ดวงท่านวันนี้ประจำวันพุธที่ 17 มกราคม 2561 : โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร

วันนี้วันพุธ โดยรวมดวงชะตาให้คุณมากกว่าให้โทษ อาทิตย์ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน จันทร์ขอสินเชื่อจากธนาคารจะได้ตามวงเงินที่ขอ อังคารคนทำธุรกิจระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่ง พุธต้องใช้ไหวพริบเอาตัวรอด ไม่เหมาะใช้จ่ายลงทุน พฤหัสฯผู้ใหญ่ให้ลาภ เจ้านายให้โอกาส ศุกร์เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ยิ้มออก ส่วนเสาร์เหมาะพูดคุยกับลูกค้ารายสำคัญ

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์
ดวงชะตาให้โทษ ทุกอย่างดูช้าไปหมด งานเก่ายังไม่เสร็จงานใหม่ก็เข้ามากองอยู่เต็มโต๊ะ ผู้ใหญ่เจ้านายตั้งแง่เป็นศัตรู คนรอบข้างอย่าได้หวังพึ่งพา การเงินเสี่ยงรั่วไหล จ่ายมากกว่ารับ เจรจาเรื่องเงินไม่ส่งผลดี งดเดินทางไกล คนรักเอาใจยาก ช่วงเวลาให้คุณ 16.00-17.00 น.

ท่านที่เกิดวันจันทร์
ดวงชะตาให้คุณ การงานไร้ปัญหา การเงินหมุนเวียนดี เหมาะเสี่ยงโชคเก็งกำไร มีคนชวนลงทุนทำธุรกิจให้ลุยไปได้เลย พ่อค้าแม่ขายมีกำไรกันถ้วนหน้า ขอสินเชื่อจากธนาคารจะได้ตามวงเงินที่ขอ สุขภาพไร้ปัญหา คนรักทำให้ยิ้มออก ช่วงเวลาให้คุณ 11.00-12.00 น.

ท่านที่เกิดวันอังคาร
ดวงชะตาให้โทษ ติดต่อประสานงานไม่เป็นไปตามแผน คนรอบข้างสร้างปัญหา อย่าไว้ใจลูกน้องบริวารให้ถือเงินจะเกิดความเสียหาย นักธุรกิจระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่ง เสี่ยงโชคเก็งกำไรจะเสียมากกว่าได้ งดเดินทางไกล ความรักลงตัว ช่วงเวลาให้คุณ 14.00-15.00 น.

ท่านที่เกิดวันพุธ
ดวงชะตาให้โทษ ต้องใช้ไหวพริบเอาตัวรอด ศัตรูคู่แข่งพร้อมเล่นงานทันทีที่เราเผลอ ผู้ใหญ่เพ่งเล็ง เจ้านายให้โทษ การเงินรั่วไหล นักธุรกิจไม่เหมาะใช้จ่ายลงทุน เสี่ยงโชคเก็งกำไรไม่ส่งผลดี เดินทางระวังอุบัติเหตุ คนรักเอาใจยาก ช่วงเวลาให้คุณ 15.00-16.00 น.

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี
ดวงชะตาให้คุณ ติดต่อประสานงานเป็นไปตามแผน ผู้ใหญ่เจ้านายให้โอกาส ศัตรูคู่แข่งทำอะไรไม่ได้ การเงินหมุนเวียนดี นักธุรกิจมีกำไรเข้ากระเป๋า เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ยิ้มออก เปิดกิจการจะมีกำไร สุขภาพไร้ปัญหา คนรักทำให้ยิ้มออก ช่วงเวลาให้คุณ 13.00-14.00 น.

ท่านที่เกิดวันศุกร์
ดวงชะตาให้คุณ ติดต่อประสานงานราบรื่น สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน เพื่อนร่วมงานพึ่งพาอาศัยได้ ลูกน้องบริวารไม่ทำให้ผิดหวัง การเงินหมุนเวียนดี คนทำธุรกิจลูกค้าให้การสนับสนุน เสี่ยงโชคเก็งกำไรทำให้ยิ้มออก ความรักลงตัว ช่วงเวลาให้คุณ 14.00-15.00 น.

ท่านที่เกิดวันเสาร์
ดวงชะตาให้คุณ ติดต่อประสานงานราบรื่น คนรอบข้างให้การสนับสนุน ผู้ใหญ่เจ้านายให้ความเมตตา เหมาะแสดงผลงานให้เป็นที่ปรากฏ การเงินหมุนเวียนดี ที่ลงทุนไปได้ผลกลับมาคุ้มค่า เหมาะพูดคุยกับลูกค้ารายสำคัญ ความรักน่าอิจฉา ช่วงเวลาให้คุณ 10.00-11.00 น.

อเล็กซ์ มุลลินส์ อิน ลอนดอน

ภาพโดย REUTERS/Mary Turner

เริ่มแล้วลอนดอน แฟชั่น วีก สำหรับชุดแฟชั่นคุณสุภาพบุรุษที่เหล่าดีไซเนอร์ขนมาอวดโฉมกันในงานสัปดาห์แฟชั่นลอนดอน ของอังกฤษ โดยที่เห็นอยู่นี้เป็นผลงานจาก อเล็กซ์

มุลลินส์ ที่อวดโฉมบนแคตวอล์ก เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีหลายชุดที่ทำเอาสาวๆ อยากยืมคุณผู้ชายไปใส่บ้าง(ภาพจากรอยเตอร์)

 

THE STADIUM อร่อย ชิว 'รามอินทรา' : คอลัมน์ หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน

ที่มาคอลัมน์ หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกันผู้เขียนพัชรพนเผยแพร่วันที่ 14 มกราคม 2561

“ซอย 12” ถนนรามอินทรา

ทุกถนนเลขซอยจะแบ่งฝั่งหนึ่งเป็นเลขคู่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเลขคี่

“ซอย 12 เป็นเลขคู่” ที่ถนนรามอินทราอยู่ฝั่งเข้าเมือง หมายถึงฝั่งที่วิ่งจาก “มีนบุรี” มา “หลักสี่” ฝั่งเดียวกันกับสนามกอล์ฟกองทัพบก (ทบ.) คนละฝั่งกับเซ็นทรัลรามอินทรา

จำ “ซอย 12” ไว้หาไม่ยาก

คือว่าร้าน THE STADIUM อยู่ “รามอินทรา ซอย 12” ในโครงการ “EASE PARK” ครับ

เรื่องมันเป็นอย่างนี้

รู้จักชื่อ “เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์” ไหมครับ

“เรืองชัย” บรรณาธิการยุคแรกๆ ของ “มติชน” ที่เรียกขานกันในชื่อ “อาจารย์ปั๋ง”

ถ้าเป็นแฟนมติชนรุ่นเก่าสมัยมีคอลัมน์ “นอกประเด็น” ที่เอาเรื่องในวงสนทนาที่ไม่ได้เขียนเป็นข่าวมาเล่าให้ฟัง ย่อมรู้จัก “ปั๋ง คิกคาปู้” ที่ “เก๋า” ระดับ “จอร์ช เฮาดี้” หรือ “แดง ไบเล่” ใน “ยุคโก๋หลังวัง” กันเลยทีเดียว

ที่เกริ่นเรื่อง “อาจารย์ปั๋ง” เป็นพื้นมานี่ เพื่อจะยืนยันด้วยความเชื่อมั่นให้รู้ว่า ทั้งด้วย “วัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์ รสนิยม และอื่นๆ ทั้งมวล” ลองว่า “อาจารย์ปั๋ง” พูดถึงร้านไหนว่าเด็ดแล้ว รับประกันได้ว่า “ตามนั้น”

ใช่แล้วครับ “THE STADIUM” รามอินทรา ซอย 12 คือร้านที่ “อาจารย์ปั๋ง” ไปลองมาแล้ว เอามาเล่าแนะนำให้เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย ได้มีโอกาสไปลอง

ที่อาจารย์เล่าเป็นอย่างนี้ครับ

เป็นร้านที่ตกแต่งแบบโมเดิร์นสปอร์ตบาร์ บรรยากาศสบายๆ เหมาะมากที่จะนั่งดื่มกินกับเพื่อนตอนกลางคืน

หรือจะมาแบบครอบครัวก็ได้

มีของเล่นเพื่อเพิ่มกิจกรรม ระหว่างเพื่อนฝูง หรือสมาชิกครอบครัว ให้สนุกร่วมกันได้

นอกจากบรรยากาศที่รับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่แล้ว

เรื่องอาหารยอดเยี่ยมเลย

เมนูยุโรปก็มี เมนูไทยก็มาก เรียกว่ารับได้ทุกอารมณ์ความปรารถนาว่าวันไหนอยากลิ้มรสแบบไหน

“ปีกไก่ทอดบัฟฟาโล่วิง” ที่ขึ้นชื่อลือชา เป็นปีกไก่ทอด คลุกซอสรสเผ็ด จัดจ้าน เป็นสูตรเฉพาะของร้าน เสิร์ฟกับ “บลูชีสดิ๊บ”

“กุ้งป๊อปคอร์น” เป็นกุ้งชุบแป้งทอด เสิร์ฟกับมายองเนสวาซาบิ รสจัด

“คาวบอยเบอร์เกอร์” เป็นเบอร์เกอร์เนื้อแบบโฮมเมด เชดด้าชีส กับทรัฟเฟิลซอสที่เป็นสูตรของทางร้าน เมนูนี้เลือกขนมปังได้ว่าจะเป็นแบบธรรมดา โฮลวีท ชาโคล และเลือกซอสได้ว่าจะเป็นทรัฟเฟิล กระเทียม หรือบาร์บีคิว

“แองกัสริบอายสเต๊ก 250 กรัม” เป็นเนื้อส่วนริบอายของแองกัสที่ข้นด้วยธัญพืชกว่า 180 วัน เสิร์ฟกับซอสพริกไทยดำ และผักย่าง

“สเต๊กแซลมอน” เป็นสเต๊กแซลมอนหนังกรอบ กับซอสมาสคาร์โปนชีส เสิร์ฟพร้อมผักย่าง

ยังมี “พาสต้าปลาสลิด สปาเกตตีปลาสลิด” เป็นปลาสลิดทอดกรอบผัดกระเทียมแบบแห้ง

ที่เด็ดขาด และชวนชิวเหลือเฟือ เป็น “เบียร์”

“THE STADIUM” มีเบียร์ให้เลือกหลากหลายมาก มาจากทุกมุมโลกก็ว่าได้

ใครที่เป็นคอเบียร์ พกความคาดหวังมาให้เพียบได้เลย

“รับประกันไม่มีผิดหวัง” อาจารย์ปั๋งแกบอก และว่า “โทรจองโต๊ะ และสอบถามได้ทุกเรื่องที่เบอร์ 0-2001-1190”

ร้านนี้เปิด 11 โมง ปิดเที่ยงคืน

ถ้าไปแล้วบอกว่าเป็น “เพื่อนอาจารย์ปั๋ง-เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์” ทางร้านจะลดราคาให้ทันที 15%

หากใครยังงงๆ ว่าอยู่ตรงไหน เปิด “GOOGLE MAP” ค้นหา “THE STADIUM รามอินทรา ซอย 12” นำทางไปถึงร้านได้กันเลย

ไปนะครับ หากอยากหาร้านที่ครบเครื่องทั้ง อาหาร บรรยากาศ และความเป็นกันเอง

สาวสุดพะอืดพะอม เจอเม็ดสาคูในเนื้อ ร้านปิ้งย่างชื่อดัง พนักงานบอกแค่เอ็น

ภาพจากเฟซบุ๊กWilawan Wasuntarasophit

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อความภายหลัง ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wilawan Wasuntarasophit โพสต์ข้อความระบุว่า ฮะโหลลลล #ยังคงพะอืดพะอมอยู่ อะไรเอ่ยอยู่ในเนื้อ  ปล.แจ้งพนักงานแล้ว พนักงานทำหน้าเจื่อนๆพร้อมหายไปกับเนื้อถาดนี้สักพัก พอกลับมาได้เนื้อฟรีๆมาหนึ่งถาดใหญ่ ทางเราตอบไปว่า อิ่มแล้วค่ะ (จริงๆคือกินไม่ลงแล้ว) เราก็ถามไปเพื่อความสบายใจว่าแล้วมันคืออะไรคะ ? พนักงานตอบมาว่า อ๋อ เอ็นของเนื้อค่ะ (พร้อมทำหน้าเจื่อนๆ)  เอ็นเนื้อเอ็นเนื้ออะไร  ถ้าเป็นเอ็นเนื้อจริงๆ เปลี่ยนถาดใหม่ให้ทำไม  **อัพเดทล่าสุดฝ่ายประชาสัมพันธ์ติดต่อมาว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบให้แล้วจะมาชี้แจงข้อสรุปให้รู้ค่ะ

ข้าวหมกไก่ ข้าง รพ.เกษมราษฎร์ อยากรู้ว่าเปิดหรือไม่ ต้องไปดูเอาเอง โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

ข้าวหมกไก่ ที่มาคอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิมผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็กเผยแพร่วันที่ 7 มกราคม 2561

โลกนี้ไม่เคยมีความพอดี มีร้านอาหารมากมายหลายแห่งเปิดขายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บริการลูกค้าดีเยี่ยมจนแทบจะป้อนข้าวให้ แต่กลับไม่ค่อยมีคนมาอุดหนุน เทียบกับร้านอีกประเภท เปิดบ้าง ไม่เปิดบ้าง บางร้านไม่ง้อลูกค้า (อย่างเช่น เฉาก๊วยมุกดา ในวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน) กลับมีผู้คนมายืนออรอคิวจนแทบจะขี่คอกันเลยทีเดียว เป็นเพราะอะไรนั้นหรือ คำตอบมีหนึ่งเดียว ก็เพราะอาหารของร้านนั้นอร่อยสุดยอดนะสิจ๊ะ

คราวนี้สุดแสนดีใจ มีร้านข้าวหมกไก่อิสลามอาศัยขายเป็นเพิงริมทางมาแนะนำ ติดป้ายตรงรั้วสังกะสีข้างร้านว่า ร้านอาหารมุสลิม ใครได้ชิมร้านนี้ถือว่ามีบุญมาก อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไม เชิญอ่านต่อได้เลยจ้ะ

นับเป็นความโชคดียิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก ที่ปิ่นโตเถาเล็กไปครั้งแรกก็ได้ชิมเลย เพราะวันนั้นร้านเปิดพอดี อ่านมาถึงตรงนี้แฟนๆ คงแปลกใจว่า ปิ่นโตเถาเล็กเขียนอะไรกันนี่ ร้านเปิดก็ต้องได้ชิมสิ ขอบอกว่าเอกลักษณ์ของร้านข้าวหมกไก่เจ้านี้คือ เปิดขายไม่แน่นอน บางครั้งขายติดต่อกันหลายวัน เสร็จแล้วก็หยุดขายไปเป็นอาทิตย์ บางครั้งก็หยุดนานเป็นเดือนก็มี ขาประจำที่มาที่ร้านต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวเลย

ร้านข้าวหมกไก่อิสลามนี้ ผมขอตั้งชื่อให้ว่า ข้าวหมกไก่ ข้าง รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น เพราะถ้าไม่สังเกตให้ดี จะต้องผ่านเลยไปโดยไม่ชายตามองแม้แต่น้อย ขนาดเพื่อนผมโกวิสุทธิ์ผู้แนะนำ อยู่ตรงนั้นมา 16 ปีเท่ากับอายุของร้านข้าวหมกไก่ ยังไม่เคยรู้เลยว่ามีร้านดีๆ อย่างนี้อยู่หน้าบ้าน

ที่ตั้งร้านข้าวหมกไก่เป็นเพิงเป็นเต็นท์ชั้นเดียวเล็กๆ ริมถนนประชาชื่น เลย สี่แยกประชานุกูล ที่ตัดกับถนนรัชดาภิเษกเพียงนิดเดียว และอยู่ก่อนถึง ทางเข้า รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ไม่กี่สิบเมตร ส่วนที่จอดรถริมถนนนั้นไม่มี ไม่แน่ใจว่าจะไปอาศัยจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาลได้หรือเปล่า ทางที่ดีอย่านำรถมาเองเลย (ปิ่นโตเถาเล็กไปจอดบ้านเพื่อนแถวนั้น)

ร้านนี้เป็นของคุณสนอง ไกรทัต กับคุณรัชนี บูชาดี พื้นเพเป็นคนอยุธยา ทั้งร้านทำกันอยู่แค่ 2 คน (ปกติไม่มีใครรู้จักชื่อจริงหรอก แต่ข้าพเจ้าให้ขาประจำไปสอบถามให้ ถึงจะได้คำตอบ) ปกติผู้ที่มาอุดหนุนประจำจะเรียกกันติดปากว่าบังกันทั้งนั้น เดิมเคยขายอยู่อีกด้านหนึ่งของโรงพยาบาล แต่ย้ายมาอยู่ที่ริมถนนตรงนี้นานหลายปีแล้ว

วันไหนร้านเปิด บังสนองจะตื่นมาตั้งแต่ตี 4 ปรุงอาหาร พร้อมขายตอน 8 โมงครึ่ง (แต่วันนั้นผมมาก่อนเวลา 10 นาทีก็เห็นว่าร้านเปิดแล้ว) และขายไปจนถึงตอนเที่ยงก็หมดแล้ว

ในร้านจะตั้งโต๊ะอยู่ประมาณ 10 ตัว ส่วนหน้าร้านมีคนมายืนรอซื้อกลับบ้านจำนวนพอๆ กับผู้ที่มากินที่ร้านเลย ดังนั้นมาร้านนี้โปรดทำใจไว้เลยว่า กว่าจะได้กินก็ต้องรอนานประมาณ 1 ชั่วโมง

มาแล้วให้รีบหาที่นั่ง แล้วจดในกระดาษที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะข้างๆ บัง เขียนเสร็จก็ถามเบอร์โต๊ะว่าที่นั่งอยู่นั้นคือโต๊ะอะไร จดเบอร์โต๊ะลงไปด้วย แล้วก็ยื่นให้บังหรือกะนิ (คุณพี่ผู้หญิง) ได้เลย

ซุปเนื้อ

เมนูร้านนี้มีแค่ 4 อย่างคือ ข้าวหมกไก่ ซุปหางวัว ซุปเนื้อ ข้าวมันไก่ (ซึ่งมีข้าวมันไก่ทอดด้วย) ข้าวหมกไก่ หอมละมุน ชอบตรงที่ไม่หวาน (บางร้านเดี๋ยวนี้ข้าวหมกปรุงด้วยน้ำตาลหวานเจื้อย) เนื้อไก่นุ่มมาก ทำจากไก่สดที่เจ้าประจำมาส่งทุกวัน สั่งได้ทั้งหน้าอก สะโพก น่อง ให้ปริมาณข้าวมาเต็มจานจุใจ สนนราคาจานละเพียง 40 บาท จะสั่งพิเศษก็มีด้วยแต่ไม่ได้ถามราคามา เพราะชิมแค่จานธรรมดาก็เยอะแล้ว และมีแกงจืดฟักมาให้ซดคู่กันอีกด้วย เวลาบังตักข้าวหมกไก่ จะเอาถ้วยตักข้าวเคาะหม้อข้าวหมกไก่ดังปัง ไม่ต้องตกใจนะจ๊ะเดี๋ยวก็ชินเอง

ข้าวมันไก่และไก่ทอด

คนที่ชอบกินเนื้อต้องสั่ง ซุปหางวัว และ ซุปเนื้อ มาด้วยอีกต่างหาก สนนราคาชามละ 100 บาทเท่ากัน 1 ชามแบ่งกิน 2 คนได้สบายๆ (ไม่มีซุปไก่นะจ๊ะ) ซุปเนื้อใช้เนื้อน่องก้อนโตๆ นุ่มกำลังดี ซุปหางวัวก็ชิ้นเบ้อเริ่ม หนังหนึบๆ เนื้อนุ่มๆ ปรุงถึงเครื่องใส่หอมใหญ่ ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ ผักชี หอมเจียว พริกขี้หนูทุบ รสชาติจัดจ้านสะใจ ถ้าไม่กินเผ็ดเขียนบอกตอนสั่งได้เลย นอกจากนี้ผมสั่งข้าวมันไก่ (35 บาท) กับไก่ทอด เป็นทูอินวันมาด้วยอีก 1 จาน

ซุปหางวัว

ส่วนเครื่องดื่มนั้น เห็นขาประจำเดินไปตักน้ำแข็งเองก็เลยทำตามบ้าง ซึ่งจะมี ชาดำเย็น และ โอเลี้ยง ที่คั่วเมล็ดจนหอมอร่อยมาก (แก้วละ 10 บาท) ตักใส่แก้วเองได้เลย มีแปะไว้ที่โถแก้วแล้วว่าโถไหนคือโอเลี้ยงกับชาดำเย็น

บังง่วนอยู่กับการทำอาหารตามออเดอร์ที่ล้นทะลัก จะไม่ค่อยมีเวลามาคุยกับลูกค้า และที่เปิด-ปิดร้านไม่แน่นอน น่าจะเป็นเพราะเรื่องสุขภาพเพราะเห็นใส่เสื้อพยุงหลังด้วย

ร้านประเภทนี้สมควรแก่การตามมาชิมมาก ต้องมีโชคเท่านั้นถึงจะได้กิน เพื่อนผมบางคนมา 5 ครั้งถึงจะมีบุญได้กินสักครั้งหนึ่ง แต่มีขาประจำที่ร้านบอกว่า มีอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากขับมาดูเอง คือให้โทรหาบังที่เบอร์ 06-1521-3956 ซึ่งถ้าเปิดร้าน บังจะรับสายตอนช่วงตี 5 เท่านั้น ขอให้แฟนๆ ทุกท่านโชคดี ได้ชิมสมอารมณ์หมายนะจ๊ะ


ข้าวหมกไก่ ข้าง รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น

โดย คุณสนอง ไกรทัต และคุณรัชนี บูชาดี

ที่ตั้ง เพิงริมถนนประชาชื่นก่อนถึง รพ.เกษมราษฎร์ บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800

โทร 06-1521-3956

เปิดบริการ 08.30-12.00 น. เปิดไม่แน่นอน

หยุด ไม่แน่นอน บางครั้งหยุดนานนับอาทิตย์ นานเป็นเดือน

แนะนำ ข้าวหมกไก่ ซุปหางวัว ซุปเนื้อ โอเลี้ยง

แฟชั่น 'ปิแอร์ การ์แดง' 70 ปีที่ปักกิ่ง

บรรยากาศบนแคตวอล์กในงานแฟชั่นโชว์ครบรอบ 70 ปีของ “ปิแอร์ การ์แดง” ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งดูเพลินทั้งแฟชั่นเสื้อผ้า และการแสดงบนเวทีที่เต็มไปด้วยความสวยงามในค่ำคืนนั้น (เอเอฟพี)

 

AFP PHOTO / WANG ZHAO


มาดามตวง FOOD CELEB…บินลัดฟ้าตามล่าหาความอร่อยที่บรูไน ห้องอาหารจีนอันดับหนึ่งระดับประเทศ Li Gong (ตอนที่ 1)

 

 

 

 

 

 

สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านค่ะ ปีใหม่นี้มาดามตวงขอพาไปเที่ยวประเทศบรูไน หรือเนการาบรูไนดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam) ประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว มีเมืองหลวงคือ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน หากเดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น บรูไนเป็นประเทศที่มีความเงียบสงบ มีประชากรเพียงแสนกว่าคน รายได้หลักของประเทศมาจากการขายน้ำมัน

ซึ่งแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกค้นพบตั้งแต่ พ.ศ.2472 จึงทำให้เป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งในเวลาต่อมา ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม รองลงมาเป็นชาวจีน

ล่าสุดนี้ มาดามตวงได้ไปเยือนบรูไนเป็นครั้งแรก เป็นการเปิดประสบการณ์ในประเทศใหม่ๆ ซึ่งไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าในประเทศบรูไนจะมีร้านอาหารจีนซึ่งรสชาติไม่แพ้ในฮ่องกง ประเทศที่ขึ้นชื่อที่สุดในโลกสำหรับอาหารจีน ห้องอาหารนี้ชื่อ LI Gong เป็นอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง โดยเชฟมากความสามารถ Chef Sun มีประสบการณ์ในอาชีพนี้ถึง 29 ปี โดยเดินทางทำงานมาแล้วถึง 17 ประเทศ เคยปรุงอาหารให้บุคคลสำคัญระดับโลกมานับครั้งไม่ถ้วน นอกจากนี้ ผ่านการแข่งขันการปรุงอาหารระดับโลกมากว่า 18 ครั้ง โดยชนะอันดับหนึ่งถึง 12 ครั้ง ความสามารถในการรังสรรค์เมนูของเชฟไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ต้องบอกเลยว่าเมนูที่มาดามตวงได้ทานที่ร้านนี้ เป็นเมนูที่ไม่เคยชิมที่ไหนมาก่อน เช่น เต้าหู้ดำใส่ผงถ่านญี่ปุ่นบินโจตันทอด ทานคู่กับซอสคัสตาร์ด (Binchotan charcoal Beancurd with butter custard sauce) เมนูนี้เชฟอธิบายว่า เป็นการใช้ผงถ่านนี้เปรียบเหมือนการดีท็อกซ์ร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณสวยงาม ตัวเต้าหู้มีความกรอบนอกนุ่มใน ซอสรสชาติเบาๆ และเผ็ดนิดๆ เป็นจานเรียกน้ำย่อยได้ดี


เต้าหู้ถ่านและซอสคัสตาร์ด

 

เชฟนำเสนอเมนูที่เก๋อีกคือ ไก่กรอบผัดเปรี้ยวหวาน (Sweet & Sour chicken with Fruits on Ice) พิเศษตรงที่นำไก่ไปชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วนำไปคลุกกับน้ำซอสเปรี้ยวหวานที่เคี่ยวจนเหนียว เมื่อคลุกเคล้าเสร็จแล้ว นำไปจัดวางบนจานโรยน้ำแข็งและผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยวหวาน เช่น สตรอเบอรี่ องุ่น ดูสีสันสวยงาม เทคนิคของจานนี้คือ เมื่อชิ้นไก่ทอดโดนน้ำแข็งก็เกิดความกรอบเพิ่มขึ้นจากส่วนของซอสที่กลายเป็นคาราเมล เวลารับประทานผิวด้านนอกของชิ้นไก่จะเย็น แต่ด้านในยังร้อน จานนี้เป็นจานที่รสชาติแบบที่คุ้นเคยในการนำเสนอที่แปลกชวนให้ลองพิสูจน์

ไก่ผัดเปรี้ยวหวานบนน้ำแข็ง

อีกเมนูที่อร่อยได้ใจจากวัตถุดิบธรรมชาติมาผสมผสาน น้ำซุปกระเพาะปลาสดตุ๋นโสม (Signature double boiled tea pot soup with fish maw & ginseng) ความอร่อยของน้ำซุปเกิดจากการต้ม ตุ๋นครั้งแรก น้ำซุปประกอบด้วย ไก่แก่ ตีนไก่ และเป็ด ทำให้มีความหวาน จากนั้นนำแต่น้ำซุปมาตุ๋นพร้อมกังป๋วย กระเพาะปลาสดและโสม เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่มาดามตวงเห็นถึงฝีมือของเชฟที่ทำน้ำซุปให้อร่อยได้ใจขนาดนี้

ซุปกระเพาะปลาตุ๋นและโสม

อีกเมนูหนึ่งที่ขึ้นชื่อของร้านคือ ข้าวอบหม้อดินลอบสเตอร์ ในสไตล์เซี่ยงไฮ้ (Signature Poached Yuan Yang Rice with Lobster) ซึ่งอบมาได้ความหอมของหม้อดิน แล้วเมื่อเวลาจะรับประทาน ราดน้ำซุปลงไป น้ำซุปจะทำให้ข้าวอบหม้อนี้เพิ่มความหอมจากข้าวที่ติดก้นหม้อดิน เหมือนกลิ่นข้าวตังนิดๆ น้ำซุปของลอบสเตอร์มีความหวาน

ข้าวอบหม้อดินล๊อปสเตอร์

ปิดท้ายด้วยของหวานคือ เยลลี่ตะไคร้และส้มโอ กับสโนว์บอลไส้มะม่วง (Chilled Lemon Grass Jelly with Pomelo and Jiang Nan Snow Dumpling) แป้งเหนียวนุ่มผสมกะทิห่อไส้ด้านในเป็นมะม่วง เสิร์ฟคู่กับเยลลี่ตะไคร้ ใส่เนื้อส้มโอ ผสมความเปรี้ยวจากมะนาว เพิ่มกรุบกรอบด้วยเม็ดแมงลัก

เยลลี่ตะไคร้และส้มโอ กับสโนว์บอลไส้มะม่วง

มาดามตวงยังมีความอร่อยจากบรูไนมาฝากกันอีกมากมาย ติดตามได้ศุกร์หน้าค่ะ

 

 

Li Gong

Jerudong BG3122 Negara Brunei Darussalam

Tel. +673 834 2222

มาดามตวง – Chef Sun

โยคะง่ายๆ ช่วยบรรเทาปวดหลัง

เพราะพฤติกรรมประจำวัน ไม่ว่าจะนั่งทิ้งตัวหลังงอ นั่งแอ่นหลังเกินไป ติดการนั่งไขว่ห้างแล้ว การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 5-7 ชั่วโมง ขับรถในช่วงการจราจรเร่งด่วนติดหนึบเป็นประจำทุกวัน อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง

ทนงศักดิ์ วงษาโสม ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนา ฟิตเนส เฟิรส์ท แนะว่า มี 6 ท่าโยคะง่ายๆ ที่ผู้มีอาการปวดหลังสามารถทำได้ด้วยตนเอง บนเสื่อโยคะ พรม หรือเตียงนอนที่บ้าน ดังนี้

ท่าที่ 1 Seated Forward Fold นั่งเหยียดขาคู่ตรงไปด้านหน้า หายใจเข้า ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หลังยังยืดตรง หายใจออกพับตัวจากสะโพกลงไปด้านหน้าโดยไม่โก่งหลัง ยืดเข่าตรง ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออกไว้

ท่าที่ 2 Seated Head to Knee นั่งเหยียดขาขวาตรงไปด้านหน้า ส่วนขาซ้ายพับเข้าไปหาต้นขาขวา หายใจเข้ายกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หายใจออกพับตัวจากสะโพกลงไปด้านหน้า จัดระเบียบเชิงกรานไว้ไม่ให้เอียงหรือบิด ยืดสันหลังตรงไม่โค้งงอ ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก

ท่าที่ 3 Spinal Twist นั่งต่อเนื่องจากท่าเดิม หายใจเข้าลึกยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หายใจออกค่อยๆ บิดลำตัวจากช่วงเอวไปทางซ้าย วางมือซ้ายใช้แขนประคองลำตัวทางด้านหลัง วางหลังมือขวาไว้เหนือเข่าซ้าย ขณะบิดเอวลำตัวยืดหลังตรงไม่แอ่นหรืองอ ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก


ท่าที่ 4 Revolved Head-to-Knee นั่งต่อเนื่องจากท่าเดิม หายใจเข้า ยกแขนซ้ายขึ้น หายใจออกพับตัวไปด้านขวาเพื่อยืดลำตัวด้านซ้าย พยายามเปิดหัวไหล่ไม่คว่ำหน้าลงพื้นเพื่อยืดกระดูกสันหลัง หัวเข่ายืดตรง ฝ่าเท้ายันขึ้น หายใจเข้าออกขณะค้างท่า

ท่าที่ 5 Sage Twist นั่งขาขวาเหยียดตรง งอขาซ้ายยกข้ามมาทางขวา โดยวางฝ่าเท้าซ้ายแนบกับต้นขาขวา หายใจเข้า ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น หายใจออก บิดเอวไปทางซ้าย วางมือซ้ายใช้แขนประคองลำตัวทางด้านหลัง วางหลังมือขวาไว้ที่ต้นขาซ้าย ขณะบิดเอวลำตัวยืดหลังตรงไม่แอ่นหรืองอ ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก

ท่าที่ 6 Eagle Arm นั่งพับขาทั้งสองไปวางที่ข้างสะโพกของอีกฝั่ง หายใจเข้า ยื่นแขนทั้ง 2 ข้างมาด้านหน้า ยกแขนขวาไขว้ไว้บนแขนซ้าย พับแขนซ้าย และแขนขวาตามมาช้าๆ ประกบฝ่ามือเข้าหากัน หายใจออก ก้มหน้าดึงศอกออกจากลำตัว ค้างท่าพร้อมกับหายใจเข้าออก จากนั้นคลายท่า และทำสลับข้างตั้งแต่ท่าแรกจนท่าสุดท้าย

ทั้ง 6 ท่านี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ระดับหนึ่ง แต่การปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้เช่นกัน

ทนงศักดิ์ วงษาโสม

สุดยอดภาพอวกาศแห่งปี 2017

(ESA/Hubble&NASA)

ภาพจากห้วงอวกาศช่วยให้เราทำความเข้าใจต่อสภาพความเป็นจริง ณ จุดอันไกลโพ้นได้มากกว่าคำบอกเล่ามากมาย ในเวลาเดียวกันก็กระตุ้นจินตนาการให้บรรเจิด สร้างความตื่นตาตื่นใจและความคาดหวัง ความใฝ่ฝันให้เกิดขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน

สุดยอดของภาพถ่ายห้วงอวกาศเหล่านี้ มีทั้งที่เป็นผลงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และที่เป็นผลงานของนักดาราศาสตร์จากหอสังเกตการณ์มากมายทั่วโลก ไม่เพียงสะท้อนถึงความกว้างใหญ่ของจักรวาลที่เราใช้ชีวิตอยู่ ยังแสดงให้เราได้ตระหนักถึงความหนาแน่น จำนวนไม่รู้จบในท่ามกลางความเวิ้งว้างมหาศาลนั้น

มีบ้างบางภาพที่ต้องผ่านกระบวนการเติมสีสันหรือใช้ฟิลเตอร์กรอง เพื่อเพิ่มความชัดเจนของรายละเอียดบางอย่าง แต่ทั้งหมดล้วนเป็นภาพถ่ายจริง ไม่ใช่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์

ผู้รู้บอกว่า จักรวาลเมื่อมองออกไปจากโลก ให้ความรู้สึกอย่างหนึ่ง แต่เมื่อมองกลับลงมาจากห้วงอวกาศสู่โลก ก็เอื้อให้เกิดความรู้สึกอีกรูปแบบหนึ่ง

“คาร์ล ซากัน” นักเขียน นักดาราศาสตร์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และนักจักรวาลวิทยาเลื่องชื่อชาวอเมริกัน บันทึกเอาไว้ใน “คอสมอส” ก่อนล่วงลับว่า

“จักรวาล เป็นเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา และจักเป็นอยู่เช่นนั้นตลอดกาล เพียงใคร่ครวญถึงแค่เล็กน้อยจักรวาลก็จะปลุกเร้าเรา เย็นวาบลงไปถึงไขสันหลัง บันดาลให้เสียงสั่นไหว เกิดความรู้สึกบางเบาวาบเข้ามาเหมือนความทรงจำแสนไกล คลับคล้ายกับความรู้สึกเมื่อร่วงหล่นลงจากที่สูง…

“นั่นเนื่องเพราะเรารู้สึกว่ากำลังมุ่งหน้าไปหาความลึกลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว”

ในเวลาเดียวกัน เอ็ดการ์ มิทเชลล์ อดีตนักบินอวกาศในภารกิจอพอลโล 14 ให้สัมภาษณ์ “พีเพิล แม็กกาซีน” เอาไว้เมื่อ 8 เมษายน 1974 ถึงความรู้สึกกระจ้อยร่อยของตัวเองและมนุษยชาติ จนน่าขันและชวนโมโห

“เมื่อมองมาจากดวงจันทร์ข้างนอกนั่น การเมืองระหว่างประเทศทั้งหลายช่างน่าสังเวชนัก คุณจะนึกอยากคว้าคอนักการเมืองสักคน ลากออกมาให้ห่างสักล้านไมล์ แล้วสำทับว่า ‘ดูสิ…ดู ไอ้ชิ-หา-เอ้ย’”

ทะเลาะกันอยู่นั่นแหละ ฆ่าฟันกันอยู่ได้ ไม่รู้หรือว่าตัวเองกระจ้อยร่อยเพียงใด!


1.

(ESA/Hubble&NASA)

ภาพนี้เป็นผลงานของกล้องฮับเบิล สเปซ เทเลสโคป แสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อดาราจักร (แกแล็กซี) 2 ดาราจักรรวมตัวเข้าด้วยกัน ณ จุดที่ห่างออกไปจากโลกของเราราว 300 ล้านปีแสง ในกลุ่มดาวปู หรือกลุ่มดาวกรกฎ แกแล็กซีใหม่ที่เป็นผลจากการรวมตัวกันดังกล่าวคือ NGC 2623 (หรือ Arp 243) ส่วนหางที่ตวัดออกมาทั้ง 2 ด้านนั้น อยู่ห่างราว 50,000 ปีแสงจากบริเวณนิวเคลียส หรือใจกลางแกแล็กซีใหม่ (ภาพ-ESA/Hubble&NASA)

2.


ภาพน่าทึ่งภาพนี้คือส่วนที่หลงเหลืออยู่หลังการเกิดซุปเปอร์โนวา ถูกเรียกขานว่า “แคสซิโอเปีย เอ” (Cassiopeia A) อยู่ห่างจากโลกเราออกไปราว 11,000 ปีแสง ภายในกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย (มีบางคนเรียกกลุ่มดาวค้างคาว) ตัวซากซุปเปอร์โนวามีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 10 ปีแสง บริเวณริมขอบที่กำลังขยายออกนั้น ว่ากันว่าอุณหภูมิสูงถึง 50 ล้านองศาฟาเรนไฮต์ อัตราในการขยายเร็วถึง 4,000-6,000 กิโลเมตรต่อวินาที (ภาพ-NASA/CXC/SAO)

3.

ภาพนี้ถ่ายโดยกล้อง “เอ็กซ์เอ็มเอ็ม-นิวตัน” ขององค์การอวกาศแห่งยุโรป (อีเอสเอ) ซึ่งเป็นกล้องรังสีเอ็กซ์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เคยส่งขึ้นสู่อวกาศ แสดงให้เห็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่กำลังก่อกำเนิดขึ้น ท่ามกลางการไหลเวียนของวัสดุและกระแสก๊าซ นักดาราศาสตร์ประเมินว่าดาวฤกษ์ดวงนี้มีมวลมากกว่ามวลของดวงอาทิตย์เราถึง 25 เท่าตัว (ภาพ-ESA/XMM-Newton, J. Toal?&D. Goldman)

4.

ภาพพื้นผิวบริเวณขั้วใต้ของดาวอังคารที่ดูแปลกตาเหมือนภาพจากจินตนาการ ยานสำรวจจากวงโคจร มาร์ส รีคอนเนสแซนซ์ ออร์บิทเตอร์ ถ่ายภาพนี้ไว้ในช่วงปลายหน้าร้อนของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ ส่วนที่เห็นเป็นเหมือนครีมราดขนมปังนั้นคือคาร์บอนไดออกไซด์เยือกแข็ง ส่วนบนขวาของภาพคือหลุมลึกที่คาดว่าอาจเกิดจากการปะทะของอุกกาบาต หรือไม่ก็เกิดจากการยุบตัวของพื้นผิว (ภาพ- NASA/JPL-Caltech/Univ. of Arizona)

5.


ภาพเนบิวลาอินทรี หรือเอ็ม 16 เนบิวลา (หรือ NGC 6611) ภาพนี้ถ่ายโดยโจนาธาน ดูแรนด์ โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ ทีเอส 130/910 ให้รายละเอียดของเนบิวลาที่เป็นที่รู้จักกันดีนี้ได้ดีเป็นพิเศษ เนื่องจากเปิดเลนส์รับแสงค้างไว้ต่อเนื่องถึง 33 ชั่วโมง เนบิวลาอินทรีหรืออีเกิลเนบิวลาอยู่ในกลุ่มดาวเซอร์เพนส์ (กลุ่มดาวงู) ถือเป็นแหล่งก่อตัวของดาวฤกษ์ใหม่ อยู่ห่างออกไปจากโลกราว 7,000 ปีแสง (ภาพ-Jonathan Durand)

โมเดลคนใหม่! สไตลิสท์ดังทึ่ง ความเป๊ะ "น้องอัญ" กระเป๋ารถเมล์เข้าตา ชวนเดินแบบบนรันเวย์

เรียกว่าความปังเรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี หลังจากเป็นกระแสฮือฮาในแวดวงโซเชียล เมื่อน้องอัญ กระเป๋ารถเมล์คนดังสาย 539 พกพาความสูง บวกหน้าตาคมเข้ม จนสะดุดตา เจี๊ยบ – เอกมล อรรถกร สไตลิสท์ชื่อดังของเมืองไทยเข้าอย่างจัง จนเชิญมาเป็นนางแบบบนรันเวย์ให้กับเขา

โดยสไตลิสท์ดัง อัพเดทสเตตัสเฟซบุ๊กว่า

“ไปสะดุดตาเธอคนนี้เข้าให้บนรถโดยสารประจำทางสาย 539 ใช่แล้วครับเธอคือ ‘น้องอัญ’ กระเป๋ารถเมล์คันดังกล่าวนั่นเอง เราว่าผู้หญิงคนนี้มีองค์ซ่อนอยู่ ‘องค์โมเดล’ อ่ะครับ หน้าไทยแท้ ผิวเข้ม รูปร่างบาง ลีน แขนขาเล็ก กะด้วยสายตาน่าจะสูงเฉียด ๆ 175 และแล้วก็ได้ยินเสียงของหัวใจพูดว่า …”นี่มันไม่ใช่ที่อยู่ของเธอ เธอเหมาะกับรันเวย์” เราจึงเข้าไปทาบทามเธอมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ ‘บุษบาริมทาง’ ที่กำลังผลิตอยู่เสียเลย


‘บุษบาริมทาง’เป็นรายการเกี่ยวกับ how to เรื่องแต่งตัวและบุคลิกภาพ ที่คนดูสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างโอกาสดี ๆ ให้กับตัวเองได้ โดยเฉพาะสาววัยเริ่มทำงานทุกอาชีพและทุกคน ซึ่งน้องอัญก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ตอบโจทย์ของรายการเพราะนอกจากจะเป็นกระเป๋ารถเมล์แล้ว เธอยังทำงานขายเครื่องสำอางค์ชื่อดังยี่ห้อหนึ่งควบคู่ไปด้วย ขยันจริง ๆ นะน้องนะ
ระหว่างรอวันรายการออนแอร์เราคิดว่าน่าจะหาอะไรสนุก ๆ ทำ ว่าแล้วก็เลยจับน้องอัญมาฝึกเดินแบบ น๊านนน! จากคนที่ไม่เคยใส่ส้นสูง จากคนขี้อาย จากคนที่คิดว่าไม่มีโอกาส วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวานี้เธอจะเป็นหนึ่งในนางแบบของแบรนด์ EAGGAMON เดินแฟชั่นโชว์ ‘Jungle chic’ ที่สีลมซอย 2 ด้วย ลองมาดูกันครับว่าปฏิบัติการเทรนบุษบาริมทางจากกระเป๋ารถเมล์ให้กลายมาเป็นบุษบารันเวย์ระหว่างครูเจี๊ยบกับน้องอัญจะสำเร็จด้วยดีหรือไม่
“โอกาสมีไว้คว้า” น้องอัญเคยพูดกับพี่เจี๊ยบ
“ถึงเวลาพิสูจน์แล้วครับ” พี่เจี๊ยบพูดกับน้องอัญ
แต่ตอนนี้พี่ต้องขอตัวกลับไปทำเสื้อผ้าแฟชั่นโชว์ที่ ห้องเสื้อชั้นสูง Eaggamon ต่อนะครับ มีงานรออีกเพียบเลย”

เป็นกำลังใจให้ว่าที่ดาวดวงใหม่