รู้ได้อย่างไร “ดื่มน้ำ” เพียงพอแล้วหรือยัง

รู้ได้อย่างไร “ดื่มน้ำ” เพียงพอแล้วหรือยัง

รู้ได้อย่างไร “ดื่มน้ำ” เพียงพอแล้วหรือยัง

พวกเราอยากได้ยินอยู่เป็นประจำว่าควรจะกินน้ำขั้นต่ำ 6-8 แก้วต่อวัน ซึ่งพอๆกับจำนวน 1.2 ลิตร หรือ 1,200 มล. ในช่วงเวลาที่จำนวนน้ำที่ควรจะบริโภคดังที่หมอชี้แนะเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงนั้นอยู่ที่ ลิตรต่อวัน หรือ 2,000 มล. แม้กระนั้นให้รวมทั้งน้ำที่มาจากของกิน หรือเครื่องดื่มต่างๆด้วย

ซึ่งก็กล่าวได้ว่า ชา แล้วก็กาแฟ ก็ถูกนับรวมเป็นน้ำที่ดื่มเข้าไปด้วย แม้ว่าจะมีคาเฟอีนอยู่ แม้กระนั้นก็จะถูกขับออกทางเยี่ยวอยู่ดี เหมือนกับน้ำผลไม้ และก็เครื่องดื่มน้ำอัดลมที่นับรวมด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นต้องระมัดระวังเรื่องจำนวนน้ำตาล และก็จำนวนแคลอรี่จากเครื่องดื่มกลุ่มนี้เป็นพิเศษ แม้ไม่ต้องการให้กำเนิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอื่นๆตามมา

ดังนี้ สิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดหรือบอกพวกเราได้ว่า กินน้ำในทุกๆวันพอเพียงแล้วหรือยังหมายถึงสีของฉี่” แม้กินน้ำในจำนวนที่พอเพียง สีของเยี่ยวจะเป็นสีเหลืองอ่อนๆ แม้กระนั้นถ้าเกิดฉี่เป็นสีเหลืองเข้ม ซึ่งพูดได้ว่า พวกเรากินน้ำไม่พอ

นอกเหนือจากนั้น อาการเหนื่อย ปวดหัว และไม่ค่อยมีสมาธิสำหรับเพื่อการดำเนินการ ก็เป็นสัญญาณเตือนด้วยเหมือนกันว่า ร่างกายอยู่ในสภาพการณ์ที่เริ่มขาดน้ำแล้ว ดังนั้นควรถ้าหากระบอกน้ำไว้ประจำตัวเสมอ เพื่อดื่มให้พอเพียงกับที่ร่างกายอยากได้

ในขณะที่การกินน้ำมากเกินความจำเป็นก็ต้องระมัดระวังด้วยเหมือนกัน เพราะว่าอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะ น้ำเป็นพิษ ได้ ซึ่งจะก่อให้เกลือโซเดียมในเลือดน้อยกว่าระดับธรรมดา ทำให้มีน้ำส่วนเกินค้างอยู่ภายในร่างกายมากเกินกว่าที่ขับออกได้

 

Credit: sanook.com

6 เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างไรโดยไม่เสียสุขภาพ

6 เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างไรโดยไม่เสียสุขภาพ

6 เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างไรโดยไม่เสียสุขภาพ

 

ผู้หญิงชายหนุ่มคนที่ทำงานภายในออฟฟิศคนจำนวนไม่น้อย ยามเช้ามาก็กาแฟหนึ่งแก้ว ตอนบ่ายง่วงนอนอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเบิ้ลอีกแก้ว หรือถ้าหากคืนนั้นจะต้องอยู่ทำล่วงเวลา หรือจัดเตรียมพรีเซนต์จนถึงดึกมาก อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแก้วลำดับที่สาม แถมยังขาดมิได้เลยวันใดวันหนึ่งอีกต่างหาก มั่นใจว่าทุกคนรู้ว่าการดื่มกาแฟมากจนเกินความจำเป็นสำเร็จเสียต่อสภาพทางด้านร่างกายนะคะทั้งยังนอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็วไม่ดีเหมือนปกติ หรือที่บางบุคคลกำเนิดอาการมือสั่น ใจสั่นแล้วยังส่งผลให้คนป่วยโรคหัวใจรวมทั้งความดันเลือดสูงมีลักษณะมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แต่ว่าหากคุณเป็นคอกาแฟตัวยงจริงๆไม่บางทีอาจเลี่ยงการดื่มกาแฟได้เลยSanook! Health มีแนวทางดื่มกาแฟยังไงให้ไม่สุขภาพย่ำแย่มาฝากกันจ้ะ

1.เลือกกาแฟที่มีคุณภาพสูง

บางบุคคลอาจจะไม่รู้ว่ากาแฟนับว่าเป็นหนึ่งในพืชที่มีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชสำหรับเพื่อการเพาะปลูกเยอะที่สุดเลยนะคะ ดังนั้นพวกเราเลือกกาแฟประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะพวกที่เป็นออแกนิก แล้วล่ะก็ นอกเหนือจากพวกเราจะเลี่ยงสารตกค้างจากสารกำจัดแมลงได้แล้ว พวกเรายังได้โบนัสเป็นกลิ่นแล้วก็รสที่ดีมากกว่าอีกด้วย

2.เลือกเครื่องทำกาแฟประสิทธิภาพสูง

ถ้าเกิดน้ำร้อนจากการชงกาแฟไหลผ่านเครื่องทำกาแฟที่ทำมาจากพลาสติก อาจส่งผลให้สารเคมีจากพลาสติกไหลลงไปผสมในกาแฟได้ แล้วก็การรับสารเคมีจำพวกนี้มากมายจะก่อให้ระบบฮอร์โมนของคุณไม่ดีเหมือนปกติ ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าหากคุณเลือกเครื่องทำกาแฟแบบเอสเพรสโซ๋ที่มีคุณภาพสูง ผ่านการยืนยันความปลอดภัยเป็นระเบียบ คุณก็หมดกังวลประเด็นนี้ไปได้เลยจ้ะ

3.เลือกดื่มให้ถูกเวลา

ในช่วงเวลาที่ดื่มกาแฟควรที่จะทำการเลือกเป็นตอนก่อน 14.00 น. ถ้าหากดื่มข้างหลัง 14.00 น. อาจจะทำให้ร่างกายมีปัญหานอนไม่หลับ และก็บากบั่นเลือกกาแฟที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซ่ อาทิเช่น อเมริกาโน่ ค้างปูชิโน่ หรือลาเต้ แทนกาแฟธรรมดา หรือแบบ 3-in-1 เนื่องจากจะมีจำนวนคาเฟอีนและก็น้ำตาลน้อยกว่า

4.เลือกดื่มพร้อมด้วยรับประทานอาหารที่ดี

คนอังกฤษเขายังมี Afternoon Tea พร้อมอาหารว่างน่าทาน มิได้มีเพียงแค่ด้วยเหตุว่างามเก๋หรอกนะ แม้กระนั้นมันเป็นประโยชน์ด้วย การดื่มกาแฟกับของกินที่มีโปรตีน ไขมัน และก็คาร์โบไฮเดรต ของกินหรือของกินเล่นเหล่านี้สามารถช่วยให้ร่างกายเบาๆรับคาเฟอีนช้าลง ทีละน้อยๆ แล้วก็นานขึ้นโดยที่พวกเราไม่ต้องอัดเข้าไปอีกหลายแก้ว ทราบแบบนี้แล้วครั้งหน้าทดลองจิบกาแฟไปพร้อมกับไข่สักฟอง คุ๊กกี้สักชิ้น หรือแซนวิชสักห่อก็ไม่เลวนะ

5.เลือกดื่มกาแฟก่อนบริหารร่างกาย

ถ้าเกิดต้องการบริหารร่างกายเพื่อทะลายไขมันละก็ ทดลองจิบกาแฟก่อนสักนิดหน่อยมองสิ นอกเหนือจากการที่จะช่วยสลายไขมันได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาไหม้พลังงานภายในร่างกายให้สูงมากขึ้นอีกด้วย

6.เลือกดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม หรืออื่นๆดีเยี่ยมที่สุด

หากคุณติดกาแฟมากมายจริงๆต้องการให้ทดลองดื่มกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาลครีมเทียม นม หรืออื่นๆแล้วดื่มในจำนวนน้อยเพียงพอ จิบช้าๆให้เพียงพอรู้สึกตื่น ด้วยเหตุว่าคนจำนวนมากมิได้ทานกาแฟแล้วจะอยากนอนวาวง่วงเหงาหาวนอน ไม่แจ่มใส หรือผู้ใดกันแน่ที่ติดคาเฟอีนอาจมีอาการมือสั่น วุ่นวายใจอารมณ์เสียได้ ทดลองดื่มเพียงแค่วันละแก้ว แล้วก็จิบช้าๆมองนะคะ

ถึงแม้ว่ากาแฟจะพอเพียงมีสาระอยู่บ้าง แม้กระนั้นพวกเราก็ต้องการเสนอแนะให้ดื่มน้อยไม่มีความสำคัญก็ไม่ต้องดื่มทุกวี่ทุกวัน ถ้าหากง่วงนอนก็แปลงมานอนให้เร็วขึ้น หรือหาผลไม้สดทานเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาแจ่มใสในช่วงเช้าจะดียิ่งกว่านะคะ

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :harpersbazaar.com

Credit: sanook.com

อาหารลดไขมันพอกตับ ยิ่งทานยิ่งดีต่อสุขภาพ

อาหารลดไขมันพอกตับ ยิ่งทานยิ่งดีต่อสุขภาพ

 

ไขมันพอกตับ เป็นภาวการณ์ที่ผู้คนจำนวนมากกำลังพบเจอ เพราะเหตุว่าความประพฤติปฏิบัติการรับประทานอาหารที่ไม่ระวัง ตามใจปากดีเหลือเกิน จนถึงทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน อ้วนอ้วน ความดันเลือดสูง รวมทั้งเสี่ยงเป็นไขมันพอกตับตามมา ซึ่งอาจจะก่อให้กำเนิดอาการตับอักเสบ หรือปรับปรุงเป็นโรคมะเร็งตับได้ในอนาคต น่าสยดสยองใช่เล่นนะ

อ่านต่อ >> พฤติกรรมเสี่ยง “ไขมันพอกตับ” ภัยเงียบที่กว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินไป

 

หมอมักชี้แนะให้ลดหุ่น บริหารร่างกาย ลดการกินอาหารที่มีน้ำตาล แป้ง ไขมัน(ต่ำช้าสูง อย่างเช่น ของกินทอด ของกินปิ้งย่าง ของหวานในร้านขนมปังต่างๆแม้กระนั้นถ้าเกิดไอ้นู้นก็งดเว้น ไอ้นี่ก็งดเว้น แล้วพวกเราจำเป็นต้องทานอะไรเพื่อช่วยลดไขมันพอกตับล่ะมาดูกันเลย

ของกินลดไขมันพอกตับ ยิ่งทานยิ่งดีต่อร่างกาย

ถ้าเกิดต้องการลดไขมันต่ำช้า ควรจะเอาไขมันดีเข้าสู้ เนื่องจากว่าไขมันดีจะช่วยลดการสังเคราะห์ไตรกลีเซอไรด์ในตับได้ ไขมันดีเจอได้ในของกินจำนวนมากดังเช่นว่า

1. ปลาสมุทรน้ำลึก อย่างที่ทุกคนทราบดีว่ามีอยู่ใน แซลมอน สำหรับปลาไทยสามารถทานปลาสวาย ปลาทู ปลาซาบะ ได้ แม้กระนั้นปลากลุ่มนี้ถ้าเกิดทานมากมายบางทีอาจได้รับไขมันอิ่มตัวสูงไปด้วย เพราะฉะนั้นควรจะทานปลาพวกนี้คู่กับผัก เพื่อช่วยจับไขมันส่วนเกินออกไปได้บ้าง และก็แนวทางทานปลากลุ่มนี้ไม่สมควรปรุงด้วยการทอด เพราะว่าจะมีผลให้โอเมก้า ที่จะเข้าไปช่วยลดไตรกลีเซอไรด์หายไป ควรที่จะใช้แนวทางต้ม นึ่ง หรืออบแทน

อาหารลดไขมันพอกตับ ยิ่งทานยิ่งดีต่อสุขภาพ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
อาหารลดไขมันพอกตับ ยิ่งทานยิ่งดีต่อสุขภาพ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

iStock

2. น้ำมันพืชประเภทต่างๆเป็นต้นว่า น้ำมันที่ทำจากมะกอก น้ำมันเม็ดฟักทองน้ำมันค้างโนลา น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากรำข้าว แม้กระนั้นแม้กระทั่งเป็นไขมันที่ดี ก็ไม่สมควรทานมากเกินความจำเป็นอยู่ดีนะคะ เนื่องจากว่าน้ำมันให้พลังงานสูงถ้าหากทานมากยิ่งกว่าที่พวกเราจะเผาผลาญหมด ก็มีสิทธิ์อ้วนได้เหมือนกัน

3. ถั่วจำพวกต่างๆตัวอย่างเช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัท แมคคาเดภรรยา พิสตาชิโอ ข่าวดีเป็นการทานถั่ววันละ 30 กรัม (ราว กำมือคู่กับของกินที่เป็นประโยชน์อื่นๆจะช่วยลดความอ้วนได้มากกว่า เท่าของไม่ทานถั่วเลย

อาหารลดไขมันพอกตับ ยิ่งทานยิ่งดีต่อสุขภาพ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
อาหารลดไขมันพอกตับ ยิ่งทานยิ่งดีต่อสุขภาพ เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา

iStock

4. ผัก ผลไม้ แล้วก็เมล็ดพืชที่มีใยอาหารสูง ตัวอย่างเช่น ข้าวซ้อมมือ (แทนข้าวขาวบล็อกวัวลี่ คะน้า ผักกาด ตำลึง ผักบุ้ง โอ้อวดดาโด แอปเปิ้ล ฝรั่งแตงโม ส้ม อื่นๆอีกมากมาย ถ้าต้องการทานขนมปัง ให้เลือกเป็นแบบโฮลวีท ที่มรัญพืชผสมด้วย

อ่านต่อ >> 6 อาหารไขมัน (ดี) ที่คุณต้องทาน

 

ดังนี้อย่าลืมว่าของกินทุกมื้อสำคัญ ทานให้ครบ มื้อ รวมทั้งครบ กลุ่มของกิน ย้ำผ้กผลไม้มากยิ่งกว่าคาร์โบไฮเดรต แล้วบริหารร่างกายให้ได้ขั้นต่ำ 3-4 วันต่ออาทิตย์ ทีละอย่างต่ำ 45 นาที – 1 ชั่วโมง เท่านี้คุณก็ไกลห่างจากการเสี่ยงสำหรับในการเป็นไขมันพอกตับแล้วล่ะจ้ะ

 

Credit: sanook.com

ลำไย ผลไม้รสออกหวานหน่อย ๆ อร่อย ประโยชน์เยอะ !

ลำไยประโยชน์เยอะ

ลำไย ผลไม้รสออกหวานหน่อย ๆ อร่อย ประโยชน์เยอะ !

ลำไย ผลไม้ที่คุณต้องสะดุ้ง เมื่อทราบถึงคุณประโยชน์แล้วก็ผลดี เพราะว่านอกเหนือจากจะอร่อยแล้ว ยังสามารถบำรุงร่างกาย บำรุงเลือด บำรุงระบบประสาทตา และก็หัวใจได้ด้วย 

ลำไย ผลไม้ที่มีเปลือกสีน้ำตาลอ่อน เนื้อขาวอมชมพูหรืออมเหลือง แล้วก็มีเม็ดสีดำด้านใน คือผลไม้ที่คนประเทศไทยรู้จักกันดี เพราะเหตุว่าสามารถหาซื้อได้ง่าย โดยลำไย มีชื่อวิทยาศาสตร์เป็น Dimocarpus longan Lour. ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Longan หรือบางบุคคลบางทีอาจรู้จักกันในชื่อ “Dragon’s Eye” หรือตามัละโมบร เนื่องด้วยมีลักษณะที่เสมือนดวงตา และก็มีเม็ดสีดำด้านใน

แม้ลำไยจะคือผลไม้ที่ชาวไทยชินหูชินตา แม้กระนั้นก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่ไม่เคยรู้ถึงคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากลำไย วันนี้พวกเราก็เลยนำเรื่องราวคุณประโยชน์ คุณประโยชน์รวมทั้งข้อควรตรึกตรองสำหรับการทานลำไยมาฝากกันจ้ะ เมื่อก่อนอื่น พวกเรามาดูกันว่า ค่าทางนักโภชนาการของลำไยในจำนวน100 กรัม ให้อะไรพวกเราได้บ้าง

ลำไยประโยชน์เยอะ
ลำไยประโยชน์เยอะ

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อลำไยสด

ความชื้น 81.10%

ไขมัน 0.11%

เส้นใย 0.28%

โปรตีน 0.97%

เถ้า 0.56%

คาร์โบไฮเดรต 16.98%

พลังงาน 73 กิโลแคลอรี

แคลเซียม 5.70 มิลลิกรัม

เหล็ก 0.35 มิลลิกรัม

ฟอสฟอรัส 35.30 มิลลิกรัม

วิตามินซี 69.20 มิลลิกรัม

ลำไยประโยชน์เยอะ

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อลำไยอบแห้ง 100 กรัม

ความชื้น 17.80%

ไขมัน 0.40%

เส้นใย 1.60%

โปรตีน 4.60%

เถ้า 2.86%

คาร์โบไฮเดรต 72.70%

พลังงาน 312 กิโลแคลอรี

แคลเซี่ยม 27.70 มิลลิกรัม

เหล็ก 2.39 มิลลิกรัม

ฟอสฟอรัส 159.50 มิลลิกรัม

วิตามินซี 137.80 มิลลิกรัม

โซเดียม 4.50 มิลลิกรัม

โพแทสเซียม 2,012.00 มิลลิกรัม

ไนอาซิน 3.03 มิลลิกรัม

วิตามินบี 0.375 มิลลิกรัม

 

ลำไยประโยชน์เยอะ

ลำไย คุณประโยชน์ที่คุณคู่ควร 

ใบ รักษาริดสีดวงทวาร แก้ไข้ไข้มาลาเรีย หรือแม้คนไหนมีลักษณะอาการหวัดก็สามารถนำใบลำไย 10-15 กรัมมาต้มน้ำเป็นน้ำชา จิบแก้หวัดได้เช่นกัน

ราก : ช่วยรักษาอาการบอบช้ำใน แก้อาการตกขาว รวมทั้งช่วยขับพยาธิด้าย 

ดอก : สามารถแก้นิ่ว แล้วก็ลดหนองได้ 

เนื้อ : ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ เลอะเลือน ใจสั่น บำรุงหัวใจ บำรุงประสาทหรือถ้าเกิดนำเนื้อลำไยตากแห้ง 14 ชิ้น แล้วก็ขิง แผ่น มาหั่นบางแล้วต้มรับประทานรวมกันก็จะช่วยรักษาอาการท้องเดินได้ 

ส่วนผู้ใดกันแน่ที่มีปัญหาร่างกายอ่อนแอ ในตำรับยาของหมอแผนไทยก็บอกให้นำเนื้อลำไยปริมาณพอสมควรมาดองสุราราวๆ 100 วัน แล้วทานทีละ 1-2ช้อนโต๊ะ หรือนำเนื้อลำไยแห้ง 10 กรัม มาผสมกับถั่วดิน 15 กรัม แล้วก็ค่อยนำไปต้มน้ำดื่ม ก็จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ด้วยเหตุว่าลำไยมีฤทธิ์เป็นยาบำรุงร่างกาย

เปลือก : แก้มึน ทำให้ตาสว่าง และก็ลดรอยแผลเป็นในรอบๆที่น้ำร้อนลวกได้

เม็ด แก้ปวด ขับฉี่ โดยนำเม็ดลำไยที่นำเปลือกสีดำออกแล้วมาตี และจากนั้นจึงนำไปต้มรับประทาน นอกเหนือจากนี้ยังช่วยห้ามเลือด รักษาอาการขี้กลากโดยแกะเปลือกสีดำของเม็ดลำไยออกแล้วก็ใช้เม็ดลำไยไปถูกับน้ำส้มสายยก มาทาบริเวณที่เป็นแผล ช่วงเวลาเดียวกันถ้าเกิดนำเม็ดลำไยที่คั่วแห้งแล้ว มาบเป็นผุยผง แล้วชงน้ำดื่มทีละ 15-20 กรัม ก็จะช่วยรักษาโรคกระเพาะแล้วก็อาการไส้อักเสบได้

ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากลำไยที่ไม่สมควรพลาด

1. ยั้งสารก่อโรคมะเร็ง 

รศ.ดร.อุษณีย์ พินิจเขตคำนวณ คุณครูจากสาขาวิชาวิชาชีวเคมี ภาควิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยผลการค้นคว้าที่ได้นำเนื้อลำไยอบแห้งไปทดสอบแล้วพบว่า เนื้อลำไยอบแห้งมีฤทธิ์ต้านทานความเป็นพิษต่อยีนหรือชี้แจงกล้วยๆว่าสารในเนื้อลำไยอบแห้งมีคุณประโยชน์ต่อต้านพิษในสารก่อโรคมะเร็งได้ โดยการศึกษาค้นคว้าวิจัยได้นำเอาสารก่อโรคมะเร็งจากของกินปิ้งย่าง ของกินทอดด้วยความร้อนสูง แล้วก็ควันจากบุหรี่ มาผสมกับสารสกัดลำไยซึ่งพบว่า เซลล์ของมะเร็งมีการตายแบบธรรมชาติ (เป็นการถึงแก่กรรมเซลล์โดยไม่มีผลต่อเซลล์รอบตัวมากเพิ่มขึ้น 

ทั้งทีมนักวิจัยยังทำการศึกษาเรียนรู้ต่อในหัวข้อที่ว่า สารสกัดลำไยอบแห้งสามารถช่วยยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้ไหม โดยการนำเซลล์เม็ดเลือดขาวมากระตุ้นให้มีการอักเสบจากอนุมูลอิสระ แล้วนำสารสกัดจากเนื้อลำไยอบแห้งเข้าไปผสม ซึ่งก็พบว่า สารอนุมูลอิสระในเซลล์เม็ดเลือดขาวมีปริมาณต่ำลงอย่างเป็นจริงเป็นจัง

อย่างไรก็แล้วแต่ การศึกษาค้นคว้าวิจัยในครั้งนี้ยังคงจะต้องปรับปรุงแล้วก็ต่อยอดองค์วิชาความรู้ให้แจ่มแจ้งกว่านี้ ที่จะตอบสนองความมุ่งหวังว่าจะใช้สารสกัดจากลำไยอบแห้งร่วมกับการดูแลรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบรรเทา หรือนำสารสกัดจากลำไยอบแห้งไปใช้ช่วยคนเจ็บโรคมะเร็งในด้านอื่นๆเป็นต้นว่า ช่วยลดการใช้ยา หรือลดผลกระทบจากการใช้ยาในอนาคต 

2. ช่วยสำหรับการย่อยของกิน

ลำไยสามารถช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะอาการดำเนินงานได้ แถมยังมีส่วนช่วยสำหรับการซับแคลเซียม เพิ่มแบคทีเรียที่มีคุณประโยชน์ ลดแบคทีเรียไม่ดี รวมทั้งยั้งการเติบโตของเชื้อโรคในกระเพาะรวมทั้งไส้ได้ แถมยังช่วยทำให้เจริญอาหารขึ้นอีกด้วย

3. บำรุงร่างกาย

ผลดีเด่นอีกอย่างของลำไยหมายถึงคือผลไม้ที่ช่วยทำนุบำรุงร่างกาย บำรุงเลือดบำรุงประสาท บำรุงตา แล้วก็บำรุงหัวใจ เนื่องจากมีแร่ วิตามินแล้วก็สารอาหารที่มีคุณประโยชน์อยู่มากมาย ก็เลยเจอได้ว่ามีคนนำลำไยไปทำเป็นยาบำรุงกำลังกันมากเลยจ้ะ

 

ลำไยประโยชน์เยอะ
ลำไยประโยชน์เยอะ

4. บำรุงผิวพรรณ

ด้วยเหตุว่าลำไยมีวิตามินซีรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณภาพสูง แถมยังช่วยยั้งการผลิตเม็ดสีผิวเมลานิน ก็เลยช่วยทำนุบำรุงผิวพรรณได้ แถมยังมีคุณภาพดีมากยิ่งกว่าเครื่องแต่งหน้าที่มีสารเคมีทั่วๆไปอีกด้วย

5. แก้อาการเครียด 

ลำไยมีวิตามินบี 12 เยอะแยะ ช่วยบำรุงรักษาสมอง รักษาอาการเครียด ใจไม่ดีแก้อาการเหน็ดเหนื่อย รวมทั้งหากต้มลำไยแล้วดื่มก่อนนอนก็จะสามารถช่วยให้นอนสบายขึ้น 

6. รักษาอาการอัลไซเมอร์

ในหนังสือเรียนยาจีนโบราณบอกเอาไว้ว่า การนำลำไยมาต้มกับโสม ให้คนวัยชราหรือคนความจำไม่ดีดื่ม สามารถช่วยรักษาอาการอัลไซเมอร์และก็เลอะเลือนได้ ด้วยเหตุว่าโสมจะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ แล้วก็กระตุ้นหลักการทำงานของสมอง ส่วนลำไยจะช่วยทำนุบำรุงสมองแล้วก็ทำให้ดื่มง่ายมากยิ่งขึ้น
7. 
คุ้มครองปกป้องโรคโลหิตจาง

สารอาหารในลำไยสามารถช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตและก็การดูซึมธาตุเหล็กดียิ่งขึ้น ก็เลยคุ้มครองปกป้องโรคโลหิตจางได้

8. เพิ่มเติมความมีชีวิตชีวาให้ร่างกาย

เนื่องจากว่าคือผลไม้รสหวานก็เลยมีคาร์โบไฮเดรตรวมทั้งน้ำตาลซูโครสเดกซ์โทรสสูง ซึ่งช่วยทำให้แจ่มใสได้เร็ว ทำให้ลำไยคือผลไม้ที่ให้พลังงานกับร่างกาย รับประทานลำไยแล้วจึงรู้สึกแจ่มใสขึ้นได้ในทันที

ลำไยประโยชน์เยอะ
ลำไยประโยชน์เยอะ

9. อุดมไปด้วยสารอาหารมากมายก่ายกอง

ที่ลำไยเป็นประโยชน์มากมายก่ายกองขนาดนี้ ก็เป็นเพราะเหตุว่าลำไยคือผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี รวมทั้งสารอาหารต่างๆเยอะมากที่เป็นประโยชน์ ทั้งยังธาตุทองแดง วิตามินบี 12 น้ำตาลเดกซ์โทรส รุกโตส และก็ซูวัวส แคลเซียม เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมันที่มีคุณประโยชน์รวมทั้งจำเป็นต้องต่อสถาพทางร่างกายแล้วก็ฯลฯเลยจ้ะ 

10. ขจัดกลิ่นตัว

ทราบหรือเปล่าว่าการนำเม็ดลำไยกับพริกไทยมาบเข้าด้วยกันจนกระทั่งเป็นผุยผง แล้วก็ค่อยนำไปทาจั๊กกะแร้ สามารถช่วยดับกลิ่นตัวได้ด้วยนะคะ 

11. แก้ปวดจากข้ออักเสบ

จากการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยของ ศาสตราจารย์ดร.อุษณีย์ ไตร่ตรองเขตคำนวณ แผนกแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าในเม็ดลำไยมีสารโพลีฟีนอลที่สามารถคุ้มครองป้องกันการสลายตัวและก็ช่วยต่ออายุกระดูกอ่อนได้นานขึ้น ก็เลยมีการนำสารสกัดจากเม็ดลำไยมาทำยาใช้ภายนอกช่วยทุเลาอาการข้ออักเสบ ซึ่งมีคุณภาพดีเสมอกันยาไดอะเซียรีน ซึ่งเป็นยารักษาโรคข้อหัวเข่าเสื่อมในขณะนี้ 

สอดคล้องกับแบบเรียนแพทย์ยาพื้นเมืองในสมัยเก่าที่เคยนำลำไยมาใช้รักษาเข่าอักเสบเช่นเดียวกัน โดยนำเม็ดลำไยสดไปตีให้เพียงพอแตกแล้วค่อยนำไปแช่กับเหล้าขาวทิ้งเอาไว้ วัน แล้วหลังจากนั้นนำน้ำลำไยที่ดองไว้มาทาเข่าที่อักเสบทุกวี่วัน จนถึงอาการอักเสบดียิ่งขึ้นเป็นลำดับ

โทษของลำไย คนไหนกันแน่รับประทานมากมายไป ต้องระวัง 

ตามหลักโภชนาการแล้ว พวกเราควรจะรับประทานผลไม้ 4-5 ส่วนต่อวัน แล้วก็ผลไม้ที่พวกเรารับประทานก็จะต้องมีความมากมายหลาย ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราจะต้องรับประทานลำไยในจำนวนที่เหมาะเจาะรวมทั้งพร้อมกันไปกับผลไม้อื่นด้วย เป็นควรจะทานลำไยไม่เกิน ส่วนต่อวัน ซึ่งแม้เป็นลำไยสดก็ราว 6-10ผล แม้กระนั้นถ้าเป็นลำไยแห้ง ควรจะทานเพียงแต่ 2-3 เม็ด เพื่อได้รับสารอาหารที่พอเพียงและไม่มากเกินไป

ยิ่งไปกว่านี้คนไข้ที่เป็นโรคโรคเบาหวาน หรือมีลักษณะของกินไม่ย่อย ท้องขึ้นท้องเดิน เป็นหวัด แล้วก็เจ็บคอ ควรจะเลี่ยงการทานลำไยด้วย เนื่องจากว่าถึงลำไยจะเป็นประโยชน์เยอะแค่ไหน แม้กระนั้นก็จัดคือผลไม้รสหวานจัด เพราะมีจำนวนน้ำตาลค่อนข้างจะสูง และก็จัดคือผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน แม้รับประทานมากมายไปบางทีอาจมีผลทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อลักษณะของการป่วยที่เป็นอยู่ ทำให้เจ็บคอหรือเป็นร้อนในได้

ลำไยประโยชน์เยอะ

กินลำไยแล้วร้อนใน แก้ได้อย่างไร ?

เนื่องจากลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน เมื่อทานเข้าไปมาก ๆ จึงทำให้เกิดร้อนในได้ แต่เราสามารถแก้ร้อนในได้ด้วยการดื่มน้ำตามลงไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่าธรรมดา หรือดื่มน้ำเกลือ (น้ำเปล่า 1 แก้ว ผสมเกลือ1/2 ช้อนชา) น้ำสมุุนไพร หรือจะทานผัก ผลไม้สดที่มีน้ำเยอะตามลงไปก็ได้ค่ะ นอกจากนี้บางคนอาจเลือกกินมังคุด เพราะมังคุดถือเป็นผลไม้เย็นที่สามารถดับร้อนได้

ลำไยประโยชน์เยอะ

ลำไย ทำอะไรกินได้บ้าง ?

ลำไยนอกเหนือจากที่จะคือผลไม้ที่รับประทานอร่อย รวมทั้งเป็นประโยชน์แล้ว ยังสามารถนำไปเป็นองค์ประกอบของกินต่างๆเพื่อเพิ่มรสหวานแล้วก็เพิ่มสารอาหารได้อีกด้วยนะคะ พวกเราสามารถนำลำไยไปต้มกับของกิน ต้มน้ำก๊วยเตี๋ยว หุงลงไปกับข้าว หรือทำเป็นชาดื่มก็ได้ แม้กระนั้นทีเด็ดของลำไยก็คือการนำมาทำเป็นของว่าง ขนมกินเล่น ดังเช่น น้ำลำไย ลำไยอบแห้ง ลำไยลอยแก้วหรือตามรายการอาหารด้านล่างนี้

– วุ้นลำไยปีโป้ รายการอาหารวุ้นอีกทั้งง่ายและก็ดี อย่างงี้ก็มีด้วย

– ข้าวเหนียวแฉะลำไย ขนมไทยโบราณหวานมันใส่มะพร้าวอ่อนเหนียวนุ่ม


ผลดีมากมาย คุณประโยชน์สูง รสอร่อย แถมราคาถูกอย่างนี้ จะไม่สนใจรับประทานลำไยได้ยังไงกันใช่ไหมค่ะ แม้กระนั้นอย่าลืมว่าถ้าหากรับประทานมากมายไปมันก็มีข้อเสียอยู่ด้วย โดยเหตุนี้ควรจะทานเพียงแค่เหมาะเจาะ ให้ร่างกายได้ประโยชน์ทางโภชนาการจะเยี่ยมที่สุดจ้ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

Credit: kapook.com

10 ประโยชน์ของวิตามินบี 3

วิตามินบี 3 ดีอย่างไร

10 ประโยชน์ของ วิตามินบี 3

วิตามินบี 3 (ไนอะซินไนอะซินาไมด์, กรดนิโคตินิก, นิโคตินาไมด์) (Niacin)เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ มีหน่วยวัดเป็นมก. (มิลลิกรัม หรือ mg.) เป็นวิตามินที่มีความเสถียรภาพมากมาย ทนต่อความร้อนจากการทำอาหารและก็การรักษาโดยสูญเสียสมรรถนะน้อยมาก ร่างกายของพวกเรานั้นสามารถสร้างไนอะซินขึ้นเองได้โดยใช้กรดอะมิโนทริปโตเฟน สำหรับคนที่ร่างกายขาดวิตามินบี 1วิตามินบี วิตามินบี จะไม่สามารถที่จะสร้างวิตามินบี จากทริปโตเฟนได้

นอกเหนือจากนั้นยังมีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศ เอสโตรเจน โพรเจสเทอโรน เทสโทสเตอโรน เหมือนกันกับคอร์ติโซน ไทรอกสิน รวมทั้งอินซูลิน มีความสำคัญต่อระบบประสาทรวมทั้งลักษณะการทำงานของสมองและก็สุขภาพ บุคลิกจะเปลี่ยนไปในทางที่ห่วยลงถ้าเกิดร่างกายคุณขาดไนอะซิน


แหล่งที่เจอวิตามินบี ตามธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน เนื้อขาวจากพวกสัตว์ปีก ตับ โฮลวีต จมูกข้าวสาลี ถั่วดิน อะโวคาโด อินทผาลัม ลูกพรุน มะเดื่อฝรั่ง ริเวอร์ยีสต์ ฯลฯ


ผลกระทบในทางร้ายของการกินเกินขนา อาจมีแนวโน้มเป็นโรคโรคเกาต์หรือมีลักษณะอาการปวดตามข้อได้ ถ้าหากภายในร่างกายคุณมีไนอะซิน มากจนเกินไปหรืออาจมีอาการร้อนวูบวาบ หน้าแดง คันเรียกตัวเมื่อกินเกินกว่า 100 มก.และก็อาจจะเป็นผลให้คนที่มีลัษณะทิศทางเป็นโรคโรคเบาหวานมีปัญหาต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด หรือทำให้ลักษณะของโรคโรคเบาหวานร้ายแรงขึ้นได้และก็อาจส่งผลให้ตับดำเนินการแตกต่างจากปกติได้ เนื่องจากว่าไนอะซินภายในร่างกายที่มีสูงมากเกินความจำเป็นจะมีผลต่อการควบคุมน้ำตาลภายในร่างกาย


โรคที่มีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินบี เช่น โรคเพลลากรา (Pellagra)ลักษณะของการมีอาการเป็นเป็นผื่นผิวหนังอักเสบร้ายแรง


คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากวิตามินบี 3

  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลแล้วก็ไตรกลีเซอไรด์
  • วิตามินบี มีความสำคัญต่อระบบประสาทรวมทั้งลักษณะการทำงานของสมอง
  • ช่วยสลายไขมันแล้วก็ช่วยทำให้ระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารดำเนินงานก้าวหน้าขึ้นทุเลาปัญหาต่างๆของระบบที่ทำการย่อยอาหาร
  • วิตามินบี ช่วยทำนุบำรุงผิวพรรณ
  • ทุเลาลักษณะของการปวดศีระษะจากไมเกรน
  • เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ลดระดับความดันเลือด
  • วิตามินบี ช่วยทุเลาอาการท้องเสีย
  • ลดอาการหน้ามืดหัวของโรคน้ำในหูแตกต่างกัน
  • ช่วยเพิ่มพลังงานที่ได้จากการสรุปรวมทั้งเผาผลาญของกิน
  • ช่วยรักษาอาการร้อนในแล้วก็กลิ่นปาก

ข้อเสนอแนะสำหรับการกินวิตามินบี 3

วิตามินบี ในลักษณะของอาหารเสริม โดยมากจะวางขายในรูปของไนอะซินอินสิทอเฮซานิวัวติเตียนเนต (IHN) และก็ไนอะซินาไมด์ โดยอยู่ในแบบที่เป็นแคปซูล เม็ด ผง มีขนาดตั้งแต่ 50-1,000 มก. (โดยในอาหารเสริมในลักษณะของวิตามินบีรวมแล้วก็วิตามินรวมที่มีคุณภาพชอบมีไนอะซินอยู่ด้วยราวๆ 50-500 มก. โดยคุณสามารถมองเหมาะข้างหลังฉลากของสินค้าอาหารเสริม)
จำนวนที่ชี้แนะให้ท่านกินต่อวันเป็น 13-19 มก.สำหรับวัยผู้ใหญ่ รวมทั้ง 20มก.สำหรับหญิงผู้เสียสละนมลูก
แม้กินวิตามินบี หรือไนอะซินแล้วพบว่ามีลักษณะอาการร้อนวูบวาบ ซึ่งเป็นอาการที่ประสบพบเห็นได้บ่อยมาก อย่าพึ่งสะดุ้ง ครู่หนึ่งราวครึ่งชั่วโมงอาการกลุ่มนี้ก็จะหายไปเอง ซึ่งการกินน้ำมากมายสามารถช่วยได้ เสนอแนะว่าควรจะหาไนอะซินแบบไม่ร้อนวูบวาบที่มีส่วนผสมของอินสิทอเฮซานิวัวตำหนิเนตมากิน อาการดังกล่าวข้างต้นก็จะไม่เกิดขึ้น
ไม่สมควรกินไนอะซินในขณะท้องว่างและไม่ควรจะกินพร้อมเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อคุ้มครองการเสียดท้อง
สำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องคอเลสเตอรอลสูง การกินไนอะซินเพิ่มสามารถช่วยไขปัญหาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ แม้กระนั้นดังนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมอประจำตัว
ผิวที่ไวต่อแดดบางทีอาจเป็นสัญญาณพื้นฐานว่าร่างกายคุณกำลังขาดไนอะซิน
ไม่สมควรให้สัตว์รับประทานไนอะซินโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมา เนื่องจากอาจมีอาการเหงื่อออก ร้อนวูบวาบเรียกตัว รวมทั้งสร้างความอึดอัดแก่สัตว์เลี้ยงได้โดยศัตรูของวิตามินบี เช่น แอลกอฮอล์ น้ำ ยานอนหลับ ฮอร์โมนเอสโตรเจนยาในกรุ๊ปซัลฟา

 

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

Credit: medthai.com

รีวิว จากใจสาวเภสัช วิตามินซี ดียังไงนะ

วิตามินซีดีอย่างไร

รีวิว จากใจสาวเภสัช วิตามินซี ดียังไงนะ

 

สวัสดีแรงเพื่อนพ้องพันทิพ ภายหลังจากลังเลใจอยู่นาน จะเปิดฉากตั้งคำถามแรกของตน (จริงๆแอบส่อง แอบอ่านมาน้านนาน มิได้ตั้งเองซะคราวก็ถึงเวลาซักหน กับหัวข้อที่พวกเรารู้สึกว่ามีคุณประโยชน์ รวมทั้งได้ใช้ความสามารถของพวกเราเองให้คำปรึกษาเพื่อนพ้องโน่นเป็นการรีวิวเจ้า วิตามินซี” วิตามินสุดฮ็อตที่ถูกถามหาเยอะมากยามอากาศเปลี่ยนบ่อยมากอย่างงี้

อ๋อร่ายมาย่อหน้านึง ก็ลืมแนะนำตัวเองเนอะ ว่าพวกเราเป็นเภสัชกรที่ร้านขายยาแห่งหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนามนะจ๊ะ ^^) ยืนร้านค้าตอนนี้ ก็จะมีคนมาไต่ถามถึงวิตามินซีกันเยอะแยะ เนื่องจากว่าปัจจุบันเว้นเสียแต่เรื่องยาแล้ว อาหารเสริมอย่างวิตามินเนี่ย ก็มีคนแวะเวียนมาถามเภสัชอย่างพวกเรากันเสมอๆ รวมทั้งส่วนตัวก็ลองหลายแบรนด์อยู่เช่นเดียวกัน


ไม่ล่าช้าร่ำรี้ร่ำไรละ พวกเรามาเข้าเนื้อหาวิตามินซีดารานำชายของวันนี้กันดีฝ่า

ขอเริ่มจากประโยชน์ที่ได้รับมาจากเจ้า วิตามินซี หรือ Ascorbic acid ซึ่งเป็นวิตามินที่เป็นประโยชน์อยู่มากมายมาย ที่เด่นก็ได้แก่

1.สามารถช่วยคุ้มครองปกป้องหวัดได้

ถ้าทานเป็นวิตามินซีประจำ จะช่วยลดช่วงเวลาและก็ความร้ายแรงของการเป็นหวัดแต่ละครั้งได้จ้ะ

**ขอชี้แจงเพิ่มนะคะ ในความหมายเป็น จะช่วยลดช่วงเวลาสำหรับในการเป็นหวัดต่อครั้ง รวมทั้งสามารถลดความร้ายแรงสำหรับการเป็นหวัดได้ด้วยจ้ะแม้กระนั้นก็ไม่ได้เรื่องว่า ผู้ที่เป็นหวัดอยู่เมื่อทานวิตามินซีแล้วจะหายจากหวัดนะคะ**

2.เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่มีคุณภาพสูง โดยอนุมูลอิสระสามารถเป็นต้นสายปลายเหตุกระตุ้นสำหรับเพื่อการสร้างเม็ดสีผิว

วิตามินซีก็เลยมีส่วนทำให้ผิวกระจ่างขาวสวยใสขึ้นด้วยนะคะ

3.ช่วยสำหรับในการสร้างคอลลาเจน

4.ช่วยปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมเยื่อภายในร่างกาย รวมทั้งทำให้แผลหายเร็วขึ้นจ้ะ

มาดูในเรื่องขนาดของวิตามินซีกันจ้ะ

โดยธรรมดาสุดแท้แต่ละคนต้องการวิตามินซีในจำนวนที่ต่างกันขึ้นกับสภาพการณ์ร่างกายของแต่ละคน รวมกับเพศแล้วก็วัยด้วย ซึ่งในสถานการณ์ธรรมดาร่างกายต้องการเพียงแต่วันละ 60 มก. แม้กระนั้นการกินในขนาดที่มากขึ้นเรื่อยๆนั้น ก็เพราะเหตุว่าเพื่อหวังผลสำหรับในการรักษาหรือปกป้องโรค(บางทีอาจกินได้มากถึงวันละ 2000 มก.ถ้าเช่นนั้นขอสรุปกล้วยๆเลยละกัน วิตามินซีนั้นปกติเพศชายมีความต้องการมากยิ่งกว่าผู้หญิง (สำหรับหญิงท้องแล้วก็ให้นมลูกนั้น ก็ต้องการวิตามินซีมากยิ่งกว่าธรรมดา)

สำหรับปริศนาที่ว่าผู้เจ็บป่วยทานหลายครั้งได้มั้ย บอกเลยจ้ะว่าได้ เนื่องจากเพราะเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถที่จะสังเคราะห์เองได้ และก็ยังเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ก็จะก่อให้ไม่สะสมภายในร่างกาย โดยจะขับออกทางเยี่ยวแม้กระนั้นคนที่กินต้องไม่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับไตด้วยนะคะ เนื่องจากสำหรับผู้ที่เป็นโรคไตการกินวิตามินซีในขนาดที่สูงต่อวัน และก็ทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลให้ลักษณะโรคห่วยลงแล้วก็กำเนิดนิ่วในไตได้ค๊า

เนื่องจากว่า วิตามินซี หรือ Ascorbic acid เป็นสารที่มีความคงตัวต่ำ

(โน่นเป็นไวต่อแสงสว่าง ความร้อน อากาศ และก็ความเป็นกรดด่างแล้วก็เป็นสารที่มีสถานการณ์เป็นกรด ทำให้เคืองกระเพาะได้ เพราะเหตุว่าอย่างนี้เลยทำให้ลักษณะของวิตามินซีที่มีขายในตลาด โดยมากชอบทำในรูปของเกลือแอคอเบต(Ascorbate salt) อาทิเช่น เมื่อนำ Ascorbic acid รวมกับแคลเซียม ก็จะแปลงเป็น Calcium ascorbate หรือเมื่อรวมกับโซเดียม ก็จะแปลงเป็น Sodium ascorbate ฯลฯ ซึ่งมีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการช่วยเพิ่มความคงตัว แล้วก็การดูซึมของวิตามินซี พร้อมด้วยยังลดสภาพการณ์ความเป็นกรดได้อีกด้วยจ้ะ

โดยธรรมดา องค์ประกอบของวิตามินซี ในลักษณะของสินค้าเสริมของกิน ชอบมีมากมายสูตร แต่ว่าหากถามหาสูตรที่มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติเยอะที่สุด ก็จะต้องเป็นสูตรที่มีสารสำคัญ ตัวนี้รวมอยู่ด้วย

1) Bioflavonoids : Citrus, Hesperidin, Rutin ฯลฯ โดยเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการดูซึมวิตามินซีไปสู่ร่างกายแล้วก็ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นหลักการทำงานของวิตามินซี

2) Rosehips : เป็นสารสกัดจากผลดอกกุหลาบ ซึ่งมี สารต่างๆมากมายก่ายกองรวมถึงยังมีBioflavonoids ที่ช่วยเพิ่มการดูซึมวิตามินซีได้ดิบได้ดีขึ้น และก็นับว่าเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติที่เยี่ยมที่สุดจ้ะ

ด้วยเหตุผลดังกล่าววันนี้เลยจะขอยกตัวอย่างเพื่อเปรียบวิตามินซี ที่อยู่ในแบบสินค้าเสริมของกินที่มีอยู่ในตลาด ว่ายี่ห้อใดมีส่วนประกอบสำคัญครบถ้วนบริบูรณ์จากที่กล่าวไว้ข้างต้น

 

Blackmores Bio C 1000 mg

วิตามินซี
วิตามินซี

Blackmores แบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพภายใต้วิถีธรรมชาติ ที่ก่อตั้งมานานกว่า 80 ปี จาก ประเทศ Australia แบรนด์แรกๆ ที่เข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยภายใต้ผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยาวนานกว่า 20 ปี

ส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะมาถามแบรนด์นี้เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบและการควบคุมการผลิตตามมาตรฐานวิธีการผลิตที่ดีระดับสากลมาอย่างยาวนาน ที่เรียกว่า มาตรฐาน GMP PIC/s ภายใต้การกำกับดูแลของ TGA ประเทศออสเตรเลีย และเป็นมาตรฐานการผลิตยาตามมาตรฐานยาของสหภาพยุโรป และยังมีมาตรฐานการผลิตที่มีมาตรฐานสูงตามข้อกำหนดของ Blackmores

ภายใต้มาตรฐาน GMP : Good Manufacturing Practice และ PIC/S

(PIC/S-Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme: ข้อกำหนดอนุสัญญาระหว่างประเทศ ด้านการตรวจประเมินยาแห่งสหภาพยุโรป) เมื่อใช้ทั้งมาตรฐานและข้อกำหนดร่วมกัน การดำเนินงานจะครอบคลุมกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพิจารณาเลือกซื้อวัตถุดิบ จนถึงการจัดเก็บและส่งสินค้าสำเร็จรูปให้กับลูกค้า รวมทั้งยังให้ความสนใจในสภาวะแวดล้อมของการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนจากสภาวะแวดล้อมสู่ผลิตภัณฑ์ ) พร้อมทั้งยังการันตีด้วยการได้รับรางวัล Australia ‘s Most Trusted Brand in the Vitamins & Supplements category ติดต่อกันถึง 6 ปี (2009-2014)

คราวนี้มาดูที่ส่วนประกอบหลักกันบ้าง

Total Vitamin C    1000 mg

From Ascorbic acid    400 mg

Sodium Ascorbate    350 mg

equiv. to Ascorbic    acid 300 mg

Calcium Ascorbate     400 mg

equiv. to Ascorbic acid     300 mg

Rose hips extract equivalent dry fruit    250 mg

Bioflavonoids 25 mg

Rutin    50 mg

Hesperidin    50 mg

Acerola extract equivalent dry fruit    50 mg

จากส่วนประกอบข้างต้นจะเห็นว่า เป็นสูตรวิตามินซีที่มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด โดยมีทั้ง Bioflavonoids และ Rosehips และมี Acerola extract ซึ่งเป็นผลไม้ที่ให้ปริมาณวิตามินซีมากที่สุด เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น

คราวนี้มาดูที่ลักษณะภายนอกของเม็ดยากันบ้าง จะเห็นได้ว่าเม็ดยาเป็นชนิด Film coated ซึ่งการเคลือบด้วยฟิล์มนั้นมีประโยชน์ในการเพิ่มความทนทานให้กับเม็ดยา , เพิ่มความคงตัว โดยสามารถป้องกันเม็ดยาจากแสง ความชื้น และการเกิด oxidation บรรจุภัณฑ์ของ Blackmores จะเป็นขวดแก้วสีชา ซึ่งเหมาะสมกับการเก็บรักษายา หรือสารเคมี เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของแก้ว ดังต่อไปนี้

1.มีความเป็นกลาง ไม่ทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภายใน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยสูงสุด

2.สามารถทนความร้อนสูง และเย็นจัดได้ และยังป้องกันการซึมผ่านของก๊าซและไอน้ำได้ดี

3.มีความคงทนทางกายภาพและทางเคมี ยากแก่การกัดกร่อน

4.มีความคงทนต่อการเสื่อมสภาพ

5.ลดผลของแสงที่จะไปทำให้สารเคมีที่บรรจุด้านในเสื่อม

 

 

วิตามินซี
วิตามินซี

NAT C     1000 mg

MEGA เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่เริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทยหลัง Blackmore ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศไทย แต่ผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการควบคุมคุณภาพ
ภายใต้หลักเกณฑ์การผลิตมาตรฐานสากล Good Manufacturing Practice (GMP)
และยังได้รับรางวัล “อย. Quality Award ปี 2009

เรามาดูที่ส่วนประกอบหลักกันบ้าง
Total Vitamin C   1000 mg
From Ascorbic acid       400 mg
Sodium Ascorbate 350 mg equiv. to Ascorbic acid 300 mg
Calcium Ascorbate 400 mg equiv. to Ascorbic acid 300 mg
Rose hips extract 62.5 mg equivalent dry fruit     250 mg
Citrus Bioflavonoids        50 mg
Rutin            50 mg
Hesperidin        50 mg
Acerola extract 12.5 mg equivalent dry fruit       50 mg
จากส่วนประกอบและลักษณะภายนอกของเม็ดยาจะเห็นได้ว่า เป็นสูตรวิตามินซีที่มีความใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด
และลักษณะภายนอกของเม็ดยานั้น เป็นเม็ดยาชนิด Film coated
บรรจุภัณฑ์ของ MEGA จะเลือกใช้ขวดพลาสติกในการบรรจุผลิตภัณฑ์ โดยคุณสมบัติของพลาสติกมีดังต่อไปนี้
1.มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก
2.ไอน้ำซึมผ่านได้น้อย แต่จะยอมให้ก๊าซซึมผ่านได้
3.ทนความเป็นกรดได้ปานกลาง

4.ไม่สามารถทนต่อความร้อนสูงหรือความเย็นจัดได้
** เมื่อเปรียบเทียบระหว่างภาชนะบรรจุที่ทำจากแก้ว และพลาสติก จะเห็นได้ว่าบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกนั้นมีข้อเสียคือ อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในเกิดความชื้นได้ง่าย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพได้  **

วิตามินซี
วิตามินซี

ACEROLA CHERRY 1000 mg

VISTRA แบรนด์ไทยน้องใหม่ที่กำลังเข้ามาตีตลาดอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย พร้อมทั้งราคาย่อมเยา และผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการควบคุมคุณภาพ
ภายใต้หลักเกณฑ์ การผลิตมาตรฐานตาม GMP ซึ่งมีการจ้างบริษัทในไทย 2 บริษัทในการผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ Vistra

VISTRA แบรนด์ไทยน้องใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในตลาดผลิตภันฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย พร้อมทั้งราคาย่อมเยา และผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการควบคุมคุณภาพ
ภายใต้หลักเกณฑ์การผลิตมาตรฐานสากล Good Manufacturing Practice (GMP)  ต่อไปเรามาดูที่ส่วนประกอบหลักกันบ้าง
ACEROLA CHERRY EXTRACT    1000 mg
Citrus Bioflavonoids        80 mg
Pomegranate          60 mg
Grape Seed extract     40 mg
Beta Carotene 10%     30 mg
Lycopene             30 mg
จากส่วนประกอบหลักข้างต้น จะเห็นได้ว่าสูตรของ VISTRA นั้นไม่เหมือนกับ สองแบรนด์แรก โดยจะมีสารสำคัญที่เป็นสารหลัก นั่นคือ Acerola cherry ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นในปริมาณที่เท่ากัน บางคนอาจจะยังงงๆ งั้นจะขออธิบายเพิ่มเติมว่า ผล Acerola cherry 100 กรัม จะให้ปริมาณวิตามินซี 1000-4500 มิลลิกรัม , ฝรั่ง 100 g ต้องเท่ากับ 228 มิลลิกรัม ดังนั้นการที่มี Acerola cherry extract 1000 มิลลิกรัม ไม่ได้แปลว่าจะมีปริมาณวิตามินซี 1000 mg เพราะสารสกัด 1 กรัม จะเทียบเท่ากับผลประมาณ 4 กรัม ซึ่งจะมีวิตามินซีเพียง 40-180 มิลลิกรัมเท่านั้น และยังผลิตวิตามินซีที่ไม่ได้อยู่ในรูปของเกลือแอสคอเบต ซึ่งจะทำให้มีผลเรื่องการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งอาจเสื่อมคุณภาพได้เร็วอีกด้วย
ต่อมาเรามาดูที่ลักษณะภายนอกของเม็ดยากันบ้าง เม็ดยาเป็นชนิด Film coated เช่นเดียวกันกับ Blackmores และ MEGA
ส่วนบรรจุภัณฑ์ของ Vistra ใช้เป็นขวดแก้วสีชา เช่นเดียวกับ Blackmores

นั่นหมายถึง ถ้าใส่ acerola cherry extract 1000 mg หรือ 1 g จะเทียบเท่ากับ acerola cherry dry fruit 4000 mg หรือ 4 g ซึ่งจะให้ปริมาณต่ำสุดที่ 40 mg of vitamin C
ทั้งนี้ก็ขึ้นกับ spec of acerola cherry extract ว่าเขาใช้ที่มากกว่า 4% หรือไม่ แต่โดยรวมก็ต้องไม่เกิน 60 mg  of vitamin C/day ซึ่งก็เข้าตาม maximum of Thai RDI ที่กำหนดให้มีวิตามินซีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่เกิน 60 mg ต่อวัน

วันนี้ก็ขอจบการนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีอยู่หลากหลายยี่ห้อมากๆ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเพียงอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วย อย่าหวังพึ่งเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น

 

Credit: pantip.com

9 ท่าออกกำลังกาย เบิร์นเน้น ๆ 200 กิโลแคลอรี ฟิตจัดเต็มใน 3 นาที

เบิร์น ลดน้ำหนัก เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก

9 ท่าออกกำลังกาย เบิร์นเน้น ๆ 200 กิโลแคลอรี ฟิตจัดเต็มใน 3 นาที

ท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ทั้งเบิร์นและฟิต แอนด์ เฟิร์มหุ่นได้ในเวลาแค่ 3 นาที มาโบกมือลา 200 กิโลแคลอรีและไขมันย้วย ๆ ไม่น่ามอง

การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานเป็นสิ่งที่คนอยากลดน้ำหนักขาดไม่ได้เลย ซึ่งก็คงมีหลายคนที่อยากจะเบิร์นแคลอรีออกไปให้ได้มาก ๆ ในเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะออกกำลังกายด้วยท่าออกกำลังกายไหนดี วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอคัดเอา 9 ท่าออกกำลังกายเด็ด ๆ ที่ทำได้ง่าย ๆ และสามารถเบิร์นได้ถึง 200 แคลอรีภายในเวลาแค่ 3 นาที แถมถ้าทำติดต่อกันเป็นประจำยังจะได้หุ่นที่ฟิต แอนด์ เฟิร์มเป็นของแถมด้วย อยากรู้ว่ามีท่าออกกำลังกายอะไรบ้างก็ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

ท่าออกกำลังกายลดน้ําหนัก

1. ท่ายกเข่าสูง (High Knee)

ท่าออกกำลังกายที่ใช้พลังงานมาก และไม่ยากจนเกินไปอย่างเช่นท่ายกเข่าสูง ได้ผลดีทั้งในเรื่องการเบิร์นแคลอรี และกระชับสัดส่วนบริเวณหน้าท้องและต้นขา รวมทั้งสะโพก ใช้เวลาสั้น ๆ วันละ 3 นาที กับท่านี้ก็รับรองว่าผลที่ออกมา ดีอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน

วิธีฝึก

1. ยืนตรงในท่าที่สบาย

        2. ยกแขนทั้ง 2 ข้าง ขนานกับพื้น เริ่มต้นวิ่งอยู่กับที่ ขณะที่วิ่งพยายามยกเข่าสูงให้แตะกับมือที่ยื่นออกมา หรือยกเข่าให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

        3. ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

2. ท่าปีนเขา (Mountain climbers)

ท่านี้จะช่วยบริหารร่างกายหลายส่วนไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อขาด้านหลัง กล้ามเนื้อก้น และกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า แถมยังช่วยเบิร์นแคลอรีได้เพียบ อยากมีต้นขาที่ฟิตเปรี๊ยะพร้อมกับเบิร์นไขมันก็ต้องท่านี้แหละ

วิธีฝึก

1. เริ่มจากนอนคว่ำตัว แขนทั้งสองข้างเหยียดพื้น เท้าเหยียดตรง ดันปลายเท้าขึ้น

        2. งอเข่าขวาขึ้นมาค้างไว้ที่ระดับอกให้พอเมื่อย แล้วสลับไปงอเข่าซ้าย แล้วทำสลับกันไปมา

        3. ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต


3. ท่ากระโดดตบ (Jumping jacks)

ท่าออกกำลังกายที่เราคุ้นเคยกันมานานอย่างท่ากระโดดตบ เป็นท่าออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพอย่างคาดไม่ถึง เพราะการกระโดดตบนั้นจะต้องใช้พลังงานมาก จึงทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มาก แต่ก็ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องเข่า เพราะอาจจะทำให้เข่ารับน้ำหนักมากเกินไปและเกิดการบาดเจ็บได้

วิธีฝึก

1. เริ่มจากยืนให้เท้าห่างกันเล็กน้อย วางแขนไว้ที่ด้านข้างลำตัว

        2. กระโดดขึ้นโดยแยกเท้าออกให้ความกว้างเท่าหัวไหล่และยกมือทั้งสองข้างขึ้นสัมผัสกันเหนือศีรษะ แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น

        3. ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

ท่าออกกำลังกายลดน้ําหนัก

4. สควอทจัมพ์ (Jump squat)

สควอทจัมพ์ หรือสก๊อตจัมพ์ อีกหนึ่งท่าออกกำลังกายที่เรารู้จักกันดีนี้ก็เป็นท่าออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้น และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อก้น เอ็นร้อยหวาย กล้ามเนื้อต้นขา และกล้ามเนื้อหลัง อีกทั้งยังช่วยเสริมสมรรถภาพของร่างกาย

วิธีฝึก

1. ยืนตัวตรง กางขาออกเล็กน้อย นั่งยอง ๆ งอเข่าเล็กน้อย มือ 2 ข้างยื่นไปด้านหลังขนานกับลำตัว หรือประสานไว้ที่ท้ายทอย

        2. เอนตัวมาด้านหน้า โก่งบั้นท้ายขึ้นเล็กน้อย กระโดดยืดตัวขึ้นแล้วกลับสู่ท่าเดิม

        3. ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

5. วอล์กกิ้ง ลันจ์ (Walking Lunges)

ท่านี้เป็นท่าที่ดัดแปลงมาจากท่าลันจ์แบบปกติ โดยเพิ่มความท้าทายด้วยการที่เมื่อก้าวเท้าและย่อตัวลงไปแล้ว ก็จะต้องก้าวเท้าต่อไปด้านหน้าเรื่อย ๆ จึงช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้น แถมยังช่วยออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลาย ๆ ส่วนได้ในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อก้น กล้ามเนื้อขาด้านหลัง และกล้ามเนื้อน่อง แต่ก็ต้องบอกว่าท่านี้เป็นอีกท่าหนึ่งที่ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องเข่าค่ะ

วิธีฝึก

1. ยืนตรง ขาชิด มือทั้ง 2 ข้างเท้าเอว

        2. ก้าวขาซ้ายไปด้านหน้าให้มากที่สุด จนเข่างอตั้งฉากกับพื้น

        3. ก้าวเท้าซ้ายมาชิดเท้าขวา

        4. เริ่มต้นใหม่จากเท้าซ้าย ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

ท่าออกกำลังกายลดน้ําหนัก

6. เบอร์พี (Burpees)

ถือเป็นท่าออกกำลังกายสุดโหดที่สามารถเผาผลาญแคลอรีได้มาก โดยมีการศึกษาพบว่าการทำท่าเบอร์พีเพียง 1 ครั้งก็ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 14.3 กิโลแคลอรีต่อนาทีเลยล่ะ ไม่เพียงเท่านั้นท่าเบอร์พียังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ทั้งเบิร์น ทั้งฟิต ในคราวเดียวกัน คุ้มสุด ๆ เลย

วิธีฝึก

1. ยืนตัวตรงแยกขาออกจากกันเล็กน้อย

        2. ย่อตัวลง คุกเข่าให้เข่าเกือบติดพื้น แล้วใช้มือทั้งสองข้างยันไว้กับพื้น

        3. ออกแรงยันขาทั้งสองข้างไปข้างหลังโดยให้มือทั้งสองข้างยันพื้นไว้ ในท่าคล้ายท่าวิดพื้น

        4. ออกแรงดันขากลับมาทางด้านหน้าและลุกขึ้นยืน กระโดดชูแขน ถือว่าจบท่า 1 ครั้ง

 


7. ท่าฟรอกเกอร์ (Frogger)

ท่าออกำลังกายที่เลียนแบบมาจากท่าของกบ ที่นอกจากจะช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วนล่าง ไม่ว่าจะเป็นต้นขา สะโพกหรือก้นแล้ว ก็ยังช่วยเบิร์นแคลอรีได้ไม่น้อยในเวลาอันสั้น ถ้าอยากสลายไขมันสะสมละก็ ท่านี้เลยเหมาะสุด ๆ

วิธีฝึก

1. ยืนตรง กางขาออกให้เท้าทั้ง 2 ข้างห่างกันมากกว่าไหล่เล็กน้อย

        2. ย่อเข่าลง วางมือไว้บนพื้นด้านหน้าห่างจากปลายเท้าเล็กน้อย

        3. กระโดดถีบขาไปข้างหลัง ขาชิด ให้อยู่ในท่าแพลงก์

        4. กระโดด พร้อมชักเท้ากลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำเร็ว ๆ

        5. ทำติดต่อกันประมาณ 30 วินาที ทั้งหมด 3 เซต



8. ท่ากระโดดเขย่งขา (Side-to-Side Hops)

เป็นท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่เมื่อทำติดต่อกันนาน ๆ ก็สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีในร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้นอีกด้วย

วิธีฝึก

1. ยืนตรง ให้เท้าทั้งสองข้างห่างกันเล็กน้อย

        2. กระโดดไปทางขวาในลักษณะเขย่งเท้า ยกขาซ้ายขึ้น เท้าขวาวางกับพื้น

        3. สปริงข้อเท้าขวาขึ้น เขย่งไปด้านซ้าย ขาเท้าขวาขึ้น เท้าซ้ายวางกับพื้น

        4. ทำติดต่อกันประมาณ 30 วินาที ทั้งหมด 3 เซต

ท่าออกกำลังกายลดน้ําหนัก


9. วิ่งขึ้น-ลงบันได (Running up stairs)

ปิดท้ายกันด้วยท่าออกกำลังกายง่าย ๆ อย่างการวิ่งขึ้น-ลงบันได แค่เพียงวิ่งขึ้นไปจนถึงขั้นบนสุด แล้วหันหลังวิ่งกลับลงมาสลับกันไปเรื่อย ๆ อย่างน้อย 3-5 รอบ ก็จะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น โดยจุดเด่นของการออกกำลังกายด้วยการวิ่งขึ้น-ลงบันไดก็คือ ช่วยกระชับกล้ามเนื้อก้นและต้นขาไปได้ในตัว แต่ก็ต้องระมัดระวัง โดยควรกะระยะของแต่ละขั้นบันไดให้ดีไม่อย่างนั้นอาจตกบันไดบาดเจ็บได้ค่ะ

แต่ละท่าออกกำลังกายก็ล้วนแต่เป็นท่าออกกำลังกายที่ง่าย ๆ และเราก็ต่างคุ้นเคยกันดี ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอื่น ๆ และควบคุมการรับประทานอาหารให้ดี อีกทั้งยังควรอบอุ่นร่างกายก่อนจะเริ่มออกกำลังกายด้วย เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกายค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Popsugar

Fitnessrepublic

 

 

Credit: kapook.com

ข้าวโอ๊ต สุดยอดอาหารไขมันต่ำเพื่อการลดน้ำหนัก

ข้าวโอ๊ต เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก

ข้าวโอ๊ต สุดยอดอาหารไขมันต่ำเพื่อการลดน้ำหนัก

ข้าวโอ๊ตเป็น หนึ่งในแป้งพลังงานสะอาดที่แนะนำให้ทานในช่วงลดน้ำหนัก เพราะให้พลังงานสูงย่อยช้า อิ่มนาน และไขมันต่ำ แถมมีคุณค่าทางอาหารสูงอีกด้วย

 

ข้าวโอ๊ต หนึ่งในยอดเยี่ยมของกินที่มีคุณค่าทางของกินสูง รวมทั้งนิยมทานกันอย่างล้นหลามในกลุ่มผู้รักสุขภาพ และก็ อยากควบคุมน้ำหนัก ซึ่งนิยมเอามาทำเป็นข้าวเช้าแล้วก็ เป็นส่วนประกอบในของกินคลีนได้นานัปการรายการอาหารด้วยที่ข้าวโอ๊ตเป็นเมล็ดพืชที่ให้พลังงานสูงแต่ว่าให้ไขมันที่ต่ำ มีวิตามินและก็เกลือแร่ที่ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์เป็นพลังงานได้อย่างโดยทันทียิ่งกว่านั้นในข้าวโอ๊ตยังมีคุณประโยชน์และก็คุณประโยชน์ทางฯลฯ
กว่าจะมาเป็นข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตถือได้ว่าพืชที่ใช้เป็นของกินที่มีประวัติอันช้านาน เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวโอ๊ตรอบๆใจกลางของยุโรปมาตั้งแต่ 1000 ก่อนคริสตกาล แม้กระนั้นในสมัยแรกยุคที่ภาษากรีกและก็โรมันโบรานเรืองอำนาจ ข้าวโอ๊ตถูกคิดว่าเป็นของกินต้อยต่ำที่ใช้เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งความเชื่อถือนี้ก็เบาๆหายไปเมื่ออาณาจักรโรมันล่มสลายไป ถัดมาข้าวโอ๊ตถูกนำเข้ามาในประเทศอเมริกาประมาณปี คริสต์ศักราช1600 โดยนักตรวจชาวตะวันตก แล้วก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ ใช้ปรุงรวมทั้งเป็นองค์ประกอบของของกินหลายประเภทกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้
จำพวกของข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตถูกแบ่งประเภทและชนิดออกเป็น แบบใหญ่ตามรูปแบบของเนื้อข้าวโอ๊ตแล้วก็ขั้นตอนการผลิต


โอ๊ตมี

จะมีลักษณะเป็นผุยผงหยาบๆเมื่อเอามาเพิ่มน้ำหรือนมจะมีลักษณะคล้ายโจ๊กหรือข้าวต้ม โดยโอ๊ตมีจะได้จากการสับเมล็ดข้าวโอ๊ตออกเป็นชิ้นหยาบๆก็เลยทำให้สารอาหารยังอยู่ครบ รวมทั้งส่วนของรำข้าวโอ๊ตด้วย พวกเราจะชินตากับการนำโอ๊ตมีลมาเพิ่มนมหรือน้ำ ต้มให้สุกและก็ทานคู่กับผลไม้เป็นอาหารมื้อเช้า


โรโอ๊ต

มีลักษณะเป็นเกร็ดคล้ายกับซีเรียล โดยโรโอ๊ตจะได้จากการนึ่งข้าวโอ๊ตให้สุกตั้งแต่นั้นมามาทับกดให้แบนด้วยลูกกลิ้ง รวมทั้งเอามาอบให้แห้งอีกรอบโดยโรโอ๊ตนิยมเอามาเป็นส่วนประกอบของของหวานอบ และก็ เอามาผสมกับผลไม้แห้ง ถั่ว หรือที่เรียกว่า มูสลี่แล้วก็กราโนล่านั่นเอง


ข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปพร้อมทาน


ข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปพร้อมทานจะมีลักษณะและก็การสร้างราวกับโรโอ๊ต เป็นจะก่อให้ข้าวโอ๊ตสุกซะก่อนด้วยการนึ่ง ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าโรโอ๊ตเมื่อให้ข้าวโอ๊ตสุกเต็มกำลัง ก่อนจะนำสับแล้วก็มาอบให้แห้ง รวมทั้งทำแต่งรสต่างๆเพื่อทานได้ง่าย แล้วก็สบายกับคนรับประทาน ด้วยเหตุว่าเพียงแต่เพิ่มเติมน้ำร้อนก็จะได้ซุปนุ่มหวานโดยไม่ต้องเพิ่มอะไรอีก


นานัปการคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตนับว่าเป็นเมล็ดพืชจำพวกไม่ขัดสี ซึ่งแน่ๆการทานเมล็ดพืชช่วยลดการเสี่ยงการเกิดโรคได้มากมาย โรคหัวใจและก็ความดันเลือด อุดมไปด้วยวิตามิน Bธาตุเหล็ก เม็กนีเซียม แล้วก็สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่มีอย่างใหญ่โต แม้กระนั้นอย่างไรก็ดี การกินข้าวโอ๊ตให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรจะแน่ใจว่าข้าวโอ๊ตที่คุณเลือกจะไม่มีการเติมน้ำตาลรวมทั้งเกลือในจำนวนสูงเกินความจำเป็น


คอเรสเตอคอยต่ำ

การทาข้าวโอ๊ตบ่อยๆสามารถช่วยลดจำนวนคอเรสเตอรอคอยได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันจำพวกชั่วช้าสารเลวอย่าง LDL และก็ช่วยเพิ่มไขมันดีให้กับร่างกาย ก็เลยไม่น่าสงสัยเลยที่ข้าวโอ๊ตจะถูกเสนอแนะเป็น หนึ่งใน ของของกินที่ช่วยจัดแจงปัญหาระดับคอลเรสเตอคอยภายในร่างกายได้ ซึ่งจะช่วยลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคเส้นโลหิตตันและก็โรคหัวใจ


ให้โปรตีนสูง

ในข้าวโอ๊ตมีโปรตีนแล้วก็กรดอมิโนที่ต้องต่อสุขภาพร่างกายสูงถึง ประเภทโดยแป้งในข้าวโอ๊ตนั้นนับว่าเป็นแป้งที่ย่อยง่าย ด้วยเหตุว่ามีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ช่วยสำหรับการย่อย มีไขมันต่ำ รวมทั้งแทบทั้งสิ้นเป็นไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อน ที่ดีต่อสภาพทางด้านร่างกาย


ช่วยลดความอ้วน

ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยใยอาหาร ทำให้อวัยวะต่างๆภายในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งไส้พวกเราปฏิบัติงานได้เต็มคุณภาพเพิ่มขึ้น ช่วยลดท้องผูก ลดการดูซึมน้ำตาล ไขมันและก็ ของเสียต่างๆนั้นคือเมื่อพวกเรากินข้าวโอ๊ตในมื้อเช้าตรู่ จะมีผลให้พวกเราได้รับพลังงาน แล้วก็เพิ่มเติมกระเพาะของพวกเราทำให้อิ่มอยู่ได้นาน ซึ่งดีมากยิ่งกว่าการกินอาหารรุ่งเช้าที่มีน้ำตาลและก็ไขมันสูงที่จะทำให้เกิดความรู้สึกหิวเร็วขึ้น

นอกนั้นในข้าวโอ๊ตยังมี เบต้ากลูแคน ซึ่งเป็นใยอาหารซึ่งสามารถละลายในน้ำก้าวหน้า มีคุณลักษณะรอซับคอเลสเตอรอลในลำไส้เล็กรวมทั้งปลดปล่อยเป็นของเสียออกมาจากร่างกาย โดยมีงานศึกษาค้นคว้าวิจัยยืนยันจาก หน่วยงานของกินรวมทั้งยาประเทศอเมริกา (USFDA) ว่า ถ้าเกิดร่างกายได้รับเบต้ากลูแคนขั้นต่ำ กรัมต่อวัน บางทีอาจช่วยลดปัญหาคอเลสเตอรอลได้ ก็เลยเหมาะสมกับคนที่จำต้องควบคุมจำนวนคอเลสเตอรอลแล้วก็คนที่อยากได้ควบคุมน้ำหนัก แต่ว่าอย่างไรก็ดีก็จำเป็นต้องกินพร้อมกันกับของกินประเภทอื่นให้นานัปการด้วย


การรับประทานอาหารโอ๊ตให้ได้ค่า

ข้าวโอ๊ตนับว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมจะเอามาเป็นข้าวเช้ามื้อประสิทธิภาพ โดยข้าวโอ๊ตปรุงสุกกับน้ำกิน จำนวน ช้อนโต๊ะ(15กรัมคร่าวๆจะให้พลังงานราวๆ10 kcal ในเวลาที่ข้าวโอ๊ตอบแห้งจะให้พลังงานอยู่ที่ 389 kcal ต่อน้ำหนัก100 กรัม เวลาทานบางทีอาจต้มด้วยน้ำร้อน ทานพร้อมกันกับนมขาดมันเนยเพิ่มเติมด้วยน้ำผึ้งแล้วก็ผลไม้ใหม่ๆเอามาทำเป็นโจ๊กข้าวโอ๊ต เอามาผสมกับโยเกิร์ต หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำมาทำเป็นขนมเค้กหรือคุ๊กกี้ก็ได้ เพียงเท่านี้พวกเราก็ได้เมื่อเช้าและก็ของหวานเพื่อสุขภาพรวมทั้งทำให้ได้รับสารอาหารรวมทั้งคุณค่าอย่างมากแล้ว

 

สารอาหารในข้าวโอ๊ต

100 กรัมของข้าวโอ๊ต
พลังงาน 389 kcal
คาร์โบไฮเดรต 66 g.
โปรตีน 17 g.
ไขมัน 7 g.
ใยอาหาร 11 g.

Credit: lovefitt.com

Credit:healthyeating.org, webmd.com,usda.gov

คำว่า HDL กับ LDL คืออะไร

hdl ldl เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก

คำว่า HDL กับ LDL คืออะไร

คำว่า HDL กับ LDL คืออะไร

ผู้ถาม เสนีย์/กรุงเทพฯ
ผมไปตรวจสุขภาพประจำปี ได้ผลการตรวจ มีตัวย่อคือ HDL กับ LDL หมายความว่าอย่างไรครับ

ผมอายุ ๖๐ ปี สูง ๑๖๕ เซนติเมตร น้ำหนัก ๕๔ กิโลกรัม เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมเคยไปตรวจเลือดเพื่อหาไขมันในเลือด ผลออกมาว่าทั้งโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ปกติ แต่เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้ไปตรวจสุขภาพประจำปี โดยผลการตรวจไขมันในเลือดที่แจ้งมาทางไปรษณีย์ คุณหมอบอกว่าผิดปกติ คือได้ผลออกมา ดังนี้

  • โคเลสเตอรอล ๒๓๔
  • ไตรกลีเซอไรด์ ๕๘
  • HDL  ๗๕
  • LDL  ๑๘๑

ผมเคยได้ยินแต่ ๒ ตัวแรก แต่ ๒ ตัวหลังไม่เคยได้ยิน โดยเฉพาะตัวหลังคุณหมอบอกว่าสูงเกินไป ได้แนะนำให้ควบคุมอาหารไขมันและให้ออกกำลังกาย ผมขอเรียนถามคุณหมอ ดังนี้

๑. คำว่า HDL กับ LDL คืออะไร

๒. LDL สูง ๑๘๑ หมายความว่าอย่างไร มีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ และควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร

ขอความกรุณาคุณหมอช่วยตอบด้วยนะครับ


ผู้ตอบ นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์

ผมขอตอบปัญหาคุณเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

๑. HDL ย่อมาจากคำว่า high density lipoprotein คือ ไขมันที่มีความหนาแน่นสูง เป็นไขมันที่ดีสำหรับหลอดเลือดแดงเพราะจะป้องกันไม่ให้ไขมันที่ไม่ดี คือ โคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL ไปพอกสะสมในหลอดเลือดแดง ถ้ามีระดับ HDL ในเลือดต่ำ ก็จะเพิ่มโอกาส เพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือ หลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น ระดับปกติในผู้ที่ยังไม่เป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งควรจะไม่ต่ำกว่า ๔๐ มก./ดล. ระดับ HDL ในเลือดของคุณอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลดี

ส่วน LDL ย่อมาจากคำว่า low density lipoprotein คือ ไขมันที่ความหนาแน่นต่ำ เป็นไขมันที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง วิธีการวัดระดับ LDL ในเลือด ทำได้ ๒ วิธี คือ วิธีคำนวณค่า LDL จากค่าโคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์และ HDL ในเลือด โดยใช้สูตร LDL= โคเลสเตอรอล-(ไตรกลีเซอไรด์/5) -HDL ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ส่วนอีกวิธีหนึ่งเป็นวิธีหาค่า LDL โดยตรงจากเลือด ทำได้บางโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เท่านั้น

ผลระดับไขมันในเลือดของคุณ โคเลสเตอรอล ๒๓๔, ไตรกลีเซอไรด์ ๕๘, HDL ๗๕ คำนวณแล้ว ค่า LDL ควรจะเป็น ๒๓๔-(๕๘/๕)-๗๕=๑๔๗.๔  มก./ดล. ซึ่งไม่เท่า กับค่า ๑๘๑ ที่รายงานมา เข้าใจว่าเป็นเพราะใช้วิธีการวัดระดับ LDL โดยตรงจากเลือดหรือคำนวณค่า LDL ผิด อีกประการหนึ่ง ค่าไตรกลีเซอไรด์ดูเหมือนจะต่ำกว่าระดับปกติมาก (๑๕๐-๒๐๐ มก./ดล.) และค่า HDL ก็ดูเหมือนจะสูงกว่าปกติมาก ( ๔๐ มก./ดล.) ทำให้ชวนสงสัยว่า ค่าระดับไขมันในเลือดที่ให้มานี้ถูกต้องหรือไม่

๒. ระดับ LDL ปกติในคนทั่วไปสูงไม่เกิน ๑๓๐ มก./ดล. ถ้าระดับ LDL ในเลือดระหว่าง ๑๓๐-๑๕๙ ถือว่าสูงปานกลาง ๑๖๐-๑๘๙ ถือว่าสูง ระดับมากกว่า ๑๙๐ ถือว่า สูงมาก ระดับ LDL ของคุณอยู่ในระดับสูงปานกลางซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง คือ

๑. อาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม หมู ๓ ชั้น หรือเนื้อสัตว์ที่มีไขมันมาก หนังสัตว์ เนย ไส้กรอก เป็นต้น

๒. อาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ หอยนางรม เป็นต้น

ระดับโคเลสเตอรอล และ LDL ของคุณสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้ ดังนั้นจึงควรลดการกินอาหารที่มีกรดไขมัน อิ่มตัว และโคเลสเตอรอลสูงดังกล่าวข้างต้น กินอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ข้าว ถั่ว ธัญพืช งา สาหร่าย เห็ด เต้าหู้ วุ้นเส้น และใช้น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม) ในการปรุงอาหาร งดของหวานที่มีนมเนย เช่น ขนมเค้ก คุกกี้ ไอศกรีม เป็นต้น

 

Credit: doctor.or.th

“หน่อไม้ฝรั่ง” ยาวิเศษเพื่อความงาม

หน่อไม้ฝรั่ง ความงาม เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com เครื่องทำสมูทตี้ เครื่องทำอาหารเด็ก

“หน่อไม้ฝรั่ง” ยาวิเศษเพื่อความงาม

แอพารากัส หรือ หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชประจำถิ่นแถบยุโรปแล้วก็แอฟริกาคุณลักษณะสำคัญอยู่ที่ความหวานกรอบ แล้วก็มีกลิ่นหอมยวนใจส่วนตัว รสดี มีคุณค่าทางของกินสูง ชาวภาษากรีกเป็นเชื้อชาติแรกที่เริ่มปลูกหน่อไม้น้ำเมื่อ2,500 ปีมาแล้ว รวมทั้งถัดมาก็ได้รับความนิยมบริโภคกันมากมายสำหรับชาวภาษากรีก โรมัน รวมทั้งอียิปต์โบราณ
ค่าของกินของหน่อไม้ฝรั่ง

ในหน่อไม้ฝรั่งเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ครบถ้วนบริบูรณ์เรื่องโภชนาการ จนได้รับการเล่าขานว่าเป็นผักเป็นประโยชน์ยอดเยี่ยมขั้นเทวดา

  • เป็นแหล่งรวมของวิตามินเค วิตามินบี โฟเลต วิตามินซี และก็วิตามินเอ
  • อุดมไปด้วยวิตามินบี อีกทั้งบี บี บี และก็บี 6
  • มีจำนวนโฟลาสิสูง
  • เต็มไปด้วยธาตุ ยกตัวอย่างเช่น สังกะสี ทองแดง ธาตุฟอสฟอรัส โปแตสเซียมแล้วก็เซเลเนียม
  • มีกากใยสูง
  • มีโปรตีน ราว กรัมต่อน้ำหนัก 5.3 ออนซ์
  • ไม่มีไขมันหรือวัวเลสเตอรอคอย
  • มีจำนวนเกลือต่ำมากมาย
  • แต่ละต้นมีแคลอรีน้อยกว่า แคลอรี
  • สารกลูตาไธโอน

    ประโยช์จากหน่อไม้ฝรั่งต่อร่างกาย

  • เป็นของกินของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่
    หน่อไม้ฝรั่งเป็นเยี่ยมในผักไม่กี่ประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตจำพวกที่ เรียกว่า อินูลิน ซึ่งเป็นสารจำพวกรุกโตโอลิโกแซคค้างไรด์ มีลักษณะเฉพาะเป็นมีรสชาติที่หวาน เหมือนน้ำตาล แม้กระนั้นจะผิดย่อยในทางเดินของกินก็เลยไม่ให้พลังงานและไม่เพิ่มระดับน้ำตาลอินูลินจะไปช่วยทำให้แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในไส้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับยั้งการเพิ่มปริมาณของแบคทีเรียตัวร้ายที่ส่งผลให้เกิดโรคท้องร่วง

  • มีคุณภาพสำหรับการต่อต้านโรคมะเร็ง
    หน่อไม้ฝรั่งเป็นของกินที่มีกลูต้าไธโอนอยู่สูงที่สุด ซึ่งกลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ก็เลยช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกาย ช่วยทำให้ตับกำจัดพิษออกมาจากร่างกาย แล้วก็ประยุกต์ใช้รักษาโรคโรคมะเร็ง
  • ราก ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับฉี่ รักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะแล้วก็นิ่วในไต
  • แก้แฮงค์
  • มีการศึกษาเล่าเรียนบอกว่า กรดอะมิโนแล้วก็แร่ในสารสกัดจากหน่อไม้ฝรั่งสามารถจะช่วยแก้อาการแฮงค์และก็ปกป้องเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ได้
  • ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับในการหมออายุรแพทย์
  • อุดมไปด้วยโฟลาสิน ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยคุ้มครองปกป้องสภาวะหลอดประสาทของลูกในท้องปิดไม่สนิท (neural tube defects) ซึ่งเป็นต้นเหตุนำมาซึ่ง
  • การก่อให้เกิดความพิกลพิการและก็เสียชีวิตในเด็ก
  • มีคุณประโยชน์เยอะมากในทางยา ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ
  • ช่วยลดความอ้วนเหมือนกันกับผักจำนวนมาก หน่อไม้ฝรั่งมีน้ำตาลน้อยมากไม่มีไขมัน มีคาร์โบไฮเดรตตัวการ และก็มีกากของกินสูง

    หมายเหตุ บางบุคคลจะคิดว่า เยี่ยวมีกลิ่นแรงข้างหลังกินหน่อไม้ฝรั่ง ไม่ต้องตกอกตกใจไปจ้ะ กลิ่นแรงเหมือนกำมะถันนี้มาจากขั้นตอนการย่อยกรดอะมิโนบางประเภทของร่างกาย นั่นเอง ซึ่งบางบุคคลอาจจะไม่ทราบสึกเลย


แนวทางในการเลือกซื้อหน่อไม้ฝรั่ง

เลือกต้นที่มีความแน่น กรอบ สีเขียวสด ส่วนปลายแห้งและไม่บานออก หน่อไม้น้ำมีลำต้นเจ้าเนื้อใหญ่แล้วก็ลำต้นเล็กด้วยเหตุนั้น เวลาเลือกควรที่จะเลือกขนาดใดขนาดเดียวไปเลย เวลานำไปประกอบอาหารจะได้สุกพร้อม
ถ้าเกิดมีกลิ่น หรือต้นเหี่ยวเฉา ไม่สมควรซื้อ
ถ้าส่วนโคนที่เป็นเศษไม้ยาวเกิน 15 เปอร์เซ็นต์ ของความยาวทั้งสิ้น มีความหมายว่าแก่เหลือเกิน
หน่อไม้ฝรั่งค่อนข้างจะเปราะบาง บอบช้ำง่าย แล้วก็แห้งง่าย ซื้อมาแล้วควรจะทำรับประทานโดยทันทีจะยอดเยี่ยม อย่าเก็บไว้นาน
ทดลองบีบอีกทั้งกำเบาๆหากมีเสียงดังเอี๊ยด หมายความว่ายังสดอยู่
คุณอาจจะรู้สึกว่าต้นผอมบางจะอ่อนกว่า แต่ว่าจำนวนมากแล้ว ต้นที่อ้วนชอบหวานกรอบกว่าต้นเล็ก

การรักษา ตัดส่วนโคนออกราวๆ นิ้ว แล้วห่อด้วยกระดาษประพรมน้ำให้เปียกใส่ถุงก๊อบแก๊บอีกชั้น จะสามารถเก็บเอาไว้ในตู้แช่เย็นได้นานราวๆ วัน การต่ออายุ ภายหลังตัดโคนออกแล้ว เอาไปแช่น้ำโดยจับวางตั้ง แล้วครอบด้วยถุงก๊อบแก๊บเพื่อเก็บความเปียกชื้น เทคนิคการกินหน่อไม้ฝรั่งอย่างง่ายๆแนวทางที่ยอดเยี่ยมที่สุดเป็น รับประทานใหม่ๆโดยตัดเป็นท่อนผสมกับผักกาดหอม

แนวทางกล้วยๆอีกแนวทางหนึ่งเป็น นำไปนึ่งสัก 2 – 3 นาทีเพียงแค่พอเพียงสุก รับประทานแกล้มกับน้ำพริก หลน หรือรับประทานกับปลานึ่ง จิ้มน้ำปรุงรสซีฟู้ดก็อร่อยไปอีกในลัษณะหนึ่ง เมนูอาหารจากหน่อไม้ฝรั่ง ถ้าเกิดเป็นรายการอาหารไทยเพียงแค่ผัดน้ำมันหอย หรือผัดกับกุ้ง ก็อร่อยล้ำแล้วละจ้ะ แม้กระนั้นถ้าหากถูกใจออกแนวตะวันตกหน่อย ก็สามารถทำเป็นซุป หรือปิ้ง ปิ้ง รับประทานกับสเต๊ค

 

Credit: lovefitt.com

Credit: sakulthaionline.com