ประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้…ให้คุณค่าไม่ต่างกับการกินผลสด

ประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้…ให้คุณค่าไม่ต่างกับการกินผลสด • สุขภาพดี

ประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้…ให้คุณค่าไม่ต่างกับการกินผลสด

Credit: sukkaphap-d.com

มีคนที่ไม่ชอบกินผักและผลไม้ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลย เพราะทั้งผักและผลไม้ต่างเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญๆ ที่จำเป็นต้องได้รับทุกวัน นั่นก็คือ วิตามินและแร่ธาตุ หากเราได้รับไม่เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน ผลเสียคือสุขภาพมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเจ็บป่วยได้บ่อยๆ สุขภาพไม่แข็งแรง ผิวพรรณไม่สดใสเปล่งปลั่ง ถ้าอย่างนั้นแล้วพอจะมีทางเลือกให้แก่พวกเขาบ้างไหมเพื่อให้สามารถกินผักและผลไม้กันได้…น้ำผัก-ผลไม้แบบคั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว

 

น้ำผัก-ผลไม้ ทางออกของคนไม่ชอบทานผัก-ผลไม้

น้ำผัก-ผลไม้” เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบรสชาติของผักหรือผลไม้ซึ่งต้องเคี้ยวเนื้อของมันโดยตรง แต่เปลี่ยนมาเป็นการดื่มน้ำคั้นหรือปั่นผักและผลไม้แทน แถมให้ความรู้สึกสดชื่น ดับกระหายได้ดีกว่าน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีประโยชน์ต่อร่างกายน้อยจนแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ น้ำผัก-ผลไม้นั้นยังให้คุณประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการซึ่งดีต่อสุขภาพไม่แพ้การกินผัก-ผลไม้สด อันได้แก่

9 คุณประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้ ที่ไม่ควรมองข้าม

1. ประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้อุดมด้วยเอนไซม์ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบและกระตุ้นปฏิกิริยาทางเคมีต่างๆ ภายในร่างกาย

2. น้ำผัก-ผลไม้ทำให้ระบบการย่อยอาหารมีประสิทธิภาพ ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นได้ง่ายแล้วส่งต่อไปยังเซลล์ของร่างกาย ช่วยให้ของเหลวไหลเวียนภายในร่างกายได้อย่างทั่วถึง สม่ำเสมอ

3. ประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน แร่ธาตุสำคัญๆ มากมาย มีประโยชน์ในการขับพิษและสิ่งสกปรกที่ตกค้างในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง รักษาความสมดุลของกรดและด่าง

4. น้ำผัก-ผลไม้เหมาะกับการเป็นเครื่องดื่มยามเจ็บป่วยหรือในกลุ่มคนวัยผู้สูงอายุ เพราะย่อยง่าย ช่วยให้กำลังวังชา แก้อาการอ่อนเพลีย และเหมาะกับคนไข้ผ่าตัดจะสามารถช่วยให้อาการหลังการผ่าตัดฟื้นตัวเร็วขึ้น

5. การดื่มน้ำผัก-ผลไม้ที่คั้นหรือปั่นสดๆ จะได้สารอาหารมากกว่าแบบสำเร็จรูปที่มีกระบวนการผลิตต้องผ่านความร้อน การดื่มเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีอายุยืนยาว

6. ประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้ช่วยป้องกันความเสื่อมของร่างกายและการเกิดโรคได้หลายโรค อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคท้องผูก หรือโรคหวัด ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ยับยั้งไม่ให้เซลล์ถูกทำลายสาเหตุของความแก่ก่อนวัยได้

7. น้ำผัก-ผลไม้มีคุณสมบัติเป็นอาหารสมอง ช่วยพัฒนาความจำ บำรุงสายตา ป้องกันอาการตาฝ้าฟาง เพราะมีผัก-ผลไม้หลายชนิดที่มีวิตามินเอสูง

8. ผักและผลไม้แต่ละชนิดล้วนมีวิตามินซีและวิตามินอี ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ผิวเรียบเนียนและดูสุขภาพดี และยังดูแลรูปร่างให้ดี เพราะมีผัก-ผลไม้บางชนิดช่วยลดหรือควบคุมน้ำหนักได้

9. น้ำผัก-ผลไม้เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับช่วงเวลาเร่งรีบ หรือในตอนท้องว่างระหว่างมื้อเมื่อรู้สึกหิว ซึ่งจะให้คุณค่าของสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย

สิ่งสำคัญของการดื่มน้ำผัก-ผลไม้.ให้ได้คุณประโยชน์สูงสุดคือจะต้องล้างให้สะอาดเช่นเดียวกับการกินแบบผลสด รวมทั้งควรสลับหมุนเวียนชนิดของผักและผลไม้กันทุกวัน เพราะไม่มีผัก-ผลไม้ชนิดไหนดีที่สุด และไม่ควรดื่มแต่น้ำผัก-ผลไม้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีข้อด้อยคือมีกากใยอาหารน้อย ควรกินผัก-ผลไม้สดร่วมด้วยเพื่อให้ได้กากใยอาหารครบถ้วน…รู้ประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้แล้ว รีบหามาทานกันด่วนๆ เลยน้า

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมังคุด

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมังคุด

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมังคุด

มังคุด

มังคุด (mangosteen) ราชินีแห่งผลไม้เมืองร้อน ผลกลมสีม่วงสวย หัวจุกสีเขียวมีกลีบมนรอบ ๆ รสหวานอมเปรี้ยว มีฤทธิ์เย็น กลิ่นหอมอ่อนๆ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia mangostana Linn. เลืองมังคุดผลเล็กโดยเฉลี่ย 25 ผลต่อ 1 กิโลกรัม เพราะมีแต่เนื้อ เมล็ดลีบล้วน ๆ เลือกผลสุกเปลือกสีม่วงเข้ม ผิวเป็นมัน ไม่แห้ง การเลือกคือใช้นิ้วชี้จิกที่ก้นลูกมังคุดหากไม่แข็งก็ใช้ได้ ล้าง ซับน้ำให้แห้ง ใช้มีเฉือนรอบ ๆ ผล บิเปลือกทั้งสองด้านออก แกะเอาแต่เนื้อ

 

น้ำมังคุด

เนื้อมังคุดผลเล็ก              15         ผล

(น้ำหนัก 1 กิโลกรัม)

เงาะคว้านเอาเฉพาะเนื้อ    11         ผล

น้ำต้มสุกแช่เย็น                  2          ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 2 แก้ว)

 

สมูทมังคุด

เนื้อมังคุดผลเล็ก              25         ผล

(น้ำหนัก 1 ½  กิโลกรัม)

นมสดชนิดจืด                  ½         ถ้วย

น้ำแข็งบดละเอียด            2          ถ้วย

  • ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่น ปอดฝาปั่นเข้าด้วยกันจนเนียน ตักออก แช่ในช่องแช่แข็ง พอเริ่มแข็งตัว นำออกมาปั่น ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้งจนเนื้อเนียน รินใส่แก้วตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ ดื่ม (จำนวน  2   แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

อุดมไปด้วยเส้นใยที่มากเป็นพิเศษ มีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเกลือแร่ชนิดต่าง ๆ ช่วยให้ระบบขับถ่ายในร่างกายทำงานได้ดี ช่วยลดความร้อนในร่างกายทำให้ไม่เป็นแผลร้อนใน

 

สรรพคุณและประโยชน์ของมังคุด

มังคุด

ประโยชน์ของมังคุด

  1. ประโยชน์ของเปลือกมังคุดรับประทานสดเป็นผลไม้หรือทำเป็นน้ำผลไม้อย่าง น้ำมังคุดและน้ำเปลือกมังคุด
  2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย
  3. มีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระต่าง ๆ ได้มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ
  4. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส แข็งแรง
  5. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง
  6. มีส่วนช่วยป้องกันอาการไข้ (ไข้ระดับต่ำ)
  7. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  8. ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
  9. มังคุดรักษาสิว เปลือกมังคุดมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และยังออกฤทธิ์ต้านสิวอักเสบได้ดีอีกด้วย
  10. มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเครียด
  11. ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคเกี่ยวกับระบบประสาท
  12. การรับประทานมังคุดเป็นประจำจะช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ
  13. สารสกัดจากมังคุดช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดทีเอช 1 และทีเอช 17 มีฤทธิ์ช่วยกำจัดและป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิดได้
  14. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่าง ๆ อย่าง เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร
  15. ช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  16. ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับทางเดินหัวใจ
  17. ช่วยลดความดันโลหิต
  18. ช่วยรักษาไทรอยด์เป็นพิษ
  19. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายและลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด
  20. มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในร่างกาย
  21. มีสวนช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ด้วยคุณสมบัติในการลดและควบคุมระดับน้ำตาล
  22. ช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้
  23. มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการของโรคหอบหืด
  24. มีส่วนช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  25. ช่วยบำรุงสุขภาพช่องปากและเหงือกให้แข็งแรง
  26. ช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์
  27. ช่วยรักษาและสมานแผลในช่องปากหรือปากแตกให้หายเร็วยิ่งขึ้น
  28. ไฟเบอร์จากมังคุดช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องผูก
  29. ช่วยบำรุงและฟื้นฟูความสมดุลภายในกระเพาะอาหาร ด้วยการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วง จุกเสียด เกิดแก๊สในกระเพาะและการดูดซึมอาหารบกพร่อง
  30. สรรพคุณมังคุดในทางสมุนไพรจะช่วยแก้อาการท้องเสีย ด้วยการใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำหรือย่างไฟ นำมาฝนกับน้ำปูนใส
  31. ช่วยแก้อาการท้องร่วงเรื้อรัง อาการถ่ายเป็นมูกเลือด ด้วยการใช้เปลือกสดหรือแห้งฝนกับน้ำรับประทาน หรือจะใช้เปลือกแห้งนำมาต้มกับน้ำดื่มก็ได้ผลเหมือนกัน
  32. ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะอยู่ในสภาวะปกติ
  33. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในไต
  34. มีส่วนช่วยป้องกันอาการตับเสื่อม ไตวาย
  35. ช่วยรักษาอาการข้อเข่าอักเสบ
  36. เปลือกของมังคุดมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว
  37. ช่วยต่อต้านและป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ และไวรัสต่าง ๆ อย่างเชื้อวัณโรค เชื้อ HIV เป็นต้น
  38. ช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง (เปลือก)
  39. ช่วยยับยั้งการเกิดและใช้รักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ อย่าง กลากเกลื้อน ผดผื่นคันต่าง ๆ ด้วยการใช้เปลือกมังคุดแห้งต้มน้ำอาบ หรือใช้น้ำต้มเปลือกมาทาบริเวณที่เป็น
  40. มังคุดสรรพคุณทางยาสมุนไพรใช้เพื่อรักษาอาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย ด้วยการใช้เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส
  41. เปลือกมังคุดมีสารช่วยป้องกันเชื้อราจึงเหมาะแก่การหมักปุ๋ย
  42. นำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น แกง ยำ มังคุดลอยแก้ว ซอสมังคุด เป็นต้น
  43. นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่าง มังคุดกวน แยมมังคุด มังคุดแช่อิ่ม ทอฟฟี่มังคุด
  44. มังคุดมีสารจีเอ็ม-1 ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรังจากสิวและอาการแพ้
  45. นำมาแปรรูปเป็นสบู่เปลือกมังคุด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดับกลิ่นเต่า รักษาสิวฝ้า บรรเทาอาการของโรคผิวหนัง

คุณค่าทางโภชนาการของมังคุดกระป๋อง ต่อ 100 กรัม

  • ประโยชน์ของมังคุดพลังงาน 73 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 17.91 กรัม
  • ใยอาหาร 1.8 กรัม
  • ไขมัน 0.58 กรัม
  • โปรตีน 0.41 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.054 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 2 0.054 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 3 0.286 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 5 0.032 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 6 0.018 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 9 31 ไมโครกรัม 8%
  • วิตามินซี 2.9 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแคลเซียม 12 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.3 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 13 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุแมงกานีส 0.102 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 8 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุโพแทสเซียม 48 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุโซเดียม 7 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.21 มิลลิกรัม 2%

ที่มา : https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%94/

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเม่า

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเม่า

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเม่า

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเม่า

 

มะเม่า

หมากเม่า หรือมะเม่า  ผลไม้พื้นบ้านของไทยแถบภาคเหนือและอีสานมีผลกลมเป็นช่อแบบพริกไทยอ่อน ผลดิบสีเขียวมีรสเปรี้ยว เมื่อเริ่มสุกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงจนกลายเป็นสีแดงม่วงและสีม่วงดำเมื่อสุกจัดรสหวานอมเปรี้ยว เลือกเมล็ดมะเม่าที่มีสีแดงและสีดำผสมกันในสัดส่วนเท่า ๆ กัน ผลใหญ่ สดใหม่ ไม่ช้ำเน่า

 

น้ำมะเม่า

ผลมะเม่า                       3          ถ้วย

น้ำตาลทราย                 ¼         ถ้วย

เกลือป่น                        ½         ถ้วย

น้ำ                                  3          ถ้วย

  • ล้างผลมะเม่าให้สะอาด ปั่นมะเม่ากับน้ำจนละเอียดให้ได้น้ำสีแดง  กรองเอาแต่น้ำลงในหม้อ ตั้งไฟอ่อน ต้มจนเดือด 20 นาที ใส่น้ำตาล เกลือ ต้มต่อสักครู่พอน้ำตาลละลาย ยกลงปล่อยให้เย็น ใส่น้ำแข็งหรือแช่เย็น ดื่มทันที (จำนวน  4 แก้ว)

 

น้ำมะเม่าปั่น

น้ำมะเม่า(ตามสูตร)                      ½             ถ้วย

น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำขิง          ½             ถ้วย

น้ำสับปะรด น้ำชา อย่างละ           ½             ถ้วย

น้ำแข็งชนิดก้อน

  • ทำน้ำขิงโยทุบขิงแก่ 2 แง่ง(น้ำหนัก 200 กรัม) ต้มกับน้ำ 1 ถ้วย พอเดือด นำน้ำสับปะรดโดยหั่นเนื้อสับประรด 150  กรัม ต้มกับน้ำ 1 ถ้วย พอเดือด ทำน้ำชาโดยแช่ใบชา  1 ช้อนโต๊ะในน้ำ 4 ถ้วย นาน 15 นาที กรองเอากาก ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน รินใส่แก้วน้ำแข็ง ตกแต่งด้วยสับปะรดหั่นชิ้นแลช่อผลมะเม่า ดื่ม (จำนวน 2 แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

ผลสุกของมะเม่ามีเกลือแร่ชนิดต่างๆ นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินอี ช่วยบำรุงสายตา ช่วยระบายท้อง

 

สรรพคุุณและประโยชน์ของมะเม่า

หมากเม่าหลวง

สรรพคุณของมะเม่า

  1. ผลมะเม่าสุกจะมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย และยังช่วยชะลอความแก่ชราได้อีกด้วย
  2. รสฝาดของผลมะเม่าสุก จะมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งไม่ให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมหรือเปราะง่าย
  3. รสขมของมะเม่าจะมีสารแทนนิน (Tannin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำให้เกล็ดเลือดจับตัวกันน้อยลง จึงมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจล้มเหลวได้
  4. ทั้งห้าส่วนของมะเม่าใช้ต้มดื่มเป็นประจำเป็นยาอายุวัฒนะได้ (ผล, ราก, ต้น, ใบ, ดอก)
  5. น้ำมะเม่าสกัดเข้มข้นใช้เป็นอาหารบำรุงสุขภาพได้ดีเหมือนน้ำลูกพรุนสกัดเข้มข้น มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
  6. มะเม่ามีศักยภาพในการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV อีกด้วย (กัมมาลและคณะ, 2546)
  7. ช่วยบำรุงสายตา (ผลสุก)
  8. ช่วยแก้กษัย (ต้น, ราก)มะเม่าหลวง
  9. ช่วยขับโลหิต (ต้น, ราก)
  10. มะเม่ามีสรรพคุณช่วยฟอกโลหิต (ผลสุก)
  11. มีสรรพคุณทางยาช่วยขับเสมหะ (ผลสุก)
  12. ผลมีสรรพคุณเป็นยาระบาย (ผลสุก)
  13. ช่วยขับปัสสาวะ (ต้น, ราก)
  14. ช่วยแก้มดลูกพิการ (ต้น, ราก)
  15. ช่วยแก้มดลูกอักเสบช้ำบวม (ต้น, ราก)
  16. ช่วยแก้อาการตกขาวของสตรี (ต้น, ราก)
  17. ช่วยขับน้ำคาวปลา (ต้น, ราก)
  18. ช่วยบำรุงไต (ต้น, ราก)
  19. ช่วยแก้เส้นเอ็นพิการ (ต้น, ราก)
  20. ช่วยแก้และบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย (ต้น, ราก)
  21. ใบมะเม่านำไปอังไฟแล้วนำมาประคบใช้รักษาอาการฟกช้ำดำเขียวได้ (ใบ)
  22. ใบสดนำมาตำใช้พอกรักษาแผลฝีหนองได้ (ใบ)
  23. หมากเม่า ประโยชน์ผลสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้ได้ หรือจะนำมาทำเป็นส้มตำมะเม่าก็ได้เช่นกัน
  24. ยอดอ่อนของมะเม่าใช้รับประทานเป็นผักสดได้ (ยอดอ่อน)
  25. ประโยชน์ของหมากเม่าสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น แยม น้ำผลไม้ หรือนำไปทำเป็นไวน์เกรดคุณภาพสูง เป็นต้น
  26. น้ำหมากเม่าหรือน้ำคั้นที่มาจากผลมะเม่าสุกสามารถนำไปทำสีผสมอาหารได้ โดยจะให้สีม่วงเข้ม แถมยังปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกด้วยครับ
  27. เนื้อไม้ของต้นมะเม่าสามารถนำมาใช้ทำเป็นที่อยู่อาศัยหรือทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้
  28. พระสงฆ์ในแถบเทือกเขาภูพานใช้เป็นน้ำปาณะมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล
  29. ประโยชน์ของมะเม่าอย่างอื่นก็เช่น การปลูกเป็นไม้ประดับหรือใช้ปลูกเพื่อเป็นร่มไม้ เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของผลมะเม่า ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 75.2 กิโลแคลอรี
  • โปรตีน 0.63 กรัม
  • เส้นใย 0.79 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 17.96 กรัมมะเม่า
  • กรดแอสพาร์ติก 559.43 มิลลิกรัม
  • ทรีโอนีน 227.47 มิลลิกรัม
  • ซีรีน 285.75 มิลลิกรัม
  • กรดกลูตามิก 618,62 มิลลิกรัม
  • โพรลีน 234.94
  • ไกลซีน 250.23 มิลลิกรัม
  • อะลานีน 255.17 มิลลิกรัม
  • วาลีน 57.36 มิลลิกรัม
  • ซีสทีน 274.60 มิลลิกรัม
  • เมทไธโอนีน 22.87 มิลลิกรัม
  • ไอโซลิวซีน 226.78 มิลลิกรัม
  • ลิวซีน 392.53 มิลลิกรัม
  • ไทโรซีน 175.17 มิลลิกรัม
  • ฟีนิลอะลานีน 317.70 มิลลิกรัม
  • ฮีสทิดีน 129.43 มิลลิกรัม
  • ไลซีน 389.08 มิลลิกรัม
  • อาร์จินีน 213.33 มิลลิกรัม
  • ทริปโตเฟน 189.00 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1 4.50 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 2 0.03 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 8.97 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 0.38 ไมโครกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 13.30 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 1.44 มิลลิกรัม

ที่มา : https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2/

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำระกำ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำระกำ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำระกำ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำระกำ

 

ระกำ

ผลออกรวมกันเป็นทะลาย แต่ละผลจะมีทรงกลมรี ตรงปลายแหลม เปลือกสีน้ำตาลส้ม มีลักษณะเป็นเกล็ด มีหนามเล็กๆ ปกคลุมทั่วผล ผลหนึ่งมี 1-3 กลีบ เนื้อบางติดเม็ดอ้วนป้อม เนื้อระกออ่อนนุ่ม ฉ่ำน้ำ กลิ่นหอม มีรสหวานอมเปรี้ยว กินชุ่มคอ เลือกระกำผลรี เมล็ดจะเล็ก เนื้อมาก เปลือกมีสีน้ำตาลอมส้ม รสหวานอมเปรี้ยว เปลือกสดทั้งผล การปอกเปลือกระกำทำโดยปลิดจากทะลายแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จิกที่หัวจุกของผลพร้อมกับดึงเปลือกกวนออก เปลือกจะหลุดออกโดยไม่ฉีกขาด และหนามไม่ตำมือ

 

น้ำระกำ

ระกำปอกเปลือก              10         ผล

(น้ำหนัก 450 กรัม)

น้ำตาลทราย                   3 ½       ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                           ¼         ช้อนชา

น้ำ                                     6          ถ้วย

  • ต้มน้ำให้เดือด ใส่ระกำต้มนานประมาณ 15 นาที ตักระกำออกมายีเอาแต่เนื้อ นำเนื้อระกำที่ได้ไปปั่นพอละเอียด เทลงในหม้อที่ต้มในตอนแรก ใส่น้ำตาล เกลือ ต้มสักครู่ พอน้ำตาลละลาย ยกลง ปล่อยให้เย็น รินใส่แก้วแช่จนเย็นหรือรินใส่แก้วน้ำแข็ง ดื่ม (จำนวน 4 แก้ว)

 

น้ำระกำผสม

ระกำฝานเอาแต่เนื้อ           1          ถ้วย

สับปะรดหั่นชิ้นเล็ก           ½         ถ้วย

นมสดชนิดจืด                     1          ถ้วย

น้ำแข็งบดละเอียด           1/8        ช้อนชา

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 2   แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อของระกำมีกรดอินทรีย์ วิตามินซี และเกลือแรชนิดต่าง ๆ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยแก้กระหายคลายร้อน

 

สรรพคุณและประโยชน์ของระกำ

สละ

ประโยชน์ของระกำ

  1. น้ำระกำระกําช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ
  2. ช่วยทำให้เจริญอาหาร
  3. สรรพคุณของระกํา ผลระกำใช้รับประทานเป็นยารักษาอาการไอ
  4. ช่วยรักษาอาการไข้สำประชวร (แก่น)
  5. สรรพคุณระกําใช้เป็นยาขับเสมหะ (ผล, แก่น)
  6. ช่วยรักษาเลือด รักษากำเดา (แก่น)
  7. ประโยชน์ระกำช่วยในการย่อยอาหาร
  8. ระกำสามารถนำมาปรุงรสเปรี้ยวในอาหารได้ อย่างเช่น ต้มยำ, ต้มส้ม, น้ำพริก, ข้าวยำ เป็นต้น
  9. ใช้รับประทานเป็นผลไม้สดหรือทำเป็นของหวานได้ เช่น ระกำลอยแก้วน้ำระกำ ระกำแช่อิ่ม เป็นต้น
  10. ประโยชน์ของระกำ มีการใช้ผิวของระกำนำมาสกัดเป็นน้ำมันระกำ
  11. ไม้ของต้นระกำเมื่อลิดเอาหนามออกหมดสามารถนำมาใช้กั้นทำเป็นฝาบ้านได้
  12. เมื่อปอกเปลือกของไม้ระกำออก เนื้อไม้ของระกำอ่อนนุ่มมีความหยุ่น สามารถนำมาใช้ทำเป็นจุกขวดน้ำ ทำของเล่นเด็ก เนื่องจากลอยน้ำได้ และใช้เป็นเครื่องประกอบดอกไม้

คุณค่าทางโภชนาการของระกำ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 51 กิโลแคลอรีระกํา
  • ไขมัน 0.1 กรัม
  • โปรตีน 0.5 กรัม
  • วิตามินบี 1 0 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 6 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 8 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม

ที่มา : https://medthai.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B3/

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเฟือง

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเฟือง

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเฟือง

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะเฟือง

 

มะเฟือง

ผลไม้ไข่ มีแฉกเป็นสันอยู่รอบผล 3-5 สัน รูปร่างสวยงาม เมื่อหั่นตามยาวเป็นชิ้นจะได้รูปร่างเหมือนดาว จึงมีชื่อเรียกภาษาอักฤษว่า star fruit เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทั่วทั้งผล กลิ่นหอม ฉ่ำน้ำ และมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว หรือหวาน มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย เลือกมะเฟืองที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ผลแก่ สีเหลือง สับเปลือกมีสีเขียว รสจะไม่เฝื่อน รูปทรงให้ได้สัดส่วน ไม่บิดเบี้ยวไปมา ไม่มีรอยช้ำหรือเน่าเสีย ล้างและปาดเอาเปลือกที่แข็งตรงสันเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นตามขวางให้หนาประมาณ 1 ซม. แคะเอาเมล็ดออก

 

น้ำมะเฟือง

เนื้อมะเฟืองหั่นเป็นชิ้น      100       กรัม

น้ำมะนาว                           1-2        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายแดง                2          ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                           1/8        ช้อนชา

น้ำต้มสุกแช่เย็น               1-1 ½    ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียดกรองด้วยกระชอน รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยมะเฟืองหั่นแว่นและยอกสะระแหน่ ดื่ม (จำนวน 2 แก้ว)

 

น้ำมะเฟืองปั่น

เนื้อมะเฟืองหั่นเป็นชิ้น      100       กรัม

น้ำมะนาว                             3          ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายแดง                 3          ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                              ¼         ช้อนชา

น้ำต้มสุกแช่เย็น                   1          ถ้วย

น้ำแข็งบดละเอียด            1 ½       ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยมะเฟืองหั่นแว่นและยอดสะระแหน่ ดื่ม (จำนวน 2 ½  แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อมะเฟืองมีวิตามินซีสูงเป็น 2 เท่าของส้มเขียวหวาน และมีวิตามินเอ นอกจากนั้นยังมีเกลือแร่ชนิดต่าง ๆช่วยขับเสมหะ ขับปัสสาวะและช่วยลดน้ำตาลในเลือด

 

 สรรพคุณและประโยชน์ของมะเฟือง

มะเฟือง

ประโยชน์ของมะเฟือง

  1. ประโยชน์ของมะเฟืองช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  2. ช่วยในการขับพิษและพยาธิในร่างกาย เมื่อนำดอกมะเฟืองมาต้มเป็นน้ำดื่ม
  3. มีคุณสมบัติในการช่วยผ่อนคลายความเครียด บรรเทาอาการฟุ้งซ่าน
  4. มะเฟืองมีฤทธิ์ในการกล่อมประสาท ช่วยให้นอนหลับได้สบายขึ้น
  5. มะเฟืองมีส่วนช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติสม่ำเสมอ
  6. ป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  7. ยาแก้ร้อนใน ช่วยดับกระหาย
  8. ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย ถอนพิษไข้
  9. เป็นยาขับเสมหะ
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
  11. ช่วยบรรเทาอาการนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
  12. ช่วยรักษาอาการท้องร่วง เมื่อนำส่วนรากมะเฟืองมาต้มเป็นน้ำดื่ม
  13. มะเฟืองมีส่วนช่วยลดความอ้วนหรือช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  14. น้ำคั้นจากมะเฟืองช่วยขจัดรังแคบนหนังศีรษะได้
  15. น้ำคั้นจากผลมะเฟืองสามารถช่วยลบรอยเปื้อนบนเสื้อผ้าและของใช้ต่าง ๆ ได้
  16. ใช้กินแก้ไข้ ขับระดู ขับปัสสาวะ ด้วยการนำใบมะเฟืองมาต้มผสมกับน้ำ
  17. ช่วยรักษาอาการตุ่มคันตามลำตัว ด้วยการนำใบมาต้มกับน้ำอาบ
  18. ช่วยแก้ผดผื่นคัน ด้วยการนำใบสดของมะเฟืองมาตำแล้วนำมาพอก
  19. ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ด้วยการนำใบสดของมะเฟืองมาตำแล้วนำมาพอก
  20. ช่วยลดอาการอักเสบ ช้ำบวม ด้วยการนำใบสดของมะเฟืองมาตำแล้วนำมาพอก
  21. ช่วยรักษาตุ่มอีสุกอีใสตามร่างกาย ด้วยการนำใบสดของมะเฟืองมาตำแล้วนำมาพอก
  22. ช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย เมื่อนำส่วนรากมะเฟืองมาต้มเป็นน้ำดื่ม
  23. ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เมื่อนำส่วนรากมะเฟืองมาต้มเป็นน้ำดื่ม
  24. ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อต่าง ๆ ตามร่างกาย เมื่อนำส่วนรากมะเฟืองมาต้มเป็นน้ำดื่ม
  25. ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบในกระเพาะอาหาร เมื่อนำส่วนรากมะเฟืองมาต้มเป็นน้ำดื่ม
  26. ผลมะเฟืองใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ช่วยในการรักษาสิว ฝ้า บำรุงผิวพรรณ

คุณค่าทางโภชนาการของผลมะเฟืองสด ต่อ 100 กรัม

  • มะเฟืองพลังงาน 31 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 6.73 กรัม
  • น้ำตาล 3.98 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม
  • ไขมัน 0.33 กรัม
  • โปรตีน 1.04 กรัม
  • ลูทีนและซีแซนทีน 66 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.014 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 2 0.016 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 3 0.367 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 5 0.391 มิลลิกรัม 8%
  • วิตามินบี 6 0.017 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 9 12 ไมโครกรัม 3%
  • โคลีน 7.6 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินซี 34.4 มิลลิกรัม 41%
  • วิตามินอี 0.15 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุแคลเซียม 3 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุเหล็ก 0.08 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.037 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 133 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุโซเดียม 2 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.12 มิลลิกรัม 1%

ที่มา : https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำน้อยหน่า

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำน้อยหน่า

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำน้อยหน่า

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำน้อยหน่า

 

น้อยหน่า

ผลไม้ลูกกลมป้อม ผิวขรุขระเป็นช่องกลมนูน  ในแต่ละช่องภายในเป็นเนื้อสีขาว และมีเมล็ดสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม เปลือกผลสีเขียว ถ้าสุกตรงขอบช่องนูนนั้นจะออกสีขาว บีบดูจะนุ่ม ๆ ชื่อวิทยาศาสตร์ Annona squamosa Linn. เลือกน้อยหน่าที่แก่จัด และมีตาที่เปลือกห่าง อาจใช้วิธีการบีบเบา ๆ เพื่อดูว่านิ่มหรือยัง วิธีการกินน้อยหน่าที่ง่ายคือ เมื่อบิออกเป็นสองซีกแล้วเนื้อยังติดอยู่กับเปลือก ให้ใช้ช้อนตักเนื้อกินได้เลย

 

มิลค์น้อยหน่า

เนื้อน้อยหน่าหนัง

แกะเมล็ดออก                  2          ผล

(น้ำหนัก 250 กรัม)

เกลือป่น                         ½         ช้อนชา

น้ำแข็งบดละเอียด         1 ½       ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 2 ½   แก้ว)

 

น้ำน้อยหน่าปั่น

เนื้อน้อยหน่าหนัง

แกะเมล็ดออก                 1          ผล

(น้ำหนัก 125 กรัม)

เนื้อแคนตาลูปญี่ปุ่น

หั่นชิ้นเล็ก                        1          ถ้วย

ใบสะระแหน่                   ½         ถ้วย

น้ำเชื่อม                         ¼         ถ้วย

เกลือป่น                         ½         ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็งบดละเอียด          2          ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ ดื่ม (จำนวน 2 ½  แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อของน้อยหน่ามีน้ำตาลสูงประมาณ 15-16% วิตามินซี 47 มิลลิกรัม   วิตามิน  40 หน่วยสากล นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1  วิตามินบี 2 และเกลือแร่ชนิดต่าง ๆ เป็นยาระบายอ่อน ๆ ทำให้ชุ่มคอ

 

สรรพคุณและประโยชน์ของน้อยหน่า

น้อยหน่า

ประโยชน์ของน้อยหน่า

  1. น้อยหน่า ประโยชน์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
  2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ เส้นผม และดวงตา
  3. น้อยหน่าเป็นผลไม้ที่มีไขมันต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน และรักษาสุขภาพ (แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานถือเป็นข้อยกเว้น)
  4. ช่วยรักษาโรคหอบหืด (วิตามินซี)
  5. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (เส้นใย)
  6. น้อยหน่าช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (วิตามินบี 3)
  7. ช่วยลดความดันโลหิต (โพแทสเซียม)
  8. ช่วยบำรุงหัวใจให้มีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  9. มีส่วนช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
  10. ใบน้อยหน่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคมะเร็งและเนื้องอก (ใบ)
  11. ช่วยรักษาโรคไขข้อและโรคข้ออักเสบ (แมกนีเซียม)
  12. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง (แมกนีเซียม)
  13. ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย (แมกนีเซียม)
  14. ช่วยส่งเสริมการผลิตพลังงานในร่างกาย (วิตามินบี)
  15. ช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) (ทองแดง)
  16. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการที่เด็กทารกพิการแต่กำเนิด (โฟเลต)
  17. ช่วยทำให้อาเจียน (ราก)
  18. ช่วยบรรเทาอาการปวดเหงือกปวดฟัน (เปลือกต้น)
  19. ประโยชน์น้อยหน่า ช่วยในการย่อยอาการ ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก (ผล)
  20. ใช้เป็นยาระบาย (ราก)
  21. แก้อาการท้องร่วง (เปลือกต้น)
  22. ใช้เป็นยาสมานลำไส้ (เปลือกต้น)
  23. ช่วยแก้รำมะนาด (เปลือกต้น)
  24. น้อยหน่ามีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคเริม (ผลแห้ง)
  25. สรรพคุณทางยาของน้อยหน่าใช้แก้พิษงู (ผล, ราก, เปลือกต้น)
  26. แก้งูสวัด (ผลแห้ง)
  27. ช่วยสมานแผล ใช้เป็นยาฝาดสมาน (เปลือกต้น)
  28. สรรพคุณน้อยหน่า ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ อักเสบ น้ำร้อนลวก (ผล)
  29. น้อยหน่ามีสรรพคุณใช้แก้ฝีในลำคอ (ผล)
  30. ใช้แก้ฝีในหู (ผลแห้ง)
  31. เมล็ดน้อยหน่ามีสรรพคุณช่วยรักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้เมล็ดหรือใบน้อยหน่าสดนำมาคั้นเอาน้ำ แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็น (ผล, ใบสด, เมล็ด)
  32. ประโยชน์ของใบน้อยหน่า ใช้เป็นยารักษาหิด ด้วยการใช้สดหรือเมล็ดสดมาตำให้ละเอียด แล้วเติมน้ำมันพืชลงไปพอแฉะ แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 รอบ จนกว่าหิดจะหาย (ใบ, เมล็ด)
  33. สรรพคุณใบน้อยหน่าช่วยแก้อาการฟกช้ำบวม (ใบ)
  34. สรรพคุณของน้อยหน่าช่วยฆ่าพยาธิ (ผล, ใบ)
  35. สรรพคุณของใบน้อยหน่าช่วยฆ่าพยาธิในเด็ก ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 15 ใบนำมาต้มกับน้ำ 5 ถ้วยจนเหลือ 3 ถ้วยแล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง (ใบ)
  36. ใบน้อยหน่ากำจัดเหา ช่วยทำให้ไข่เหาฝ่อ ฆ่าเหา ด้วยการใช้ใบน้อยหน้าสดประมาณ 4 ใบนำมาตำผสมกับเหล้าขาว แล้วเอาน้ำที่ได้มาชโลมให้ทั่วศีรษะ แล้วใช้ผ้าคลุมไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วใช้หวีสางออก (หรือจะใช้แค่น้ำคั้นจากใบอย่างเดียวก็ได้) หรือจะใช้เมล็ดนำมาบดคั้นกับน้ำมะพร้าว (อัตราส่วน 1:2) แล้วกรองเอาแต่น้ำมาชโลมให้ทั่วศีรษะ แล้วใช้ผ้าโพกไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และห้ามชโลมยาทิ้งไว้ข้ามคืน ทำเสร็จแล้วให้สระผมทำความสะอาดทุกครั้ง (ใบ, เมล็ด)
  37. ประโยชน์ของน้อยหน่าใช้เป็นยารักษาจี๊ด ด้วยการใช้เมล็ดสดประมาณ 20 เมล็ดนำมาตำให้ละเอียด แล้วใช้สารส้มขนาดเท่าหัวแม่มือใส่ในฝาละมี ตั้งไฟอ่อน ๆ เมื่อสารส้มละลายแล้ว ให้โรยผงของเมล็ดน้อยหน่าลงไปทีละน้อย คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นใช้ไม้ป้ายยาที่กำลังร้อนแต่พอให้ผิวหนังทนได้ แล้วป้ายลงตำแหน่งที่บวม ทำวันละ 2 รอบเช้าเย็น จนกว่าจะหาย (เมล็ด)
  38. เมล็ดน้อยหน่ากำจัดเห็บหมัดในสุนัข สูตรเดียวกับกำจัดเหา (ใบ,เมล็ด)

คุณค่าทางโภชนาการของน้อยหน่าต่อ 100 กรัม

  • สรรพคุณของน้อยหน่าพลังงาน 94 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 23.64 กรัม
  • เส้นใย 4.4 กรัม
  • ไขมัน 0.29 กรัม
  • โปรตีน 2.06 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.11 มิลลิกรัม 10%
  • วิตามินบี 2 0.113 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 3 0.883 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี 5 0.226 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 6 0.2 มิลลิกรัม 15%
  • วิตามินบี 9 14 ไมโครกรัม 4%
  • วิตามินซี 36.3 มิลลิกรัม 44%ใบน้อยหน่ากำจัดเหา
  • ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุเหล็ก 0.6 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุแมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมงกานีส 0.42 มิลลิกรัม 20%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 32 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุโพแทสเซียม 247 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุโซเดียม 9 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ข้อควรระวัง

  • น้ำคั้นจากใบน้อยหน่า ต้องระวังอย่าให้ถูกบริเวณตาหรือเปลือกตา บริเวณรูจมูก ริมฝีปาก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อน ถ้าเข้าตาอาจทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้ ต้องให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
  • น้ำสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรระวังอย่าให้เข้าตา เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เยื่อบุตาอักเสบได้
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรบริโภคน้อยหน่าแต่เล็กน้อยและนาน ๆ ครั้ง เนื่องจากน้อยหน่าเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด การรับประทานปริมาณมากอาจทำให้อาการของโรคเบาหวานกำเริบขึ้นได้

ประโยชน์ของน้อยหน่า

ทีมา : https://medthai.com/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2/

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำสะระแหน่

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำสะระแหน่

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำสะระแหน่

สะระแหน่

เป็นพืชดั้งเดิมของตะวันออกกลาง ใช่แพร่หลายในอารยธรรมอียิปต์ กรีก และโรมันโบราณมาก่อน เป็นพืชผักสมุนไพรอยู่ในวงศ์เดียวกับกะเพรา โหระภา และแมงลัก อยู่ในสกุลเบบซิล  (basil) แต่สะระแหน่อยู่ในสกุลมินต์ (mint) มินต์มีกลิ่นหอมเย็นเพราะมีสารเมนทอล

 

มินต์โซดา

ใบสะระแหน่                   1 ¼       ถ้วย

น้ำมะนาว                          1          ช้อนโต๊ะ

เนื้อมะราวแกะเป็นกลีบ   6          กลีบ

น้ำเชื่อม                          ¼         ถ้วย

น้ำแข็งชนิดก้อน

  • ปั่นน้ำเชื่อมกับใบสะระแหน่ 1 ถ้วย เข้าด้วยกันพอละเอียด รินใส่แก้วน้ำแข็ง ใส่น้ำมะนาว เนื้อมะนาว  ใบสะระแหน่ที่เหลือ เทโซดาใส่เกือบเต็มแก้ว ก่อนดื่นคนด้วยแทงแก้วพอทั่ว ดื่มทันที (จำนวน 1  แก้ว)

 

น้ำสะระแหน่

ใบสะระแหน่                   1          ถ้วย

กีวี                                   1          ผล

(น้ำหนัก 80 กรัม)

แอปเปิ้ลเขียว                1          ผล

(น้ำหนัก 150 กรัม)

น้ำแข็งชนิดก้อน

  • ปอกเปลือกกีวีและแอปเปิ้ลแล้วหั่นเป็นชิ้น จากนั้นใส่ลงในเครื่องแยกกากแยกน้ำพร้อมกับใส่ใบสะระแหน่ รินใส่แก้วน้ำแข็ง ดื่ม (จำนวน 1  แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

สะระแหน่อุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี และวิตามินเอมีมากเป็นพิเศษ จึงช่วยบำรุงสายตา บำรุงหัวใจ นอกจากนี้กลิ่นหอมเย็นของสะระแหน่ที่มีน้ำมันหอมระเหย ชื่อว่า เมนทอล ก็ช่วยทำให้สดชื่น สมองปลอดโปร่ง แก้ปวดหัว แก้ไข้หวัดได้ด้วย

 

สรรพคุณและประโยชน์ของสะระแหน่

สะระแหน่

ประโยชน์ของสะระแหน่

  1. ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นด้วยการนำใบสะระแหน่มาบดแล้วนำมาทาผิว
  2. สะระแหน่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย
  3. ใช้เป็นยาเย็น ดับร้อน และขับเหงื่อในร่างกาย
  4. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  5. ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาด้วยการนำใบสะระแหน่มาบดให้ละเอียดโดยเติมน้ำระหว่างบดด้วยเล็กน้อย แล้วใส่น้ำผึ้งตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำมาทาใต้ตาทิ้ง ไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  6. ช่วยบรรเทาอาการเครียด
  7. ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โล่งคอ ด้วยการดื่มน้ำใบสะระแหน่ 5 กรัมกับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง
  8. ช่วยแก้อาการหน้ามืดตาลาย ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่กับขิงสด
  9. ช่วยบรรเทาอาการและแก้หวัด น้ำมูกไหล อาการไอ
  10. ช่วยรักษาโรคหอบหืด
  11. ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
  12. ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
  13. ช่วยรักษาอาการอ่อนเพลียของร่างกาย
  14. ช่วยห้ามเลือดกำเดาไหลได้ ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำที่คั้นจากใบสะระแหน่ หยอดที่รูจมูก
  15. ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน เจ็บปาก เจ็บลิ้น ปวดคอ ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  16. ช่วยแก้แผลในปากด้วยน้ำสะระแหน่ ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  17. ช่วยรักษาและบรรเทาอาการปวดหู ด้วยการใช้น้ำคั้นจากใบสะระแหน่มาหยอดที่รูหู
  18. ช่วยระงับกลิ่นปากได้อีกด้วย
  19. ช่วยขับลมในลำไส้และช่วยในการย่อยอาหาร
  20. ช่วยรักษาอาการท้องร่วง ปวดท้อง อาการบิด ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  21. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  22. ช่วยแก้อาการจุกเสียดในท้องเด็ก ด้วยการใช้ใบสะระแหน่ตำให้ละเอียดผสมกับยาหอมแล้วนำมากวาดคอเด็ก
  23. ประโยชน์ของสะระแหน่ช่วยลดอาการหดเกร็งของลำไส้
  24. ช่วยรักษาอาการอุจจาระเป็นเลือด ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  25. ช่วยผ่อนคลายความกดดันของกล้ามเนื้อซึ่งมาจากความเหนื่อยล้า
  26. กลิ่นของใบสะระแหน่ช่วยในการไล่ยุงและแมลงต่าง ๆ ด้วยการนำใบมาบดแล้วนำมาทาที่ผิว
  27. ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  28. ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ด้วยการนำใบสะระแหน่มาตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบริเวณที่โดนกัด
  29. ช่วยระงับอาการปวดได้ดีกว่ายาแก้ปวด
  30. ช่วยแก้อาการปวดบวม ผดผื่นคัน ด้วยการนำใบมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบริเวณดังกล่าว
  31. นำไปทำเป็นยาปฏิชีวนะได้
  32. ช่วยยับยั้งเชื้อโรคต่าง ๆ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
  33. นำไปใช้ทำเป็นน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ทำการบำบัดโดยใช้กลิ่น (อโรมาเธอราพี)
  34. มักใช้เป็นส่วนผสมในการทำไอศกรีม ชาสมุนไพร
  35. ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ
  36. นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารหรือรับประทานสด ๆ ควบคู่ไปกับลาบ น้ำตก เป็นต้น
  37. ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้อาหาร ชวนให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น
  38. ใบสะระแหน่ช่วยลดกลิ่นคาวของอาหารอย่างลาบ ยำ และพล่าได้
  39. ใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องดื่มต่าง ๆและเหล่าได้
  40. ใช้เป็นเครื่องเคียงในอาหารจำพวกผลไม้สด ขนมหวาน
  41. สะระแหน่ สามารถนำมาสกัดเอาสารเพื่อใช้ในการทำเป็นลูกอม หมากฝรั่งรสมิ้นต์ ชาสะระแหน่

ที่มา : https://medthai.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88/

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำลูกเดือย

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำลูกเดือย

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำลูกเดือย

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำลูกเดือย

 

ลูกเดือย

ผลของต้นหญ้าชนิดหนึ่ง มีลักษณะเมล็ดกลม เปลือกแข็งสีขาวขุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์ Coix lachrymal-jobi Linn. เลือกเมล็ดที่อ้วนสมบูรณ์ไม่มีแมลงหรือมอดกัดแทะ บรรจุอยู่ในถุงสภาพดี การต้มลูกเดือยให้สุกนุ่มเริ่มจากล้างเดือยให้สะอาด ต้มพร้อมกับน้ำปริมาณ 5 เท่าของลูกเดือยต้มไฟกลางอย่างน้อย 30 นาที ลูกเดือยจะสุกนุ่ม

 

น้ำลูกเดือย

ลูกเดือยต้มสุก                 1          ถ้วย

น้ำตาลทราย                    6          ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                         1/8        ช้อนชา

น้ำต้มสุก                           3          ถ้วย

  • ปั่นลูกเดือยกับน้ำเข้าด้วยกันให้ละเอียดเทใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำตาล เกลือ เคี่ยวจนละลาย เดือดอีกครั้งยกลง พักไว้ให้เย็น แช่เย็นจนเย็นจัด รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 3 แก้ว)

 

สมูทลูกเดือย

ลูกเดือยต้มสุก                 1/2        ถ้วย

กล้วยหอมหั่นชิ้น               1          ผล

(น้ำหนัก 150-200 กรัม)

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ        ½         ถ้วย

นมสดชนิดจืด                 ½         ถ้วย

น้ำเชื่อม                         ¼         ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดด้วยกันให้ละเอียดรินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 2 แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

มีวิตามินบี 1 อยู่สูง จึงช่วยป้องกันโรคเห็บชา ช่วยเสริมสมรรถภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆภายในร่างกาย บำรุงร่างกายที่อ่อนแอ ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการท้องเดิน ช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่น นุ่มนวล และช่วยป้องกันการตกกระจากแสงแดด

 

ประโยชน์ของน้ำลูกเดือย


ประโยชน์ของลูกเดือย

          ประโยชน์ของน้ำลูกเดือยหรือแค่ลูกเดือยเพียว ๆ ก็มีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพหลายอย่าง ทั้งช่วยลดน้ำหนัก บำรุงตับ ป้องกันมะเร็ง และอื่น ๆ ที่คนจีนต้องยกให้ลูกเดือยเป็นยาอายุวัฒนะ

  ประโยชน์ของลูกเดือยมีอะไรบ้าง เห็นหลายคนพูดถึงน้ำลูกเดือยจนแทบจะติดแฮชแท็กฮิตกันอยู่แล้ว หรือบางทีก็เหลือบไปเห็นเมนูเพื่อสุขภาพหลายอย่างจะมีลูกเดือยร­­่วมเป็นหนึ่งในส่วนประกอบด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เรารู้สึกคันไม้คันมือจนต้องนำเอาข้อมูล­เกี่ยวกับเรื่องประโยชน์ของน้ำลูกเดือยและประโยชน์ของลูกเดือย­ใ­นด้านต่าง ๆ มาบอกต่อกันตรงนี้

ลูกเดือย

ลูกเดือยจ๋า…มารู้จักกันหน่อย

  ลูกเดือยเป็นธัญพืชประเภทเดียวกับข้าว ดังนั้นลูกเดือยจึงเป็นธัญพืชที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งผสมอ­ยู่ ลักษณะของลูกเดือยจะเป็นเม็ดกลมรี มีสีขาว ขนาดเม็ดเล็ก ๆ รสชาติจืดและออกมันเล็กน้อย ที่สำคัญลูกเดือยยังเป็นธัญพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียง­­ใต้บ้านเรา ดังนั้นสามารถหาลูกเดือยกินได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ

ลูกเดือย สรรพคุณเจ๋งแค่ไหนกัน

  ก่อนจะไปรู้สรรพคุณของลูกเดือยกัน เรามาดูคุณค่าทางสารอาหารของลูกเดือยตามที่เว็บไซต์ usda.gov  ของกระทรวงเกษตรฯ สหรัฐฯ ระบุไว้กันก่อน แล้วจะไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่าลูกเดือยทำไมถึงขึ้นชื่อว่า ยาอายุวัฒนะสำหรับแพทย์แผนจีน

ลูกเดือย

ลูกเดือยปริมาณ 100 กรัม ประกอบด้วย…

   ส่วนประกอบของน้ำ 8.67 มิลลิลิตร
  ให้พลังงาน 378 กิโลแคลอรี
  โปรตีน 11.02 กรัม
   ไขมันทั้งหมด 4.22 กรัม
   คาร์โบไฮเดรต 72.85 กรัม
  ไฟเบอร์ (จากทั้งหมดที่ร่างกายควรได้รับ) 8.5 กรัม
   แคลเซียม 8 มิลลิกรัม
   ธาตุเหล็ก 3.01 มิลลิกรัม
   แมกนีเซียม 114 มิลลิกรัม
  ฟอสฟอรัส 285 มิลลิกรัม
  โพแทสเซียม 195 มิลลิกรัม
   โซเดียม 5 มิลลิกรัม
   สังกะสี 1.68 มิลลิกรัม
   ไทอามิน 0.421 มิลลิกรัม
  ไรโบฟาวิน (วิตามินบี-2) 0.290 มิลลิกรัม
  ไนอาซิน 4.720 มิลลิกรัม
  วิตามิน B6 0.384 มิลลิกรัม
   โฟเลท 85 ไมโครกรัม
   วิตามิน E 0.05 มิลลิกรัม
   วิตามิน K 0.9 ไมโครกรัม
   กรดไขมันอิ่มตัว 0.723 กรัม
   กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 0.773 กรัม
   กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงคู่ 2.134 กรัม
   คอเลสเตอรอล 0 มิลลกรัม

ลูกเดือย

ประโยชน์ของลูกเดือย ที่ต้องรู้ไว้เลย

  ลูกเดือยมีฤทธิ์เป็นยาเย็นช่วยบำรุงกำลัง บำรุงปอด ตับ ไต ม้าม มีสรรพคุณทางด้านขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไข้ แก้ท้องเสีย หล่อลื่นกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ปัญหาทางเดินหายใจ ไขข้อกระดูก บรรเทาอาการเหน็บชา แก้ชักกระตุก ลดอาการบวมน้ำ รักษาอาการปอดอ่อนแอและเป็นเลือด รักษาฝีที่ลำไส้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ

  อีกทั้งยังมีสารคอกซีโนไลด์ (Coxenolide) ซึ่งมีสรรพคุณในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก จึงเชื่อว่าลูกเดือยมีความสามารถในการลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้­­ และสำหรับผู้หญิง ลูกเดือยยังช่วยแก้อาการตกขาวได้ดี อีกทั้งกรดอะมิโนต่าง ๆ ในลูกเดือยยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเมลาโทนิน ทำให้หลับสบายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหลายคนจึงนิยมดื่มน้ำลูกเดือยเพื่อแก้ปัญหานอนไม่หลับด้­­วยค่ะ

สรรพคุณลูกเดือยช่วยบำรุงไต

  เนื่องจากลูกเดือยมีฤทธิ์บำรุงตับและไตได้ แถมยังช่วยขับปัสสาวะได้ดี ดังนั้นหากกินลูกเดือยเป็นประจำ ไตก็จะทำงานเป็นปกติ อีกทั้งเมื่อเราปัสสาวะได้อย่างเหมาะสม ไม่ติดขัด ก็จะไม่มีสิ่งใดตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ไตก็ไม่จำต้องทำงานหนักจนเหนื่อย

ลูกเดือย

เมนูลูกเดือยน่าหม่ำสุด ๆ

  ได้รู้ประโยชน์ของลูกเดือยกันแล้ว คราวนี้เรามาลองทำเมนูลูกเดือยกันดีกว่าค่ะ ลูกเดือยเม็ดกลม ๆ จะนำไปประกอบเป็นเมนูอะไรได้บ้าง ดูได้ตามนี้

น้ำลูกเดือยและประโยชน์ที่ต้องลิ้มลอง

  ลูกเดือยเป็นธัญพืชประเภทคาร์โบไฮเดรต เวลานำเม็ดมาคั้นเป็นน้ำจึงได้ความเข้มข้นและความมันอยู่ในตั­ว ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้ว ลูกเดือยยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการทำงานของสมองและฮอร์โมนเ­­มลาโทนิน เมื่อดื่มน้ำลูกเดือยอุ่น ๆ จึงช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นนั่นเอง
นอกจากนี้รากหรือเมล็ดเดือยยังมีฤทธิ์ทำให้การหมุนเวียนของเลือ­­ดที่ผิวหนังดีขึ้น จึงทำให้เส้นผมงอกงามดีด้วยนะคะ

ลูกเดือย

ทั้งนี้ใครที่ยังไม่คุ้นชินกับรสชาติของน้ำลูกเดือย จะเลือกดื่มน้ำสมุนไพรหรือน้ำเต้าหู้ผสมลูกเดือยก็ได้เช่นกันค่­­ะ

ลูกเดือย

นมลูกเดือย

  อย่าลืมว่าลูกเดือยแอบมีโปรตีนและแคลเซียมอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นจึงสามารถนำลูกเดือยมาคั้นแบบเข้มข้นและผสมน้ำผึ้งดื่มให­­้กลายเป็นนมลูกเดือยผสมน้ำผึ้งได้ หรือจะนำลูกเดือย กล้วยหอม โยเกิร์ต นมสด และน้ำเชื่อม ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด เทใส่แก้ว ก็จะกลายเป็นสมูทตี้ลูกเดือยนมสด พร้อมดื่มทันที

ข้าวต้มลูกเดือย

  คุณสมบัติที่เป็นธัญพืชประเภทเดียวกับข้าว โดยมีคาร์โบไฮเดรตผสมอยู่เราจึงสามารถนำลูกเดือยมาต้มเป็นข้าวต­­้มลูกเดือยได้สบาย ๆ กินแล้วให้พลังงานสูง ไฟเบอร์สูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ และปราศจากแคลอรี จึงช่วยให้อิ่มเบาสบายท้อง กลายเป็นเมนูสุขภาพที่น่าลิ้มลอง อีกทั้งยังแก้ปัญหาระบบขับถ่ายที่ฝืดเคืองได้อีกต่างหาก

ลูกเดือย

เปียกลูกเดือย

  ไม่เพียงแต่อาหารคาวและเมนูเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ลูกเดือยยังนำมาทำเป็นขนมหวานอย่างเมนูเปียกลูกเดือยได้ด้วย­­นะคะ โดยนำลูกเดือยแห้งไปแช่น้ำจนนิ่ม แล้วต้มให้พอได้ที่ ใส่กะทิ และปรุงรสด้วยน้ำตาลกับเกลือ โดยอาจจะผสมถั่วเหลือง มะพร้าว ข้าวโพดลงไปเพิ่มความอร่อยและคุณค่าทางสารอาหารด้วยก็ได้

กินลูกเดือยแล้วอ้วนไหม

  หลายคนกังวลว่ากินลูกเดือยแล้วจะอ้วน เนื่องจากลูกเดือยมีลักษณะคล้าย ๆ ข้าว แถมเมื่อรู้ว่ามีคาร์โบไฮเดรตผสมอยู่ด้วยคงน่าจะกังวลเรื่องอ้ว­­นกันไปใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกว่าอย่าเพิ่งเข้าใจลูกเดือยผิดดีกว่า เพราะแม้ลูกเดือยจะมีคาร์โบไฮเดรต แต่ก็มีเพียงแค่ 72.85 กรัมต่อลูกเดือย 100 กรัมเท่านั้น ในขณะที่ให้พลังงานได้ตั้ง 378 กิโลแคลอรี พกพาไฟเบอร์มาอีก 8.5 กรัม ที่สำคัญคอเรสเตอรอลเป็น 0 ! ฉะนั้นการันตีได้เลยว่าลูกเดือยไม่ทำให้อ้วนแน่นอน อีกทั้งเผลอ ๆ กินลูกเดือยแทนข้าวยังจะช่วยคุณลดน้ำหนักได้อีกด้วยนะ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะระ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะระ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะระ

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำมะระ

 

มะระ

ผักที่มีรสขม  เนื้อสีเขียวใส  มีทั้งมะระจีนลูกใหญ่และมะระขึ้นลูกเล็ก  เป็นผักพื้นถิ่นในเอเชียใต้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียก Momardica charantia Linn. เลือกมะระจีนแก่จัด  เปลือกสีเขียวอมขาว ผิวร่องไม่ลึกมาก ไม่ขรุขระมาก ล้างฝ่าเอาเมล็ดออก หั่นเป็น ชิ้น นำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด ช่วยลดความขมและกลิ่นเหม็นเขียวลง

 

น้ำมะระ

เนื้อมะระหั่นชิ้น               2          ถ้วย

น้ำเชื่อม                         2          ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                         ¼         ช้อนชา

น้ำต้มสุกแช่เย็น               1 ½       ถ้วย

น้ำแข็งชนิดก้อน

  • คั้นน้ำมะระด้วยเครื่องแยกกากแยกน้ำผสมน้ำมะระที่ได้กับน้ำต้มสุกแช่เย็น น้ำเชื่อม เกลือ คนอดทั่ว รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 1 ½  แก้ว)

 

น้ำมะระผสม

เนื้อมะระหั่นชิ้น               2          ถ้วย

น้ำส้มคั้น                         ½         ถ้วย

น้ำมะนาว                        2          ช้อนโต๊ะ

น้ำเชื่อ                            3          ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                         ¼         ช้อนชา

น้ำต้มสุกแช่เย็น               1          ถ้วย

น้ำแข็งบดละเอียด            1          ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 3   แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อของมะระจีนประกอบด้วยวิตามินซี วิตามินบีรวม และเหลือแรชนิดต่าง ๆ เนื้อมะระมีรสขมเพราะมีสารอัลคาลอยด์ชื่อ โมโมดิชิน ช่วยให้เจริญอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ และสามารถต้านเชื้อไวรัส ล่าสุดพบว่ามะระขึ้นอาจช่วยต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีได้

 

สรรพคุณและประโยชน์ของมะระ

สรรพคุณ ประโยชน์ของมะระ

ถ้าให้นึกถึงผักที่มีรสชาติขม เราจะนึกถึง “มะระ” (Bitter Melon) เป็นอันดับต้นๆ แน่นอน รสชาติขมปร่าที่ลิ้นเวลากินทำให้หลายคนไม่ชอบผักชนิดนี้ เพียงแค่เห็นมะระในอาหารก็พานเข็ดขยาดไม่กล้าตักเข้าปากแล้ว แต่เรารู้หรือไม่ว่า ความขมของมะระผิวขรุขระนี้มีสรรพคุณทางยาและประโยชน์มากมายที่ดีต่อสุขภาพของเรา เมื่อได้รู้สรรพคุณของมะระอาจทำให้หลายคนมองข้ามความขมหันมาลิ้มลองรสชาติของมะระดูบ้าง แล้วจะรู้ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” นั้นเป็นเช่นไร

มะระรสขม…สรรพคุณทางยา แก้อาการท้องผูก

มะระ” จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับบวบ แตงกวา ฟัก ค้นพบครั้งแรกที่ประเทศจีน หลังจากนั้นจึงแพร่หลายไปในประเทศแถบเอเชียและอินเดีย จนทุกวันนี้มะระกลายเป็นผักที่ได้รับความนิยมกินกันมากอีกชนิดหนึ่ง ส่วนสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมี 2 ชนิด คือ มะระจีน มีผลขนาดใหญ่สีเขียวอ่อน น้ำหนักมาก มีรสชาติขมอ่อนๆ และอีกสายพันธุ์คือ มะระขี้นก มีผลขนาดเล็ก สีเขียวแก่ ผิวขรุขระ หัวท้ายมีลักษณะเรียวแหลม รสชาติจะขมมากกว่ามะระจีน

ส่วนสิ่งที่ทำให้มะระมีรสชาติขม เป็นเพราะในมะระมีสารเคมีที่ชื่อว่า “โมโมดิซิน” (Momodicine) มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหาร และยังช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพ เมื่อกินมะระเราจะรู้สึกเจริญอาหาร กินได้มากขึ้น

ส่วนรสขมในผลมะระมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำเมื่อนำมะระมาปรุงอาหารกินบ่อยๆ จะช่วยให้อาการดีขึ้น ซึ่งทำได้หลากหลายเมนู อาทิ แกงจืดมะระยัดไส้ มะระต้มจืด ยำมะระสด มะระผัด มะระลวกจิ้มกับน้ำพริก ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วมะระยังมีประโยชน์ที่น่าสนใจอีกมาก มาดูกันว่ามีอะไรอีกบ้าง

15 ประโยชน์ของมะระ คุณค่าที่มากับความขม

1. มะระมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของกระดูกและฟัน ฟอสฟอรัสทำงานร่มกับแคลเซียมในการบำรุงกระดูกและฟัน บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงสมอง

2. ผลมะระสดนำมาคั้นเป็นน้ำดื่ม ช่วยฟอกเลือดและกระตุ้นการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพ ช่วยลดน้ำตาลและไขมันในเลือด ช่วยเพิ่มอินซูลินตามธรรมชาติ น้ำมะระจึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะสามารถรักษาโรคไขมันและน้ำตาลส่วนเกินในกระแสเลือดได้

3. มะระมีเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวพรรณจึงผ่องใส

4. มะระเป็นพืชผักสมุนไพร นิยมใช้ใบสดมาต้มน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการหวัด แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการบวมช้ำตามร่างกาย

5. นำผลมะระสุกมาคั้นน้ำ ใช้ทาหน้าแก้อาการสิวอักเสบได้

6. ผลมะระดิบลวกกินกับน้ำพริก สามารถลดอาการปวดเข่าในผู้สูงอายุได้

7. เมล็ดมะระช่วยปรับธาตุในร่างกายให้สมดุล

8. รากสดของมะระนำมาต้มน้ำดื่มแก้ไข้ บรรเทาอาการโรคริดสีดวงทวารได้

9. มะระรักษาอาการตกขาวได้ โดยนำมะระขี้นกแก่ 10 ลูก ล้างน้ำให้สะอาด นำมาโขลกทั้งเม็ดให้ละเอียด แล้วใช้ผ้าขาวบางคั้นเอาแต่น้ำ ผสมเหล้าขาว 3 ช้อนชา กินวันละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 1 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้น

10. ความขมของมะระช่วยให้ถุงน้ำดีทำงานดีขึ้น ป้องกันถุงน้ำดีพิการเทคนิคลดความขมของมะระ

11. มะระอุดมด้วยวิตามินซี ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ไม่แพ้ผักผลไม้ชนิดอื่นเลยทีเดียว

12. ประโยชน์ของมะระช่วยร่างกายแข็งแรง เนื่องจากมะระมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค

13. สรรพคุณของมะระแก้กระหายได้ โดยการนำใบมะระมาต้มน้ำดื่ม ดับกระหาย คลายโรคได้ดี

14. ประโยชน์ของเถามะระช่วยดับพิษร้อนในร่างกายได้

15. มะระช่วยบำรุงสายตาได้

เคล็ดลับ…ลดความขมของมะระ

ส่วนใครที่กลัวความขมของมะระ เรามีเคล็ดลับการลดความขมก่อนนำไปทำอาหาร โดยให้นำมะระที่ซอยหรือหั่นไว้แล้วมาคลุกกับเกลือทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เวลาต้มมะระให้เปิดฝาหม้อไว้จนเดือด หรือต้มน้ำแล้วเทน้ำทิ้ง 1 ครั้ง จะช่วยลดความขมได้

ส่วนการเลือกซื้อมะระมาทำอาหารให้สังเกตที่หนามของมะระ ถ้าหนามแข็งแสดงว่ามะระแก่เกินไปไม่ควรซื้อ เพราะรสชาติจะขมมาก ให้เลือกที่หนามมีลักษณะอ่อนนิ่ม จะเป็นมะระที่ยังไม่แก่ เหมาะที่จะนำมาประกอบอาหาร

สำหรับข้อควรระวังในการกินมะระ เราไม่ควรกินมะระที่มีผลสุก จะทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ เพราะสารซาโปนินที่มีอยู่ในมะระเป็นพิษต่อร่างกาย และไม่ควรกินมะระมากเกินไปจะทำให้ท้องเสีย เนื่องจากมะระมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ นั่นเอง

ไม่น่าเชื่อเลยว่ามะระรสชาติขมปร่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกายเรามากขนาดนี้ รู้สรรพคุณและประโยชน์ของมะระแล้วก็อย่ารอช้า หันมากินมะระเป็นยากันเถอะ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง

 

ที่มา : http://sukkaphap-d.com/15-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B0/

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำแตงไทยปั่น

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำแตงไทยปั่น

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำแตงไทยปั่น

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน น้ำปั่นผัก น้ำปั่นผลไม้ น้ำแตงไทยปั่น

 

แตงไทย

ผลไม้ทรงกลมรียาว มีขนาดพอ ๆ กับฟักแต่ป้อมกว่า ผิวเปลือกมีหลายสีตามพันธุ์เนื้อสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม รสหวานเย็นชื่นใน ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucumis melo Linn. มีถิ่นกำเนิดแถบภาคใต้ของทวีปแอฟริกา เลือกแตงไทยที่ผลขนาดกลาง สุกกำลังดี ไม่อ่อนหรือสุกเกินไป ไม่แตกเป็นร่องเห็นเนื้อ ไม่ช้ำหรือเน่าเสีย ผ่าครึ่งลูกตามยาว ใช้ช้อนตักเมล็ดออก ผ่าเป็นเสี้ยว ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็ก

 

น้ำแตงไทยปั่น

เนื้อแตงไทยหั่นชิ้นเล็ก      1 ½       ถ้วย

น้ำเชื่อม                               ¼         ถ้วย

นมสดชนิดจืด                      1/3        ถ้วย

น้ำแข็งบดละเอียด               3          ถ้วย

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 3  แก้ว)

 

น้ำแตงไทยโยเกิร์ต

เนื้อแตงไทยหั่นชิ้นเล็ก      1          ถ้วย

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ          ½         ถ้วย

นมสดชนิดจืด                    ¼         ถ้วย

น้ำเชื่อม                             ¼         ถ้วย

มะนาว                                1          ช้อนโต๊ะ

  • ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 1 ½   แก้ว)

 

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ

เนื้อของแตงไทยอุดมไปด้วยวิตามินเอาที่สูงถึง 1,042 หน่วยสากล นอกจากนั้นยังมีวิตามินซี และเกลือแร่ชนิดต่าง ๆ ช่วยขับปัสสาวะ ขับน้ำนม ขับเหงื่อ บำรุงสมองและหัวใจ ช่วยแก้อักเสบในทางเดินปัสสาวะ

 

 

 สรรพคุณและประโยชน์ของแตงไทย

 

ประโยชน์ของแตงไทย

  1. ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า
  2. ช่วยลดความหยาบกร้านของผิวและรอยด่างดำต่าง ๆ
  3. ช่วยในการชะลอวัย และลดการเกิดริ้วรอย
  4. หน้าใสไร้สิวด้วยแตงไทย ด้วยการใช้แตงไทยสุกครึ่งถ้วย นมสดครึ่งถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง นำมาผสมรวมกัน แล้วนำมาพอกทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนเข้านอนแล้วล้างออก
  5. แตงไทยสรรพคุณมีฤทธิ์เย็น ช่วยในการดับกระหาย
  6. ช่วยคลายร้อน ขับเหงื่อ ลดอุณหภูมิของร่างกาย
  7. มีส่วนในการช่วยบำรุงหัวใจ
  8. ช่วยบำรุงประสาทและสมอง
  9. วิตามินเอจากแตงไทยมีส่วนช่วยบำรุงรักษาสายตา
  10. ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ
  11. ช่วยในการขับน้ำนมของมารดาให้นมบุตร
  12. ช่วยบรรเทาและแก้อาการไอ
  13. มีสารรสขมที่ช่วยในการอาเจียน
  14. ช่วยรักษาผิวอักเสบ ด้วยการใช้แตงไทยสุกบดละเอียดครึ่งถ้วย นมสดครึ่งถ้วยผสมเข้าด้วยกันจนได้เนื้อที่เข้มข้น แล้วนำมาพอกบริเวณผิวที่อักเสบทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก
  15. แก้โรคดีซ่าน
  16. ช่วยรักษาและป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
  17. ช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหล
  18. รักษาแผลในจมูก ด้วยการนำมาบดเป็นผงแล้วนำมาพ่น
  19. ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
  20. แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ
  21. ช่วยในการย่อยอาหาร
  22. รากนำมาต้มดื่มช่วยระบายท้อง
  23. เมล็ดของแตงไทยช่วยในการขับปัสสาวะ
  24. ช่วยรักษาโรคปัสสาวะอักเสบ
  25. เป็นทั้งผักและผลไม้ ถ้าอยู่ในช่วงผลอ่อนก็รับประทานเป็นผักสด หรือรับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก ใช้เป็นเครื่องเคียงกินกับยำกับน้ำพริก
  26. ถ้าสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้รสชุ่มเย็น นิยมรับประทานกับน้ำแข็งใส่น้ำเชื่อมกะทิแตงไทย
  27. นำมาแปรรูปใช้ทำเป็นของหวาน เช่น น้ำปั่น น้ำกะทิแตงไทย ผลไม้แห้ง แยมแตงไทย เป็นต้น

น้ำกะทิแตงไทย

  1. ประโยชน์ของแตงไทยวิธีทำน้ำกะทิแตงไทยอันดับแรกให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ แตงไทย 1 ลูก / กะทิคั้นด้วยน้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย / เกลือครึ่งช้อนชา / และน้ำตาลปี๊บ 1/3 ถ้วย
  2. นำแตงไทยทั้งลูกมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาด
  3. นำแตงไทยมาปอกเปลือกคว้านเอาไส้ออกให้หมด แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  4. ขั้นตอนต่อมา การทำน้ำกะทิ ด้วยการละลายน้ำตาลปี๊ปกับน้ำกะทิ
  5. นำน้ำกะทิที่ได้ไปตั้งไฟโดยใช้ไฟระดับปานกลาง แล้วคนเรื่อย ๆ รอจนเดือดแล้วยกลง
  6. ใส่แตงไทยลงในน้ำกะทิเป็นอันเสร็จ (หรือจะเสิร์ฟแยกกันก็ได้)

ที่มา : https://medthai.com/%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/