ทานผลไม้ตามราศี

ทานผลไม้ตามราศี

ทานผลไม้ตามราศี

 

ประเทศไทยเป็นแหล่งที่ปลูกผลไม้นานาชนิด ซึ่งผลไม้แต่ละชนิดที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละครั้งนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น แต่ถ้าจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดเราควรเลือกรับประทานผลไม้ตามธาตุเกิดของเราเอง

 

ธาตุดิน คือผู้ที่เกิด ราศีพฤษภ (ระหว่างวันที่ 14 พ.ค.-14 มิ.ย.) ราศีกันย์ (ระหว่างวันที่ 17 ก.ย.-16 ต.ค.) ราศีมังกร (ระหว่างวันที่ 14 ม.ค.-12 ก.พ.) มักเสี่ยงกับโรคอ้วน น้ำหนักมากและโรคอื่นๆ เช่นความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงโรคทางเดินหายใจ ควรรับประทานคาร์โบโฮเดรตให้น้อย แต่ทานผักผลไม้ให้มาก ผลไม้ที่เหมาะกับธาตุดินคือ มะละกอสุก เงาะ มะพร้าว มะปราง กล้วยน้ำว้า เมลอน ลำไย ฝรั่ง มะม่วงสุก มังคุด

 

ธาตุน้ำ คือผู้ที่เกิด ราศีกรกฎ (ระหว่างวันที่ 16 ก.ค.-16 ส.ค.) ราศีพิจิก (ระหว่างวันที่ 16 พ.ย.-15 ธ.ค.) ราศีมีน (ระหว่างวันที่ 14 มี.ค-15 เม.ย) มักพบกับปัญหาเรื่องเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหืด มักมีอาการไอและเป็นหวัดได้ ควรจะกินอาหารที่มีรสเปรี้ยว หรือผลไม้วิตามินซีสูงผลไม้ที่เหมาะสมกับคนธาตุน้ำคือ กระเจี๊ยบ มะยม ส้ม ลิ้นจี่ องุ่น ชมพู่ มะม่วง สละ ลองกอง กระท้อน สับปะรด มะขามป้อม สตรอเบอรี่ เชอรี่

 

ธาตุลม คือผู้ที่เกิด ราศีเมถุน (ระหว่างวันที่ 15 มิ.ย-15 ก.ค.) ราศีตุลย์ (ระหว่างวันที่ 17 ต.ค.-15 พ.ย.) ราศีกุมภ์ (ระหว่างวันที่ 13 ก.พ.-13 มี.ค.) มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคข้อ กระดูก โรคกระเพาะในระบบย่อยอาหาร เช่นท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก มีลมแน่น จุกเสียด และเป็นลมได้ง่ายผลไม้ประจำธาตุคือ แตงไทย แตงโม เงาะ น้อยหน่า แก้วมังกร มังคุด มะละกอ มันแกว ชมพู่

 

ธาตุไฟ คือผูที่เกิด ราศีเมษ (ระหว่างวันที่ 16 เม.ย.-13 พ.ค.) ราศีสิงห์ (ระหว่างวันที่ 17 ส.ค.-16 ก.ย.) ราศีธนู (ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.-13 ม.ค.) มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร ผิวหนังแพ้ง่ายผิวหนังอักเสบ ร้อนใน เป็นแผลในปากและท้องเสียบ่อย ผลไม้ประจำธาตุคือ แตงโม มันแกว ชมพู่ มะละกอ พุทรา แตงไทย มะพร้าว ลูกจาก ลูกตาลอ่อน แอปเปิ้ล

 

ผลไม้ที่เป็นมงคล

1. ลำไย เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความหวานชื่น ลำไยภาษาจีนแปลว่าดวงตามังกร

ซึ่งมังกรเป็นสัญลักษณ์ของอ่องเต้ เมืองจีนจึงหมายถึง ความเป็นผู้ที่มีอำนาจ เป็นผู้นำปวงชน ฉะนั้นลำไยเป็นผลไม้มงคลที่เชื่อว่า เป็นตัวแทนแห่งความรัก ความเป็นผู้นำ และความมีอำนาจวาสนา

2. ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ช้นสูงของคนจี ที่มักนิยมนำไปใช้ในงานมงคลต่างๆ เนื่องด้วยสีแดงสดของลิ้นจี่นั้น คนจีนถือว่าเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล

3. สับปะรด เป็นผลไม้มงคล ที่คนนิยมนำไปไหว้ในพิธีการต่างๆ เชื่อกันว่าจะทำให้เกิดความรอบคอบ รอบรู้ในสิ่งต่างๆ ดูแลกิจการงานได้ทั่วถึง สายตากว้างไกล

4. กล้วย เป็นผลไม้มงคลแห่งการแตกหน่อ แตกสาขา ซึ่งในธรรมชาติของต้นกล้วยนั้น สามารถแตกหน่อยไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีวันจบ จึงเป็นผลไม้แห่งการเชื่อถือในด้านการมีบุตรสืบสกุล มีบริวารมากมาย

5. ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง มีเนื่อในที่สวยงาม สีเหลืองดั่งทองคำ ด้วยความฉลาดหลักแหลมของธรรมชาติ จึงได้สร้างเกราะคุ้มกันเนื้อในสีทอง สร้างหนามแหลมคมรอบตัว เพื่อป้องกันสัตว์ร้าย ฉะนั้นทุเรียนจึงเป็นผลไม้มงคลที่เชื่อว่า เป็นตัวแทนของความฉลาดหลักแหลม เข้มแข็ง สามารถป้องกันตนเองได้

 

 

ทำไม? กินสับปะรดแล้วถึง “แสบลิ้น”

ทำไม? กินสับปะรดแล้วถึง “แสบลิ้น”

 

Credit: Sanook.com

Did You Know

สนับสนุนเนื้อหา

 

ช่วงนี้ทานผลไม้บ่อยขึ้น และหลากหลายมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะสับปะรด เพราะมีประโยชน์มากมายที่เราคาดไม่ถึง (อ่าน 10 ประโยชน์ที่คุณอาจไม่รู้ของ “สับปะรด” ที่นี่) แต่พอทานไปได้สักพัก เริ่มรู้สึกคันๆ แสบๆ ที่ลิ้น หรือริมฝีปากขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทำไมถึงมีอาการเช่นนี้ Sanook! Health จึงนำคำตอบจากรายการ Did You Know? คุณรู้หรือไม่? มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ

สับปะรด สารอาหารมากมาย

นอกจากสับปะรดจะมีรสชาติดีถูกใจใครหลายคนแล้ว ยังมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 กรดโฟลิค แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส เหล็ก และแมกนีเซียมอีกด้วย

 

กินสับปะรดแล้ว “แสบลิ้น”?

สาเหตุที่เรากินสับปะรดเข้าไปแล้ว รู้สึกแสบๆ คันๆ ที่ลิ้น ก็เป็นเพราะว่า สัปปะรดมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า “บรอมีเลน” ซึ่งมีคุณสมบัติย่อยสลายโปรตีน ไม่ให้โปรตีนตกค้างในลำไส้ และที่ลิ้นของเราก็มีโปรตีนตามธรรมชาติเคลือบอยู่ ดังนั้นเอนไซม์บรอมีเลนจึงทำการย่อยโปรตีนบนลิ้นของเรานั่นเอง

แต่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะเมื่อเราหยุดทานสับปะรดไปสักพัก ลิ้นของเราก็จะสร้างโปรตีนขึ้นมาเคลือบผิวลิ้นใหม่ ทำให้อาการแสบๆ คัน ที่ลิ้นหายไปได้เองในชั่วเวลาสั้นๆ ค่ะ

 

เคล็ดลับกินสับปะรดอย่างไรไม่ให้แสบลิ้น

นำสับปะรดหั่นชิ้นไปแช่น้ำเกลืออ่อนๆ ราว 2-3 นาทีก่อนทาน หรืออาจจะจิ้มเกลือทานสดๆ โดยตรงเลยก็ได้ (แต่อาจได้ผลดีไม่เท่าการแช่ลงไปในน้ำเกลือ) แค่นี้ก็จะช่วยลดอาการแสบคันที่ลิ้นขณะกินสับปะรดได้แล้วล่ะค่ะ

เกลือจะเข้าไปช่วยลดความเข้มข้นของเอนไซม์ บรอมีเลน ที่ว่า ทำให้เอนไซม์ดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

แต่ทว่า… ใครที่อยากทานสับปะรดเพื่อช่วยย่อยอาหาร อาจจะทานแบบนี้ไม่ได้นะคะ เพราะจะทำให้สับปะรดย่อยอาหารได้ไม่เต็มที่เหมือนเคยเช่นกัน

 

สุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ หากอยากทานสับปะรดเพื่อสุขภาพ อย่าเลือกทานสับปะรดในกระป๋องจะดีกว่าค่ะ เพราะถึงแม้รสชาติจะยังหวานฉ่ำชื่นใจดีอยู่ แต่สับปะรดในกระป๋องจะขาดวิตามินดีๆ ไปมาก รวมถึงเอนไซม์บรอมีเลนที่จะช่วยย่อยโปรตีนด้วยค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก รายการ Did You Know? คุณรู้หรือไม่?
ภาพประกอบจาก
istockphoto

 

8 ประโยชน์ของลูกพรุนที่สาว ๆ ต้องลองสักที สวย สุขภาพดีด้วยอัญมณีสีดำ

ประโยชน์ลูกพรุน เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

8 ประโยชน์ของลูกพรุนที่สาว ๆ ต้องลองสักที สวย สุขภาพดีด้วยอัญมณีสีดำ

 

Credit: health.kapook.com

ลูกพรุน ลูกไหน ลูกพลัม ผลไม้ที่มากด้วยคุณค่า โดยยิ่งไปกว่านั้นกับสุขภาพของคุณสุภาพสตรี ไม่ลองแล้วจะเศร้าใจ !

ลูกพรุน ลูกไหน ลูกพลัม ถึงแม้ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน แม้กระนั้นก็คือผลไม้ประเภทเดียวกันนะเอ๊ะอย่าเพิ่งจะมึนงงไป ลูกพรุนเป็นการนำเอาลูกพลัมมาตาแห้ง ส่วนลูกไหนก็เป็นชื่อที่ชาวจีนเรียกลูกพลัมนั่นเอง ซึ่งลูกพรุน ผลไม้ผลเล็กหลากสีนั้นเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ามีคุณประโยชน์ช่วยจัดการกับปัญหาท้องผูกได้ชะงัด แม้กระนั้นประโยชน์ที่ได้รับมาจากลูกพรุนมิได้มีเท่านั้นนะ คุณประโยช์จากผลไม้ประเภทนี้ยังมีอีกมากมาย ถึงขนาดได้รับการจัดชั้นว่ายอดเยี่ยมในบรรดาผลไม้ที่ผู้หญิงไม่สมควรพลาด วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยไม่คอยช้า ขอสมัครใจพาไปเจาะลึกประโยชน์ที่ได้รับมาจากลูกพรุนต่อร่างกายของสตรีกันเลยดีกว่า รับประกันว่าเมื่อได้ทราบคุณประโยชน์ของลูกพรุนแล้ว ผู้หญิงต้องรีบไปพบซื้อลูกพรุนมาติดบ้านอย่างยิ่งจริงๆ

ประโยชน์ลูกพรุน เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
ประโยชน์ลูกพรุน เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

หลากคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากลูกพรุนต่อร่างกายเพศหญิง

แก้ปวดเมนส์

ถึงวันนั้นของเดือนทีไร หญิงพวกเราก็จำต้องสูญเสียเลือดไปไม่ใช่น้อย แต่ว่าถ้าหากพวกเราได้รับประทานลูกพรุน ซึ่งอุดมไปด้วยธาตุเหล็กก็จะช่วยสังเคราะห์ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง รวมทั้งช่วยเพิ่มเลือดให้ร่างกาย ยิ่งกว่านั้นในลูกพรุนยังมีแมกนีเซียม ที่ช่วยควบคุมให้ฮอร์โมนธรรมดา รวมทั้งช่วยทุเลาลักษณะของการปวดระดูได้ แต่ว่าจำเป็นต้องรับประทานลูกพรุนก่อนมีเมนส์ 1-2 วันนะถึงจะเห็นผล ทราบอย่างงี้แล้ว เดือนหน้าก่อนมีเมนส์อย่าลืมไปพบซื้อลูกพรุนมากินกันนะคะ

ลดความอ้วน

ผู้หญิงผู้ใดที่กำลังลดหุ่น และก็มองหาผลไม้ที่จะเป็นตัวช่วยลดหุ่นอยู่ ขอชี้แนะลูกพรุนจ้ะ เนื่องจาก