4 วิธีกินเจให้สุขภาพดี แบบนี้ล่ะ อิ่มทั้งกาย ได้ทั้งบุญ

4 วิธีกินเจให้สุขภาพดี แบบนี้ล่ะ อิ่มทั้งกาย ได้ทั้งบุญ

 

Credit: health.kapook.com

รับประทานเจทั้งทีก็ควรได้อิ่มบุญ ปลื้มใจ อิ่มกายแบบสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงไปด้วยในคราวเดียวกันว่าแล้วหลังจากนั้นก็มีเทคนิคดีมาฝาก

มั่นใจว่ายังมีอีกหลายท่านที่รับประทานเจกันแบบไม่ถูกทำเอาน้ำหนักพุ่งพล่านข้างหลังออกเจหรือบางบุคคลก็เจ็บป่วยเนื่องจากขาดสารอาหารบางจำพวกไป แบบงี้คงจะไม่เวิร์กแน่ถ้าเกิดจะอิ่มบุญปลื้มใจ แม้กระนั้นมาตรากตรำกายคราวหลัง คุณครูสง่า ดามาดงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัยรวมทั้งรวมทั้งผู้จัดการแผนการโภชนาการเหมาะสมกับช่วงวัย ที่ทำการกองทุนช่วยเหลือการผลิตเสริมสุขภาพ(สสส.เลยขอฝาก กลเม็ดกล้วยๆรับประทานเจแบบไม่อ้วนและไม่ขาดสารอาหาร ให้คนถือศีลรับประทานอาหารเจนำไปทำตามอย่างกัน
1. 
จำเป็นต้องแน่ใจว่าได้สารอาหารครบ กลุ่ม

ถึงแม้จะต้องยกเว้นของกินชนิดเนื้อสัตว์ ซึ่งให้โปรตีนที่จำเป็นจะต้องต่อสถาพทางร่างกาย แม้กระนั้นพวกเราสามารถรับประทานโปรตีนซึ่งได้มาจากพืช ดังเช่นว่า ถั่วเม็ดแห้ง เต้าหู้ แล้วก็โปรตีนเกษตร เพื่อเป็นการตอบแทนได้ ซึ่งโปรตีนที่ได้จากถั่วมีจำนวนไขมันน้อยกว่า แล้วก็ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ได้พอดิบพอดี โดยไม่เหลือเป็นส่วนเกิน และก็ยังมีกากใยช่วยให้ระบบขับถ่าย ที่สำคัญไม่มีคอเลสเตอรอลเสมือนในเนื้อสัตว์

2. เลี่ยงของกินที่มีแป้งหรือไขมัน

อาหารเจโดยมากจะมีไขมันรวมทั้งคาร์โบไฮเดรตสูงมากมาย เนื่องจากว่าใช้แป้งรวมทั้งน้ำมันสำหรับในการปรุงอาหารกันเป็นหลัก อาจก่อให้น้ำหนักขึ้นได้ โดยเหตุนั้นควรจะหันมาบริโภคของกินจำพวกยำต้ม หรือนึ่งให้เพิ่มมากขึ้น แล้วก็ลดอาหารจำพวกที่เป็นอาหารผัดหรือทอด โดยบางครั้งก็อาจจะหันมารับประทานอาหารไทยพวกน้ำพริกเจ รับประทานคู่กับผักสด ผักพื้นเมือง นอกเหนือจากที่จะเป็นประโยชน์แล้วยังไม่มีพิษปนด้วย

Woman Eating Fruit — Image by ฉ Blue Jean Images/Corbis

3. เน้นย้ำรับประทานผักผลไม้ช่วยต่อต้านโรค

ของกินที่มีผักผลไม้จะมีเส้นใยและก็วิตามินมากมาย ช่วยในระบบการสรุปย คุ้มครองโรคอ้วน ดังนี้ผักผลไม้ที่พวกเรารับประทานนอกเหนือจากที่จะย่อยง่ายแล้ว ยังเป็นกากใยชั้นเยี่ยมที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายรวมทั้งการย่อยของอาหารของพวกเราดำเนินการเจริญ เมื่อรับประทานเข้าไปมากมายก็จะช่วยขับของเสียรวมทั้งพิษที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายของพวกเราออกมา ช่วยคุ้มครองโรคมะเร็ง โรคหัวใจโรคเส้นเลือดและก็สมอง ฯลฯ ช่วยลดคอเลสเตอรอล แล้วก็ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ แต่ว่าจะต้องล้างผักผลไม้ทุกหนก่อนรับประทาน เพื่อคุ้มครองป้องกันสารเคมีหลงเหลือจากยากำจัดแมลงที่บางทีก็อาจจะสะสมอยู่ภายในร่างกายถ้าเกิดรับประทานเข้าไปด้วย

4. ห้ามทานอาหารรสจัด

คุณครูสง่า ชี้แจงว่า ของกินรสจัด อีกทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเปรี้ยวจัดมากเกินความจำเป็นจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังเช่นว่า ถ้ารับประทานเผ็ดจัดก็จะไปทำลายกระเพาะ รับประทานเค็มจัดจะไปทำลายไต ฉะนั้นควรที่จะเลือกบริโภคของกินรสจืดชนิดต้มหรือนึ่งเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นแกงจืดเต้าหู้ถั่วเหลือง ฯลฯ

ผู้ชำนาญด้านโภชนาการกล่าวว่า การกินเจนับว่าเป็นจารีตที่ตกทอดมายาวนาน และก็การกินเจยังประกอบไปด้วยการรักษาศีลเพื่อทำให้จิตใจให้แจ่มใส คิดดีปฏิบัติดี ไปกับการละเว้นการกินเนื้อสัตว์ด้วยเหตุดังกล่าวการกินเจให้บริบูรณ์ ก็เลยมีการกินเพื่อได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไม่มีโรคภัยต่างๆพร้อมได้สร้างบุญกุศลจากการไม่เอารัดเอาเปรียบชีวิตคนอื่นๆ

การกินอาหารเจสามารถพร้อมกันกับการบริหารร่างกาย การควบคุมอารมณ์ ไม่เครียด ลด ละ เลิกเหล้าแล้วก็ยาสูบตามหลัก 3 อ 2 ส โน่นเป็น ของกิน อารมณ์ บริหารร่างกาย ไม่ดื่มสุรา ไม่ดูดบุหรี่ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนสุขภาพ ต้องคิดถึงตลอดเทศกาลรับประทานเจนี้” คุณครูสง่า ฝากตบท้าย

ขอขอบคุณมากข้อมูลที่ได้มาจาก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โดย ฉัตรชัย นกดี team content www.thaihealth.or.th

น้ำมันมะพร้าว ผู้ช่วยชะลอวัยให้คุณสวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

น้ำมันมะพร้าวช่วยชะลอวัย

น้ำมันมะพร้าว ผู้ช่วยชะลอวัยให้คุณสวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

Credit: sanook.com

 

จะดีมากกว่าไหม ถ้าหากการดูแลรักษาสุขภาพให้พ้นจากโรคภัยแล้วก็ภาวการณ์ความเสื่อมถอยของร่างกาย สามารถทำได้ด้วยตัวเราเองแถมไม่ต้องรับประทานยา ที่ในที่สุดแล้วจะไปสร้างสารตกค้างสะสมภายในร่างกาย ซึ่งแนวทางที่จะช่วยทำนุบำรุงรวมทั้งสร้างเสริมสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ให้ท่านได้งามร่างกายแข็งแรงจากข้างในจนถึงส่งประกายความแจ่มใสแข็งแรงสู่ข้างนอกที่พวกเราจะเสนอแนะนั้น ใช้แค่เพียงผู้ช่วยชะลอวัยตัวจริงจากธรรมชาติที่สุดแสนอัศจรรย์อย่าง น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวบริสุทธิ์ 100%

ในสมัยที่รอบข้างมีแต่ว่าภาวะมลพิษอันสุ่มมีความเสี่ยงต่อการเสื่อมโทรมของสุขภาพและก็ผิวพรรณหันไปทางไหนก็พบแต่ว่าต้นสายปลายเหตุซึ่งสามารถทำลายความอ่อนวัยและก็ความแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ ควันพิษจากถนน ของกินขยะ (Junk Food) การบริโภคของกินที่อาจมีสารเคมีแปดเปื้อน พิษที่พวกเราจะต้องสัมผัสอย่างไม่รู้ตัวในชีวิตประจำวัน คลื่นคำสัญญาความถี่สูงต่ำจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในสมัยสังคมก้มตลอดจนถึงปัจจัยภายใน ตัวอย่างเช่น ความเคร่งเครียดสะสมจากงานการ อันทำให้สภาวะภาวะจิตใจท้อใจ จนกระทั่งทำให้หมดกำลังใจต่อสู้กับสิ่งต่างๆแล้วก็โรคร้าย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นจากเหตุผลใดก็ตาม แฟนสุขภาพสมัยใหม่อย่างพวกเราที่หันมาให้ความเอาใจใส่กับการคุ้มครองดูแลตนเองก่อนที่จะสายเกินแก้ ย่อมยอมมิได้ชาวเกาะน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% ก็เลยมีความรู้และมีความเข้าใจดีเกี่ยวกับน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว สิ่งอัศจรรย์ที่จะช่วยทั้งยังปกป้อง บำรุง และก็รักษา สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง พรอ้มด้วยความอ่อนวัยให้อยู่กับพวกเรานานๆมาฝาก ดังต่อไปนี้

น้ำมันมะพร้าวช่วยชะลอวัย
น้ำมันมะพร้าวช่วยชะลอวัย


1.
ช่วยชะลอวัย ด้วยการบำรุงแล้วก็ปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมร่างกายผ่านวิธีการทำงานต่างๆเหตุเพราะน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% มีกรดไขมันอิ่มตัวทางสายกลาง เป็นต้นว่า กรดอริก กรดค้างปริก และก็กรดค้างปริลิก อันเป็นผลดีต่อสุขภาพ แล้วก็ยังสามารถซึมไปสู่ร่างกายได้เร็ว ย่อยง่าย ไม่สะสม และก็ช่วยกระตุ้นการเผาไขมัน ซึ่งช่วยลดหุ่นโดยปริยาย แถมน้ำมันที่ทำจากมะพร้าวเองยังไม่มีคอเลสเตอรอล ดั้งจมูกนั้น เมื่ออวัยวะภายในร่างกายได้รับสารอาหารที่ดี ความเสื่อมถอยของเซลล์ในร่างกายพวกเราจะลดน้อยลงตามไปด้วย

2. ช่วยลดอนุมูลอิสระและไม่กำเนิดสารก่อโรคมะเร็งสาเหตุจาก ความเป็นกรดไขมันอิ่มตัวทางสายกลาง อีกด้วยเหมือนกัน ที่มีคุณลักษณะทนไฟสูงแม้นำไปทำกับข้าว แล้วก็ ไม่เปลี่ยนสภาพได้ง่าย ก็เลยผิดกลายเป็นอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งทำให้ต่างจากน้ำมันพืชประเภทอื่นๆนอกจากนั้นน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวยังมีอัตราการเกิดโพลิเมอร์ต่ำ ซึ่งหมายถึงสารเหนียวที่เกิดขึ้นจากการทอไฟแรง ซึ่งเป็นสาเหตุของเจ้าโรคมะเร็งร้าย ทำให้พวกเรามีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง แล้วก็ผิวพรรณพวกเราก็เลยแจ่มใสสดใสขึ้นอย่างพิจารณาได้จากข้างนอก

3. ลดการเกิดโรคหัวใจแล้วก็เส้นโลหิตตีบ เนื่องจากไขมันที่อยู่ในน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าวเป็นไขมันดี (HDL) ซึ่งจะเข้าช่วยลดไขมันตัวร้าย (LDL) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ แล้วก็เจ้าไขมันดีตัวนี้จะช่วยสำหรับการขยายเส้นเลือดแล้วก็ปกป้องการแข็งตัวของเส้นโลหิต ก็เลยเป็นการดูแลทั้งยังหัวใจรวมทั้งเส้นโลหิตให้แก่พวกเรา

4. ช่วยทุเลาอาการโรคโรคเบาหวานเนื่องจากว่าน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวนี้จะเข้าไปทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นแนวทางการทำงานของตับอ่อนสำหรับการสร้างอินซูลิน คนไข้ก็เลยไม่ต้องฉีดสารอินซูลินเมื่อใดก็ตามระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้น

5. เป็นผู้ช่วยหน้าใส ผิวพรรณผุดผ่อง เมื่อใช้ตลอด เพราะว่าด้วยคุณลักษณะดีเลิศต่างๆที่ถูกทำโดยธรรมชาติ ตัวน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวก็เลยนับว่าเป็นสารที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองใดๆก็ตามรวมทั้งเนื่องจากว่าอุดมด้วยกรดไขมันดีรวมทั้งสารบำรุง ก็เลยช่วยเลี้ยงดูผิวของพวกเราได้หมดตั้งแต่หัวถึงปลายตีน พวกเรามาไล่เรียงกันว่าน้ำมันมะพร้าวเป็นผู้ช่วยชะลอวัย ชะลอผิว ให้อ่อนวัยอิ่มใจอย่างไรบ้าง

• หนังหัวรวมทั้งเส้นผม คุณสามารถใช้น้ำมันที่ทำจากมะพร้าวนวดหนังหัวเพื่อช่วยรักษารังแคและก็กำจัดเชื้อรา โดยใช้น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าวนวดทาทั่วทั้งยังหัวและก็ย้ำย้ำอีกรอบที่ปลายผมทิ้งเอาไว้ 30 นาที เพียงแค่อาทิตย์ละ ครั้ง ก็จะรักษารังแคได้แถมเส้นผมยังนุ่ม ดกดำ เงาสวย มีน้ำหนักอีกด้วยเนื่องจากวิตามินอีในน้ำมันที่ทำจากมะพร้าวจะตรงเข้าซ่อมบำรุงจุดที่ผมเสียในทันทีทันใดที่ซึมไปสู่เนื้อผม

• บำรุงบริเวณใบหน้า และก็ผิวทั่วตัวนี่เป็นบั๊ดดี้ผิวสวยของผู้หญิงได้ดิบได้ดีอย่างเกินจริง เพราะว่าไม่ว่าคุณจะมีภาวะผิวแบบไหน สารบำรุงต่างๆในน้ำมันที่ทำจากมะพร้าว โดยเฉพาะ วิตามินอี จะเข้าไปช่วยเติมเต็มร่องผิวหย่อนยานคล้อย รวมทั้งชั้นผิวที่ถูกทำลายจากแสงอาทิตย์ มลพิษ หรือแม้กระทั้งปัญหาผิวตามอายุ ที่เกิดขึ้นจากการเสื่อมลงตามเดิมของเซลล์ผิวหนัง ซึ่งนอกเหนือจากการที่จะดูแลรักษาแล้ว ยังสร้างผิวที่แข็งแรงเพื่อคุ้มครองและก็ต่อกรกับปัญหาที่บางทีอาจเกิดขึ้นเมื่อพวกเราหย่อนยานการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

• ชำระล้างผิวหน้า ใช้แทน Cleansing Oil ถูล้างเครื่องแต่งตัวข้างหลังการแต่งหน้าทาปากได้อย่างยอดเยี่ยมโดยไม่ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองและก็ผิวที่แห้งหยาบ

• ชำระล้างโพรงปาก … ใช้น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวทำ Oil Pulling ฆ่าเชื้อโรคด้านในโพรงปากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนตื่นช่วงเวลาเช้า น้ำมันที่ทำจากมะพร้าวสามารถกำจัดแบคทีเรียพวกนี้ได้สะอาด!โดยใช้อมล้างคอทิ้งเอาไว้โดยประมาณ นาทีแล้วบ้วนทิ้ง เพียงเท่านี้พวกเราก็จะมีสุขภาพโพรงปากลึกไปถึงช่องคอ

• ขจัดปัญหาส้นแตก … ด้วยการทาน้ำมันมะพร้าวรวมทั้งนวดเบาๆรอบๆที่มีปัญหา ให้น้ำมันซึมเข้าไปบำรุงให้สูงที่สุด ทำต่อเนื่องทุกวี่ทุกวัน ไม่นานคุณก็จะมองเห็นความเคลื่อนไหวแบบที่ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อครีมราคาสูงเลย

มองเห็นถึงผลดีเยอะแยะของน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวแบบงี้ แม้กระนั้นข้อเท็จจริงยังมีอีกสารพัดสารพันคุณประโยชน์ที่จะช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกาย ฟื้นฟูสุขภาพด้านในให้กลับมาดีอย่างกับย้อนอายุเซลล์ กระทั่งปรากฏเป็นความสดใสสวยงาม ออกมาสู่ผิวพรรณแล้วก็ความแจ่มใสซึ่งสามารถแลเห็นได้จากข้างนอก ก็เลยจะต้องกระซิบกระซาบดังว่า ผู้หญิงชายหนุ่มต้องมีน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวติดบ้านไว้เป็นผู้ช่วยสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณที่มองย้อนวัยตลอดกาลไม่ว่าวันนี้ หรือในอีก 10 ปีด้านหน้า

 

9 สมุนไพรช่วยลดกลิ่นตัวหาไม่ยาก แต่ใช้ได้ผลมากจนอยากบอกต่อ !

9 สมุนไพรช่วยลดกลิ่นตัวหาไม่ยาก แต่ใช้ได้ผลมากจนอยากบอกต่อ !

Credit: health.kapook.com

 

สมุนไพรช่วยลดกลิ่นตัวที่หามาใช้กันไม่ยาก แต่ช่วยระงับกลิ่นเต่า กลิ่นตัวของเราได้ดีมาก ๆ จนอยากให้ลอง          บ้านเราเป็นเมืองร้อนและชื้นซึ่งก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หลายคนมีกลิ่นตัวขึ้นมาได้ เนื่องจากกลิ่นตัวเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียจากเหงื่อ จากเชื้อโรค เชื้อราตามผิวหนังและเสื้อผ้า ยิ่งมาบวกกับอากาศร้อน ๆ และความอับชื้นในอากาศ เชื้อแบคทีเรียที่รวมกับเหงื่อไคลของเราก็ยิ่งหมักหมมจนส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมากันใหญ่ ทว่าปัญหากลิ่นตัวจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องหนักใจอีกต่อไป ถ้าคุณได้ลองใช้ 9 สมุนไพรดับกลิ่นตัวต่อไปนี้

1. ขิง

ขิงมีสรรพคุณช่วยต้านแบคทีเรีย จึงช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่อาจเกิดบนผิวกายได้ โดยวิธีใช้ขิงดับกลิ่นตัวก็เพียงบดขิงแห้งให้เป็นผง แล้วนำมาผสมกับเบกกิ้งโซดาในปริมาณเท่า ๆ กัน จากนั้นนำมาทาเป็นแป้งที่ใต้วงแขน ข้อพับ เพื่อให้ขิงและเบกกิ้งโซดาช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ต้นกำเนิดตัวจี๊ดของกลิ่นกาย แถมขิงยังมีสรรพคุณช่วยลดความอับชื้นด้วยนะคะ ดังนั้นหมดห่วงเรื่องเหงื่อและกลิ่นตัวที่มักจะมาพร้อมกันได้เลย

2. ขมิ้น

 

ในขมิ้นมีน้ำมันหอมระเหย Tumerone ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี และยังช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน แถมยังช่วยบำรุงผิวได้ด้วย ส่วนวิธีการใช้ขมิ้นดับกลิ่นตัวแนะนำให้นำขมิ้นชันไปตากแห้ง บดเป็นผงแล้วนำมาทาใต้วงแขน หรือบริเวณที่อับชื้นอย่างข้อพับ เท่านี้ก็จะช่วยระงับกลิ่นตัวได้แล้วค่ะ

3. สะระแหน่

 

สารสกัดจากสะระแหน่มีคุณสมบัติเป็นยาดับกลิ่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงนำสารสกัดจากสะระแหน่ประมาณ 2-3 หยด ใส่ลงในอ่างอาบน้ำ แล้วลงไปแช่ตัวสัก 5 นาที หรือจะใช้ใบสะระแหน่สดประมาณ 2 กำมือ มาต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง แล้วนำมาผสมเป็นน้ำอาบเพื่อดับกลิ่นตัวก็ได้เช่นกันค่ะ

4. ใบพลู

 

ใบพลูมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้หลายชนิด โดยวิธีใช้ก็ให้นำใบพลูมาขยี้แล้วทารักแร้หลังอาบน้ำ ทิ้งไว้สักพักแล้วจึงล้างออก

5. ใบฝรั่ง

 

นอกจากจะช่วยระงับกลิ่นปากได้แล้ว ใบฝรั่งยังช่วยระงับกลิ่นตัวได้เช่นกัน โดยนำใบฝรั่งประมาณ 10 ใบ มาโขลกให้ละเอียดแล้วทารักแร้ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วอาบน้ำให้สะอาด

6. ตำลึง

 

ผักริมรั้วอย่างตำลึงเมื่อมาผสมกับปูนแดงในปริมาณเล็กน้อย จะมีสรรพคุณในการต้านเชื้อแบคทีเรียและระงับกลิ่นกายได้ โดยให้นำต้นตำลึงสด ๆ ประมาณ 1-2 กำมือมาตำจนละเอียด แล้วผสมกับปูนแดงเล็กน้อยพอให้เข้ากันดี จากนั้นนำส่วนผสมมาทาใต้วงแขนทิ้งไว้สักครู่จึงล้างออก แนะนำให้ทำติดต่อกันสัก 1 สัปดาห์นะคะ เพื่อช่วยระงับกลิ่นตัวได้ดีขึ้น

7. เปลือกมังคุด

 

 

เปลือกมังคุดมีสารแมงโกสตินที่ช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยวิธีใช้ให้นำเปลือกมังคุดแห้ง 1 ส่วน ต้มกับน้ำ 3 ส่วน จากนั้นเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนปริมาณน้ำลดลงเกินครึ่งแล้วค่อยกรองเอากากออก พอได้น้ำต้มเปลือกมังคุดมาแล้วให้ผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตรแล้วใช้อาบน้ำ หรือใช้จะวิธีนำเปลือกมังคุดแห้งประมาณ 1-2 กำมือ มาต้มกับสะอาดำเล็กน้อยต้มก็จะได้น้ำเปลือกมังคุดเข้มข้น มาใช้ทาบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

8. มะขามเปียก

 

 

นอกจากจะมีฤทธิ์กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีแล้ว มะขามเปียกยังจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไม่ให้เกิดการหมักหมม อันเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เหงื่อ และความอับชื้น โดยวิธีใช้ก็เพียงคั้นน้ำมะขามเปียกปริมาณพอเหมาะ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วใช้น้ำมะขามแทนสบู่ตอนอาบน้ำ เน้นบริเวณใต้วงแขนและข้อพับให้มากหน่อย จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาด

9. มะนาว

 

 

กรดในน้ำมะนาวจะช่วยลดค่า pH ของผิวใต้วงแขนได้ ส่งผลให้แบคทีเรียเติบโตได้ยาก โดยวิธีใช้ก็ไม่ยากค่ะ เพียงหั่นมะนาวเป็น 2 ซีก (ตามแนวนอน) จากนั้นคั้นน้ำมะนาว 1 ซีกมาผสมกับน้ำสะอาด 1/2-1 ถ้วยตวง แล้วจัดการทาส่วนผสมให้ทั่ววงแขนหลังอาบน้ำเสร็จเป็นประจำ ทว่าหากใครมีบาดแผลที่ใต้วงแขนหรือตามข้อพับ สูตรนี้อาจไม่แนะนำนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแสบจากกรดของมะนาวได้

          เห็นไหมคะว่าสมุนไพรดับกลิ่นตัวทั้ง 9 ชนิดนี้หาไม่ยากเลย ใครที่มีปัญหากลิ่นตัวแรง ใช้อะไรก็แทบเอาไม่อยู่ ลองหันมาใช้สมุนไพรระงับกลิ่นกายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกดูสิคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โลโก้ชีวจิต 

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ

ระบบฐานข้อมูลสมุนไพร​

สำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

โรงเรียนอัสสัมชันอุบลราชธานี

stylecraze, top10homeremedies

สูตรคำนวณพลังงาน ใน 1 วัน มาดูกันร่างกายต้องการแค่ไหน

00-สูตรคำนวณพลังงาน ใน 1 วัน

สูตรคำนวณพลังงาน ใน 1 วัน มาดูกันร่างกายต้องการแค่ไหน

Credit: health.kapook.com

ในแต่ละวันตัวเราเองต้องการพลังงานมากน้อยแค่ไหน ใครอยากรู้ก็คำนวณดูเลย รู้แล้วยังช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วนได้ด้วยล่ะ

การรับประทานอาหารในปริมาณมาก ๆ อาจไม่ได้ทำให้เราอ้วนได้เสมอไปก็ได้นะคะ ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้พลังงานมาก ๆ ในการทำกิจกรรมในแต่ละวัน หรือเป็นหนุ่มสาวรักการออกกำลังกาย ก็จะสามารถเบิร์นพลังงานที่ได้จากการทานอาหารให้ออกไปได้หมด แต่ถ้าใครเป็นคนไม่ค่อยออกกำลัง วัน ๆ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมอะไร แบบนี้ต้องระวังเรื่องการทานอาหารกันหน่อยแล้วค่ะ เพราะถ้ารับพลังงานมามากจนเกินไป พลังงานที่เหลือจะกลายเป็นส่วนเกินแล้วความอ้วนก็จะถามหาทันที !!!

 

แคลอรี่

          ว่าแต่เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าในแต่ละวันเราต้องการพลังงานมากน้อยแค่ไหน จะได้ไม่เหลือเก็บเป็นพลังงานส่วนเกิน เรามีวิธีสูตรวิธีคำนวณพลังงานแบบง่าย ๆ มานำเสนอแล้ว

          สำหรับวิธีคำนวณพลังงานในแต่ละวันนั้น ๆ จริง ๆ มีอยู่ด้วยกันหลายสูตร แต่เราจะขอนำเสนอ 2 สูตร ให้เพื่อน ๆ ลองไปคำนวณกันดู โดยพลังงานที่แต่ละคนควรได้รับใน 1 วัน จะขึ้นอยู่กับเพศ อายุ รวมทั้งกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันด้วย

 

สูตรคำนวณพลังงาน

สูตรคำนวณพลังงาน BMR 

หนึ่งในสูตรที่คนใช้กันมากก็คือ Basal Metabolic Rate (BMR) ของ Harris Benedict Formula เป็นสูตรคำนวณพลังงานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นค่าที่บ่งบอกถึงพลังงานที่น้อยที่สุดที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้ในขณะที่เราอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไร สามารถคำนวณได้ดังนี้

BMR สำหรับผู้ชาย = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัว (กิโลกรัม))+(5 x ส่วนสูง (เซนติเมตร))-(6.8 x อายุ)

BMR สำหรับผู้หญิง = 665 + (9.6 x น้ำหนักตัว (กิโลกรัม))+(1.8 x ส่วนสูง (เซนติเมตร))-(4.7 x อายุ)

ยกตัวอย่างกันหน่อย สมมติว่า A เป็นผู้หญิง อายุ 30 ปี ส่วนสูง 165 ซม. น้ำหนัก 60 กก. BMR จะเท่ากับ 665 +(9.6 x 60)+(1.8 x 165)-(4.7 x 30) = 1,397 กิโลแคลอรี

ตัวเลขที่ได้คือ พลังงานที่จำเป็นพื้นฐานในการมีชีวิต หมายถึงว่า A ต้องการพลังงานอย่างน้อย 1,397 กิโลแคลอรี ในการดำรงชีวิตในแต่ละวันในกรณีที่วันนั้น A ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเลย

จากสูตรนี้เห็นได้ว่าคนที่มีส่วนสูงและน้ำหนักมาก จะมีค่า BMR มากกว่าคนที่มีส่วนสูงและน้ำหนักน้อยกว่า หรือกรณีที่มีอายุมากขึ้น ค่า BMR ก็จะลดลงไปด้วย เพราะยิ่งคนมีอายุมากขึ้น อัตราการเผาผลาญของร่างกาย หรือที่เรียกว่า “เมตาบอลิซึม” ก็จะปรับลดลงตามไปด้วย

อ๊ะ…แต่ได้ตัวเลข BMR มาแล้วก็ยังไม่จบนะ เพราะอย่าลืมว่าในแต่ละวันเราต้องทำกิจกรรมมากมาย ทั้งนั่ง เดิน นอน ดูทีวี ทำงาน ออกกำลังกาย ซึ่งกิจกรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน พลังงานที่ต้องการในแต่ละวันจึงไม่เท่ากันด้วย ดังนั้นเราต้องมาคำนวณหาปริมาณแคลอรีที่เราใช้ในแต่ละวัน หรือค่าของพลังงานที่เราสามารถใช้ได้หมดในแต่ละวัน ที่เรียกว่า TDEE (Total Daily Energy Expenditure) กันต่อ วิธีการก็คือ ดูว่าในแต่ละวันเราทำกิจกรรมและออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน แล้วนำค่า BMR ที่ได้ไปคูณดังนี้

– นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย หรือน้อยมาก = BMR x 1.2
– ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย 1-3 วัน/สัปดาห์, เดินบ้างเล็กน้อย ทำงานออฟฟิศ = BMR x 1.375
– ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง 3-5 วัน/สัปดาห์, เคลื่อนที่ตลอดเวลา = BMR x 1.55
– ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์ = BMR x 1.725
– ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก หรือเป็นนักกีฬา ทำงานที่ใช้แรงงานมาก = BMR x 1.9

เช่น จากตัวอย่างด้านบน คุณ A มีค่า BMR = 1,397 กิโลกรัมแคลอรี ถ้าเป็นคนที่แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย เท่ากับต้องนำ BMRx1.2 ก็จะได้ปริมาณแคลอรีที่ต้องการในหนึ่งวันเป็น 1,397×1.2 = 1,676.4 ดังนั้นถ้าต้องการควบคุมน้ำหนัก ก็ไม่ควรทานอาหารมากเกินกว่า 1,676.4 กิโลแคลอรีนั่นเอง เพราะร่างกายเราสามารถเผาผลาญได้เพียง 1,676.4 กิโลแคลอรี ถ้าทานมากกว่านี้ ส่วนที่เหลือก็เป็นส่วนเกิน

แคลอรี่ในอาหาร

สูตรคำนวณพลังงาน REE 

นี่ก็เป็นอีกสูตรหนึ่งที่มีความแม่นยำพอสมควร เรียกว่า “Mifflin St. Jeor Equation” โดยเราจะคำนวณหาค่า REE (Resting Energy Expenditure) หรือพลังงานพื้นฐานที่ร่างกายต้องการขณะพัก วิธีการคำนวณก็คล้าย ๆ กับสูตรแรก แต่ตัวเลขที่ใช้คำนวณจะแตกต่างกัน คือ

          –

เพศชาย

= (10 x น้ำหนัก (กิโลกรัม)) + (6.25 x ส่วนสูง (เซนติเมตร)) – (5 x อายุ) + 5

          – เพศหญิง = (10 x น้ำหนัก (กิโลกรัม)) + (6.25 x ส่วนสูง (เซนติเมตร)) – (5 x อายุ) – 161

ยกตัวอย่าง คุณ A เป็นผู้หญิง อายุ 30 ปี ส่วนสูง 165 ซม. น้ำหนัก 60 กก. ค่าที่ได้ก็จะเท่ากับ (10 x 60) + (6.25 x 165) – (5 x 30) – 161 = 1,329.25 กิโลแคลอรี

เมื่อคำนวณได้ค่า REE เรียบร้อยแล้ว เราต้องมาคำนวณสูตร TDEE เพื่อหาพลังงานที่ใช้ได้หมดในแต่ละวันกันต่อ เช่นเดียวกันคือต้องพิจารณาว่าในแต่ละวันเราทำกิจกรรมอะไรบ้าง นำค่า REE ที่ได้มาคูณดังนี้

– นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย หรือน้อยมาก = REE x 1.2

          – ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย 1-3 วัน/สัปดาห์, เดินบ้างเล็กน้อย ทำงานออฟฟิศ = REE x 1.375

          – ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง 3-5 วัน/สัปดาห์, เคลื่อนที่ตลอดเวลา= REE x 1.55

          – ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์ = REE x 1.725

          – ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก หรือเป็นนักกีฬา ทำงานที่ใช้แรงงานมาก = REE x 1.9

          ตัวอย่าง คุณ A คำนวณค่า REE ได้ 1,329.25 กิโลแคลอรี ถ้าเป็นคนที่แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย เท่ากับต้องนำตัวเลขนี้ไปคูณ 1.2 ก็จะได้ปริมาณแคลอรีที่ต้องการในหนึ่งวันเป็น 1,329.25×1.2 = 1,595.1 ดังนั้นถ้าต้องการควบคุมน้ำหนัก ก็ไม่ควรทานอาหารมากเกินกว่า 1,595.1 กิโลแคลอรีนั่นเอง

จะเห็นว่าทั้ง 2 สูตรคำนวณออกมาแล้วได้ตัวเลขไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ซึ่งในช่วงหลายปีก่อน คนจะนิยมใช้สูตร BMR กันมาก แต่ในระยะ 1-2 ปีหลัง นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญหลายคนเริ่มแนะนำให้ใช้สูตร REE รวมทั้งสมาคมโรคเบาหวานอเมริกัน (the American Dietetic Association) ก็ระบุว่า สูตร REE มีความแม่นยำพอสมควร จึงแนะนำให้ใช้สูตรนี้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

ลองจดส่วนสูง น้ำหนักของตัวเอง แล้วเข้าสูตรคำนวณกันดูนะคะ ได้ตัวเลขอย่างไรแล้ว ถ้าอยากลดน้ำหนักก็พยายามควบคุมการรับประทานอาหารใน 1 วันให้ได้น้อยกว่าค่าที่ออกมา แต่ถ้าอยากเพิ่มน้ำหนักก็ต้องทานให้ได้มากกว่าค่าที่คำนวณได้ ขอบอกว่าหลายคนนำวิธีนี้ไปใช้ในการเพิ่ม-ลดน้ำหนักแล้วเห็นผลได้จริง ๆ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

– livestrong.com

– nutritionalconcerns.com

– ucl.ac.uk

รวม 5 ผลไม้ต้านมะเร็งเต้านม กินอร่อยแถมป้องกันโรค

รวม 5 ผลไม้ต้านมะเร็งเต้านม กินอร่อยแถมป้องกันโรค

 

Credit: women.trueid.net

 


รวม 5 ผลไม้ต้านมะเร็งเต้านม กินอร่อยแถมป้องกันโรค โดย koratnextgen-plus

 

มะเร็งเต้านม โรคร้ายแรงที่เป็นศัตรูตัวฉกาจสำหรับผู้หญิง และแน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เจ้าโรคนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับตัวเอง ดังนั้นเราควรป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ เพราะโรคมะเร็งเต้านมโดยส่วนมากแล้วเกิดจากพฤติกรรมการกินเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเราจึงนำ 5 ผลไม้ต้านมะเร็งเต้านมมาฝากกันค่ะ ไปดูกันว่าถ้าเราจะกินผลไม้ทั้งที มีผลไม้ชนิดไหนที่ช่วยป้องกันเราจากเจ้าโรคร้ายชนิดนี้ได้บ้างค่ะ

รวม 5 ผลไม้ต้านมะเร็งเต้านม กินอร่อยแถมป้องกันโรค

1. ทับทิม
สารอาหารในทับทิมมีประโยชน์กับผู้หญิงอย่างเรามากเหลือเกินค่ะ เพราะไฟโตนิวเทรียนท์ในทับทิมและกรดเอลลาจิก รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ นั้นสามารถทำหน้าที่ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในร่างกายเราได้ค่ะ โดยหน้าที่ของมันสามารถช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิดปกติได้ ซึ่งคุณสมบัตินี้ ทับทิม จึงกลายเป็นผลไม้ชนิดแรกที่เรานำมาฝากกันค่ะ

มังคุด_shutterstock_452729767-003

2. มังคุด
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เผยให้เราเห็นว่าสารสกัดจากมังคุดช่วยทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้ ไม่เว้นแม้แต่มะเร็งเต้านมเท่านั้นค่ะ แต่สามารถช่วยป้องกันมะเร็งทุกชนิดเลยทีเดียว

shutterstock_357004124-002

3. ส้ม
สารแคโรทีนอยด์ในส้มนั้นมีประโยชน์ในการปกป้องเราให้ห่างจากมะเร็งอย่างสูงเลยล่ะค่ะ รวมถึงวิตามิน c ในส้ม ยังช่วยป้องกันเราจากหวัดได้อีกด้วย เรียกว่ากินส้มแค่ผลเดียว แต่สามารถป้องกันเราจากหลายๆ โรคได้เลยนะ

papaya_shutterstock_355963937-003

4. มะละกอ
ผลไม้สีส้มอย่างเช่นมะละกอนั้น อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน และวิตามินต่างๆ ทั้งวิตามิน A C และสารอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้มีคุณสมบัติช่วยในการต้านมะเร็งได้ค่ะ โดยลักษณะการทำงานของสารเหล่านี้จะทำหน้าที่เข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกหรือเซลล์ที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งซึ่งยังช่วยต้านทั้งมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับได้อีกด้วยค่ะ

shutterstock_322257455-001

5. แอปเปิ้ล
กินแอปเปิ้ลวันละผลจะห่างไกลจากโรค คำนี้ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอค่ะ เพราะแอปเปิ้ลจัดเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอยู่สูงเลยที่เดียว รวมถึงยังมีฟลาโวนอยด์ เส้นใยและสารอาหารอื่น ๆ ที่ร่างกายสามารถนำมาใช้เพื่อต้านมะเร็งได้อีกด้วย ซึ่งสารอาหารส่วนมากมักสะสมอยู่ที่เปลือกของแอปเปิ้ลค่ะ กินแอปเปิ้ลคราวหน้าก็อย่าปอกเปลือกทิ้งนะคะ

4 สูตร สมูทตี้ กินหลังออกกำลังกาย เผาผลาญต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

4 สูตร สมูทตี้ กินหลังออกกำลังกาย เผาผลาญต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

 

Credit: women.trueid.net

 

ตั้งใจออกกำลังกายแล้วรวมถึงยังควบคุมอาหารอีก แต่ทำไมดูเหมือนว่าน้ำหนักยังไม่ค่อยลดตามที่ตั้งใจไว้ บางทีอาจเป็นไปได้ว่าร่างกายของเราไม่ค่อยเผาผลาญพลังงานก็เป็นไปได้ค่ะ ถ้าเกิดอาการแบบนี้แล้ว คงต้องหาวิธีกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ

คราวนี้เราได้จัด 4 สูตรสมูทตี้ ที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานให้ร่างกาย รวมถึงยังมีแคลอรี่ต่ำ ทำให้สาวๆ สามารถดื่มหลังออกกำลังกายได้ค่ะ ซึ่งทั้ง 4 สูตรนี้ นอกจากจะมีผลไม้ที่ช่วยเร่งการเผาผลาญได้แล้ว หากได้ดื่มหลังออกกำลังกาย จะช่วยให้ร่างกายของสาวๆ สามารถเผาผลาญพลังงานได้ต่อเนื่อง ทำให้ช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้เร็วอีกด้วยล่ะค่ะ ว่าแล้วก็ไปดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

สูตรที่ 1 สมูทตี้กล้วย + เมล็ดเจีย

4 สูตร สมูทตี้ กินหลังออกกำลังกาย เผาผลาญต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

– กล้วยหอม 1 ลูก
– ขิงหั่นชิ้น 2-3 ชิ้น
– เมล็ดเจีย 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำเลม่อนหรือน้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

สูตรที่ 2 สมูทตี้แครอท + บีทรูท

4 สูตร สมูทตี้ กินหลังออกกำลังกาย เผาผลาญต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

– แครอทครึ่งหัว
– น้ำส้มคั้น 1 ถ้วย
– บีทรูทครึ่งหัว
– น้ำเลม่อนหรือน้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

สูตรที่ 3 สมูทตี้แอปเปิ้ล + สับปะรด

4 สูตร สมูทตี้ กินหลังออกกำลังกาย เผาผลาญต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

– สับปะรด 1/4 ลูก
– น้ำส้มคั้น 1 ถ้วย
– แอปเปิ้ล 1 ลูก
– น้ำเลม่อนหรือน้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

สูตรที่ 4 สมูทตี้ส้ม + สตอเบอร์รี่

4 สูตร สมูทตี้ กินหลังออกกำลังกาย เผาผลาญต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

– บีทรูท 1 หัว
– น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วย
– สตอเบอร์รี่ 3 – 4 ลูก
– แครอทครึ่งหัว

 

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

 

Credit: women.trueid.net

 

 

สาวๆ คนไหนที่เกิดอาการหิวบ่อย จนต้องคอยกินขนมกรุบกริบจนติดปาก แต่ว่าอยากผอม ครั้นจะให้อดก็พาลอารมณ์เสียและหงุดหงิด วันนี้ Womem Society มีวิธีแก้มาให้สาวๆ แล้วค่ะ

โดยเรานำ 6 สูตรสมูทตี้ รสชาติดี ที่ทำให้สาวๆ อิ่มได้ทน อิ่มได้นาน ไม่ต้องคอยกินขนมแก้หิว ที่สำคัญยังช่วยเผาผลาญ ลดความอ้วน ลดหน้าท้องได้อีกด้วย เรียกว่ายิ่งดื่มยิ่งผอม และได้ประโยชน์เน้นๆ จากผักและผลไม้ มาให้สาวๆ ที่ชอบหิวบ่อยๆ ได้ลองไปทำดูค่ะ คราวนี้ ต่อให้กินเท่าไหร่ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอ้วนแล้วล่ะค่ะ

 

 

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

สูตรที่ 1 Orange Morning

สูตรนี้เหมาะกับการดื่มตอนเช้าค่ะ ซึ่งสมูทตี้สูตรนี้ มีส่วนผสมแค่ 4 อย่าง คือ แอปเปิ้ลเขียวครึ่งลูก มะนาวครึ่งลูก ขิงหั่นแว่น 3 ชิ้นและแครอทครึ่งหัว ปั่นทุกอย่างรวมกัน ดื่มหลังอาหารเช้า จะช่วยย่อยและเร่งการเผาผลาญได้ค่ะ

 

 

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

สูตรที่ 2 Red Juice

แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก บีทรูทครึ่งหัว มะนาวหรือเลมอนครึ่งลูกและแครอทครึ่งหัว สูตรนี้จะได้สมูทตี้สีแดงที่ช่วยกำจัดไขมันและช่วยระบาย ลดหน้าท้องได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ จะดื่มระหว่างวันหรือจะดื่มตอนไหนก็ได้ แต่ถ้าอยากให้อร่อยและดื่มง่ายขึ้น  เอาไปแช่เย็นซักหน่อยก็จะดีเลยล่ะค่ะ

 

 

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

สูตรที่ 3 Choco Smoothie

ใครว่าสมูทตี้ต้องมีแต่ผักและผลไม้สด โกโก้ก็สามารถนำมาเป็นสมูทตี้ได้เช่นกันแถมอร่อยด้วยค่ะ กับสูตรนี้ที่ใช้ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ ผงซินนามอนครึ่งช้อนชา อินทผาลัมอบแห้งแกะเอาแต่เนื้อ 2 – 3 ลูก ถั่วลิสงอบหรือคั่วจนสุก 1 ถ้วยและขิงหั่นแว่น 2 ชิ้น ปั่นรวมกัน ดื่มตอนเช้าหรือก่อนออกกำลังกาย 2 – 3 ชั่วโมง ช่วยเร่งการเผาผลาญได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ สูตรนี้ดื่มคู่กับการออกกำลัง รับรองว่าผอมได้แน่นอน

 

 

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

สูตรที่ 4 Lemonade

สูตรน้ำมะนาวยอดฮิตที่สาวๆ สายสมูทตี้การันตีมาแล้วว่าเวิร์ค โดนสูตรนี้ใช้น้ำมะนาวหรือเลมอนครึ่งลูก ใบมิ้นต์หรือใบสะระเหน่ 5 – 10 ใบชงเป็นน้ำชา ขิงหั่นแว่น 2 ชิ้น ผสมทุกอย่างลงในขวดแล้วเขย่าให้เข้ากัน ดื่มตอนเช้าก่อนมื้ออาหาร จะช่วยขับลม ลดหน้าท้องและช่วยระบาย ถือเป็นสูตรที่ถ้าดื่มบ่อยๆ จะช่วยให้พุงแบน หน้าท้องแบนราบได้แบบง่ายๆ ค่ะ

 

 

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

สูตรที่ 5 Green Day

หากวันไหนที่สาวๆ รู้สึกอาหารไม่ค่อยย่อย ไม่สบายตัวเพราะท้องอืด อึดอัด เราแนะนำสูตรนี้เลยค่ะ ใช้แตงกวาลูกเล็ก 2 -3 ลูก แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก มะนาวครึ่งลูกและผักใบเขียวอย่างเช่นคะน้า 2 – 3 ใบ ปั่นทุกอย่างรวมกันแล้วดื่มทันที สูตรนี้ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก และถือเป็นอีกสูตรที่ทำให้หน้าท้องของเราเรียบแบนได้ค่ะ

 

 

หิวบ่อยแต่อยากผอม! 6 สูตรสมูทตี้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง ประโยชน์แน่น อิ่มนาน

สูตรที่ 6 Citrus Smoothie

สูตรนี้ถือเป็นอีกสูตรที่เหมาะแก่การดื่มคู่กับการออกกำลังกายค่ะ เพราะมีส่วนผสมของกล้วย 1 ลูก ส้ม 1 ลูก อินทผาลัมอบแห้งแกะเอาแต่เนื้อ 2 – 3 ลูก ขิงหั่นแว่น 2 ชิ้นและเมล็ดเจีย 2 ช้อนชา ปั่นทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วดื่มก่อนออกกำลังกาย 2 – 3 ชั่วโมง สูตรนี้ช่วยเผาผลาญได้ดี ทำให้สาวๆ เบิร์นได้เร็วค่ะ

8 เมนูน้ำปั่น ลดน้ำหนัก กินง่าย ไม่มีผัก

เมนูน้ำปั่นลดความอ้วน

8 เมนูน้ำปั่น ลดน้ำหนัก กินง่าย ไม่มีผัก

Credit: women.trueid.net

 

ต้องการจะ ลดหุ่น ลดหุ่น แต่ว่าร้านค้าน้ำปั่น แถวสถานที่ทำงานไม่ค่อยเปิดโอกาส ผู้ใดที่กำลังพบปัญหแบบงี้อยู่ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลไปค่า เนื่องจากว่าวันนี้พวกเรามีสูตรสั่งน้ำปั่นแบบที่ดีต่อหุ่น แถมดีต่อใจมาฝากกันเป็นรายการอาหารน้ำปั่น แบบ ที่ดื่มแล้วไม่ต้องวิตกกังวลว่าท้องจะยื่นเลยค่า เพราะว่านอกเหนือจากจะอร่อยแล้ว ยังไม่ทำให้อ้วนด้วย!

 

โดยหลักสำหรับการสั่งน้ำ บอกให้เคยปากเลยจ้ะ ว่า ไม่ใส่น้ำตาล หรือใส่ให้ต่ำที่สุด บางรายการอาหารบางทีก็อาจจะเปรี้ยวหรือจืดชืดไปนิด แม้กระนั้นยืนยันว่าดีต่อหุ่นมากยิ่งกว่าการใส่น้ำตาลแน่ๆ!รวมทั้งถ้าหากอย่างใดจำเป็นต้องใส่นมให้เลือกเป็นแบบไขมัน 0% หรือแบบ Low Fat จะยอดเยี่ยมนะจ๊ะ

1. น้ำผึ้งมะนาวปั่น

สำหรับรายการอาหารนี้ถ้าเกิดทำเอง ชี้แนะให้ใช้เลมอน+น้ำผึ้งเลยจ้ะ เพราะว่าเลมอนรวมทั้งน้ำผึ้งนับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับการดีท็อกซ์ ช่วยทำให้ถ่ายชำนาญ แล้วก็ลดไขมันท้องได้ดีมากเลยเชียวค่า แต่ว่าถ้าหากร้านค้าไหนไม่มีเลมอนจะสั่งเป็นมะนาวก็คุณประโยชน์ดีไม่แพ้กัน!

2. น้ำแตงโมปั่น

น้ำแตงโมปั่น นับว่าเป็นน้ำลดน้ำหนักอันดับหนึ่งเลยจ้ะ ด้วยเหตุว่าเป็นน้ำที่มีแคลอรี่ต่ำแบบสุดๆ แถมแตงโมยังมีแร่ วิตามิน แล้วก็กากใยที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มไวอิ่มนานอีกด้วยล่ะค่า ถ้าหากวันไหนกระหายน้ำปั่นเย็นสดชื่น สั่งน้ำแตงโมให้ไวเลยจ้าา

3. สตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตปั่น

รายการอาหารสมูทตี้โยเกิร์ต กล่าวได้ว่าเป็นรายการอาหารลดความอ้วนที่ดีอีกรายการอาหารหนึ่งเลยจ้ะ เพราะว่าโยเกิร์ตจะช่วยลดอาการท้องอืดได้ดิบได้ดี ช่วยทำให้ถ่ายชำนาญขึ้น หากไม่เคยรู้จะสั่งรายการอาหารโยเกิร์ตรายการอาหารไหนดี พวกเราชี้แนะสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตเลยจ้ะ เพราะว่านอกเหนือจากจะดีต่อหุ่นแล้ว สตรอเบอร์รี่ยังช่วยควบคุมจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือดด้วยรวมทั้งอย่าลืมสั่งโยเกิร์ตแบบ Low Fat นะจ๊ะ

4. น้ำส้มปั่น

ต้องการหุ่นงามแบบนางเอก ก็จำต้องกินน้ำนางเอก หรือน้ำส้มนี่สิค่ะ เพราะเหตุว่าส้มนั้นคือผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่า มีกากใยเยอะจ้ะ คนไหนกันแน่ท้องเฟ้อ ถ่ายไม่ออก หรือคิดว่าพุงยื่นกินน้ำส้มให้ไวจ้ะน้ำส้มจะช่วยทำให้การขับถ่ายดียิ่งขึ้น ช่วยลดความอ้วน ลดท้องได้ดิบได้ดีเลยล่ะค่าา

5. น้ำมะพร้าวปั่น

ดื่มแล้วสดชื่น แถมไม่ทำให้อ้วน ก็จำเป็นต้องน้ำมะพร้าวปั่นนี่เลยจ้ะ สำหรับมะพร้าวมิได้คือผลไม้ที่มีรสหวานมากมาย ก็เลยแน่ๆว่า ไม่ทำให้อ้วนกล้วยๆแน่ๆจ้ะ รวมทั้งน้ำมะพร้าวยังช่วยล้างพิษแล้วก็ขับของเสียออกมาจากร่างกายได้เป็นอย่างดี ก่อนสั่งอย่าลืมกล่าวว่า ไม่ใส่น้ำตาลด้วยนะคะ จะได้ไม่เสี่ยงท้องป่อง!

6. น้ำสับปะรดปั่น

ร้อนอย่างนี้ ได้น้ำสับปะรดปั่นสักแก้ว บอกเลยว่า ชื่นบานที่สุดจ้ะ แล้วก็นอกเหนือจากที่จะช่วยคลายร้อนได้แล้ว สับปะรดยังช่วยรักษาอาการบวมน้ำ ไขปัญหาท้องผูกท้องขึ้นได้ด้วย ที่สำคัญสับปะรดยังมีฤทธิ์เป็นกรดช่วยสำหรับการย่อยของกินชนิดโปรตีนเจริญอีกด้วยล่ะค่า แล้วก็ถ้าเกิดต้องการให้ได้ประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มเสารสลงไป ก็ช่วยทำให้หุ่นดี แถมมีชีวิตชีวาขึ้นอีกหลายเท่าเลยล่ะ!

7. กล้วยโกโก้ปั่น

ดื่มเพียงแค่กล้วยปั่นบางครั้งก็อาจจะจืดชืดไปหน่อย ไม่ถูกปากคนอีกหลายคนจ้ะ ทดลองเปลี่ยนแปลงมาเป็นกล้วยโกโก้ปั่นก็ช่วยทำให้ดื่มง่ายดายมากยิ่งขึ้น แถมไม่อ้วนด้วยนะด้วยเหตุว่าทั้งยังกล้วยแล้วก็โกโก้ต่างก็เป็นประโยชน์เยอะจ้ะ ซึ่งกล้วย จะช่วยทำให้พวกเรารู้สึกอิ่มทองคำ ไม่อยากกินอาหารเสมอๆส่วนผงโกโก้ จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล แล้วก็ลดไขมันในเลือด อย่าลืมใส่น้ำตาลให้ต่ำที่สุดนะคะ บางทีก็อาจจะขมไปนิด แม้กระนั้นดียิ่งกว่าอ้วนแน่ๆล่ะ!

8. นมปั่นแบบ Low Fat

 

นมปั่นแบบ Low Fat หรือ แบบไขมัน 0% นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ลดหุ่นจ้ะ เพราะว่านอกเหนือจากจะอ้วนน้อยกว่ารายการอาหารนมอื่นๆแล้ว ยังช่วยทำให้อิ่มท้องเจริญอีกด้วย คนใดกันที่ลดแคลอรีในทุกวัน แปลงรายการอาหารนมอื่นๆมาเป็นแบบงี้มองนะคะ

7 เมนูดีท็อกซ์ร่างกาย ด้วยมะนาว กินแล้ว สวยใส สบายพุง

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

7 เมนูดีท็อกซ์ร่างกาย ด้วยมะนาว กินแล้ว สวยใส สบายพุง

 

Credit: women.trueid.net

พบมลภาวะและก็ของกินรสจัดมาตลอดวัน ผู้หญิงผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวหรือสบายท้องซักเท่าไหร่จ้ะ ยิ่งในตอนที่อากาศแปลงเสมอๆอย่างขณะนี้ ยิ่งนำไปสู่อาการเป็นหวัดซ้ำลงไปอีก ซึ่งเมื่อไรที่ร่างกายด้านในของพวกเราไม่ดีแล้ว ร่างกายด้านนอกก็ชอบบ่งบอกถึงจ้ะ อาทิเช่นอาการตัวบวม ท้องป่อง หรือแม้กระทั้งผิวพรรณเหี่ยว ทำเอาผู้หญิงคนไม่ใช่น้อยมองเสื่อมโทรมลงไปผิดตาจนกระทั่งเพื่อนพ้องทัก ซึ่งหากปลดปล่อยให้เป็นแบบงี้ถัดไปคงจะไม่ดีแน่จ้ะ

 

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

 

Women Society เลยนำสูตรดีท็อกซ์มาฝากผู้หญิงที่ระยะนี้รู้สึกป่วยหนักตัว ให้ทดลองไปทำกันมองเพื่อเป็นการฟื้นฟูร่างกายจากด้านใน ให้มีความสวยงามจนกระทั่งด้านนอกจ้ะ ซึ่งสูตรที่พวกเราเอามาฝากในวันนี้ เป็นสูตรดีท็อกซ์ที่ใช้มะนาวเป็นหลักจ้ะ เนื่องจากว่าหาได้ง่ายแบบที่ทุกบ้านควรมีติดห้องครัว รวมทั้งแต่ละสูตรที่พวกเราเอามาฝาก ก็ประพฤติตามได้อย่างง่ายๆแบบที่ผู้หญิงใครกันแน่ก็ทำตามอย่างได้จ้ะ เอาละ!! อย่าคอยช้า ไปทำรายการอาหารดีท็อกซ์ร่างกายด้วยมะนาวกันเลยดีกว่าจ้ะ

สูตรที่ ช่วยระบาย

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

 

สำหรับผู้หญิงที่มักท้องผูกบ่อยๆ พวกเราขอชี้แนะสูตรนี้เลยจ้ะ เพียงแต่บีบมะนาวซัก ส่วนลงไปผสมกับชาอุ่นๆแล้วดื่มบ่อยๆก่อนรับประทานอาหารตอนเช้า จะช่วยทำให้ผู้หญิงถ่ายได้ชำนาญ สบายท้องมากขึ้นเรื่อยๆจ้ะ

สูตรที่ ช่วยในการย่อยของกิน

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

 

ถ้าเกิดกำเนิดอาการท้องอืดเหตุเพราะของกินไม่ย่อย ก็อย่าเพิ่งจะรำคาญไปจ้ะ เพราะว่าแค่เพียงน้ำดื่มรวมทั้งมะนาวก็ช่วยได้ โดยใช้น้ำมะนาว ส่วนผสมน้ำ แก้ว แล้วดื่มเมื่อมีลักษณะอาการ โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในมะนาวจะช่วยสำหรับการย่อยและก็ช่วยลดอาการท้องอืดได้จ้ะ

สูตรที่ ลดพุง

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

 

สูตรดีท็อกซ์ยอดฮิตที่ผู้หญิงผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเคยทดลอง แล้วก็จะต้องบอกต่อเพราะได้ประสิทธิภาพที่ดียอดเยี่ยม ซึ่งก็คือสูตรลดท้อง โดยใช้โยเกิร์ต ถ้วย รวมทั้งมะนาว ส่วน คนผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากันดี แล้วรับประทานเสมอๆทุกคืน รับประกันว่าตื่นมาช่วงเวลาเช้าท้องยุบแน่ๆจ้ะ

สูตรที่ ล้างไส้

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

 

สูตรล้างไส้ ช่วยทำให้ถ่ายชำนาญแล้วก็ผิวพรรณสดใส สำหรับผู้หญิงที่มีความคิดว่าตัวเองเริ่มไม่ค่อยสบายตัวรวมทั้งผิวพรรณเริ่มเหี่ยวเฉา พวกเราชี้แนะให้ทดลองสูตรนี้จ้ะ เพียงแค่ใช้น้ำมะนาว 1ลูกผสมนม แก้ว ดื่มเสมอๆก่อนนอน แค่เพียง อาทิตย์ก็ได้ผลแล้วล่ะจ้ะ

สูตรที่ ขับเสลด

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

 

ระยะนี้อากาศแปลงหลายครั้ง ผู้หญิงคนจำนวนไม่น้อยเลยมีลักษณะเสมือนเริ่มจะเป็นหวัด เจ็บคอรวมทั้งเริ่มไอค่อกเพียงแค่ก ซึ่งถ้าหากคนใดกันแน่มาอาการอย่างงี้ล่ะก็ พวกเราขอเสนอแนะน้ำผึ้งผสมมะนาวเลยจ้ะ โดยการหั่นมะนาวเป็นแว่นแล้วคลุกกับน้ำผึ้ง ช้อนโต๊ะ รับประทานทุกคราวเมื่อมีลักษณะอาการ สูตรนี้จะช่วยทำให้เปียกคอแล้วก็ช่วยขับเสลดได้จ้ะ

สูตรที่ ล้างไขมัน

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

 

สูตรล้างไขมันที่เอามาฝากผู้หญิงในวันนี้ เป็นสูตรที่ช่วยทำให้ไขมันที่ติดอยู่ในไส้ให้ออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้นจ้ะ เพียงผู้หญิงนำข้าวโอ๊ตผสมกับนมและก็น้ำผึ้ง แล้วหลังจากนั้นนำไปแช่ตู้แช่เย็น คืนก่อนรับประทานให้บีบมะนาวลงไป ลูก จะช่วยทำให้ล้างไขมันที่ติดอยู่ในไส้ได้จ้ะ

สูตรที่ ล้างไส้

 

ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ดีท็อกซ์ ด้วยมะนาว เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand


เหมือนกันกับการล้างไขมันจ้ะ แม้กระนั้นสูตรนี้ เน้นย้ำขับเศษอาหารต่างๆที่ติดอยู่ในไส้ให้ออกมาสูงที่สุด โดยให้ผู้หญิงผสมโยเกิร์ต น้ำผึ้งรวมทั้งมะนาวเข้าด้วยกัน แล้วรับประทานก่อนนอนจ้ะ ซึ่งนอกเหนือจากที่จะช่วยขับเศษอาหาร ล้างไส้ได้แล้ว สูตรนี้ยังช่วยลดท้องอีกด้วยจ้ะ

เช็กแคลอรีในอาหารจานเส้น เทียบให้เห็น กินเส้นไหนอ้วนที่สุด

แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

เช็กแคลอรีในอาหารจานเส้น เทียบให้เห็น กินเส้นไหนอ้วนที่สุด

 

Credit: health.kapook.com

เข้ากันไหนอ้วนที่สุด ลองไล่เรียงพลังงานในของกินจานเส้นแต่ละประเภทมอง แล้วจะทราบดีว่ารับประทานวุ้นเส้นอ้วนหรือเปล่า

 

เคยทราบเขากล่าวว่ารับประทานวุ้นเส้นไม่อ้วน แม้กระนั้นเพียงพอไปมองเห็นข้อมูลที่คนแชร์กันว่า วุ้นเส้น 100 กรัม ให้พลังงานตั้ง 330 กิโลแคลอรี แฟนสุขภาพก็เลยจิตตก สงสัยว่าวุ้นเส้นให้พลังงานมากยิ่งกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือเส้นขนมจีนอีกหรือ รายการแน่นอนก่อนแชร์ ทางสำนักข่าวไทยเลยไปถามไถ่เรื่องจริงจาก คุณพิมพ์ฟ้าณัท ศรีดอนไผ่ นักค้นคว้าสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อคลายปัญหาให้คนเข้ากันหายคับข้องใจเสียรู้

โดยข้อเท็จจริงก็คือ จำนวน 330 กิโลแคลอรี เป็นการคำนวณน้ำหนักจากวุ้นเส้นแห้งที่ยังมิได้แช่น้ำในจำนวน 100 กรัมนั่นเองจ้ะ แม้กระนั้นถ้าเกิดนำวุ้นเส้นไปแช่น้ำในแบบที่พวกเราทานกัน วุ้นเส้นแช่น้ำน้ำหนัก 100 กรัม (พอๆกับวุ้นเส้นแห้งหนัก 47 กรัมจะให้พลังงานเพียงแค่ 172 กิโลแคลอรี มองเห็นไหมว่าต่ำลงไปครึ่งต่อครึ่ง เพราะว่าธรรมดาพวกเราจะทานกันราว 50 กรัมเพียงเท่านั้น
โดยเหตุนี้ถ้าเกิดจะเทียบเคียงจำนวนแคลอรีในของกินจานเส้น เมื่อทานเส้นพวกนี้ในจำนวน 100 กรัมหรือ ขีด ก็จะเรียงลำดับชอบกันไหนอ้วนที่สุดได้ตามนี้

 

 

บะหมี่เหลือง แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
บะหมี่เหลือง แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

– บะหมี่เหลืองสด ให้พลังงาน 298 กิโลแคลอรี

เส้นเล็กสด แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
เส้นเล็กสด แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

          – เส้นเล็กสด ให้พลังงาน 220 กิโลแคลอรี

 

วุ้นเส้นแช่น้ำ แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
วุ้นเส้นแช่น้ำ แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

          – วุ้นเส้นแช่น้ำ (จากเส้นแห้ง 47 กรัม) ให้พลังงาน 172 กิโลแคลอรี

เส้นหมี่ขาวแช่น้ำ แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
เส้นหมี่ขาวแช่น้ำ แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

          – เส้นหมี่ขาวแช่น้ำ (จากเส้นแห้ง 47 กรัม) ให้พลังงาน 168 กิโลแคลอรี

เส้นใหญ่สด แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
เส้นใหญ่สด แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

          – เส้นใหญ่สด ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี

ขนมจีน แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand
ขนมจีน แคลอรีในอาหารจานเส้น เครืองปันน้ำผลไม้แบบพกพา MiniJuicerThailand

          – ขนมจีน ให้พลังงาน 106 กิโลแคลอรี

 

มองเห็นแบบงี้ก็อย่าพึ่งสรุปว่ากวยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ถ้วยชาม ให้พลังงานน้อยกว่ากวยเตี๋ยวเส้นเล็กนะคะ เพราะว่าจำนวนดังที่กล่าวมาข้างต้นเทียบเคียงจากจำนวน 100 กรัมแค่นั้น แม้กระนั้นตามความจริงจำเป็นต้องขึ้นกับแต่ละร้านค้าเพราะจะตักเสิร์ฟแต่ละเส้นในจำนวนเท่าไร อย่างเส้นใหญ่ชอบเสิร์ฟในจำนวนที่มากกว่าเส้นเล็ก หรือหากสั่งเป็นรายการอาหารเส้นใหญ่ผัด ก็จะได้รับพลังงานจากไขมันมากขึ้นไปอีก ด้วยเหตุผลดังกล่าวชอบกันไหนอ้วนกว่ากัน ก็ขึ้นกับจำนวนแล้วก็รายการอาหารที่พวกเราสั่งด้วยนะคะ