โอวัลตินชอคโกบานาน่า

โอวัลตินชอคโกบานาน่า

 

 

โอวัลตินชอคโกบานาน่า
จะมื้อเช้า หรือเย็น ก็ผอมเพียว..ฝีมือพี่ iBerry 

สูตรง่ายๆ
โอวัลตินกล่องเล็ก
กล้วยหอม
น้ำแข็ง

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

สำหรับ โยเกิร์ตปั่น หรือ สมูทตี้ ไม่ได้ช่วยคลายร้อนได้ดีเท่านั้น ยังเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย! เพราะส่วนผสมหลักของสมูทตี้นั้นมีแค่ผลไม้ นม และโยเกิร์ต ซึ่งล้วนดีต่อสุขภาพและพุงเรา ลดน้ำหนัก ไฟเบอร์เพียบ ช่วยดีท็อกซ์

 

 

 

 

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์ 10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

ลดน้ำหนัก แต่อยากกินน้ำหวานๆ ทำยังไงดีนะ? ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวค่ะสาวๆ เพราะวันนี้เรามีอีกหนึ่งทางออกมาให้แล้ว! นั่นก็คือสูตรโยเกิร์ตปั่นนั่นเองค่า

สำหรับ โยเกิร์ตปั่น หรือ สมูทตี้ ไม่ได้ช่วยคลายร้อนได้ดีเท่านั้นนะคะสาวๆ แต่ยังเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย! เพราะส่วนผสมหลักของสมูทตี้นั้นมีแค่ผลไม้ นม และโยเกิร์ต ซึ่งล้วนดีต่อสุขภาพและพุงเราทั้งนั้นค่ะ งานนี้เราจึงรวบรวมโยเกิร์ตปั่น 10 สูตร 3 สรรพคุณ มาให้สาวๆ ได้เลือกดื่มกันค่ะ ใครที่อยากหวาน อยากดื่มน้ำเย็นๆ ชื่นใจ ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นน้ำเหล่านี้ดูนะคะ รับรองว่าน้ำหนักไม่พุ่งแน่นอน!

 

 ไฟเบอร์เพียบ ช่วยดีท็อกซ์ ล้างสารพิษ 

สูตรที่ 1

– กล้วย
– สับปะรด
– นมไขมันต่ำ
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 2

– สตรอเบอร์รี่
– กล้วย
– นมไขมันต่ำ
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์
สมูทตี้สตอเบอรี่โยเกริต์

 

สูตรที่ 3

– สับปะรด
– มะม่วง
– กล้วย
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

 กินแล้วไม่อ้วน แถมอ่อนวัย ไร้ริ้วรอย 

สูตรที่ 4

– สตรอเบอร์รี่
– นมไขมันต่ำ
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 5

– สับปะรด
– สตรอเบอร์รี่
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 6

– กีวี
– แอปเปิลเขียว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

 ช่วยให้ผิวใส แถมขับถ่ายคล่อง 

สูตรที่ 7

– แอปเปิลเขียว
– มะนาว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 8

– สับปะรด
– มะม่วง
– แอปเปิลเขียว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 9

– มะม่วง
– กล้วย
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

สูตรที่ 10

– สับปะรด
– มะนาว
– โยเกิร์ตไขมัน 0% หรือ กรีกโยเกิร์ต

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

8 เมนูน้ำปั่น ลดน้ำหนัก กินง่าย ไม่มีผัก สั่งตามร้านได้ พุงไม่ยื่นแน่นอน!

 

10 สูตร โยเกิร์ตปั่น ลดน้ำหนัก ทำเองก็ง่าย สั่งร้านก็ได้ ไม่มีอ้วน!

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

 

Credit: http://women.trueid.net/detail/Bna5EyLOObz

รีวิว สมูทตี้มะม่วง น้ำดอกไม้ หอมหวานกำลังดี

สมูทตี้มะม่วงน้ำดอกไม้

รีวิว สมูทตี้มะม่วง น้ำดอกไม้…หอมหวานกำลังดี😋

มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 1 ลูก
อัตราส่วน นมจืด : น้ำเปล่า : นมข้นหวาน , 1 : 1 : 1/3
น้ำแข็ง เพิ่มความเย็น

ซื้อกินเป็นร้อย เงินน้อยทำเองได้คร้า
คุมแคลอรี่ได้ด้วย

#เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา USB ชาร์จ

ไปคะ มองหารถเข็นขายผลไม้..แล้วเข้า 7-11 กันคะ

@ สมูทตี้มะม่วงน้ำดอกไม้
มะม่วง 1 ลูก 10 บาท
นมจืด กล่องเล็ก 8 บาท
นมข้นหวาน นิดหน่อย 10 บาท
น้ำเปล่า น้ำแข็ง

สมูทตี้มะม่วง
สมูทตี้มะม่วง

 

 

ประโยชน์ของสมูทตี้มะม่วง

มะม่วง ผลไม้สุดโปรดของใครหลายคน ที่มีทั้งรสชาติหวานมัน และเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจนเข็ดฟัน อย่าเพิ่งคิดว่าเจ้าผลไม้ชนิดนี้จะแค่มีรสชาติดีเท่านั้น ถ้ายังไม่ได้รู้คุณประโยชน์ที่แท้จริงของมะม่วง !

พูดถึงมะม่วง หลาย ๆ คนก็อาจจะรู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาในทันทีเลยใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะกินตอนดิบหรือสุกแล้วก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่ก็มีหลายคนไม่ชอบทาน เพราะเชื่อว่ามะม่วงมีแป้งเยอะ ทานแล้วจะทำให้อ้วน หารู้ไม่ว่ามะม่วงนี่ล่ะคือผลไม้มากคุณประโยชน์ที่รู้แล้วต้องก­­ร­ี๊ด วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปพบกับข้อมูลคุณประโยชน์ของมะม่วงอันน่าตื่นตาตื่นใจ ว่าจะดีจริงหรือไม่ รับประทานแล้วจะอ้วนหรือเปล่า ต้องอ่านไม่งั้นเดี๋ยวคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องนะ

มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และโซเดียมต่ำ และยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 6 วิตามินเอ และวิตามินซี รวมทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี นอกจากนี้ก็ยังมีเควอซิทิน (Quercetin) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotine) กรดโฟลิก และ แอสตรากาลิน (astragalin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีทรงพลัง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ ริ้วรอยก่อนวัย โรคมะเร็ง หรือภาวะเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

          โดยในเว็บไซต์

USDA

ได้ระบุว่า มะม่วงดิบปริมาณ 100 กรัมมีคุณค่าทางอาหารดังนี้

– น้ำ 83.46 กรัม

– พลังงาน 60 กิโลแคลอรี

– โปรตีน 0.82 กรัม

– ไฟเบอร์ 1.6 กรัม

– น้ำตาล 13.66 กรัม

– แคลเซียม 11 มิลลิกรัม

– ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม

– แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม

– ฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม

– โพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม

– โซเดียม 1 มิลลิกรัม

– สังกะสี 0.9 มิลลิกรัม

– วิตามินซี 36.4 มิลลิกรัม

– วิตามินบี 6 0.119 มิลลิกรัม

– วิตามินเอ 1,082 ยูนิต

          ลองมาดูกันสิว่ามะม่วง มีแร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยชน์ขนาดนี้ แล้วคุณประโยชน์ล่ะจะมีมากขนาดไหนกัน บอกได้เลยว่าเพียบ !

1. ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต

มะม่วงเป็นผลไม้ที่สามารถลดระดับความดันโลหิตได้ เพราะในมะม่วงมีสารอาหารที่สำคัญต่อระบบการไหลเวียนของเลือดอย่­­­างโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ทำให้ระดับความดันโลหิตถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ นอกจากนี้มะม่วงยังมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศอีกด­­­้วย

2. ป้องกันโรคมะเร็ง

สารประกอบฟีนอล ที่พบในมะม่วงอย่างเช่น เควอซิทิน (Quercetin) ไอโซเควอซิทริน (isoquercitrin) แอสตรากาลิน (astragalin) ไฟเซติน (fisetin) เมทิลแกทเลท (methylgallat) มีฤทธิ์เป็นสารต้านนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ในการตอต้านการเก­ิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ในมะม่วงก็ยังมีเพคติน (pectin) สูง และมีผลการวิจัยพบว่าสารเพคตินนี่ล่ะที่มีผลต่อการป้องกันการเก­­­ิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

3. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารขอแนะนำให้รับประทานมะม่วง­­­เลยล่ะ เพราะในมะม่วงนั้นมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนให้ง่ายต่อการ­­­ดูดซึมของร่างกาย ขณะที่ไฟเบอร์ในมะม่วงก็สามารถช่วยในการย่อยอาหารได้อีกด้วยล่ะ­­­

4. ป้องกันโรคหัวใจ

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

วิตามินเอและวิตามินอีในมะม่วงรวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ไม่เพียงเท่านั้นในมะม่วงยังมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยการลดระดับโฮโมซิสเตอีน (Homocysteine) เพราะเจ้าโฮโมซิสเตอีนนี่เป็นกรดอะมิโนที่สามารถสร้างความเสียห­­­ายให้กับผนังหลอดเลือดได้ อันเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจนั่นเองค่ะ

5. ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ในร่างกาย

เพคตินและวิตามินซีในมะม่วงเป็นพระเอกที่ขาดไม่ได้เลย เพราะสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในร่างกายได้ แต่ทั้งนี้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข่มันในเลือดสูงก็ควรจะปรึกษาแพทย­์ก่อนจะรับประทานจะดีกว่าค่ะ

6. บำรุงสมอง

วิตามินบี 6 ในมะม่วงนอกจากจะช่วยป้องกันโรคหัวใจแล้ว ก็ยังช่วยป้องกันและสร้างเสริมการทำงานของสมอง เพราะเจ้าวิตามินบี 6 นี้มีส่วนสำคัญในการทำงานของสารสื่อประสาทที่มีส่วนช่วยในการกำ­หนดอารมณ์และรูปแบบในการนอนหลับ การเติมมะม่วงลงไปในอาหารจะช่วยให้ร่างกายได้รับกลูตาไมน์ (Glutamine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้สมองสามารถจดจำและมีสมาดีขึ้น และยังทำให้เซลล์สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

7. รักษาโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน วิธีการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคืออการไม่รับประทานของหวาน ซึ่งมะม่วงก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแต่ขอบอกไว้เลยว่ามะม่วงนี­­­่ล่ะช่วยรักษาโรคเบาหวานได้ เพียงแค่นำใบมะม่วง 10-15 ใบแช่ลงในน้ำอุ่นและปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นในตอนเช้­านำน้ำนี้มาดื่มในขณะที่ท้องว่าง จะสามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ วิธีนี้สามารถรับประทานได้ทั้งคนที่เป็นเบาหวานหรือไม่เป็นก็ได้­ หากผู้ที่มีสุขภาพปกติดื่มน้ำแช่ใบมะม่วงก็จะยิ่งช่วยป้องกันโร­­­คเบาหวานได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

8. บำรุงสายตา

มะม่วงมีวิตามินเอสูง ดังนั้นจึงช่วยบำรุงสายตาให้ยังใสปิ๊งปั๊งอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องการการเสื่อมของจอประสาทตาเมื่ออายุ­­­มากขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

9. บำรุงผิวพรรณ

ต้องยกความดีความชอบให้กับวิตามินเออีกครั้งเพราะวิตามินเอในมะ­­­ม่วงนั้นมีคุณประโยชน์เพียบพร้อมจริง ๆ แม้แต่ในเรื่องผิวพรรณ การรับประทานมะม่วงทำให้เราได้รับวิตามินเอที่ช่วยกระตุ้นการให­­­ลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อและผิวหนัง ช่วยให้การอุดตันของรูขุมขนลดลงส่งผลให้ผิวพรรณเรียบเนียนได้ค่­­­ะ


10. รักษาสิว

ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจ

หากใครไม่ชอบทานมะม่วงแต่ก็อยากรักษาสิวให้หายโดยไม่พึ่งยาละก็­­­ลองหันมาใช้มะม่วงในการรักษาได้ค่ะ เพราะเนื้อมะม่วงนี้แม้เราจะไม่ได้รับประทานแต่ก็สามารถใช้บำรุ­­­งผิวพรรณ ลดสิวบนใบหน้าที่กวนใจได้ เพียงฝานมะม่วงบาง ๆ วางใบหน้าทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออก วิตามินเอในมะม่วงก็ช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นปลิดทิ้งเลย

11. รักษาโรคโลหิตจางในหญิงที่ตั้งครรภ์

          มะม่วงเปรี้ยว ๆ ถือเป็นของที่ถูกใจว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะช่วยรักษาอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามะม่วงมีดีเพียงแค่นั้น เพราะมะม่วงก็มีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน­­­ เพราะหญิงตั้งครรภ์นั้นมักจะเกิดภาวะโลหิตจางได้ง่าย และการรับประทานมะม่วงก็จะช่วยให้ธาตุเหล็กอันเป็นสาเห­ตุของโรคโลหิตจางมีระดับสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

12. สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

มะม่วงมีสารเบต้าแคโรทีมเช่นเดียวกับผักผลไม้มีสีส้มและสีเหลือ­งอื่น ๆ เช่น แครอท เป็นต้น โดยสารเบต้าแคโรทีนนั้นเป็นสารแคโรทีนอยด์อันมีคุณสมบัติในการส­­­ร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ฉะนั้นถ้าไม่อยากป่วยง่ายก็ควรจะรับประทานมะม่วงเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับสารพิษและแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

โอ้โห ! ประโยชน์ดีเพียบพร้อมขนาดนี้ จะให้เมินมะม่วงก็คงจะไม่ใช่เรื่องแล้วใช่ไหมล่ะ แต่จะเลือกมะม่วงดิบหรือมะม่วงสุกก็ว่ากันไป ที่สำคัญคือห้ามลืมว่ามะม่วงสุกมีน้ำตาลสูง ไม่อยากอ้วนละก็อย่ารับประทานจนเกินพอดีละ ไม่อย่างนั้นจะได้รอบเอวหนา ๆ มาเพิ่มด้วยจะร้องไม่ออกนะจะบอกให้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

livestrong

organicfacts.net

ehealthzine.com

nutrition-and-you.com

 

 

Credit: health.kapook.com

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน ปั่น กล้วยหอม นมสด สำหรับคนชอบออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

กล้วยหอมปั่น ลดน้ำหนัก

กล้วยหอมลดความอ้วน – เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน ปั่น กล้วยหอม นมสด สำหรับคนชอบออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

ประโยชน์ของกล้วยหอม

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยหอม ปริมาณ 100 กรัม (ประมาณ 1 ลูกขนาดกลาง)

– พลังงาน 132 กิโลแคลอรี

– น้ำ 66.3 กรัม

– โปรตีน 0.9 กรัม

– ไขมัน 0.2 กรัม

– คาร์โบไฮเดรต 31.7 กรัม

– ไฟเบอร์ 1.9 กรัม

– ซัลเฟต 0.9 กรัม

– แคลเซียม 26 มิลลิกรัม

– ฟอสฟอรัส 46 มิลลิกรัม

– เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม

– เบต้า-แคโรทีน 99 ไมโครกรัม

– วิตามินเอ 17 ไมโครกรัม

– วิตามินบี 1 (ไทอะมีน) 0.04 มิลลิกรัม

– วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 0.07 มิลลิกรัม

– ไนอะซีน 0.1 มิลลิกรัม

– วิตามินซี 27 มิลลิกรัม

ประโยช์จากกล้วยหอมต่อร่างกาย

1. ช่วยเพิ่มเติมความมีชีวิตชีวาให้ร่างกาย

กล้วยคือผลไม้ที่มีน้ำตาลอยู่ 3 จำพวกหมายถึงน้ำตาลซูโครส ฟรักโตส รวมทั้งกลูโคส ซึ่งน้ำตาลพวกนี้จากกล้วยหอมเป็นสารอาหารที่ร่างกายพร้อมที่จะนำไปใช้เป็นพลังงานได้โดยทันที ดังนั้นผู้ใดต้องการเพิ่มพลังให้รู้สึกกระฉับกระเฉงกล้วยหอมสักลูกก็ช่วยได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นแม้รับประทานกล้วยหอมหลังบริหารร่างกาย ร่างกายก็จะรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นวิ่งระยะทางไกลๆหรือบริหารร่างกายหนักๆบ่อยๆ ทดลองดูได้เลยจ้ะว่าเขาจะพกกล้วยหอมไว้เป็นของกินหลังบริหารร่างกาย

2. ช่วยความเครียดลดลง

กล้วยหอมมีกรดอะมิโนชนิดทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเซโรโทนิน ฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกบรรเทา หรือเรียกกล้วยๆว่าฮอร์โมนที่ความสบาย ผู้ที่มีความตึงเครียดหรือรู้สึกไม่สบายใจ ทดลองจับกล้วยหอมมากินสักลูกก็บางทีอาจจะช่วยทำให้คลายความเครียดได้บ้างไม่มากมายก็น้อย

3. แก้นอนไม่หลับ

รับประทานกล้วยหอมก่อนนอนก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางแก้นอนไม่หลับได้นะ เนื่องจากกล้วยหอมอุดมไปด้วยกรดอะมิโนรวมทั้งทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการผลิตเซโรโทนิน ฮอร์โมนภายในร่างกายที่ช่วยทำให้หลับง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยเหตุนั้นคนใดกันมีลักษณะนอนเร่าร้อนใจ นอนไม่หลับเป็นประจำเสนอแนะให้รับประทานกล้วยหอมข้างหลังมื้อเย็นและหลังจากนั้นก็ค่อยอาบน้ำนอน

4. ช่วยสำหรับในการย่อยของกิน

กากใยอาหารในกล้วยหอมจะช่วยทำให้ลักษณะการทำงานของระบบการทำงานเกี่ยวกับการย่อยอาหารคล่องตัวเพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้าเกิดรับประทานกล้วยหอมได้เป็นประจำพร้อมด้วยกินผักและก็กินผลไม้จำพวกอื่นๆด้วย ก็จะสามารถช่วยสำหรับปรับจูนระบบที่ทำหน้าที่สำหรับการย่อยอาหารให้ดำเนินการได้ปกติดี ประเภทที่พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งยาช่วยสำหรับในการย่อยกันอีกเลย

5. แก้ท้องผูก

เส้นใยที่มีอยู่ในกล้วยหอมเป็นเส้นใยประเภทละลายน้ำได้ ก็เลยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายดำเนินการได้ไหลลื่นขึ้นซึ่งดีต่อระบบขับถ่ายของพวกเรามากมายอย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุนี้ผู้ใดมีลักษณะอาการท้องผูกเสมอๆทดลองรับประทานกล้วยหอมให้ได้ทุกวี่วัน วันละ 1 ลูก แล้วบากบั่นกินน้ำให้มากมาย ท้องผูกถ่ายยากก็คงจะดียิ่งขึ้นแล้วล่ะ

กล้วยหอมลดน้ำหนัก
กล้วยหอมลดน้ำหนัก

6. รับประทานกล้วยหอมลดน้ำหนักก็ได้ ! – กล้วยหอมลดความอ้วน

ขอออกตัวก่อนนะว่ากล้วยหอมไม่ใช่ผลไม้แคลอรีต่ำ เพราะว่าแคลอรีในกล้วยหอม 1 ลูกย่อมๆก็ให้พลังงานโดยประมาณ 132 กิโลแคลอรีกันเลย แต่ทว่าจุดเด็ดที่ทำให้กล้วยหอมช่วยลดความอ้วนได้ก็คือ กล้วยมีวิตามิน B1 แล้วก็B2 รอช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลแล้วก็ไขมัน ทั้งยังยังมีคาร์โบไฮเดรตจำพวกดีต่อสุขภาพร่างกาย มีเส้นใยจำพวกละลายน้ำได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อกล้วยตกเข้าไปในระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารก็เลยซึมซับน้ำ ขยายตัวแล้วก็ช่วยให้ท้องรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น
อ๋อ ! ขอแถมให้อีกหนึ่งทริค หากต้องการรับประทานกล้วยหอมลดหุ่นจริงๆเสนอแนะให้รับประทานกล้วยหอมช่วงเช้าด้วยเหตุว่าน้ำตาลแล้วก็คาร์โบไฮเดรตในกล้วยหอมจะช่วยลดความต้องการของหวานๆของร่างกาย ทำให้พวกเราควบคุมเรื่องการกินอาหารก้าวหน้าขึ้น

7. ลดการเสี่ยงโรคหัวใจ

กล้วยคือผลไม้สีขาว ที่มีสารพฤกษเคมีที่สำคัญเป็น อัลลิสิน (Allicin) แล้วก็แร่เซเลเนียม (Mineral Selenium) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ส่วนหนึ่ง ดังนี้การกระทำการทานอาหารเพื่อสุขภาพรวมทั้งการบริหารร่างกายก็เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดการเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจหรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆได้ด้วย

กล้วยหอมลดน้ำหนัก
กล้วยหอมลดน้ำหนัก

8. คุ้มครองป้องกันตะคิวได้

สำหรับใครที่เป็นตะคิวเป็นประจำมีลักษณะอาการตะคิวเสมอๆ นั่นแสดงว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่าอยากสารอาหารจำพวกแมกนีเซียมรวมทั้งโพแทสเซียมอยู่ ซึ่งกล้วยหอมก็คือผลไม้ที่มีจำนวนโพแทสเซียมค่อนข้างจะสูง ถ้าจะรับประทานกล้วยหอมเพิ่มสารอาหารให้ร่างกายได้รับการเติมเต็มจนกระทั่งไม่เป็นตะคิวอีก จุดนี้กล้วยหอมก็พอเพียงช่วยได้จ้ะ แม้กระนั้นดังนี้อีกหนึ่งแนวทางช่วยลดการเกิดตะตริวง่ายๆก็คือการกินน้ำมากมายๆขั้นต่ำวันละโดยประมาณ 2ลิตรด้วยนะคะ

 

คุณประโยชน์กล้วยหอมพร้อมเป็นยา

กล้วยหอมลดความอ้วน
กล้วยหอมลดความอ้วน

 

1. เป็นยาทำให้ปอดชุ่ม รักษาโรคร้อน กระหายน้ำ

ตามศาสตร์หมอแผนจีน กล้วยหอมมีรสเย็น แล้วก็เข้าเส้นลมหายใจปอด ก็เลยมีการนำกล้วยหอมมารักษาโรคร้อน หิวน้ำ แก้เมาแฮงก์ แก้ไอเรื้อรังจากอาการคอแห้งผาก เพียงรับประทานกล้วยหอมสุกหรือสมูทตี้กล้วยหอมก็ได้

2. รักษาความดันเลือดสูง

ตำรับยาสมุนไพรใช้เปลือกกล้วยหอมสด 30-60 กรัม ต้มเอาน้ำ เป็นยาหม้อช่วยลดระดับความดันเลือดสูงได้ หรือถ้าเกิดต้มปลีรับประทานเสมอๆ จะช่วยปกป้องโรคเส้นโลหิตในสมองแตกได้

3. รักษาโรคริดสีดวงทวาร

คนไหนมีลักษณะอาการท้องผูก หรือเป็นริดสีดวงทวาร ตำรับนี้จะช่วยแก้อาการให้ท่านได้ เพียงแต่รับประทานกล้วยหอมสุก 1-2 ลูกทุกเช้าตรู่ขณะท้องว่างบ่อยๆ

4. รักษาอาการมือ-เท้าแตก

เปลือกกล้วยหอมยังมีคุณประโยชน์ช่วยรักษาอาการมือ-เท้าแตกได้ด้วยนะคะ โดยนำกล้วยหอมที่สุกสุดกำลังมาเจาะรูเล็กๆที่ปลายข้างหนึ่ง แล้วบีบเอากล้วยออกมาทาที่เท้าแตก ทิ้งเอาไว้หลายๆชั่วโมงหน่อยแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยล้างออก ทำเสมอๆผิวที่เคยแห้งแตกจะเปียกชื้นรวมทั้งดูดีขึ้นได้

โทษของกล้วยหอม

แม้ว่าจะมีคุณประโยชน์มากมายแต่กล้วยหอมเองก็มีสิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับในการกินด้วย โดยยิ่งไปกว่านั้นกับคนไข้โรคไต ควรจะกินกล้วยหอมแต่ว่าน้อย หรือหลีกเลี่ยงไปเลยก็ได้ เพราะเหตุว่ากล้วยหอมเป็นแหล่งของสารโพแทสเซียม บางทีอาจส่งผลเสียต่อลักษณะของผู้เจ็บป่วยโรคไตได้
ยิ่งกว่านั้นพวกเราก็ไม่สมควรรับประทานกล้วยหอมมากเกินขนาด วันใดวันหนึ่งละ 1-2 ลูกก็พอเพียง เพราะว่ากล้วยหอมคือผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตออกจะสูง ถ้ารับประทานกล้วยหอมร่วมกับของกินชนิดแป้งเป็นจำนวนมากก็อาจจะส่งผลให้กำเนิดอาการท้องอืด แน่นท้องเอาได้
และก็สำหรับกำลังลดความอ้วน อย่าลืมนะคะว่ากล้วยหอมก็มีแคลอรีพอสมควร หากรับประทานเกินวันละ 2 ลูกก็ให้พลังงานแทบ 300 กิโลแคลอรีแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวเลือกรับประทานอาหารที่นานาประการ เพื่อร่างกายได้รับสารอาหารครบ แล้วก็หมั่นบริหารร่างกายบ่อยๆ แล้วก็ควบคุมการรับประทานอาหารไปพร้อมเพียงกันจะดียิ่งกว่า

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://health.kapook.com/view166598.html
กองโภชนาการ กรมอนามัย
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์
เฟซบุ๊ก ชัวร์ก่อนแชร์ 

น้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ ตอน ผลไม้บำรุงไต

ผลไม้บำรุงไต

ไต (Kidney) เป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งในร่างกาย มีลักษณคล้ายเมล็ดถั่วแดง

โดยปกติของคนทั่วไปจะมีไตอยู่ 2 ข้าง โดยมีหน้าที่ที่สำคัญได้แก่ การกรองของเสียที่อยู่ในกระแสเลือดแล้วขับออกนอกร่างกายทางน้ำปัสสาวะ ช่วยควบคุมระดับของน้ำภายในร่างกายให้คงที่ รวมทั้งช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างวิตามินดีเพื่อช่วยควบคุมระดับของแคลเซียมในร่างกาย ช่วยในการสร้างฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงของไขกระดูก รวมทั้งช่วยในการหลั่งสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิตด้วย

กล่าวได้ว่า “ไต” เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อกระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสนใจหรือดูแลเอาใจใส่กับอวัยวะในส่วนนี้มากนัก ดังจะเห็นได้จากแนวโน้มการมีผู้ป่วยด้วยโรคไตที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี

 

หากไตไม่แข็งแรงหรือเป็นโรคจะเป็นสาเหตุของโรคอื่นอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ คลอเรสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง ฯลฯ

 

ซึ่งนอกจากจะเกิดขึ้นเนื่องจากเป็นภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การรับประทานยาแบบพร่ำเพรื่อ รวมทั้งการได้รับเกลือโซเดียมหรือบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือในปริมาณที่มากเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไตเสื่อม ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นโรคไตวายและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในที่สุด

ดังนั้น นอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะเป็นสาเหตุทำให้ไตต้องทำงานหนัก โดยรับประทานอาหารแต่พอดี หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารที่มีรสเค็ม รวมทั้งรับประทานยาตามแพทย์สั่งและไม่หายามาทานเองโดยไม่จำเป็นแล้ว

การรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงไตและเสริมสร้างการทำงานของไตให้ดีขึ้น ก็ยังจะเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ไตแข็งแรง และทำหน้าที่ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้

ผู้ป่วยโรคไต ควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีส่วนประกอบของ โพแทสเซียมต่ำ

ผลไม้ที่ช่วยบำรุงไต

 

เนื่องจากผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำจะช่วยลดการคั่งของโพแทสเซียมในเลือด ช่วยลดสภาวะน้ำในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ลดภาวะบวมน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้

 

ผู้ป่วยโรคไต หลีกเลี่ยงผักผลไม้ ที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูง เพราะทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมเกิน ไตต้องทำงานหนักในการขับแร่ธาตุ ตัวอย่างผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบริโภคน้ำลูกยอ ทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมเกิน เนื่องจากน้ำลูกยอมีปริมาณโพแทสเซียม ประมาณ 1,195.7 มิลลิกรัม รวมถึงผลไม้บางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ ทุเรียนก้านยาว ทุเรียนชะนี กล้วยหอม และส้มสายน้ำผึ้งซึ่งมีค่าโพแทสเซียมสูง ส่วนผักก็จะเป็นผักโขม และหน่อไม้

1. มะเฟือง

2. กล้วย

3. ส้ม

4. แตงโม

5. แตงหอม

6. มะละกอ

7. ลูกท้อ

8. มะพร้าว

9. ทุเรียน

10. มะม่วงสุก

11. ขนุน

12. มะขามหวาน

13. แก้วมังกร

14. ฝรั่ง

15. ลำไย

16. น้อยหน่า

17. กีวี

18. อินทผลัม

19. ลูกยอ

20. มะปราง

21. แคนตาลูป

22. กระท้อน

23. ผลไม้อบแห้งทุกชนิด เช่น ลูกเกด ลูกพรุน เป็นต้น

24. ผลไม้หมักดองทุกชนิด

25. ผลไม้แช่อิ่มทุกชนิด

 

ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้

นอกจากผลไม้เหล่านี้จะมีโพแทสเซียมสูงแล้ว ยังมีโซเดียมและน้ำตาลที่ส่งผลเสียต่อการทำงานของไตและระบบภายในอื่นๆ อีกด้วย ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงผลไม้เหล่านี้

 

Credit:
sukkaphap-d.com
organicbook.com
https://health.kapook.com/view140285.html

น้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ ตอน สุดยอด 7 ผัก-ผลไม้บำรุงสมอง

ผลไม้บำรุงสมอง

ปัจจุบันมีเรื่องมีราวให้เครียดมาหมาย สรุปว่าจำเป็นต้องใช้สมองมากพอควร การจะพึ่งอาหารเสริมเพื่อบำรุงสมองบางทีอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีสักเท่าไหร่ วันนี้พวกเราก็เลยคัดเลือกผลไม้ที่มีคุณลักษณะช่วยบำรุงรักษาสมอง นับได้ว่าเป็นกลเม็ดที่ไม่ค่อยมีผู้ใดกันแน่ทราบ ถ้าเกิดพวกเราทานอาหารที่เป็นประโยชน์ครบ กลุ่ม แถมสำเร็จไม้ดีเสริมเข้าไปอีกด้วย ก็จะช่วยให้สมองมีคุณภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆคิด อ่าน เขียน จำ เป็นจำเป็นต้องคล่องแคล่วปร๋อไม่มีขัดข้องแน่ๆ ว่าแต่ว่าเทคนิคผักผลไม้บำรุงสมองที่ว่านี้มีอะไรบ้าง มาดูกัน


ผักผลไม้บำรุงสมอง คุ้มครองปกป้องอัลไซเมอร์

1. มะเขือเทศ คนจำนวนไม่น้อยยังรู้เรื่องว่ามะเขือเทศช่วยในเรื่องบำรุงผิวพรรณแค่นั้น แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะว่ามะเขือเทศจัดว่าเป็นของกินช่วยบำรุงรักษาสมองได้อย่างดีเยี่ยมอูย! ไม่ต้องการจะเซว่ามะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าไลวัวป่ายปีน ก็เลยช่วยคุ้มครองปกป้องโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง พวกหลงลืมได้อย่างดีเยี่ยม วิธีเป็น จะต้องกินแบบผ่านความร้อนมาก่อนก็เลยจะได้ไลวัวตะกายแบบเต็มๆหลายท่านอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาว่าแล้วซอสมะเขือเทศล่ะ เป็นประโยชน์ไหม คำตอบเป็นเป็นประโยชน์ราวกับมะเขือเทศนั่นแหละ แม้กระนั้นอย่าลืมว่าในซอสมีน้ำตาล แป้ง แล้วก็สีผสมอยู่ด้วยจำนวนมาก และก็น้ำตาลเองก็มีโทษเป็นร้อยข้อ (สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับโทษของน้ำตาลได้เลยอย่างนี้แทนที่จะได้สารอาหารกลับได้โทษมหันต์มากยิ่งกว่าล่ะมั้ง

2. ผักโขม อื้อหือ จะว่าเป็นผักก็กลัวความขมแต่ว่าพอใช้มองเห็นคุณประโยชน์ชั้นยอดเยี่ยมและจากนั้นก็ลืมไปเล้ยย อาหารเสริมอะไรก็ตามมิได้เงินฉันหรอก มีนักศึกษาค้นคว้าพบว่า ให้ทานผักโขมร่วมกับผักใบเขียวประเภทอื่นๆบ่อยๆ จะช่วยลดอาการความจำไม่ดีได้ถึง ปี ผักโขมมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่มีสาระต่อความแข็งแกร่งของเซลล์ประสาท รวมทั้งเสริมความแข็งแรง ตัวรับส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาท ทั้งยังมีกรดโฟลิกสูงที่ดีต่อการจำ

3. พืชเชื้อสายถั่ว ถั่วมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ฮาเซลนัท อัลมอนด์ ถั่วดิน แมคคาเดภรรยา และก็วอลนัท ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาที่ถั่ว ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งรวมโปรตีนชั้นเลิศ มีเส้นใยสูงรวมทั้งมีไขมันดีจำนวนมาก เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ช่วยให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย เวลาที่โปรตีนแล้วก็ไขมันช่วยทำให้ร่างกายสมดุล สงบ บรรเทา ทั้งยังยังมีวิตามินอีที่สำคัญต่อกระบวนการจำและก็ความนึกคิดอีกนะคุณ

4. ผลไม้รสเปรี้ยวเชื้อสายเบอร์ปรี่ เจ้าเบอร์ปรี่มีคุณประโยชน์จริงๆนอกเหนือจากที่จะดังเรื่องบำรุงผิวพรรณและก็ดวงตาแล้วนั้น ยังคือผลไม้ช่วยบำรุงรักษาสมองอีกด้วย เช่น บลูเบอร์ปรี่ สตรอว์เบอร์รี่เชอรี่ จะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ช่วยลดระดับความดันเลือดให้สมดุล ทั้งยังมีวิตามินรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการคิดและก็ระดับความฉลาดทางสติปัญญาได้อีกด้วย แถมยังปกป้องการความจำเสื่อมระยะสั้น ช่วยเพิ่มเซลล์ประสาทในฮอปโปแคมปัสที่ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความจำ ข้อเสนอเป็น บลูเบอร์ปรี่สดมีคุณภาพต่อความจำในระยะยาวสูงที่สุด

5. ทับทิม ได้ยินมานานแล้วว่าทับทิมคือผลไม้ช่วยทำนุบำรุงระบบสมองรวมทั้งประสาท แม้กระนั้นข้อแนะนำเป็น ควรจะกินผลใหม่ๆดีมากยิ่งกว่าคั้นน้ำ ด้วยเหตุว่าจะได้เส้นใยจากทับทิมด้วย ผลไม้จำพวกนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระเหมือนกันกับบลูเบอร์ปรี่ ซึ่งต้องต่อสมองซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญ ที่ชอบได้รับผลพวงจากความตึงเครียด ต้องจดจำไว้ว่า สิ่งใดก็ตามที่ช่วยคลายเครียดได้สิ่งนั้นก็จะดีต่อสมองด้วยจ้ะ

6. แอปเปิล ทราบไหมว่า การกินน้ำแอปเปิลวันละ แก้ว หรือกินแอปเปิลวันละ 2-3 ลูก มีส่วนช่วยเพิ่มการผลิตสื่อประสาทในสมองที่ชื่อ อะเซคิลโลทีน” ที่ส่งผลต่อการเล่าเรียนแล้วก็ช่วยความจำแถมยังทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นความจำของสมองส่วนฮิปโปโปเตมัสแคมปัส ก็เลยช่วยชะลออาการโรคสมองเสื่อมได้

7. แปะก๊วย พืชประเภทนี้จัดว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้เพื่อการรักษาโรคโรคสมองเสื่อม โรคเศร้าหมองอาการหลงลืมก็เลยใช้เพื่อบำรุงเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงสมอง เพราะว่าหากเลือดไปเลี้ยงไม่พอจะก่อให้โรคสมองเสื่อมสมรรถนะแล้วก็ฝ่อไปสุดท้าย มีผลต่อพฤติกรรมงานแล้วก็สมรรถนะของสมอง ปัจจุบันนี้พวกเราก็เลยมองเห็นอาหารเสริมที่สกัดมาจากแปะก๊วยจำนวนมาก แม้กระนั้นจะให้เยี่ยมที่สุดควรจะกินแบบสดดีมากกว่านะจ๊ะ

ท้ายที่สุดเทคนิคสำหรับเพื่อการบำรุงสมองนอกเหนือจากการที่จะย้ำที่ของกินผลไม้ช่วยทำนุบำรุงสมองแล้วล่ะก็ การฝึกฝนสมาธิก็เป็นตัวช่วยทำให้สมองใสปิ๊งไม่ฝ่อเร็วอีกด้วยนะ หรือจะบริหารร่างกายเสมอๆเพื่อเพิ่มออกสิเจนให้สมองก็ดีแล้ว แม้กระนั้นเทคนิคสุดๆที่ไม่มีผู้ใดให้ความใส่ใจโน่นเป็นการพักผ่อนหย่อนใจให้พอเพียง หากพวกเราทำเป็นตามนี่รับประกันสมองใสปิ๊งไม่มีฝ่อก่อนวัยอันควรจะ อ๋อการเล่นเกมฝึกสมองบางสิ่งบางอย่างก็ช่วยกระตุ้นความจำแบบเดียวกันนะ ฝึกหัดไปเรื่อยไกลห่างโรคอัลไซเมอร์แน่ๆ

 

Credit:

sukkaphap-d.com

ที่มา: http://www.prd.go.th/ewt_news.php?nid=59667

http://health.kapook.com/view18712.html

น้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ ตอน 4 ผลไม้ช่วยลดความดัน…รักษาโรคได้โดยไม่ต้องใช้ยา

น้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ ตอน 4 ผลไม้ช่วยลดความดัน…รักษาโรคได้โดยไม่ต้องใช้ยา

1. กีวี (ผลไม้ลดระดับความดันเชื่อมั้ยขา ว่ากีวีคือผลไม้ที่ช่วยลดระดับความดันได้ เพราอะไรน่ะหรอก็เพราะเหตุว่ากีวีอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มากกว่าส้มยังไงล่ะ ซึ่งวิตามินซีนี่เองที่จะดำเนินการร่วมกับโพแทสเซียมและก็ธาตุ ช่วยทำให้สมดุลความดันเลือดให้เข้าที่เข้าทาง

กีวี เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก
กีวี เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก

 

ข้อเสนอ กีวีที่มีขายในซูเปอร์มาเก็ตในประเทศไทยอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีราคาแพง หากคนใดหาซื้อไม่ไหวก็สามารถใช้ผลไม้เชื้อสายเบอร์ปรี่แทนได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าเชื้อสายเบอร์ปรี่บางประเภทก็ปลูกได้ไม่ยากในไทย ราคาถูกเหมือนอย่างที่คิด

2. ลูกพีช (ผลไม้ลดระดับความดันเนื่องจากว่าความหวานตามธรรมชาติของพีชที่จะส่งผลดีต่อระดับความดัน แถมยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมจำนวนร้อยละ ซึ่งพวกเราสามารถกินแบบสดหรือคั้นเป็นน้ำ นำไปปั่นเป็นสมูธตี้ก็ได้ด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นต้องระมัดระวังเรื่องน้ำตาล ทางที่ดีหลีกเลี่ยงน้ำตาลไปเลย ไม่ใช่ให้ลดนะคะแม้กระนั้นคือให้เลิกรับประทาน (ถ้าเกิดต้องการทราบจะโทษเป็นร้อยข้อจากน้ำตาลสามารถอ่านได้ในบทความโทษจากน้ำตาลแรง)

ลูกพีช เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก.
ลูกพีช เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก


คำเสนอแนะ ลูกพีชหรือลูกท้อมีแบบอบแห้งเหมือนกัน แม้กระนั้นพวกเราไม่เสนอแนะให้ซื้อมากินเล่นด้วยเหตุว่ามันฉาบน้ำตาลจะได้โทษมากยิ่งกว่าคุณประโยชน์น่ะสิ เชื่อเถอะว่าถ้าหากคุณอ่านโทษของน้ำตาลแล้วคุณจะสยดสยอง ทำให้ไม่กล้ารับประทานอะไรตามใจปากอีกเลย

3. กล้วย (ผลไม้ลดระดับความดันรีบเอากระดาษกับปากกามาเขียนไว้เลยจ้ะ จำจนขึ้นใจนะคะว่ากล้วยคือผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุโพแทสเซียม มีสูงถึงจำนวนร้อยละ 12 รวมทั้งมีคุณลักษณะช่วยกระตุ้นให้ผลิตสารเซโรโทนิน เมื่อรับประทานกล้วยเข้าไปพวกเราจะรู้สึกอารมณ์เบิกบานทันตา ทั้งยังคือผลไม้ลดระดับความดันได้ด้วย แถมกล้วยยังปลูกง๊าย งาย เดินออกไปไม่เกิน 100 เมตรอย่างไรก็จำต้องพบขาย ถ้าเกิดผู้ใดกันมีพื้นที่หน่อยก็ปลูกไว้บริเวณบ้านเลยแรง คุณประโยชน์เต็มเปี่ยม หาง่ายแถมราคาไม่แพงอย่างนี้จะเสียเงินเสียทองเป็นอันมากเพราะเหตุไร จริงมั้ย

ประโยชน์ของกล้วยหอม เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
ประโยชน์ของกล้วยหอม เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา


ข้อแนะนำ ถ้ารู้สึกง่วงซึม ร่างกายไม่สดชื่น เสนอแนะให้รับประทานกล้วยหอมสักลูก เพียงนี้คุณก็จะร่าเริงแจ่มใสทันตา

4. อะโวคาโด้ (ผลไม้ลดระดับความดันผลไม้จำพวกนี้คือผลไม้ที่มีกรดไขมันจำพวกดี ช่วยลดไขมันต่ำทราม ในกระแสโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอเลสเตอรอลแล้วก็ตรีกลีเซอร์ไรด์ ยิ่งไปกว่านี้ยังอุดมไปด้วยแร่โพแทสเซียมถึงจำนวนร้อยละ 10 จุดนี้แหละที่จะช่วยให้ระดับความดันเลือดของคุณกลับมามีสมดุลที่ดี

อะโวคาโด งามทุกตารางนิ้ว

ข้อเสนอ รายการอาหารที่ช่วยดีท็อกซ์เส้นโลหิตให้สะอาดเป็น สลัดอะโวคาโดน้ำมันงาแบบประเทศญี่ปุ่น ทานง่ายแม้กระนั้นร่างกายแข็งแรงเวอร์
ผัก ช่วยลดระดับความดันเลือด

นอกเหนือจากผลไม้ลดระดับความดันแล้ว ก็ยังมีผักที่ต้องการชี้แนะให้กินพร้อมๆกัน ยืนยันได้ว่ายังยังไงโรคความดันเลือดหายแน่ๆ

– ผักคะน้า ทราบไหมว่าผักใบเขียวอย่างคะน้าอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงไม่แพ้ผลไม้อย่างยิ่งจริงๆ ผักคะน้าที่ปรุงสุกแล้วจะมีโพแทสเซียมกับแคลเซียมสูงถึงปริมาณร้อยละ นอกจากจะมีกรดอัลฟาไลโปอิกสถานที่ทำงานร่วมกับวิตามินซี ช่วยดักจับสารอนุมูลอิสระภายในร่างกาย แถมยังช่วยเพิ่มการกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้ปฏิบัติงานปกติอีกด้วยเอ้อ

ข้อแนะนำ รายการอาหารผัดผักคะน้าน้ำมันหอยประเภทไม่ใส่เนื้อสัตว์ ก็เป็นอีกรายการอาหารที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตเจริญ

– บรอคอยวัวลี ผักประเภทนี้เป็นผักในเชื้อสายกะหล่ำ ที่มากด้วยคุณค่า ไม่สามารถที่จะบรรยายในนี้ได้หมด ผลดีมีเป็นร้อยข้อ พวกเราจะคัดเลือกมาเฉพาะเรื่องความดัน ว่ามีโพแทสเซียมมาก ช่วยปรับให้สมดุลเลือดให้ปกติ

ข้อเสนอแนะ ถ้าหากคุณมีความคิดว่าร่างหายกะปลกกะเปลี้ย เหนื่อยแรง ขอเสนอแนะให้จัดรายการอาหารคอยวัวลีไปสักจาน รับประกันเข้าใจ จะผัด ทอด หรือใช้เป็นผักในสุกี้แทนกะหล่ำ ผักกาดขาว ก็เวิร์คไม่น้อย

– มัน ทราบหรือเปล่าว่าเปลือกของมันทุกสายพันธุ์อุดมไปด้วยโพแทสเซียมสูงถึงปริมาณร้อยละ 5อย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าหากพวกเราบริโภคแบบปอกพวกเราจะได้ประโยชน์จากโพแทสเซียมเพียงแค่ 10ที่สำคัญยังได้รับผลดีจากคาร์โบไฮเดรต ที่ทำให้อิ่มท้อง ร่างกายนำไปเผาผลาญเป็นพลังงานได้ แอบกระซิบบอกนิดหน่อยว่ารับประทานแล้วไม่อ้วนนั่นเอง

คำเสนอแนะ มันเป็นพืชที่มีแป้งมาก พวกเราบางทีก็อาจจะท้องขึ้นได้หากกินเข้าไปในจำนวนมาก ทางที่ดีอย่ากินตอนท้องว่างดีมากยิ่งกว่า เพราะเหตุว่ามิเช่นนั้นบางทีอาจกำเนิดก๊าซในกระเพาะ รวมทั้งบางทีอาจมีการผายลมในที่ชุมชนได้อย่างไรล่ะค่ะ

 

การดูแลและรักษาสมดุลของความดันเลือดนั้นไม่ยากเลย เพียงแต่พวกเราระวังอาหารเพียงเท่านั้น จำจนขึ้นใจว่า หลีกเลี่ยงของกินมัน เค็มจัด แล้วก็หวานจัด ด้วยเหตุว่า สิ่งนี้เป็นตอนนี้ที่ทำให้ความกันพุ่งปรี๊ด รักผู้ใดกันแน่เลิฟคนไหนกัน แชร์บทความผลไม้ลดระดับความดันนี้ไปให้รู้กันเลยแรง

 

บทควาทที่น่าสนใจ
โรคความดันโลหิตสูง

 

Credit:
http://health.kapook.com/view108397.html
sukkaphap-d.com