ไม่อยากแพ้ต้องฟัง! 5 วิธีหนี โรคภูมิแพ้ ที่คนเป็นต้องรู้ไว้

ไม่อยากแพ้ต้องฟัง! 5 วิธีหนี โรคภูมิแพ้ ที่คนเป็นต้องรู้ไว้

Credit: health.mthai.com

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่น่าไว้วางใจเลยว่าใครๆก็ไม่ได้อยากต้องการเป็น เพราะว่าเวลาเป็นจะมีลักษณะจมูกอักเสบ อาการหอบหืด หรือผื่นคัน ซึ่งมันทำให้พวกเรารู้สึกอารมณ์เสีย แถมยังหายช้าอีกต่างหากดังนั้นสิ่งที่เยี่ยมที่สุดของการหยุดอาการกลุ่มนี้ เป็นการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ท่านแพ้นั่นเองจ้ะ

1. คนที่แพ้ฝุ่นละออง (ซึ่งไรฝุ่นละอองเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นผงบ้านซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่เห็นด้วยตาเปล่าจะต้องจัดแจงกับห้องนอนเป็นอย่างแรก เพราะเหตุว่าห้องนอนเป็นห้องที่มีปริมาณไรฝุ่นละอองเยอะมากที่สุดภายในบ้าน โดยยิ่งไปกว่านั้นบนที่พักผ่อน ซึ่งสามารถมีไรฝุ่นผงอาศัยอยู่ถึง ล้านตัว นอกเหนือจากนั้นมนุษย์เรายังคงใช้เวลาหนึ่งในสามของทั้งผองไปกับการนอนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้การลดปริมาณไรฝุ่นละอองสามารถทำเป็น โดยการใช้ที่พักผ่อนและก็หมอนที่ทำมาจากใยสังเคราะห์แทนนุ่นหรือขน ซักผ้าปูที่นอนแล้วก็ปลอกสำหรับใส่หมอนด้วยน้ำร้อนแล้วก็ปั่นแห้งด้วยความร้อน (อุณหภูมิสูงยิ่งกว่า 130 องศาฟาเรนไฮต์ หรืออุณหภูมิสูงยิ่งกว่า 60องศาเซลเซียสหรือตากแห้งในแสงอาทิตย์ ไม่เก็บตุ๊กตายัดไส้เอาไว้ภายในห้องนอน ใช้ที่บังตาแทนม่าน และไม่ใช้ประพรม นอกเหนือจากนั้นแพ้ไรฝุ่นละอองไม่สมควรปัดกวาดบ้านหรือปัดฝุ่นเอง แต่ว่าหากต้องก็ควรจะมีผ้าปิดจมูก

2. คนที่แพ้เชื้อรา บากบั่นลดความชุ่มชื้นในบ้านให้ลดน้อยลง บางทีอาจทำเป็นโดยการเปิดเครื่องปรับอากาศ นอกจากการปิดหน้าต่างยังคุ้มครองป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อราจากข้างนอกเข้ามาในบ้านท่านควรจะกำจัดรอบๆที่เปียกชื้นด้านในภาย ยกตัวอย่างเช่น ถาดรองใต้ตู้แช่เย็นแล้วก็กระถางที่มีไว้ปลูกดอกไม้ วอเปเปอร์ ม่านห้องอาบน้ำ แล้วก็ห้องอาบน้ำที่อับเปียกชื้น การล้างรอบๆดังที่กล่าวถึงแล้วด้วยน้ำยาซักผ้าขาว (bleach) ยกตัวอย่างเช่น คลอร็อกซ์ (Clorox®) ก็สามารถกำจัดเชื้อราได้

3. คนที่แพ้ละอองเกสรต้นหญ้าและก็ต้นไม้ สามารถหลบหลีกโดยการปิดหน้าต่าง เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้เกสรลอยละล่องเข้าบ้านและไม่ออกมาจากบ้านในตอนสายแล้วก็บ่ายซึ่งตรงเวลาที่มีเกสรกลางอากาศเยอะที่สุด

4. คนที่แพ้ขนรวมทั้งรังแคจากสัตว์ ไม่สมควรเลี้ยงสัตว์ที่มีขน แม้กระนั้นถ้าเกิดเลี่ยงมิได้ควรจะให้สัตว์อยู่นอกห้องนอนตลอดระยะเวลาแม้ว่าจะไม่อยู่บ้าน สารก่อภูมิแพ้จากแมวสามารถหลงเหลืออยู่ในบ้านได้อีกนับเป็นเวลาหลายเดือนภายหลังจากแมวออกไปจากบ้าน

5. คนที่แพ้ของกิน ควรจะขอความเห็นหมอก่อนจะเปลี่ยนนิสัยการกินกระทั่งอาจมีผลต่อภาวการณ์โภชนาการ และก็ก่อนซื้อของกินควรจะอ่านฉลากให้กระจ่างแจ้งว่าของกินนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

เพียงแต่แนวทางเท่านี้ก็สามารถลดการเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ได้แล้วล่ะจ้ะ นอกเหนือจากการดูแลตนเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่คนเป็นโรคนี้ควรปฏิบัติเลยก็คือ ควรจะหมั่นบริหารร่างกาย เพื่อเพิ่มความเฟิร์มให้กับร่างกายอยู่เป็นประจำอย่างไรล่ะ

 

 

ที่มา : www.bumrungrad.com