อ่านฉลากอาหารเข้าใจ ภายใน 30 วินาที

ที่มา : www.greenery.org

อ่านฉลากอาหารเข้าใจ ภายใน 30 วินาที thaihealth

ใครมีพฤติกรรมหิวปุ๊บซื้อปั๊บ! ไปซื้อของทีไรก็หยิบๆ ลงตะกร้าเดินมาจ่ายตังค์อย่างเดียว เราขอแสดงความห่วงใยว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นคนไทย 1 ใน 14 ล้านคนที่เป็นโรคกลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) หรือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กลุ่มโรคนี้เป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของประชากรไทยราว 300,000 กว่าคนต่อปี ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคอ้วนลงพุง ไปจนถึงโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ พฤติกรรมการกินแบบตามใจปากทั้งหวาน มัน เค็ม สะสมนานๆ จนก่อโรคนั่นเอง

มีหลายคนบ่นว่าเห็นข้อมูลในฉลากโภชนาการ (Nutrition Facts) หรือที่เราเรียกกันแบบบ้านๆ ว่า ฉลากอาหาร ก็มึนหัวแล้ว ตัวเลขอะไรจะเยอะเบอร์นั้น เราจึงจัดขั้นตอนอ่านฉลากอย่างฉับไวใน 30 วินาที เข้าใจและตัดสินใจเลือกให้ดีต่อสุขภาพได้ง่ายดายขึ้น

1.หนึ่งหน่วยบริโภค = ในการกิน 1 ครั้ง ควรกินไม่เกินปริมาณที่กำหนด มักระบุเป็นกรัม แต่ก็มีการคำนวนปริมาณให้แบ่งกินได้ เช่น ½ ซอง

2.พลังงานทั้งหมด = หลายคนเข้าใจผิด เห็นมันฝรั่งถุงเบ้อเริ่ม อุตส่าห์อ่านตรง ‘พลังงานทั้งหมดแล้ว’ เห็นมีแค่ 350 กิโลแคลอรีก็คว้าทันที ขอบอกว่า พลังงานที่ระบุในฉลาก ไม่ได้คิดตามปริมาณอาหารที่มีทั้งหมด! แต่คำนวณจาก ‘หนึ่งหน่วยบริโภค’ นะ ดังนั้นถ้า 1 ห่อมี 4 หน่วยบริโภคและคุณหิวหน้ามืดกินหมดห่อก็รับพลังงานแบบคูณ 4 เข้าไปด้วยนะ!

3.ไขมันทั้งหมด คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด โซเดียม = ในฉลากจะพิมพ์ด้วยตัวหนา วิธีคำนวณง่ายๆ ให้ดูที่จำนวนเปอร์เซ็นที่พิมพ์ต่อท้ายจำนวนกรัม ซึ่งหมายถึงร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน เช่น ไขมันทั้งหมด 21 กรัม คิดเป็น 32 % แปลว่า กิน 1 ห่อก็หมดโควตาไขมันไป 32 % เหลือแค่ 68 % สำหรับโควตาไขมันในอาหารมื้ออื่นๆ ของวัน

4.คำนวณแบบรวบตึง! ขอแถมเพดานความปลอดภัย ลดหวาน เค็ม มัน โดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แนะนำปริมาณ ต่อวัน ไว้ ดังนี้

จำกัดปริมาณน้ำตาล ไม่เกิน 40 กรัม = น้ำตาล 6 ช้อนชา

ไขมันทั้งหมด ไม่เกิน 65 กรัม และในจำนวนนี้ถ้าเป็นกรดไขมันอิ่มตัว ไม่เกิน 20 กรัม = น้ำมัน เฉลี่ย 6 ช้อนชา

โซเดียม ไม่เกิน 23 กรัม = เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีง่ายๆ คือให้เอา 4 หารจำนวนกรัม จะออกมาเป็นช้อนชา รับรองว่าต้องตกใจถ้ารู้ว่าชาเขียวรสหวานขวดนึงมีน้ำตาลเกือบ 4 ช้อนชา กินขวดนึงแทบจะหมดโควต้ากินน้ำตาลต่อวัน เพราะฉะนั้น อ่านฉลากอาหารก่อนซื้อและเลือกสิ่งที่ดีกว่า ก็ลดความเสี่ยงโรค NCDs ลงได้เพียบ ที่เหลือก็หมั่นออกกำลังกาย ลดความเครียด งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์กันด้วยนะ

อีสาน-กลาง-ตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

ที่มา :  MGR Online

อีสาน-กลาง-ตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง  thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และในช่วงวันที่ 11-13 ก.พ. ฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น อ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

วันนี้  กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และสำหรับประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ สำหรับลมตะวันตกยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางตอนบนของภาคมีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี นครพนมสกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 16-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรีกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานีอุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 6-16 นอต หรือ 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 8-16 นอต หรือ 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่น 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

พัฒนาศักยภาพบุคลากรด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ

ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

พัฒนาศักยภาพบุคลากรด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ thaihealth

แฟ้มภาพ

          จังหวัดพะเยาจับมือแขวงไซยะบุลีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวพัฒนาศักยภาพบุคลากรด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ

          นายพงษ์พันธ์วิเชียรสมุทรรองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากรของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยบริการสุขภาพที่ติดอำเภอชายแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือสปป.ลาว(พะเยา-แขวงไชยบุลี)โดยมีนายแพทย์ไกรสุขเพชรบูระณินนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยากล่าวรายงาน

          ทั้งนี้เมื่อปี2558รัฐบาลมีนโยบายให้ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำประเทศไปสู่ประชาคมที่มีความแข็งแกร่งสร้างโอกาสความพร้อมและรับมือกับสิ่งท้าทายด้านการเมืองและความมั่นคงเศรษฐกิจและภัยคุกคามในรูปแบบใหม่อย่างรอบด้านรวมทั้งการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุขมุ่งเน้นให้ชุมชนในพื้นที่ชายแดนมีระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพภายใต้ยุทธศาสตร์กรมควบคุมโรคว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในประเทศและนานาชาติเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยมีกลยุทธ์ให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนมีระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อโรคอุบัติใหม่และภัยสุขภาพได้มาตรฐาน

          สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยาร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่1เชียงใหม่จึงร่วมกันจัดประชุม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยบริการสุขภาพที่ติดอำเภอชายแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือสปป.ลาวระหว่างจังหวัดพะเยาราชอาณาจักรไทยกับแขวงไซยะบุลีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยบริการสุขภาพที่ติดอำเภอชายแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือสปป.ลาวด้านช่องทางเข้า-ออกด่านให้ได้ตามมาตรฐานพ.ร.บ.โรคติดต่อพ.ศ.2558 การสื่อสารความเสี่ยงพร้อมทั้งความรู้เรื่องโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำพิษสุนัขบ้าและทบทวนข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารสถานการณ์โรคในพื้นที่โดยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขเฝ้าระวังโรคติดต่อและควบคุมวัณโรคชายแดนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์อาหารผลิตภัณฑ์สุขภาพคุ้มครองผู้บริโภคและพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพการป้องกันควบคุมโรคอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

          การจัดประชุมในครั้งนี้มีบุคลากรสาธารณสุขของแขวงไชยะบุลีขั้นแขวงและขั้นเมืองบุคลากรจากแขวงพัวพันการต่างประเทศขั้นแขวงและบุคลากรสาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอชายแดนไทย-ลาวของจังหวัดพะเยาบุคลากรปฏิบัติงานตามCIQที่ด่านบ้านฮวกและบุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่1เชียงใหม่กรมควบคุมโรครวมทั้งสิ้นกว่า100คน

กทม.ยันอากาศเช้านี้ ดี-ดีมาก

ที่มา:เว็บไซต์เดลินิวส์

กทม.ยันอากาศเช้านี้ ดี-ดีมาก thaihealth

แฟ้มภาพ

          กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรุงเทพมหานคร เผยข้อมูลวัดคุณภาพอากาศ ระบุแต่ละเขต อากาศดี-ดีมาก แต่ยังมีบางเขตคุณภาพปานกลาง ต้องดำเนินการลดฝุ่นต่อเนื่อง

รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กทม. จากกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า ในเวลา 08.00 น.- 09.00 น. พบว่าค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีมากกว่า 30 อยู่ในระดับปานกลางนั้น มีเพียง 2 พื้นที่ได้แก่เขตวังทองหลาง ริมถนน ซ.ลาดพร้าว 95 (ระดับ44) และที่ในเขตพระนคร ริมถนนสนามหลวง (ระดับ39) ส่วนพื้นที่อื่น ๆ พบว่า มีคุณภาพดีและคุณภาพดีมาก โดยเขตต่าง ๆ จะดำเนินการควบคุมมลพิษและฝุ่นละออง ตามคำสั่งกทม.อย่างต่อเนื่องต่อไป.

                    ขอบคุณเว็บไซต์กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรุงเทพมหานคร

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก : สมุดให้ความรู้เรื่อง การอบรมเลี้ยงดูลูกโดยไม่ใช้ความรุนแรง โดยกองคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก  thaihealth

การเอาใจใส่มากเกินไป การปล่อยปละละเลย การคาดหวังมากเกินไป การลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “ยาพิษ” ที่ ทำร้ายจิตใจ ทำลายการเติบโตที่ดีงามของลูกทีละน้อย

พฤติกรรมบางอย่างของคุณพ่อคุณแม่อาจทำร้ายลูก ๆ โดยไม่รู้ตัว  บางทีพ่อแม่อาจไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่พูด สิ่งที่ทำ หรือแสดงออกต่อหน้าลูกนั้น กลายเป็นพฤติกรรมทำร้ายจิตใจ เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ส่งผลต่อบุคลิกภาพของลูกน้อย

การเลี้ยงลูกต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วย การสร้างวินัยเชิงบวก (Positive Discipline) เป็นการ การอบรมสั่งสอน และการปลูกฝังวินัย เพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม เคารพกฎระเบียบในสังคม โดยการเน้นพฤติกรรมที่เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และสังคมของเด็กเป็นสำคัญ

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก  thaihealth

5 หลักการสร้างวินัยเชิงบวก

1. เคารพศักดิ์ศรีของเด็ก

2. พัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น ฝึกให้มีความรับผิดชอบ

3. ให้เด็กมีส่วนร่วมในการสร้างวินัยเชิงบวก

4. คำนึงถึงความต้องการทางพัฒนาการและคุณภาพชีวิตของเด็ก

5. มีความยุติธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ

สร้างพัฒนาการลูกง่ายๆ ด้วยวินัยเชิงบวก  thaihealth

5 วิธีเลี้ยงลูกด้วยวินัยเชิงบวก

1. เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กเรียนรู้จากพ่อแม่ ครูอาจารย์ และบุคคลรอบตัว

2. สอนเมื่อมีโอกาสเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเด็กเข้ามาหาหรือต้องการความช่วยเหลือ

3. ขอร้อง บอกให้ทำ เริ่มเมื่อเด็กพร้อม และฝึกทีละขั้นตอน ชมเชย เมื่อเด็กทำในสิ่งที่ถูกต้อง

4. ให้กำลังใจโดยใช้คำพูดเชิงบวก ให้แรงจูงใจ เช่น ชมเชย ให้รางวัล

5. ใช้หลักการสร้างวินัยเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอ มีความยืดหยุ่น และยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องธรรมดา

สสส. ให้ความสำคัญเรื่องของการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กในด้านต่าง ๆ จึงเป็นที่มาของ โครงการสิ่งเล็ก ๆ ที่สร้างลูก ที่รวบรวมองค์ความรู้ที่ได้ร่วมพัฒนากับผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเพื่อทำเป็นสื่อที่หลากหลาย ทั้งรายการโทรทัศน์ คู่มือแอปพลิเคชัน คอร์สอบรมพ่อแม่ เพื่อให้พ่อแม่ได้เห็นตัวอย่าง แนวคิดความรู้เรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเลี้ยงลูกเชิงบวก โดยได้พัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถปฏิบัติได้จริง ที่เป็นเรื่องใกล้ตัว ทำได้ง่าย ๆ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.khunlook.com

 

เปลี่ยนกันเถอะ…ก่อนจะป่วย

เรื่องโดย : อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team content www.thaihealth.or.th

ภาพประกอบโดย : นัฐพร ชุ่มลือ Team content www.thaihealth.or.th / แฟ้มภาพ

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

“61.6 ล้าน” ไม่ใช่ตัวเลขที่แสดงถึงทรัพย์สินแต่อย่างใด แต่คือจำนวนครั้งที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชน ในปี 2560 ทั้งๆ ที่จำนวนประชากรในประเทศไทย ที่ประกาศจากสำนักทะเบียนกลาง ในปลายปี 2560 มีจำนวน “66.19 ล้านคน”         

อัตราการเจ็บป่วยที่ดูสูงมากแบบนี้ แสดงถึงสุขภาพของคนไทยที่เราต้องหันกลับมาสร้างมายาคติว่า “ป้องกันก่อนรักษา” เพราะการป้องกัน และดูแลตัวเองให้ดีแล้วนั้น นอกจากจะลดค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังลดการแย่งเตียงคนไข้ และพื้นที่หอผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ดูจะไม่เพียงพอ

“เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ก่อนที่เราจะป่วย เคยหยุดคิดไหมว่า กาแฟแก้วนั้นที่คุณกำลังดื่มอยู่มีน้ำตาลอยู่เท่าไหร่ และทั้งหมดกี่แคลอรี่…” อ.สง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และนักวิชาการโภชนาการ ที่ปรึกษากรมอนามัย เอ่ยทักเป็นประโยคแรกๆ ที่เชิญชวนให้ผู้ฟังเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

นักวิชาการชื่อดัง ยังให้ข้อมูลที่สำคัญอีกว่า “คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังชั่วโมงละ 37 คน และสาเหตุของการเสียงชีวิตที่ไม่น้อยกว่า 36 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี ก็เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)” โครงการต่างๆ ที่กระทรวงสาธารณสุข และ สสส. รวมไปถึงภาคีอื่นๆ ต่างรณรงค์เรื่องสุขภาพ อาหารการกิน ก็เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวที่มีส่วนเกี่ยวพันกับ “พฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิต”

สิ่งที่จะลดอัตราการป่วยและเข้าโรงพยาบาลได้ คือการสำรวจพฤติกรรมการกินของตนเอง ว่าเรากินหวาน มัน เค็ม ขนาดไหน อ.สง่า แนะนำหลักในการสำรวจการกินในแต่ละวัน 6:6:1 คือ กินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา เกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา ซึ่งจะทำให้เราห่างไกลโรค NCDs  

“ดังนั้นเราควรจะรับรู้ข้อมูลอาหารด้วย เช่น กาแฟ ให้พลังงานเท่ากับข้าว 6-7 ทัพพี ไข่เจียวให้พลังงาน 240 แคลอรี่ หรืออาหารทอดมีไขมันเลวเท่าไหร่ รวมไปถึงการกินเค็มมากๆ ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตและโรคไต” อ.สง่า ให้ข้อมูล

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

หวาน – มัน -เค็ม ตัวการสู่โรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs)

หวาน – คือน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่กินน้ำตาลได้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 24 กรัม) ส่วนเด็กไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 16 กรัม) เมื่อกินเกินกว่านี้ร่างกายรับได้ในแต่ละวัน จะเกิดการสะสมพลังงานและเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินมาเป็นไขมันสะสม ทำให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

มัน – ไขมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งอยู่ในอาหาร ขนมขบเคี้ยว อาหารทอด อาหารแปรรูป ของหวาน ฯลฯ โดยในแต่ละวันควรบริโภคไขมันไม่เกิน 65 กรัมต่อวัน หรือใช้น้ำมันประกอบอาหารไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ถ้าบริโภคไขมันสูงเกินไปจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและความดันโลหิตสูง

เค็ม – โซเดียม ที่อยู่ในเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง ฯลฯ นับเป็นภัยที่อันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเราควรบริโภคโซเดียมไม่เกินวันละ 1 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 2,000 มิลลิกรัม) ซึ่งหากเราบริโภคเค็มมาเกินไปทำให้เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงและโรคไต

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

ทำอย่างไรถึงจะไม่ป่วย

อ.สง่า ยังแนะนำว่า หากเรากินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม จะทำให้ห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งทางองค์กรอนามัยโลก (WHO) ก็ออกมายืนยันด้วยว่า นอกจากจะได้รับใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีจากผักและผลไม้แล้ว ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs อีกด้วย

ทั้งนี้ สสส.และภาคีที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายให้คนไทยหันมากินผักผลไม้เพิ่มขึ้นจากเดิม 25.9% เป็น 50% ภายในปี 2564 การกินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม เป็นการสร้างนิสัยใหม่ๆ ให้คนไทย ที่จะกลายเป็นเกราะป้องกันทางสุขภาพของประชาชนทุกเพศทุกวัย

เปลี่ยนกันเถอะ...ก่อนจะป่วย thaihealth

กินผักผลไม้อย่างไร ให้ได้วันละ 400 กรัม

แน่นอนว่าการกินผักผลไม้วันละ 3 มื้อให้ได้ 400 กรัมนั้นอาจจะดูยากไป ยิ่งสำหรับมือใหม่หัดกินผักด้วยแล้วนั้น นับว่ายากมากในการฝืนตัวเองให้กินผักแต่ละคำ ซึ่งทาง “โครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม” ได้แนะนำวิธีการเริ่มต้นกินผักผลไม้ให้อร่อยและมีความสุข  ดังนี้

1. พกผลไม้วันละ 1-2 ผล เช่น กล้วย ส้ม แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง แทนคุกกี้หรือขนมกรุบกรอบ หากทำอย่างสม่ำเสมอจะได้ปริมาณอาหารในกลุ่มนี้ครั้งละ 100 – 150 กรัม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม (ผัก 3 ส่วน ผลไม้ 2 ส่วน)

2. มีผลไม้หรือกล่องผักสลัดติดตู้เย็น ติดบ้าน/ที่ทำงาน จะช่วยให้เรากินผักผลไม้ได้มากขึ้น

3. ลองทำกับข้าวกินเองสัปดาห์ละ 1 วัน เลือกผักที่ชอบ หรือทดลองผักใหม่ ๆ ล้างเอง ปรุงเอง นอกจากได้ความมั่นใจว่าอาหารปลอดภัยแล้ว ยังเกิดความภูมิใจในฝีมือตัวเองด้วย

4. เตรียมอาหารกลางวันไปกินที่ทำงาน ลองทำอาหารง่าย ๆ ที่เตรียมได้ตั้งแต่ตอนกลางคืน เช่น แซนด์วิช สลัด ข้าวผัด หรือข้าวคลุกน้ำพริกง่าย ๆ

5. เตรียมผักสดมาเป็นผักเคียงอาหารจานหลัก หรือลวกผักพกมาเติมในก๋วยเตี๋ยว วิธีนี้สามารถเพิ่มปริมาณผักในแต่ละมื้อได้ตามต้องการ

6. ทำน้ำผักผลไม้ปั่น โดยผสมน้ำผลไม้เล็กน้อยเพื่อช่วยลดกลิ่นผัก และเพิ่มรสอร่อยมากขึ้น แต่ปั่นแล้วต้องดื่มทันที เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าของเอนไซม์

การกินผักไม่ยากอย่างที่คิด ยิ่งเราทำอะไรซ้ำๆ 21 วัน หรือ ทฤษฎี 21 วันจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงให้เกิดเป็นนิสัย ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของตัวคุณเองดูนะคะ เพราะสุขภาพดีไม่มีทางลัด ไม่มีใครทำแทนได้ มีแค่ตัวคุณเองเท่านั้นที่จะกำหนดสุขภาพของตัวเอง และโรงพยาบาลก็จะไม่ถูกอัดแน่นไปด้วยผู้ป่วยอย่างเช่นทุกวันนี้

จัดหางานหนองบัวลำภู แนะวิธีทำงานต่างแดนอย่างถูกต้อง

ที่มา :  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

จัดหางานหนองบัวลำภู แนะวิธีทำงานต่างแดนอย่างถูกต้อง thaihealth

แฟ้มภาพ

จัดหางานหนองบัวลำภู แนะการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้อง

ด้วยกรมการจัดหางานมีนโยบายส่งเสริมให้แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศตามกระบวนการเดินทางไปอย่างถูกต้องซึ่ง การเดินทางไปทำงานต่างประเทศมี 5 วิธีคือ รัฐ โดยกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงานบริษัทจัดหางานจัดส่งการแจ้งการเดินทางไปทำงานด้วยตนเองตามมาตรา  48 นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศและนายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงานในต่างประเทศฐจัดส่ง

นางสาวกตพร  สองเมืองสุข  จัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภู  กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันการหลอกลวงคนหางานไปทำงานต่างประเทศขอให้ประชาชนคนหางานที่มีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบขั้นตอนวิธีการของการเดินทางไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้องได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภูศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภูชั้น2ตำบลลำภูอำเภอเมืองหนองบัวลำภูจังหวัดหนองบัวลำภูโทรศัพท์0-4231-6733ต่อ19ในวันและเวลาราชการ

ดูแลเด็กใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้ถูกสุนัข แมว กัดข่วน

ที่มา: สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

ดูแลเด็กใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้ถูกสุนัข แมว กัดข่วน thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  เตือนผู้ปกครองระมัดระวังและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกันและลดความเสี่ยงการถูกสัตว์กัดหรือข่วน โดยเฉพาะที่สาธารณะที่มีฝูงสุนัขจรจัด จากข้อมูลปี 2561 พบผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 520,000 ราย และกว่าร้อยละ 30 เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการรักษาและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่ฝูงสุนัขจรจัดกัดเด็กวัย 7 ขวบ ในจังหวัดทางภาคใต้ บาดเจ็บและเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล นั้น กรมควบคุมโรค ได้ทบทวนข้อมูลรายงานเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวในหลายปีที่ผ่านมา พบสิ่งที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.ผู้ที่ถูกกัดหรือทำร้ายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 2.สุนัขเหล่านี้อาศัยอยู่ตามชายหาด มักอยู่กันเป็นฝูง และมีพฤติกรรมหวงถิ่น  และ 3.ปัญหาสุนัขจรจัดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มักเกิดจากเจ้าของสุนัขที่ไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้ เช่น ย้ายที่อยู่ สุนัขออกลูกมากเกินที่จะเลี้ยงได้ ทำให้ปล่อยสุนัขไว้ตามที่ต่างๆ 

          จากรายงานการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์โดยกรมปศุสัตว์พบว่า ในปี 2561 พบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 1,400 ตัว กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เกือบครึ่งเป็นสัตว์ไม่มีเจ้าของและไม่ทราบประวัติ  นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ในปี 2561 มีจำนวนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 520,000 ราย และกว่าร้อยละ 30 เป็นเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี

           นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรค ขอแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกันและลดความเสี่ยงการถูกสัตว์กัดหรือข่วน โดยเฉพาะที่สาธารณะที่มีฝูงสุนัขจรจัด รวมถึงสัตว์เลี้ยงในบ้าน เนื่องจากสัตว์ไม่คุ้นชินอาจจะทำอันตรายแก่เด็กได้ สำหรับผู้เลี้ยงสุนัข ควรเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ เลี้ยงในรั้วรอบขอบชิด หากพาออกข้างนอกควรใส่สายจูง และต้องนำสุนัขไปเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี ทำหมันถาวรเมื่อไม่ต้องการให้สุนัขเพิ่มจำนวน และไม่นำไปปล่อยให้เป็นภาระของสังคม หากในพื้นที่มีสุนัขจรจัด ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสุนัขเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม สุนัขจรจัดควรเป็นความรับผิดชอบของคนในสังคม เช่น การพาสุนัขไปฉีดวัคซีน ระบุเจ้าของหรือมีการรับเลี้ยงจะดีที่สุด

           หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง ประมาณ 10 นาที ใส่ยาเบตาดีน เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยและรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง และควรสังเกตสุนัขว่ามีอาการผิดปกติหรือตายใน 10 วันหรือไม่ ภายหลังสุนัขตัวนั้นไปกัดข่วนคน ต้องรีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ขอให้ยึดหลัก “คาถา 5 ย.” ดังนี้ 1.อย่าแหย่ ให้สัตว์โมโห 2.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์ 3.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า 4.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน และ 5.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย เพราะสัตว์เหล่านี้อาจกัดหรือข่วนได้  สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

กินเจียมอยู่เจียม ต้นเหตุสำคัญสูงวัยภาวะขาดอาหาร

ที่มา :  ไทยโพสต์

กินเจียมอยู่เจียม ต้นเหตุสำคัญสูงวัยภาวะขาดอาหาร thaihealth

แฟ้มภาพ

เมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุย่อมมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะร่างกาย สังคมและเศรษฐกิจ อันอาจนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการได้

ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย แพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงวัย โรงพยาบาลศิริราช ได้เขียนบทความเตือนบรรดาผู้สูงอายุ ตลอดจนลูกหลานที่มีผู้สูงวัยอยู่ในครอบครัว ให้หมั่นสังเกตดูแลภาวะการขาดอาหารของผู้สูงอายุด้วย มิเช่นนั้น อาการอาจจะรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลได้

คุณหมอระบุว่า ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอาจจะเป็นอุปสรรคในการไปซื้อหาอาหารข้างนอก หรือแม้แต่การจะประกอบอาหารด้วยตัวเอง การที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ขาดการติดต่อกับสังคมภายนอก ก็ปล่อยปละละเลยในเรื่องอาหารการกิน จนถึงปัญหาที่ต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง เพราะรายได้ลดลงหรือไม่มีเลย เนื่องจากต้องออกจากงานประจำที่เคยทำอยู่ ผู้สูงอายุบางรายหันเข้าหาเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือปัญหาทางจิตใจ เมื่อผู้สูงอายุดื่มสุรามาก ทำให้ร่างกายหันมาใช้พลังงานจากแอลกอฮอล์ ทำให้มีอาการเบื่อหน่าย และขาดสารอาหารอย่างอื่นที่จำเป็น ที่สำคัญ เช่น วิตามินบี 1 กรดโฟลิก เป็นต้น

นอกจากนั้น โรคประจำตัวเรื้อรังที่มักพบในผู้สูงอายุ ก็ทำให้มีอาการเบื่ออาหารหรือทำให้ร่างกายต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ  ผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มที่มีการขาดอาหารได้ง่ายกว่ากลุ่มประชากรอื่นๆ ทั้งนี้ การสังเกตง่ายๆ ว่าผู้สูงอายุอยู่ในภาวะขาดอาหารหรือไม่นั้น เช่น จะแลดูผอมลง แก้มตอบ กล้ามเนื้อขมับทั้งสองข้างเล็กลง ตาลึกลง กล้ามเนื้อแขนขาก็อาจจะเล็กลง

"โดยธรรมชาติเมื่อเข้าสู่วัยชรา ผู้สูงอายุอาจมีน้ำหนักลดได้บ้าง แต่ไม่ควรเกินร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมในเวลา 6 เดือน ซึ่งเกิดจากการลดลงของเนื้อเยื่อพวกกล้ามเนื้อ กระดูก ปริมาณน้ำในร่างกาย และอื่นๆ แต่ถ้าน้ำหนักลดมากเกินร้อยละ 5 จากน้ำหนัก เดิม เช่น น้ำหนักเดิม 60 กิโลกรัม แต่ลดลงเหลือ 56 กิโลกรัม ภายในเวลา 6 เดือน มักจะมีสาเหตุที่เป็นความผิดปกติที่ควรปรึกษาแพทย์ครับ" ศ.นพ.ประเสริฐระบุ

ส่วนการรับประทานอาหารอย่างถูกหลักถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามแค่กินให้อิ่ม นั่นคือ

กินอาหารให้ได้สัดส่วน ครบ 5 หมู่ รวมถึงอาหารที่มีกากเส้นใย
กินอาหารที่มีกากให้เพียงพอ เช่น ผัก ผลไม้
กินอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาที่มีกระดูก งาดำ ถั่วเหลือง
ดื่มน้ำ 2 ลิตรต่อวัน เลี่ยงการดื่มน้ำมากตอนก่อนนอนในกรณีที่ต้องตื่นมา ปัสสาวะบ่อย
กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเพียงพอ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ เมล็ดพืช ถั่ว

ศธ.ออกกฎฯ “เด็กท้อง ต้องได้เรียน” รักษาโอกาสทางการศึกษา

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ภาพประกอบจาก สสส.

ศธ.ออกกฎฯ “เด็กท้อง ต้องได้เรียน” รักษาโอกาสทางการศึกษา thaihealth

สสส.-สพฐ. หนุนนโยบายเด็กท้องต้องได้เรียน หวั่นแม่วัยรุ่นเกือบแสนคนพลาดโอกาสทางการศึกษาด้านผลการศึกษาใน ตปท. ชี้ หากเด็กในห้องพบเห็นเพื่อนท้อง จะเกิดการตื่นตัวดูแลป้องกันตัวเองมากขึ้น

วันที่ 28 มกราคม 2562 ที่ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ในการอภิปรายห้องย่อย หัวข้อ “เด็กท้อง ต้องได้เรียน” ภายในการประชุมระดับชาติ สุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 3 จัดโดยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงาน องค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง

ศธ.ออกกฎฯ “เด็กท้อง ต้องได้เรียน” รักษาโอกาสทางการศึกษา thaihealth

นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์                   รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่กระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงให้สถานศึกษาทุกระดับที่มีเด็กตั้งครรภ์ ต้องไม่ให้เด็กออกจากสถานศึกษา โดยต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสมและต่อเนื่อง แต่ยังคงมีบุคลากรทางการศึกษารวมถึงผู้ปกครองอีกเป็นจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่า การให้เด็กตั้งครรภ์เรียนร่วมกับเด็กทั่วไป เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ แต่ผลการศึกษาในต่างประเทศพิสูจน์แล้วว่า เด็กคนอื่นๆ จะเกิดความตื่นตัวมากขึ้นในการดูแลป้องกันตนเองไม่ให้ตั้งครรภ์ ขณะเดียวกันจะเกิดความรู้สึกเห็นใจเพื่อนที่กำลังท้อง และให้การช่วยเหลือเป็นอย่างดีในขณะที่เรียนร่วมกัน

ในปี 2560 มีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีที่คลอดบุตรมากถึง 84,578 คน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ต้องไม่ให้สถานศึกษาบีบบังคับให้เด็กกลุ่มนี้ลาออก เพราะที่ผ่านมามีการร้องเรียนว่ามีสถานศึกษาบางแห่งพยายามใช้วิธีการต่างๆ ที่ทำให้เด็กตั้งครรภ์ต้องลาออกหรือย้ายที่เรียนไปเอง อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและวิชาชีพ ซึ่งที่ผ่านมา สสส. และ 5 กระทรวงหลัก ได้ร่วมมือกันสนับสนุนพัฒนาแนวทางดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ใน 20 จังหวัดนำร่อง หนึ่งในนั้นคือ “จังหวัดนครราชสีมา” ที่มีระบบดูแลช่วยเหลือ โดยมีจุดเน้นให้เด็กต้องได้เรียนอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปด้วย หากมีกรณีวัยรุ่นไม่พร้อมจะเรียนต่อในเวลาเรียนปกติ ก็จะจัดการเรียนการสอนให้ในวันเสาร์และอาทิตย์ ท้ายสุดหากจะย้ายสถานศึกษา จะมีระบบให้คำปรึกษาแก่นักเรียนและผู้ปกครอง และส่งต่อระหว่างสถานศึกษาแบบพี่น้อง” นพ.วิวัฒน์ กล่าว

ศธ.ออกกฎฯ “เด็กท้อง ต้องได้เรียน” รักษาโอกาสทางการศึกษา thaihealth

ด้าน นายภิญโญ ภูศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสังเวช กรุงเทพฯ สังกัด สพฐ. กล่าวว่า ทางโรงเรียนมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ตั้งครรภ์ตามกฎกระทรวง ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้เรียน อย่างเช่น เคยมีกรณีที่ มีเด็กชั้น ม.ต้นตั้งครรภ์ ภายหลังการปรึกษาหารือร่วมกัน ผู้ปกครองและเด็กมีความประสงค์จะเรียนต่อ ทางโรงเรียนจึงจัดระบบการเรียนการสอนภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยครูและเพื่อนสนิท แต่เมื่อเด็กมีอายุครรภ์มากขึ้น จะต้องเปลี่ยนวิธีการให้เด็กกลับไปเรียนที่บ้าน โดยมีผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการรับส่งมอบงานแทน

หัวใจสำคัญของการเยียวยาสภาพจิตใจเด็ก คือการตีวงจำกัดคนที่รับรู้เรื่องนี้ให้แคบที่สุด เพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกอับอาย ขณะเดียวกันการปรับเปลี่ยนทัศนคติของครูผู้สอนเป็นเรื่องสำคัญมาก ครูต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ต้องไม่ปฏิบัติใดๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันประคับประคองเด็กให้ได้เรียนต่อเนื่องโดยไร้ความกังวล” นายภิญโญ กล่าว