กซ์ 86 ซึ่งเราเคยใช้กันอยู่เมื่อราวปี 1990 หรือเมื่อราว 28 ปีก่อนหน้านี้

ไอบีเอ็มบอกว่า ด้วยพลังประมวลผลในตัวมันเอง ทำให้มันสามารถตรวจจับ, วิเคราะห์, สื่อสาร หรือกระทั่งดำเนินการตามคำสั่งเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทหวังว่าจะใช้มันเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับแอพพลิเคชั่นบล็อกเชนในอนาคต หรือใช้เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทฝังตัวไว้เพื่อติดตามเส้นทางของสินค้า, ตรวจจับการขโมยสินค้า, ป้องกันการปลอมแปลง และอื่นๆ

ที่ทำอย่างนั้นได้ เพราะไอบีเอ็มบอกว่า ต้นทุนการผลิตของคอมพ์จิ๋วนี้ แต่ละเครื่องไม่ถึง 10 เซ็นต์ หรือไม่เกินตัวละ 3 บาทเท่านั้นเอง

ดวงท่านวันนี้ : โดยสมชาย เกียรติ์ภราดร ประจำวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 (คลิป)

วันนี้วันศุกร์ โดยรวมดวงชะตาให้ทั้งคุณและโทษ อาทิตย์ต้องระวังหลายเรื่อง ถ้าโชคไม่ดีอาจถูกทวงหนี้ จันทร์ไม่จำเป็นอย่าควักเงินออกจากกระเป๋า อังคารเจรจาเรื่องเงินเสี่ยงล้มเหลว พุธศัตรูคู่แข่งจ้องเล่นงาน พฤหัสฯ การลงทุนทุกประเภทให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ศุกร์นักขายเหมาะเข้าพบลูกค้ารายสำคัญ ส่วนเสาร์เข้าพบผู้ใหญ่เจ้านายได้รับการสนับสนุน

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์
ดวงชะตาให้โทษ ต้องรอบคอบกับทุกเรื่อง การเงินรั่วไหล งดใช้จ่ายลงทุน ไม่จำเป็นอย่าควักเงินออกจากกระเป๋า มีคนชวนลงทุนทำธุรกิจอย่าได้สนใจ นักธุรกิจระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่ง หลายคนถูกทวงหนี้ สุขภาพไร้ปัญหา ความรักน่าอิจฉา ช่วงเวลาให้คุณ 16.00-17.00 น.

ท่านที่เกิดวันจันทร์
ดวงชะตาพลิกผัน การงานโดยรวมไร้ปัญหา สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน คนรอบข้างให้การสนับสนุน แต่การเงินเสี่ยงรั่วไหล ไม่จำเป็นอย่าควักเงินออกจากกระเป๋า เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ผิดหวัง เดินทางระวังอุบัติเหตุ คนรักเอาใจยาก ช่วงเวลาให้คุณ 14.00-15.00 น.

ท่านที่เกิดวันอังคาร
ดวงชะตาให้โทษ ต้องใช้ไหวพริบเอาตัวรอด ทำงานแบบตรงไปตรงมาจะเสียท่าคูแข่ง ศัตรูจ้องเล่นงาน การเงินรับช้าแต่จ่ายเร็ว นักธุรกิจระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่ง เจรจาเรื่องเงินเสี่ยงล้มเหลว เสียทรัพย์เพราะเพศตรงข้าม คนรักตั้งแง่เอาแต่ใจ ช่วงเวลาให้คุณ 17.00-18.00 น.

ท่านที่เกิดวันพุธ
ดวงชะตาให้โทษ ต้องรอบคอบกับทุกเรื่อง ผู้ใหญ่เจ้านายเพ่งเล็งให้โทษ ศัตรูคู่แข่งจ้องเล่นงาน การเงินเสี่ยงรั่วไหล ไม่เหมาะใช้จ่ายลงทุน เสี่ยงโชคจะเสียมากกว่าได้ นักธุรกิจระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่ง งดเดินทางไกล ความรักนำมาซึ่งทุกข์ ช่วงเวลาให้คุณ 12.00-13.00 น.

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี
ดวงชะตาให้คุณ การงานไร้ปัญหา สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน คนรอบข้างพึ่งพาอาศัยได้ ผู้ใหญ่เจ้านายให้โอกาสทำงาน การลงทุนทุกประเภทให้ผลตอบแทนเป็นบวก เหมาะเสี่ยงโชคเก็งกำไร เดินทางได้ลาภ สุขภาพไร้ปัญหา คนโสดพบคนถูกใจ ช่วงเวลาให้คุณ
16.00-17.00 น.

ท่านที่เกิดวันศุกร์
ดวงชะตาให้คุณ การงานไร้ปัญหา คนรอบข้างให้การสนับสนุน ผู้ใหญ่เจ้านายให้ความสำคัญ การเงินหมุนเวียนคล่องมือ เหมาะเสี่ยงโชคเก็งกำไร ที่ลงทุนไปได้ผลกลับมาคุ้มค่า นักธุรกิจเหมาะเข้าพบลูกค้ารายสำคัญ คนรักทำให้ยิ้มได้ ช่วงเวลาให้คุณ 15.00-16.00 น.

ท่านที่เกิดวันเสาร์
ดวงชะตาให้คุณ เหมาะเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ให้ชีวิต เข้าพบผู้ใหญ่เจ้านายได้รับความเมตตา ติดต่อประสานงานได้รับการสนับสนุน การเงินหมุนเวียนคล่องมือ นักธุรกิจมีกำไรเข้ากระเป๋า เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ยิ้มออก ความรักน่าอิจฉา ช่วงเวลาให้คุณ 11.00-12.00 น.

ปะการังอ่าวนางเริ่มฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์หลังปิดท่องเที่ยวยาว2ปีเต็ม

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยแพร่ สภาพของแนวปะการังบริเวณเกาะยูง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จากการสำรวจล่าสุดเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา พบว่าแนวปะการังมีการฟื้นตัว และมีสภาพสมบูรณ์ขึ้น มีปะการังวัยอ่อนเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยพบปะการังโคโลนีเก่าเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น และยังพบปะการังเขากวางเกิดใหม่ ที่มีสภาพสมบูรณ์ หลังจากที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศปิดเมื่อกลางปี 2558 ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปทำกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เพื่อต้องการฟื้นฟูแนวปะการัง มาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ทำให้แนวปะการังในพื้นที่เริ่มฟื้นตัวจนใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุ การประกาศเขตสงวนและอนุรักษ์ได้ผลจริง

นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ปะการังบริเวณดังกล่าวได้รับเสียหายจากภาวะน้ำทะเลร้อนขึ้น รวมถึงการเข้าไปทำกิจกรรมของนักท่องเที่ยว จึงได้ดำเนินมาตรการฟื้นทะเลกระบี่ให้กลับคืนมา พีพีโมเดล โดยหลังจากนี้จะยังคงปิดเกาะยูงต่อไปเพื่อให้สิ่งแวดล้อมกลับสู่สภาพเดิมมากที่สุด

ฟินนาเล่…หลากไอเท็มหรู 'แอร์เมส'

 

 

 

 

 

ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2018 แอร์เมสก็ได้โอกาส ชวนทุกคนก้าวไปด้วยความมั่นใจกับไอเท็มใหม่ในคอลเล็กชั่น สปริง-ซัมเมอร์ 2018

ประเดิมด้วย “รองเท้า” สำหรับคุณสุภาพสตรี แอร์เมสนำเสนอรองเท้าหลายรูปแบบ อาทิ รองเท้าผ้าแคนวาสสีส้ม ตกแต่งด้วยหนังลูกวัวสีไวน์แดง, รองเท้าหนังแพะสีส้ม, บู๊ตหุ้มข้อหนังลูกวัวสีเบจ หรือรองเท้าส้นสูงพร้อมสายคาดสีดำสลับขาวประดับเชือกสีดำ

นอกจากนี้ยังมีรองเท้าผ้าใบที่โดดเด่นด้วยการใช้เทคนิคแพตเวิร์กในหนังลูกวัวสีไวน์แดง และรองเท้าผ้าเจอร์ซี่ด้วยมือลายพิมพ์ เฟสติวัล เดส์ อะเมซอนซ์ หลากสี

ส่วนผู้ชาย สร้างสีสันให้สปริงซัมเมอร์นี้ ด้วยรองเท้าผ้าใบโดดเด่นด้วยการใช้เทคนิคแพตเวิร์กตกแต่งหนังลูกวัวสีกากี เหลือง ขาว และดำ, แซนดัลหนังลูกวัวสีดำ, รองเท้าโลฟเฟอร์หนังลูกวัวสีน้ำเงิน และผ้าใบแคนวาสฉลุตกแต่งด้วยหนังแพะ และหนังลูกวัวสีดำ

 

ต่อที่นาฬิกาเรือนหรู แอร์เมส นำเสนอ รุ่น “พรอมเมอนาด เดอ ลองชอมป์” จากแรงบันดาลใจผ้าพันคอไหมของแอร์เมสรุ่นดองซ์ เซิง ฌาร์แดง นองเกล่ส์ หรือในสวนอังกฤษ สร้างสรรค์ขึ้นด้วยการแกะสลักกระดูกอูฐและลงสี ด้วยเทคนิคเก่าแก่แห่งดินแดนตะวันออก หน้าปัดนาฬิกาดูดซับสีสกัดธรรมชาติ เช่น หญ้าฝรั่น วอลนัต เฮนน่า ทับทิม

ส่วนใครที่ชอบความทันสมัย แอร์เมสเปิดตัวคอลเล็กชั่น แอปเปิล วอตช์ แอร์เมส ซีรีส์ 3 เชื่อมต่อเซลลูลาร์ ใช้หน้าจอในการรับ-ส่งข้อมูล พร้อมสายหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปลอกคอสุนัข ประดับด้วยหมุดพีระมิด

 

คอลเล็กชั่นใหม่

ซอกแซกชิมร้านอร่อยเชียงใหม่ แดนข้าวมันไก่ ขนมจีนป้าป้อม วัดพันแหวน โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

ขนมจีนน้ำเงี้ยว ที่มาคอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิมผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็กเผยแพร่วันที่ 14 มกราคม 2561

เชียงใหม่คือเมืองที่อุดมไปด้วยร้านอาหารเล็กๆ โด่งดังขึ้นชื่อในหมู่คนท้องถิ่น ซ่อนตัวอยู่ทั่วทุกมุมเมือง คราวนี้เลยขอแนะนำพร้อมกัน 2 เจ้าเสียเลย

เจ้าแรกคือร้านข้าวมันไก่สุดฮอตแห่งอำเภอสันทราย มีผู้คนแห่กันมากินถึงขนาดต้องแจกบัตรคิว ร้านนี้มีชื่อว่า แดนข้าวมันไก่ ซึ่งร้านแดนข้าวมันไก่สาขาแรกอยู่ในซอย ด้านหลังตลาดสามแยกสันทราย โดยจากตัวเมืองเชียงใหม่มาตามทางไปดอยสะเก็ดแล้วเลี้ยวซ้ายตรงสามแยกสันทราย เป็นร้านเล็กๆ มีไม่กี่โต๊ะ ปิ่นโตเถาเล็กจึงขอพาไปสาขาใหญ่กว่าที่ แดนข้าวมันไก่สาขา 2 ริมถนนสันทรายสายเก่า เยื้องปั๊มน้ำมัน PT วิ่งต่อจากสาขาแรกไปเพียง 1 กิโลกว่าๆ เท่านั้น

ที่สาขา 2 นี้ มีที่นั่งทั้งข้างในร้านและลานด้านนอก ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนแห่กันมาเหมือนมีมหกรรมกินฟรี ต้องหยิบบัตรคิวทั้งคนที่มากินที่ร้านและซื้อกลับบ้าน จึงควรรีบไปตอนสายๆ ก่อนเที่ยง มิฉะนั้นอาจจะอดกินได้

ร้านแดนข้าวมันไก่

ความอร่อยของข้าวมันไก่เจ้านี้อยู่ที่ตัวไก่หนังบางสีเหลืองเนื้อหนึบอร่อย เนื้อหน้าอกนุ่มไม่แห้ง ยิ่งเป็นเนื้อสะโพกยิ่งหนึบหอมเหมือนกินไก่ตอนในสมัยก่อน ซึ่งคุณแดน พรหมเทศ เจ้าของร้านคนเชียงใหม่แท้ๆ บอกเคล็ดลับว่า ถึงแม้จะไม่ใช่ไก่ตอน แต่ก็จะใช้ไก่ฟาร์มที่เลี้ยงนานจนตัวโตหนัก 2 กิโลกว่าๆ มีขนาดใหญ่กว่าไก่ทั่วไป พอรับไก่มาก็จะรีบแช่ในน้ำแข็งทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วค่อยนำไปต้ม เนื้อไก่จึงจะนุ่ม ใครจะสั่งเลือดหรือเครื่องในไก่ก็มีด้วย ซึ่งไก่ที่สาขา 2 นี้จะต้มมาจากสาขา 1 จึงมีความอร่อยเท่ากัน

ส่วนข้าวมันนั้นจะหุงกับมันไก่ท้องถิ่นจากไก่เลี้ยงในเชียงใหม่จึงจะหอมอร่อย โดยจะต้มไก่และหุงข้าวด้วยเตาถ่าน เอาถ่านวางทับฝาหม้อให้ข้าวระอุสุกหอมนุ่มทั่วทั้งหม้อ อีกทั้งน้ำจิ้มนั้นก็เด็ดเข้มข้นหนักขิงสับและพริกขี้หนู แต่ไม่เผ็ดจนเกินไป สนนราคาข้าวมันไก่ก็ถูกและดีก็มีในโลกเพียงจานละ 25-30 บาทเท่านั้น

แดนข้าวมันไก่สาขา 2 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง หยุดเดือนละ 1 วัน ไม่แน่นอน ควรโทรไปสอบถามก่อนที่เบอร์ 08-1022-1128 และ 08-1387-4404 (คุณแดน) และถ้าไปวันเสาร์-อาทิตย์ ควรไปสายๆ ก่อนเที่ยงเพราะอาจจะหมดก่อนได้นะจ๊ะ

เนื้อหน้าอกก็นุ่ม-ไก่เนื้อสะโพกหนังบางนุ่มอร่อย

ร้านถัดมาเป็นร้านอาหารพื้นบ้านเล็กๆ ของกิ๋นคนเมือง อยู่ในบ้านไม้รั้วไม้ไผ่บรรยากาศบ้านๆ ดั้งเดิมไม่มีการดัดแปลง มีชื่อว่า ขนมจีนป้าป้อม หน้าวัดพันแหวน อยู่ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณ ในซอยชื่อว่า ถนนพระปกเกล้า ซอย 4 เปิดมานานกว่า 20 ปีแล้ว

ทางไปร้านให้เข้าจากทาง ถนนบำรุงบุรี ซอย 3 ฝั่งประตูสวนปรุง จะใกล้ที่สุด เข้าไปแล้วเลี้ยวขวาเลียบด้านหน้า วัดพันแหวน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระปกเกล้าซอย 4 ข้างวัดก็ถึงร้านขนมจีนป้าป้อมแล้ว

ร้านนี้ทำกันภายในครอบครัว มีคุณป้อม สุพิศ ณ เชียงใหม่ (อายุ 55 ปี) และน้องสาวชื่อคุณแขก สุพรรณี เลิศวิชัยกุล อีกทั้งน้องสะใภ้ คุณกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ร่วมด้วยช่วยกัน

ร้านขนมจีนป้าป้อม

มาร้านขนมจีนก็ต้องสั่ง ขนมจีนน้ำเงี้ยว รสเข้มข้นลำแต้ๆ (25 บาท) ใส่ซี่โครงหมูนุ่มแสนนุ่มกับเลือด ซึ่งสูตรนี้จะไม่ใส่ดอกงิ้ว บีบมะนาวเพิ่มอีกนิด แกล้มด้วยหัวปลี ยอดกระถิน และถั่วงอกเข้ากันดี จะกินให้ครบเครื่องต้องใส่ หนังปอง (ถุงละ 5 บาท) ซึ่งก็คือหนังควายทอดกรอบๆ พองๆ อีกด้วย

มีของดีอีกอย่างที่ต้องมาก่อน 10 โมงเช้าถึงจะได้ชิมเพราะหมดก่อนใครเพื่อน คือ ข้าวซอยเนื้อ ใส่เนื้อสันคอนุ่มๆ (40 บาท) ทำวันละหม้อเท่านั้น ปรุงด้วยเครื่องแกงอ่อมใส่ผงกะหรี่สูตรของคุณแม่ป้าป้อม เส้นข้าวซอยนั้นคือเส้นข้าวซอยลำปางจะนิ่มอร่อยมาก พอใครสั่งก็จะคลุกเส้นด้วยซีอิ๊วดำ เหยาะหัวกะทิ เวลากินให้ใส่หอมแดง พริกคั่ว ผักกาดดองรสหวานอมเปรี้ยวซึ่งที่ร้านดองปรุงรสเพิ่มเอง ถ้าไม่กินเนื้อก็มี ข้าวซอยซี่โครงหมู และ ข้าวซอยไก่ เป็นตัวเลือก

ข้าวซอยซี่โครง

เสน่ห์อีกอย่างของร้านขนมจีนป้าป้อมก็คือ จะมีของกินเล่นพื้นเมืองขายอยู่หน้าร้านด้วย อย่างเช่น ข้าวเงี้ยว หรือ ข้าวกั้นจิ๊น (ห่อละ 15 บาท) ทำจากข้าวสวยร้อนๆ คลุกกับเลือดหมู (ต้องเป็นเลือดสดๆ เป็นลิ่มๆ เลย) คั้นกับใบตะไคร้ ใส่หมูสับและน้ำมันกระเทียมเจียวซึ่งต้องเจียวเองจึงจะหอม ทำเป็นก้อนๆ ห่อด้วยใบตองและนำไปนึ่งจนสุก

และก็มี แกงกระด้าง (20 บาท) เป็นก้อนๆ นุ่มๆ หอมๆ ทำจากขาหมูและคากิ ปรุงด้วยกระเทียมพริกไทย ใส่วุ้นลงไปนิดหน่อย ตำรับของเชียงใหม่จะไม่ใส่พริกแกง

อีกอย่างที่หากินยากคือ ไข่คว่ำ (10 บาท) ทำจากไข่ต้มผ่าครึ่งฟอง แล้วเอาไข่ไปคลุกกับหมูสับ รากผักชี กระเทียมพริกไทย นำไปใส่เปลือกไข่ใหม่แล้วนึ่งจนสุก พอตอนเช้าก็ชุบไข่ทอดโดยเวลาทอดต้องคว่ำหน้าลง จึงเรียกว่าไข่คว่ำ

ข้าวเงี้ยว หรือ ข้าวกั้นจิ๊น-แกงกระด้าง-ไข่คว่ำ ร้านขนมจีนป้าป้อม

ร้านขนมจีนป้าป้อม หน้าวัดพันแหวน เปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมงครึ่ง หยุดทุกวันอาทิตย์ แต่อย่าลืมว่าถ้าอยากชิมข้าวซอยเนื้อควรไปก่อน 10 โมงเช้า และบางวันอาหารทุกอย่างหมดตั้งแต่เที่ยงๆ แล้ว โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 08-6198-2679

ปิ่นโตเถาเล็กยังมีร้านดีๆ ตามหัวเมืองท่องเที่ยวอีกมากมาย แนะนำหลายปีไม่มีทางครบถ้วน แล้วจะค่อยๆ ทยอยลงไปเรื่อยๆ เลยนะจ๊ะ

แดนข้าวมันไก่สาขา 2

โดย คุณแดน พรหมเทศ

ที่ตั้ง 45 หมู่ 3 ถนนสันทรายสายเก่า ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210

โทร 08-1022-1128 และ 08-1387-4404 (คุณแดน)

เปิดบริการ 08.00-14.00 น.ทุกวัน (เสาร์-อาทิตย์ ควรไปก่อนเที่ยง)

หยุด เดือนละ 1 วัน ไม่แน่นอน

แดนข้าวมันไก่สาขา 1

ที่ตั้ง 288/9 หลังกาดสามแยกสันทราย ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210

เปิดบริการ 06.30-14.00 น.ทุกวัน ควรไปก่อนเที่ยง

หยุด เดือนละ 1 วัน ไม่แน่นอน

ขนมจีนป้าป้อม

โดย คุณสุพิศ (ป้าป้อม) ณ เชียงใหม่ และคุณสุพรรณี (แขก) เลิศวิชัยกุล

ที่ตั้ง 15/3 ถนนพระปกเกล้าซอย 4 ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

โทร 08-6198-2679 (โทรเบอร์นี้ดีกว่า 0-5381-4903)

เปิดบริการ 07.00-14.30 น. จันทร์-เสาร์ (บางวันตอนเที่ยงๆ ก็หมดแล้ว)

หยุด วันอาทิตย์

แนะนำ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอยเนื้อ ข้าวซอยซี่โครงหมู ข้าวซอยไก่ ข้าวเงี้ยวหรือข้าวกั้นจิ๊น แกงกระด้าง ไข่คว่ำ

ดวงท่านวันนี้ประจำวันพุธที่ 17 มกราคม 2561 : โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร

วันนี้วันพุธ โดยรวมดวงชะตาให้คุณมากกว่าให้โทษ อาทิตย์ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน จันทร์ขอสินเชื่อจากธนาคารจะได้ตามวงเงินที่ขอ อังคารคนทำธุรกิจระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่ง พุธต้องใช้ไหวพริบเอาตัวรอด ไม่เหมาะใช้จ่ายลงทุน พฤหัสฯผู้ใหญ่ให้ลาภ เจ้านายให้โอกาส ศุกร์เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ยิ้มออก ส่วนเสาร์เหมาะพูดคุยกับลูกค้ารายสำคัญ

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์
ดวงชะตาให้โทษ ทุกอย่างดูช้าไปหมด งานเก่ายังไม่เสร็จงานใหม่ก็เข้ามากองอยู่เต็มโต๊ะ ผู้ใหญ่เจ้านายตั้งแง่เป็นศัตรู คนรอบข้างอย่าได้หวังพึ่งพา การเงินเสี่ยงรั่วไหล จ่ายมากกว่ารับ เจรจาเรื่องเงินไม่ส่งผลดี งดเดินทางไกล คนรักเอาใจยาก ช่วงเวลาให้คุณ 16.00-17.00 น.

ท่านที่เกิดวันจันทร์
ดวงชะตาให้คุณ การงานไร้ปัญหา การเงินหมุนเวียนดี เหมาะเสี่ยงโชคเก็งกำไร มีคนชวนลงทุนทำธุรกิจให้ลุยไปได้เลย พ่อค้าแม่ขายมีกำไรกันถ้วนหน้า ขอสินเชื่อจากธนาคารจะได้ตามวงเงินที่ขอ สุขภาพไร้ปัญหา คนรักทำให้ยิ้มออก ช่วงเวลาให้คุณ 11.00-12.00 น.

ท่านที่เกิดวันอังคาร
ดวงชะตาให้โทษ ติดต่อประสานงานไม่เป็นไปตามแผน คนรอบข้างสร้างปัญหา อย่าไว้ใจลูกน้องบริวารให้ถือเงินจะเกิดความเสียหาย นักธุรกิจระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่ง เสี่ยงโชคเก็งกำไรจะเสียมากกว่าได้ งดเดินทางไกล ความรักลงตัว ช่วงเวลาให้คุณ 14.00-15.00 น.

ท่านที่เกิดวันพุธ
ดวงชะตาให้โทษ ต้องใช้ไหวพริบเอาตัวรอด ศัตรูคู่แข่งพร้อมเล่นงานทันทีที่เราเผลอ ผู้ใหญ่เพ่งเล็ง เจ้านายให้โทษ การเงินรั่วไหล นักธุรกิจไม่เหมาะใช้จ่ายลงทุน เสี่ยงโชคเก็งกำไรไม่ส่งผลดี เดินทางระวังอุบัติเหตุ คนรักเอาใจยาก ช่วงเวลาให้คุณ 15.00-16.00 น.

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี
ดวงชะตาให้คุณ ติดต่อประสานงานเป็นไปตามแผน ผู้ใหญ่เจ้านายให้โอกาส ศัตรูคู่แข่งทำอะไรไม่ได้ การเงินหมุนเวียนดี นักธุรกิจมีกำไรเข้ากระเป๋า เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ยิ้มออก เปิดกิจการจะมีกำไร สุขภาพไร้ปัญหา คนรักทำให้ยิ้มออก ช่วงเวลาให้คุณ 13.00-14.00 น.

ท่านที่เกิดวันศุกร์
ดวงชะตาให้คุณ ติดต่อประสานงานราบรื่น สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน เพื่อนร่วมงานพึ่งพาอาศัยได้ ลูกน้องบริวารไม่ทำให้ผิดหวัง การเงินหมุนเวียนดี คนทำธุรกิจลูกค้าให้การสนับสนุน เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ยิ้มออก ความรักลงตัว ช่วงเวลาให้คุณ 14.00-15.00 น.

ท่านที่เกิดวันเสาร์
ดวงชะตาให้คุณ ติดต่อประสานงานราบรื่น คนรอบข้างให้การสนับสนุน ผู้ใหญ่เจ้านายให้ความเมตตา เหมาะแสดงผลงานให้เป็นที่ปรากฏ การเงินหมุนเวียนดี ที่ลงทุนไปได้ผลกลับมาคุ้มค่า เหมาะพูดคุยกับลูกค้ารายสำคัญ ความรักน่าอิจฉา ช่วงเวลาให้คุณ 10.00-11.00 น.

อเล็กซ์ มุลลินส์ อิน ลอนดอน

ภาพโดย REUTERS/Mary Turner

เริ่มแล้วลอนดอน แฟชั่น วีก สำหรับชุดแฟชั่นคุณสุภาพบุรุษที่เหล่าดีไซเนอร์ขนมาอวดโฉมกันในงานสัปดาห์แฟชั่นลอนดอน ของอังกฤษ โดยที่เห็นอยู่นี้เป็นผลงานจาก อเล็กซ์

มุลลินส์ ที่อวดโฉมบนแคตวอล์ก เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีหลายชุดที่ทำเอาสาวๆ อยากยืมคุณผู้ชายไปใส่บ้าง(ภาพจากรอยเตอร์)

 

THE STADIUM อร่อย ชิว 'รามอินทรา' : คอลัมน์ หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน

ที่มาคอลัมน์ หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกันผู้เขียนพัชรพนเผยแพร่วันที่ 14 มกราคม 2561

“ซอย 12” ถนนรามอินทรา

ทุกถนนเลขซอยจะแบ่งฝั่งหนึ่งเป็นเลขคู่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเลขคี่

“ซอย 12 เป็นเลขคู่” ที่ถนนรามอินทราอยู่ฝั่งเข้าเมือง หมายถึงฝั่งที่วิ่งจาก “มีนบุรี” มา “หลักสี่” ฝั่งเดียวกันกับสนามกอล์ฟกองทัพบก (ทบ.) คนละฝั่งกับเซ็นทรัลรามอินทรา

จำ “ซอย 12” ไว้หาไม่ยาก

คือว่าร้าน THE STADIUM อยู่ “รามอินทรา ซอย 12” ในโครงการ “EASE PARK” ครับ

เรื่องมันเป็นอย่างนี้

รู้จักชื่อ “เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์” ไหมครับ

“เรืองชัย” บรรณาธิการยุคแรกๆ ของ “มติชน” ที่เรียกขานกันในชื่อ “อาจารย์ปั๋ง”

ถ้าเป็นแฟนมติชนรุ่นเก่าสมัยมีคอลัมน์ “นอกประเด็น” ที่เอาเรื่องในวงสนทนาที่ไม่ได้เขียนเป็นข่าวมาเล่าให้ฟัง ย่อมรู้จัก “ปั๋ง คิกคาปู้” ที่ “เก๋า” ระดับ “จอร์ช เฮาดี้” หรือ “แดง ไบเล่” ใน “ยุคโก๋หลังวัง” กันเลยทีเดียว

ที่เกริ่นเรื่อง “อาจารย์ปั๋ง” เป็นพื้นมานี่ เพื่อจะยืนยันด้วยความเชื่อมั่นให้รู้ว่า ทั้งด้วย “วัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์ รสนิยม และอื่นๆ ทั้งมวล” ลองว่า “อาจารย์ปั๋ง” พูดถึงร้านไหนว่าเด็ดแล้ว รับประกันได้ว่า “ตามนั้น”

ใช่แล้วครับ “THE STADIUM” รามอินทรา ซอย 12 คือร้านที่ “อาจารย์ปั๋ง” ไปลองมาแล้ว เอามาเล่าแนะนำให้เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย ได้มีโอกาสไปลอง

ที่อาจารย์เล่าเป็นอย่างนี้ครับ

เป็นร้านที่ตกแต่งแบบโมเดิร์นสปอร์ตบาร์ บรรยากาศสบายๆ เหมาะมากที่จะนั่งดื่มกินกับเพื่อนตอนกลางคืน

หรือจะมาแบบครอบครัวก็ได้

มีของเล่นเพื่อเพิ่มกิจกรรม ระหว่างเพื่อนฝูง หรือสมาชิกครอบครัว ให้สนุกร่วมกันได้

นอกจากบรรยากาศที่รับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่แล้ว

เรื่องอาหารยอดเยี่ยมเลย

เมนูยุโรปก็มี เมนูไทยก็มาก เรียกว่ารับได้ทุกอารมณ์ความปรารถนาว่าวันไหนอยากลิ้มรสแบบไหน

“ปีกไก่ทอดบัฟฟาโล่วิง” ที่ขึ้นชื่อลือชา เป็นปีกไก่ทอด คลุกซอสรสเผ็ด จัดจ้าน เป็นสูตรเฉพาะของร้าน เสิร์ฟกับ “บลูชีสดิ๊บ”

“กุ้งป๊อปคอร์น” เป็นกุ้งชุบแป้งทอด เสิร์ฟกับมายองเนสวาซาบิ รสจัด

“คาวบอยเบอร์เกอร์” เป็นเบอร์เกอร์เนื้อแบบโฮมเมด เชดด้าชีส กับทรัฟเฟิลซอสที่เป็นสูตรของทางร้าน เมนูนี้เลือกขนมปังได้ว่าจะเป็นแบบธรรมดา โฮลวีท ชาโคล และเลือกซอสได้ว่าจะเป็นทรัฟเฟิล กระเทียม หรือบาร์บีคิว

“แองกัสริบอายสเต๊ก 250 กรัม” เป็นเนื้อส่วนริบอายของแองกัสที่ข้นด้วยธัญพืชกว่า 180 วัน เสิร์ฟกับซอสพริกไทยดำ และผักย่าง

“สเต๊กแซลมอน” เป็นสเต๊กแซลมอนหนังกรอบ กับซอสมาสคาร์โปนชีส เสิร์ฟพร้อมผักย่าง

ยังมี “พาสต้าปลาสลิด สปาเกตตีปลาสลิด” เป็นปลาสลิดทอดกรอบผัดกระเทียมแบบแห้ง

ที่เด็ดขาด และชวนชิวเหลือเฟือ เป็น “เบียร์”

“THE STADIUM” มีเบียร์ให้เลือกหลากหลายมาก มาจากทุกมุมโลกก็ว่าได้

ใครที่เป็นคอเบียร์ พกความคาดหวังมาให้เพียบได้เลย

“รับประกันไม่มีผิดหวัง” อาจารย์ปั๋งแกบอก และว่า “โทรจองโต๊ะ และสอบถามได้ทุกเรื่องที่เบอร์ 0-2001-1190”

ร้านนี้เปิด 11 โมง ปิดเที่ยงคืน

ถ้าไปแล้วบอกว่าเป็น “เพื่อนอาจารย์ปั๋ง-เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์” ทางร้านจะลดราคาให้ทันที 15%

หากใครยังงงๆ ว่าอยู่ตรงไหน เปิด “GOOGLE MAP” ค้นหา “THE STADIUM รามอินทรา ซอย 12” นำทางไปถึงร้านได้กันเลย

ไปนะครับ หากอยากหาร้านที่ครบเครื่องทั้ง อาหาร บรรยากาศ และความเป็นกันเอง