7 สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก …ที่คนอ้วนห้ามพลาด

7 สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก

7 สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก ที่คนอ้วนห้ามพลาด

Credit:sukkaphap-d.com

สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก

ความอ้วนเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน เชื่อว่าทุกคนปรารถนาที่จะมีรูปร่างดี สุขภาพแข็งแรง หลายครั้งที่คนอ้วนขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม อยากแต่งตัวสวยๆ เหมือนสาวๆ หุ่นผอมบางบ้าง จึงได้สรรหาวิธีการต่างๆ เพื่อลดน้ำหนัก บ้างก็อดอาหาร บ้างออกกำลังกาย หรือถึงขั้นต้องหันมาพึ่งอาหารเสริม หรือยาลดความอ้วน ซึ่งล้วนแต่มีสารเคมีที่เป็นผลร้ายต่อร่างกายทั้งนั้น วันนี้เรามีสมุนไพรไทยที่สามารถช่วยลดน้ำหนักและลดไขมัน มาแนะนำค่ะ

1 มะนาว (สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก) มะนาวถือเป็นสมุนไพรใกล้ตัวและเป็นเครื่องปรุงรสที่มีติดครัวแทบทุกบ้าน ในน้ำมะนาวมีกรดซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสลายไขมัน และยังมีวิตามินซีสูง ป้องกันโรคหวัดได้อีกด้วย

2 พริกไทยดำ (สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก) สรรพคุณของพริกไทยดำ จะให้รสที่เผ็ดร้อนช่วยสลายไขมันเก่า ลดการสะสมไขมันใหม่ ใครที่มีไขมันสะสมมากๆ ลองหันมารับประทานพริกไทยดำดูนะคะ

3 ส้มแขก (สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก) เราจะเห็นว่าส้มแขกเป็นสมุนไพรหลัก ที่เป็นส่วนผสมในอาหารเสริมลดความอ้วนแทบทุกชนิด เนื่องจากส้มแขกมีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ลดการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกายนั่นเอง

4 เม็ดแมงลัก (สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก) ด้วยคุณสมบัติของเม็ดแมงลักที่จะขยายตัวเมื่อโดนน้ำ เมื่อเรารับประทานเข้าไปจึงช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง ลดการอยากอาหาร และยังสามารถนำไปรับประทานกับเครื่องดื่มร้อน เย็นได้ด้วย แต่ก่อนนำไปรับประทานอย่าลืมนำเม็ดแมงลักไปแช่น้ำให้พองตัวก่อนนะคะ

5 ดอกคำฝอย (สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก) เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรยอดนิยมก็ว่าได้ การรับประทานก็แสนง่ายเพียงคุณนำมาต้มหรือชงดื่มร้อนๆ หรือจะใส่น้ำแข็งเป็นน้ำดอกคำฝอยเย็นก็ชื่นใจ ซึ่งคุณสมบัติของดอกคำฝอยจะใช้เพื่อเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยเรื่องลดน้ำหนักและลดหน้าท้องได้ดี

6 กระเจี๊ยบแดง (สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก) กระเจี๊ยบแดงสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติไม่ธรรมดาในเรื่องลดความอ้วน จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำกระเจี๊ยบแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันมะเร็ง และมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลและไขมันชนิดเลวในร่างกายของคนเรา แต่สาวๆ คนไหนอยากดื่มน้ำกระเจี๊ยบเพื่อลดความอ้วนก็ไม่ควรใส่น้ำตาลเยอะนะคะ เพราะแทนที่คุณจะผอมอาจจะกลายเป็นอ้วนขึ้นกว่าเดิม

7 พริก (สมุนไพรไทยลดน้ำหนัก) อีกหนึ่งสมุนไพรติดบ้านที่ช่วยเรื่องลดน้ำหนัก ซึ่งพริกจะมีสาร Ascorbic acid เป็นสารสำคัญในการช่วยลดความอ้วน ช่วยเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นพลังงานได้ดี หากใครเป็นคนที่ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันต่ำ การกินพริกบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น และนอกจากนั้นพริกยังช่วยขยายเส้นเลือดในลำไส้และกระเพาะอาหารทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้ดี ทั้งยังมีส่วนช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย

สำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ท่านไหนที่อยากลดความอ้วนด้วยวิธีธรรมชาติก็สามารถเลือกรับประทานสมุนไพรไทยลดน้ำหนักทั้ง 7 ชนิดนี้ได้เลยค่ะ แต่การใช้สมุนไพรในการลดน้ำหนักควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะทุกอย่างถ้ามากไปอาจทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ และอย่าลืมการออกกำลังควบคู่กับการทานสมุนไพรไทยลดน้ำหนัก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนะคะ

สมุนไพรพื้นบ้านไทยช่วยไขมัน

สมุนไพรพื้นบ้านไทยช่วยไขมัน

สมุนไพรพื้นบ้านไทยช่วยไขมัน

Credit: lovefitt.com

คุณๆทราบกันหรือไม่ว่าความจริงแล้วสนุนไพรพื้นบ้านใกล้ๆตัวเรามีสรรพคุณช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด คอเรสตอรอล และช่วยลดน้ำหนักได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยในร่างกายได้หลายอย่าง ข้อดีของการใช้สมุนไพรคือมีผลข้างเคียงและสารพิษน้องเนื่องจากมาจากธรรมชาติ ราคาถูก หาซื้อง่าย แต่อย่างไรก็ดี การใช้สมุนไพรหรือยาใดๆก็ตาม อย่าหมกมุ่นหรือหวังพึ่งพามากจนเกินไป เพราะเรื่องน้ำหนักตัวและไขมันส่วนเกินนั้นมาจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบไม่ดูแลตัวเอง ขาดความเอาใจใส่ในการเลือกรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย ถ้าดูแลเรื่องดังกล่าวได้ก็ไม่จำเป็นต้องมียาหรือสนุนไรอะไรมาช่วยเลย

สมุนไพรในบ้านเรามีหลายตัวที่มีสรรพคุณในการลดไขมันวันนี้ขอยกตัวอย่างมาให้ดูดังนี้

ใบย่านาง

ย่านาง เป็นไม้เลื้อย พบขึ้น ตามป่าผลัดใบ ป่าดงดิบ และป่าโปร่ง ทุกภาค ของประเทศไทย มีสรรพคุณเฉพาะ ทั้งต้นปรุงเป็นยาแก้ไข้กลับ ใบเป็นยาถอนพิษการช่วยถอนพิษ แก้ไข้และลดความร้อนในร่างกายได้ อีกทั้งยังเป็นพืชที่ให้แคลเซียมและวิตามินซีค่อนข้างสูง และยังให้สารอาหารอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และเบต้า-แคโรทีน หากกินทั้งใบก็จะมีเส้นใยมาก ส่วนรากของใบย่านางช่วยถอนพิษ แก้ไข้ แก้เมารถ เมาเรือ แก้โรคหัวใจและแก้ลมได้ด้วย ขอแถมให้อีกนิด หากนำน้ำใบย่านางมาสระผม จะช่วยทำให้ผมดกดำ ชลอผมหงอกได้อีกต่างหาก

ใบย่านางกับความเชื่อเรื่องการลดน้ำหนัก

มีความเชื่ออยู่ว่าน้ำที่ต้มกับใบย่านางสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ก้ยังไม่มีงานวิจัยใดๆออกมายืนยันผลมีเพียงการทดลองและบอกต่อๆกันเท่านั้น มีสูตรลดความอ้วนด้วยใบย่างนางมีมากมายหลายสูตรและสูตร ที่ทำง่ายๆและได้ผลดีได้แก่ วิธีเอา “ย่านาง” ทั้งต้น มีขายตามแผงขายพืชผักพื้นบ้าน ตามตลาดสดทั่วไป เป็นกำ กำละ 5-10 บาท ใช้ทั้งกำล้างน้ำให้สะอาดต้มน้ำท่วมยาจนเดือด ดื่มขณะอุ่น 3 เวลาก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ครั้งละ 1 แก้ว ต้มกินจนยาจืด ทำกินเรื่อยๆจะช่วยให้น้ำหนักค่อยๆลดลงได้ แต่ไม่ใช่ลดแบบฮวบฮาบ เมื่อน้ำหนักอยู่ ในระดับที่ต้องการแล้ว จะหยุดกินก็ได้ ข้อสำคัญต้องควบคุมอาหารด้วยจะได้ผลดี และเร็ว ไม่ว่าคุณจะใช้สมุนไพรตัวใดเพื่อลดน้ำหนักก็ตาม ควรจะปฏิบัติควบคู่ไปกับการกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลดีขึ้น อย่าจดจ่อกับการใช้สมุนไพรอย่างเดียว เพราะการกินแค่สมุนไพรอาจจะทำให้คุณขาดสารอาหารและเสียชีวิตได้ จึงโปรดใช้วิจารณญาณในการใช้ด้วย

ดอกคำฝอย

มักจะนำมาทำเป็นชาที่เรารู้จักกันดีว่าชาดอกคำฝอย มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด ขับเหงื่อและเป็นยาระบาย ช่วยในการขับถ่าย ปัจจุบันนำมาใช้ในการลดความอ้วนด้วยการชงดื่ม สรรพคุณของดอก รสหวานร้อน เป็นยาขับระดู บำรุง ประสาท บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต แก้ดีพิการ ขับเหงื่อ ใช้ระงับประสาท บำรุง โลหิต แก้ไขข้ออักเสบ แก้หวัดน้ำมูกไหล เกสร รสหวานร้อน บำรุงโลหิตระดูและแก้แสบร้อนตามผิวหนัง เมล็ด รส หวานเย็น เป็นยาถ่าย ขับเสมหะ แก้โรค ลมเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก น้ำมันจากเมล็ด รสร้อน แก้อัมพาต แก้ฝี แก้ขัดตามข้อและลดไขมันในเส้นเลือด

กะเพรา

แม้จะเป็นผักที่คนไทยนิยมสั่งมารับประทานเวลาที่นึกไม่ออก แต่ก็มีน้อยคนที่จะรู้ว่า กะเพรา มีสรรพคุณอะไรบ้าง ที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ ใบกะเพรา มีฤทธิ์ขับลมช่วยแก้จุดเสียด แน่นท้อง แก้ปวดท้องอุจจาระ ส่วนน้ำสกัดทั้งต้น สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร สำหรับเมล็ดกะเพรา ก็สามารถพอกตาให้ผงหรือฝุ่นที่เข้าตาหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นแล้ว รากกะเพราแห้งๆ ยังนำมาชงกับน้ำร้อนดื่มแก้โรคธาตุพิการได้ด้วย และสรรพคุณเด็ดของกะเพราอีกประการก็คือ ช่วยขับไขมันและน้ำตาล เคยสงสัยบ้างไหมล่ะ ทำไมอาหารตามสั่งต้องมีเมนูผัดกะเพราเนื้อ กะเพราไก่ กะเพราหมู นั่นก็เพราะนอกจากใบกะเพราจะช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้แล้ว ยังมีฤทธิ์ขับไขมัน และน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้ง กะเพราจะช่วยขับน้ำดีในตับออกมาให้ช่วยย่อยไขมันได้ดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น หากบอกว่า รับประทานกะเพราแล้วจะช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ก็คงไม่ผิดนัก

ตำลึง

ผักพื้นบ้านริวรั่วคู่ครัวไทย ที่คนไทยใช้ยอดและใบตำลึงกินเป็นผักสด อาจนำไปต้มหรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ใช้ปรุงในแกงต่างๆ เช่น แกงจืด แกงเลียง ต้มเลือดหมู ก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึง นำไปผัดตำลึงไฟแดง หรือใส่ในไข่เจียว ผลอ่อนของตำลึงกินกับน้ำพริกคล้ายแตงกวา หรือดองกินคล้ายแตงดองได้ เนื้อในผลสุกของตำลึงมีรสอมหวาน กินได้ อุดมด้วยสารกลุ่มแอนโทไซยานินที่ต้านอนุมูลอิสระและดูแลผนังหลอดเลือดให้ อ่อนนิ่มใช้งานได้ยืนยาว ใบตำลึงเป็นอาหารที่มีบีตาแคโรทีนสูงมาก องค์การอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อชนกลุ่มน้อยระบุว่า ตำลึงเป็นพืชที่มีบีตาแคโรทีนที่ดีที่สุดสำหรับชาวไทยภูเขา บีตาแคโรทีนเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อ บีตาแคโรทีนเป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จัดเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด ดังนั้น ที่กล่าวกันว่า “ตำลึงบำรุงสายตา” ก็เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

นอกจาก นี้ บีตาแคโรทีนเป็นสารต้านออกซิเดชันลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ยับยั้งการทำลายของออกซิเจนเดี่ยวและอนุมูลเปอรอกซิลอิสระ เชื่อว่าเป็นสารต้านมะเร็ง โดยเสริมประสิทธิภาพของเซลล์นักฆ่า (natural killer cell) ในการกำจัดเซลล์มะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ซ่อมแซมสารพันธุกรรมได้ ใยอาหารจากตำลึง สามารถดูดจับสารพิษในระบบทางเดินอาหารได้ดีกว่าผักที่มีในท้องตลาดทั่วไป พบว่าการกินตำลึงจะสามารถลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้การดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านของไทยเชื่อว่า การกินตำลึงจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โดยให้เอายอดตำลึงประมาณครึ่งกำมือ โรยเกลือพอให้มีรส ห่อใบตอง นำไปเผาไฟให้สุก กินก่อนนอนติดต่อกัน ๓ เดือน กล่าวว่าน้ำตาลในเลือดก็จะลดลง

กระเทียม

สำหรับคนไทยแล้ว กระเทียมถูกใช้เป็นผักและอาหารมากกว่าด้านอื่น อาจกล่าวได้ว่าในครัวของคนไทยจะขาดกระเทียมไม่ได้เลยเพราะเอกลักษณ์ของอาหารไทยสองกลุ่มใหญ่ๆ คือแกงและน้ำพริกนั้น ล้วนแต่มีกระเทียมเป็นเครื่องปรุงสำคัญทั้งสิ้น

สรรพคุณด้านยาของกระเทียมนั้นมีมากมายมหาศาลจริงๆ ในที่นี้จะยกมาเป็นตัวอย่างเฉพาะที่มีการทดลองยืนยันผลในประเทศไทยแล้ว เท่านั้น หากผู้อ่านสนใจอาจหาหนังสือที่มีผู้เขียนถึงกระเทียมเป็นเล่มโดยเฉพาะได้ใน ท้องตลาด ซึ่งจะบรรยายถึงสรรพคุณทางยาและวิธีการใช้กระเทียมไว้อย่างละเอียด ในที่นี้จะยกมาแต่สรรพคุณบางอย่างเท่านั้น เช่น แก้กลาก เกลื้อน หิด แก้ความดันเลือดสูง ลดไขมันและโคเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว ใส่แผลสดและแผลเป็นหนอง แก้คออักเสบ แก้ปวดหู แก้ทอนซิลอักเสบ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ แก้ขัดเบา รักษาวัณโรค รักษาปอดบวม รักษาโรคลำไส้ ท้องเดิน อาหารไม่ย่อย แก้บิด รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ขับเสมหะ รักษาโรคไอกรน แก้หืดและโรคหลอดลมอักเสบ ไอเรื้อรังแก้ธาตุพิการ จุกเสียด แน่นท้อง ควบคุมโรคกระเพาะ ขับพยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย และพยาธิตัวกลม แก้เคล็ดขัดยอก แก้เท้าแพลง แก้ปวดข้อ ปวดเมื่อย ปวดข้อมือและนิ้วมือ ต่อต่านเนื้องอก กำจัดพิษตะกั่วและโลหะหนัก แก้ปวดหัวและปวดหัวข้างเดียว ป้องกันผมหงอก แก้ตาต้อตาฟางตาเจ็บ รักษาริดสีดวงจมูก แก้ไซนัส แก้รำมะนาด แก้ปวดฟัน แก้เลือดกำเดาไหล แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้สิวแก้หูด แก้ลมพิษผื่นคัน แก้ช้ำใน ขับประจำเดือน แก้โรคเท้าเปื่อย ป้องกันการติดเชื้อในการเดินทาง เป็นยาระบาย แก้ไข้ ฯลฯ

กระเจี๊ยบแดง

หลายคนนำใบและยอดของกระเจี๊ยบแดงไปใส่ในแกง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวในอาหารแล้ว ใบกระเจี๊ยบแดงยังแก้โรคพยาธิตัวจี๊ด แก้ไอ ละลายเสมหะ ส่วนดอกใช้แก้โรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด แต่ส่วนที่มีสรรพคุณมากเป็นพิเศษก็คือ ส่วนกลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิต นำไปทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบดื่มช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดความเหนียวข้นของเลือด ขับปัสสาวะ ป้องกันต่อมลูกหมากโตให้คุณผู้ชายได้ด้วย และมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า หากรับประทานกระเจี๊ยบแดงต่อเนื่อง 1 เดือน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับไขมันในเลือด ทั้งคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันเลว (LDL) ลดลง และยังเพิ่มไขมันชนิดดีคือ HDL ได้ด้วย ทั้งนี้การนำกระเจี๊ยบมาทำเป็นเครื่องดื่มควรระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลที่ใช้ด้วย เนื่องจากเมื่อกระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยวมาก ก็ต้องปรุ่งให้หวานเป็นเงาตามตัวเพื่อให้รสชาติดีดื่มง่ายขึ้นนั้นเอง

เรียบเรียง: lovefitt.com
**ภาพประกอบจากอินเตอเน็ต**
credit: กระทรวงสาธารสุข, ไทยโพส, หมอชาวบ้าน, โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,eduzones.com

5 สมุนไพรลดน้ำหนัก ประโยชน์จากธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่โยโย่!!

5 สมุนไพรลดน้ำหนัก ประโยชน์จากธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่โยโย่!!

5 สมุนไพรลดน้ำหนัก ประโยชน์จากธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่โยโย่!!

Credit: women.mthai.com

ในชีวิตนี้คุณพูดคำว่าจะลดความอ้วน ไปแล้วทั้งหมดกี่ครั้งคะ ? แล้วหลังจากนั้นคุณทำสำเร็จหรือเปล่า ? ถ้าสำเร็จ คุณใช้วิธีจากธรรมชาติ หรือว่าพึ่งพาตัวช่วย เช่น ยาลดความอ้วน ? ที่ถามไม่ใช่จะมาคาดคั้นอะไรนะคะ เพียงแต่อยากมาเตือนสติสาวๆ กันสักนิด อยากผอม อยากหุ่นดี ก็ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แถมยังมีสมุนไพรจากธรรมชาติอีกเยอะแยะเลย ดี๊ดีขนาดนี้ ยังจะต้องไปพึ่งยาลดความอ้วนกันอยู่อีกหรอคะ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันน๊า 🙂

สมุนไพรลดน้ำหนัก

1. ส้มแขก

เนื่องจากผลส้มแขกมีกรดมีกรดไฮดรอกซีซิตริก (HCA)  ช่วยกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นเครื่องดื่มโดยระยะแรกอาจจะทำให้รู้สึกหิวบ่อยมากขึ้น เนื่องจากไปเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร โดยร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวไปเอง ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ แต่ก็มีข้อจำกัดนิดนึง สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกอยู่ ก็เว้นไว้ก่อนโน๊ะ ไว้ลูกหย่านมเมื่อไหร่ ค่อยกินจ้า

สมุนไพรลดน้ำหนัก

2. พริก

ขึ้นชื่อความเผ็ดร้อน ทำให้รสชาติอาหารของคุณมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ลึกๆ แล้ว พริกยังมีสรรพคุณอีกมากมาย ที่เหมาะมากกับคนที่กำลังลดความอ้วนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยดีท็อกซ์ของร่างกาย ช่วยลดปริมาณสารคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้ปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในกระเลือดลดลง หรือล้ำขึ้นมาหน่อยก็ใช้สารสกัดจากแคปไซซินมาสกัดเป็นเจลเพื่อใช้ในการนวดลดเซลลูไลท์ สลายไขมัน นอกจากนี้ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอวัยอีกด้วย คุณผู้หญิงหลายๆ คน น่าจะชอบนะคะ

สมุนไพรลดน้ำหนัก

3. มะนาว

ไม่ได้ให้ความสดชื่นเพียงอย่างเดียวนะคะ มะนาวยังสามารถช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงช่วยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกาย ส่วนผิวเปลือกมะนาวก็ยังมีคาร์โบไฮเดรตที่จะช่วยลดความอยากอาหารได้นานขึ้นได้อีกด้วย ส่วนใหญ่จะนิยมนำมาชงดื่ม จะผสมกับน้ำอุ่นหรือนำผึ้ง ก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ ยิ่งดื่มในตอนเช้าเป็นประจำ น้ำหนักคุณก็จะลดลงแน่นอน

สมุนไพรลดน้ำหนัก

4. เม็ดแมงลัก

เห็นกันบ่อยในเครื่องดื่มต่างๆ แต่รู้มั้ยคะ ว่าเม็ดแมงลักมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ขับถ่ายสะดวก เป็นการดีท็อกซ์ไปในตัว นอกจากนี้เส้นใยของแมงลักจะดูดซับไขมันไว้ เมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยกากใยพวกนี้ได้ ไขมันไม่ดี (LDL-cholesterol) ก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของแมงลัก ส่วนใครที่หิวบ่อย ชอบกินจุกจิก ลองเม็ดแมงลักดูนะคะ จะช่วยให้อิ่มนานมากขึ้นค่ะ 🙂

สมุนไพรลดน้ำหนัก

5. ถั่วขาว

มีใยอาหารสูงทำให้รู้สึกอิ่มได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ขับถ่ายได้เป็นปกติ โดยสารสกัดในถั่วขาว ที่ชื่อว่าฟาซีโอลามิน (Phaseolamin) มีส่วนช่วยในการยับยั้งกระบวนการย่อยสลาย ทำให้การย่อยแป้งใช้ระยะเวลานาน และถูกขับออกจากทางร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับแป้งน้อยลง น้ำหนักตัวก็จะลดน้อยลงตามไป นอกจากนี้ยังช่วยลดการสะสมของไขมันใหม่อีกด้วยนะจ๊ะ สรรพคุณดีเวอร์ขนาดนี้ รีบไปหามาด่วนๆ เลยจ้า

รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women Mthai Team
facebook

สมุนไพรไทยลดความอ้วน ลดไขมัน ตัวช่วยเพื่อหุ่นสวยเป๊ะ

สมุนไพรไทยลดความอ้วน ลดไขมัน ตัวช่วยเพื่อหุ่นสวยเป๊ะ

สมุนไพรไทยลดความอ้วน ลดไขมัน ตัวช่วยเพื่อหุ่นสวยเป๊ะ

Credit: health.kapook.com

สมุนไพรลดความอ้วน

สมุนไพรลดความอ้วน ลดไขมันให้หุ่นสวยเป๊ะด้วยสมุนไพรใกล้ตัว 12 ชนิดที่คุณประโยชน์เพียบ ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ล่ะก็ไม่ควรพลาดเลย

คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่าการมีรูปร่างที่ดีและแข็งแรงคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ทำให้หลายคนพยายามอย่างหนักในการลดน้ำหนักโดยใช้วิธีการต่าง ๆ อย่างเช่น การออกกำลัง การควบคุมอาหาร หรือแม้แต่การกินอาหารเสริมเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก แต่อาหารเสริมก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป ถ้าเจออาหารเสริมดี ๆ ก็ดีไป แต่ถ้าเจออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ไม่ดีต่อร่างกายล่ะก็ แทนที่จะลดความอ้วนได้สมดั่งใจก็กลับจะต้องมาเจอกับโรคแทรกซ้อนหรือผลกระทบต่าง ๆ นานาอีกมากมาย เสียเวลา เสียสุขภาพอีก          ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วพวกบรรดาอาหารเสริมทั้งหลายนั้นก็มีส่วนผสมมาจากสมุนไพรใกล้ตัวที่เราสามารถกินมันได้สด ๆ โดยที่ไม่ต้องไปพึ่งสารสกัดที่อยู่ในยาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย แถมยังปลอดภัยกว่าด้วย แต่ว่ามีสมุนไพรอะไรบ้างล่ะที่ช่วยลดความอ้วนได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำเอาข้อมูลของสมุนไพรที่สามารถช่วยในการลดความอ้วนและไขมันมาฝาก ไปดูกันดีกว่าว่าสมุนไพรชนิดไหนบ้างที่กินแล้วหุ่นสวยเป๊ะ แถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย

มะนาว

1. มะนาว          ถ้าพูดถึงสมุนไพรที่รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดที่สามารถลดน้ำหนักได้ ก็คงต้องนึกถึงมะนาวอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้มะนาวกลายเป็นพืชสมุนไพรยอดนิยมที่นำมาใช้ในการลดน้ำหนัก แถมสูตรในการลดน้ำหนักด้วยน้ำมะนาวก็ยังมีหลากหลาย

เหตุผลที่น้ำมะนาวสามารถลดความอ้วนอย่างได้ผลก็เป็นเพราะมะนาวมีกรดต่าง ๆ ซึ่งช่วยในการสลายไขมัน นอกจากนี้มะนาวยังมีวิตามินซีสูง เมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะก็จะทำให้ไขมันในร่างกายลดลง ระดับไตรกลีเซอไรด์ก็จะเป็นปกติ ไขมันเลวจะลดลงและช่วยให้ไขมันดีเพิ่มขึ้น แถมมะนาวยังมีไฟเบอร์สูง ทำให้รู้สึกอิ่มและลดความอยากอาหารได้ ใครที่กำลังอยากจะลดความอ้วนแล้วชอบรสเปรี้ยวล่ะก็ มะนาวนี่ล่ะไม่ควรพลาด

เม็ดแมงลัก

2 . เม็ดแมงลัก          แม้ว่าเม็ดแมงลักจะไม่ได้มีสารอาหารที่ช่วยในการลดความอ้วนโดยตรง แต่เม็ดแมงลักก็สามารถช่วยในการควบคุมอาหารได้ เพราะเม็ดแมงลักเป็นพืชที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า หากนำมารับประทานก่อนอาหารก็จะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง และช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลง

นอกจากนี้เม็ดแมงลักยังสามารถรับประทานได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรอีกด้วย แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบกินเม็ดแมงลักจืด ๆ ล่ะก็ ก็ลองนำไปกับผสมเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้ตามใจชอบ แต่ก็ต้องนำไปแช่น้ำให้พองจนเต็มที่ก่อนด้วยล่ะ ไม่งั้นอาจทำให้ท้องอืดและท้องผูกแทน

ลูกสำรอง

3. ลูกสำรอง          ลูกสำรอง หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า “พุงทะลาย” ซึ่งก็มีสรรพคุณในการลดความอ้วนได้เหมือนชื่อเลยล่ะ เพราะลูกสำรองเมื่อนำไปแช่น้ำก็จะเกิดการพองตัวและเมื่อรับประทานเข้าไปก็จะทำให้อิ่มและทานอาหารได้น้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดไขมันให้ออกมาจากร่างกาย ล้างไขมันที่อยู่ในลำไส้ ด้วยการดูดซับไขมันเอาไว้แล้วขับออกมาในรูปแบบของการขับถ่าย

แต่ก็มีข้อมูลทางเภสัชวิทยาพูดถึงการกินลูกสำรองติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดลดลงได้ ดังนั้นถ้าคิดจะใช้ลูกสำรองในการช่วยลดน้ำหนักล่ะก็ควรจะรับประทานให้พอเหมาะนะจ๊ะ

กระเจี๊ยบแดง

4. กระเจี๊ยบแดง          กระเจี๊ยบแดงที่เรานำมาทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบ เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะกลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลือที่ติดอยู่กับผล สามารถใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด โดยได้มีการศึกษาวิจัยและทดลองกับกระต่ายที่มีไขมันสูงแล้วพบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล และระดับไขมันเลว (LDL) ลดลง และมีปริมาณของไขมันชนิดดี (HDL) เพิ่มมากขึ้น แล้วก็ยังช่วยบรรเทาความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจให้น้อยลง

ขณะที่ในประเทศอียิปต์ ยังมีการนำกระเจี๊ยบแดงทั้งต้นมาต้มกินเป็นยาลดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นยาระบายและยังช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อีกด้วย แต่เราไม่จำเป็นตองไปหาต้นกระเจี๊ยบมาต้มกินก็ได้นะคะ ถ้าอยากลดน้ำหนักด้วยกระเจี๊ยบจริง ๆ ละก็ ก็ลองหาน้้ำกระเจี๊ยบที่ไม่ผสมน้ำตาลมาดื่มก็จะช่วยได้เหมือนกันนะ

ดอกคำฝอย

5. ดอกคำฝอย          ดอกคำฝอย เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ดีต่อการลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยขับเหงื่อ ซึ่งเหมาะมากหากจะนำมาชงดื่มก่อนนอน เพราะเป็นยาระบายอ่อน ๆ สามารถช่วยในการขับถ่าย ลดหน้าท้อง และช่วยลดน้ำหนัก ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถหาซื้อดอกคำฝอยสำเร็จรูปมาชงดื่มได้ง่าย

แต่ถ้าใครชอบความสดใหม่มากกว่าก็สามารถหาซื้อดอกคำฝอยที่มีสีแดงจัดมาต้มในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ ถ้าหากอยากได้รสชาติหวานก็สามารถเติมน้ำตาลได้ตามชอบ แต่ถ้าหากจะดื่มเพื่อลดความอ้วนล่ะก็ ควรจะเปลี่ยนมาใส่หญ้าหวานแทนเพื่อให้ได้รสชาติหวาน แถมยังได้ลดความอ้วนแบบสองต่อเลย

กะเพรา

6. กะเพรา          กะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่เรานิยมนำมาทำอาหารกันอย่างแพร่หลาย แถมยังเป็นอาหารยอดนิยมอีกด้วย ซึ่งสรรพคุณของกะเพรา ที่เรารู้กันดีอยู่แล้วนั่นก็คือมีฤทธิ์ขับลม ช่วยแก้จุดเสียด แน่นท้อง และแก้ปวดท้องอุจจาระได้ แต่สรรพคุณเด็ดของกะเพราอีกประการที่เราไม่ค่อยจะทราบกันนั่นก็คือ ช่วยขับไขมันและน้ำตาล

เคยสงสัยบ้างไหมล่ะ ทำไมอาหารตามสั่งต้องมีเมนูผัดกะเพราเนื้อ กะเพราไก่ กะเพราหมู นั่นก็เพราะนอกจากใบกะเพราจะช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้แล้ว ยังมีฤทธิ์ขับไขมันและน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งกะเพราจะช่วยขับน้ำดีในตับออกมาให้ช่วยย่อยไขมันได้ดีขึ้นด้วยนะ ดังนั้นถ้าหากอยากลดความอ้วนล่ะก็ ใบกะเพราก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเลยนะคะ

กระเทียม

7. กระเทียม          กระเทียม สมุนไพรที่คนไทยมักนิยมนำมาทำเป็นอาหารมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารจานไหนก็ต้องมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบ แต่ต้องเป็นกระเทียมสดเท่านั้นค่ะ ส่วนกระเทียมที่ผ่านการนำไปปรุงในอาหารแล้วไม่สามารถช่วยลดความอ้วนได้นะ

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะในกระเทียมนั้นมีสารอัลลิซินซึ่งมีคุณสมบัติในการลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด, ช่วยลดน้ำตาลกลูโคสในเลือด, ช่วยเสริมประสิทธิภาพของยาฆ่าเชื้อรา, ช่วยลดการอักเสบ, มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ, ยับยั้งเนื้องอกและเซลล์มะเร็งบางชนิด ซึ่งมีการทดลองพบว่าถ้าหากรับประทานกระเทียมวันละ 10 กลีบ จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลนั้นลดลง 14% ไขมันไม่ดีอย่าง LDL ลดลง 17% และไขมันดีอย่าง HDL เพิ่มขึ้นสูงถึง 41% เลยทีเดียว แต่สารอัลลิซินนั้นจะถูกทำลายเมื่อไปสัมผัสกับน้ำมันและความร้อน ดังนั้นจึงควรที่จะรับประทานกระเทียมสด ๆ อย่างน้อยวันละ 3-5 กลีบเล็กก่อนอาหารเพื่อลดน้ำหนัก

แต่ถ้าอยากเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วยล่ะก็ให้รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารก็จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้นได้ แต่ก็อย่าลืมเรื่องกลิ่นปากและกลิ่นตัวด้วยล่ะ เพราะกระเทียมนั้นกลิ่นแรงมาก ถ้าหากต้องไปพบใครหลังจากทานกระเทียมก็ควรหลีกเลี่ยงการทาน หรือไม่ก็แปรงฟันก่อนจะดีที่สุด

พริก

8. พริก          ใครจะไปเชื่อว่าพริกจะมีความสามารถช่วยลดความอ้วนได้ แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าพริกมีวิตามินซีสูง ซึ่งเจ้าวิตามินซีนี่ล่ะที่จะไปช่วยขยายเส้นเลือดในลำไส้และกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย นอกจากวิตามินแล้ว ในพริกยังมีสารแคปไซซิน (Capsaicin), โอลีโอเรซิน (Oleoresin) และกรดแอสคอร์บิก ซึ่งกรดแอสคอร์บิกนี่ล่ะที่มีบทบาทสำคัญในการลดความอ้วน เพราะมันจะไปช่วยให้ไขมันถูกเผาผลาญกลายเป็นพลังงานได้ดี ถ้าหากใครที่เป็นคนที่ร่างกายมีการเผาผลาญต่ำ การกินพริกเข้าไปบ่อย ๆ  ก็จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้พริกจะช่วยลดความอ้วนได้ แต่ก็ต้องรับประทานเป็นจำนวนมากถึงจะได้รับสารอาหารที่อยู่ในพริกเพียงพอ ดังนั้นถ้าหากต้องการใช้พริกช่วยในการลดความอ้วนล่ะก็ แนะนำให้รับประทานพริกในรูปแบบของสารสกัดจะดีกว่าทานแบบสด ๆ เป็นกำ ๆ ที่อาจทำให้ท้องอืด ปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะได้อีกต่างหาก

หญ้าหวาน สมุนไพรรสหวานเจี๊ยบ เปี่ยมคุณค่า

9. หญ้าหวาน          หญ้าหวานถือเป็นสมุนไพรที่นอกจากจะให้ความหวานได้เหมือนน้ำตาลแล้ว ยังช่วยให้สามารถลดความอ้วนได้ด้วย เพราะหญ้าหวานเป็นพืชที่ไม่ให้พลังงานและแคลอรี่ต่ำมาก สามารถนำไปผสมกับเครื่องดื่มหรือนำไปปรุงรสชาติอาหารแทนน้ำตาลก็ได้ทั้งนั้น แถมความหวานที่ได้จากหญ้าหวานยังมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่าของซูโครส และหากรับประทานเป็นประจำก็ยังไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ให้ต้องวุ่นวายใจ เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบกินหวาน แต่ก็ไม่อยากอ้วนล่ะก็ หญ้าหวานนี่ล่ะตัวช่วยที่ดีที่สุดเลย

ขมิ้นชัน

10. ขมิ้นชัน          ขมิ้นมีสารพฤกษเคมีที่เรียกว่าเคอร์คูมิน ซึ่งสารชนิดนี้จะไปช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมัน ทำให้สามารถช่วยลดไขมันได้ โดยขมิ้นชันสามารถรับประทานได้ทั้งสดและนำไปปรุงกับอาหาร ถ้าหากนำไปปรุงกับอาหารจำพวกทอดก็จะช่วยย่อยไขมันในอาหารได้อีกด้วย และที่สำคัญไม่ควรให้ขมิ้นอยู่ในความร้อนมากกว่า 65 องศาเพราะอาจจะทำให้เกิดสารสเตรอยด์ในขมิ้นได้

ส้มแขก

11. ส้มแขก          ในผลส้มแขกมีสาร HAC หรือสารไฮดรอกซีซิตริกแอสิด อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสารที่ว่านี้เป็นสารมีคุณสมบัติที่ดีในการเข้าไปสกัดและยับยั้งการสะสมของไขมันส่วนเกินไนร่างกาย และยังช่วยทำให้ทานอาหารได้น้อยลง หน้าท้องยุบ รูปร่างเพรียวขึ้น โดยคนส่วนใหญ่ก็มักจะรับประทานในรูปแบบของสารสกัดเสียมากกว่าและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ส้มแขกในการลดความอ้วนนั้นก็ควรเลือกขนาดปริมาณ 300–600 มก.และรับประทานตามที่ฉลากระบุเท่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง อย่างไรก็ตาม เราก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน ลดพวกของทอดของมัน และออกกำลังกายมาก ๆ เพื่อที่การลดน้ำหนักจะได้ มีประสิทธิภาพและไม่กลับมาอ้วนให้หนักใจอีกยังไงล่ะ

เส้นบุก

12. บุก

บุกเป็นพืชที่คนกำลังลดความอ้วนนิยมนำมารับประทาน เพราะบุกมีสารกลูโคแมนแนน ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วย กลูโคส แมนโนส ฟรุคโทส มีลักษณะข้น ๆ เหนียว ๆ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว เพราะความเหนียวหนืดของกลูโคแมนแนนจะชะลอการดูดซึมของกลูโคสจากทางเดินอาหารไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จึงทำให้การบริโภคอาหารอื่น ๆ น้อยลงไปโดยปริยาย แถมยังมีกากใยสูงทำให้ดีต่อลำไส้และการขับถ่ายอีกด้วย นอกจากนี้บุกยังสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายแถมยังไม่มีผลเสียต่อร่างกายเลยอีกด้วย ใครที่อยากลดความอ้วนลองนำบุกมาทำเป็นอาหารแทนเนื้อสัตว์ก็ช่วยได้ค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสมุนไพรใกล้ตัวทั้ง 12 ชนิดที่นำมาบอกเล่ากันในวันนี้ ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ก็ลองนำสมุนไพรเหล่านี้ไปช่วยในการลดน้ำหนักอีกแรงนะคะ แต่อย่าลืมว่ายังไงก็ควรรับประทานให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะเพราะถ้าหากทานมากเกินไปอาจจะให้เกิดผลเสียตามมาได้ คงไม่คุ้มกันแน่ถ้าต้องหุ่นเพรียว น้ำหนักลด เพราะอาการเจ็บป่วยจากผลข้างเคียงใช่ไหมล่ะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ