เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต [CR]

เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต  Customer Review..

#ได้ของเล่นใหม่คือแบบน่ารักกระทัดรัดมากกก

เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต

🎉🎉🎉ดื่ม ฉ ล อ ง ให้กับวันดีๆ🎉🎉🎉

ตื่นมาบอกรักตัวเอง ด้วยการดื่มน้ำแล้วก็ปั่นสารอาหารดีๆ เมนูไฟเบอร์ธรรมชาติจากข้าวโอ๊ต

ส่วนผสม
แลคตาซอยไม่หวาน 230 มล.
ข้าวโอ๊ต4 ชต.
แอปเปิ้ล 1/2 ลูก
กีวี 1 ลูก
มะเขือเทศท้อ 4 ลูก
เมล็จเจีย 2 ชช.
เมล็ดฟักทอง 2 ชช.
ถั่วลิสง 1/2 ชต.

รสชาติ หวานอมเปรี้ยวจากผลไม้ หอมถั่วกะข้าวโอ๊ต ละมุนมาก ทานง่าย เมนูนี้ผ่านๆ😄😄

ในส่วนของเครื่องปั่น ราคาน่ารักมาก เครื่องเล็ก
พกพาสะดวก ปั่นละเอียด รวมๆเเล้วโอเคมากก

 

ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ต่อสุขภาพ

ข้าวโอ๊ต เป็นธัญพืชที่นิยมรับประทานกันมาก เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและโปรตีน ทั้งยังมีสารอาหารสำคัญอื่น ๆ เช่น แมงกานีส ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม วิตามินอี วิตามินบี 1 เป็นต้น ซึ่งเชื่อกันว่าสารเหล่านี้ดีต่อสุขภาพและอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้

ข้าวโอ๊ต

กล่าวกันว่ารำข้าวโอ๊ตหรือข้าวโอ๊ตแบบเต็มเมล็ดช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง อาการปวดข้อ กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง กรดยูริกในเลือดสูง ภาวะเครียด โรคทางผิวหนัง รวมทั้งโรคในระบบทางเดินอาหารอย่างโรคลำไส้แปรปรวน ท้องเสีย โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่ หรือท้องผูก

ส่วนฟางข้าวโอ๊ตนั้นมักนำมาใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด โรคไข้หวัดหมู อาการไอ ปวดข้อ โรคทางดวงตา โรคเก๊าท์ กลุ่มโรคระบบเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ (Connective Tissue Disorder) แผลพุพอง อาการฟรอสไบท์ (Frostbite) ที่เกิดจากร่างกายได้รับความเย็นจัดจนเนื้อเยื่อเสียหาย  และอื่น ๆ นอกจากนี้ ข้าวโอ๊ต บางประเภทยังใช้เป็นยาทารักษาผิวหนังที่ผิดปกติ เช่น อาการคัน ผิวแห้ง ตกสะเก็ด ผิวมัน โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง โรคอีสุกอีใส โรคข้อเสื่อม อาการเท้าเย็นเรื้อรังหรือปวดเมื่อยเท้า เป็นต้น

ข้อมูลโภชนาการของข้าวโอ๊ตดิบ 100 กรัม โดยประมาณ

  • พลังงาน 389 กิโลแคลอรี่
  • น้ำ 8.22 กรัม
  • โปรตีน 16.89 กรัม
  • ไขมันรวม 6.90 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 66.27 กรัม
  • เส้นใย 10.6 กรัม
  • แคลเซียม 54 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 4.72 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 177 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 523 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 429 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม
  • สังกะสี 3.97 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1 0.763 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.139 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.961 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.119 มิลลิกรัม
  • โฟเลต 56 ไมโครกรัม

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของข้าวโอ๊ตจากฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ได้ระบุประสิทธิภาพในการใช้ข้าวโอ๊ตรักษาโรคต่าง ๆ ตามตัวอย่างงานวิจัยไว้เป็นระดับต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

การรักษาที่น่าจะได้ผล (Likely Effective)

ลดคอเลสเตอรอลและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ กล่าวกันว่าเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่ชื่อว่าเบต้า กลูแคน (Beta Glucan) ในข้าวโอ๊ตหรือรำข้าวโอ๊ตมีส่วนช่วยลดการสร้างและชะลอการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจากการทดลองให้อาสาสมัครชายหญิงที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจำนวน 19 คน รับประทานข้าวโอ๊ต ที่มีปริมาณเบต้า กลูแคน 2.9 กรัม วันละ 2 ครั้ง นานติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และเว้นช่วงอีก 3 สัปดาห์ จึงค่อยให้รับประทานสารมอลโตเดกซ์ตริน (Maltodextrin) ซึ่งมีลักษณะคล้ายแป้ง ในระยะเวลาเท่ากัน เพื่อเปรียบเทียบผล ซึ่งทั้ง 2 อย่างที่อาสาสมัครรับประทานนั้นเทียบเท่ากับการรับประทานรำข้าวโอ๊ตวันละ 70 กรัม

ผลการศึกษาดังกล่าวพบว่าระดับคอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่รับประทานข้าวโอ๊ต โดยระดับคอเลสเตอรอลทั้ง 2 ชนิดลดลงเรื่อย ๆ จนในสัปดาห์ที่ 4 ค่าระดับคอเลสเตอรอลลดลงประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ แต่ในช่วงที่รับประทานสารคล้ายแป้งกลับไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับคอเลสเตอรอลอย่างเห็นได้ชัด ส่วนระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีและไตรกลีเซอร์ไรด์แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตที่มีเบต้า กลูแคนน่าจะช่วยลดคอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง แต่อาจไม่ส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี

นอกจากคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ข้าวโอ๊ตยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าอะวีแนนตรามายด์ (Avenanthramides) ซึ่งช่วยต้านภาวะอักเสบในหลอดเลือดและควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ และอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน โดยพบข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนคำกล่าวอ้างนี้จากการทดลองให้อาสาสมัครชายหญิงที่มีภาวะคอเลสเตอรอลสูงระดับปานกลางกลุ่มหนึ่งรับประทานข้าวโอ๊ตสำเร็จรูป 100 กรัม และอีกกลุ่มรับประทานบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลี หลังผ่านไป 6 สัปดาห์ ผลปรากฏว่ากลุ่มที่รับประทานข้าวโอ๊ตมีระดับคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และรอบเอวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม อีกทั้งมีระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีลดลงน้อยกว่า แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของความดันเลือด สัดส่วนของร่างกาย หรือผลด้านอื่นอย่างเห็นได้ชัดนัก จึงพอจะกล่าวได้ว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปเป็นประจำอย่างน้อย 6 สัปดาห์ อาจลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันสูงไม่รุนแรง และยังแนะนำให้เพิ่มการรับประทานธัญพืชและข้าวโอ๊ตในมื้ออาหารให้มากขึ้น  

การรักษาที่อาจได้ผล (Possibly Effective)

ลดระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ซึ่งข้าวโอ๊ตจัดเป็นธัญพืชอีกชนิดที่มีกากใยอาหารปริมาณมาก โดยเฉพาะกากใยเบต้ากลูแคน จึงอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน

ข้อมูลเกี่ยวกับคุณประโยชน์ด้านนี้ของข้าวโอ๊ต ปรากฏการศึกษาขนาดเล็กเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเบต้ากลูแคนต่อระดับน้ำตาลหลังอาหารและการดูดซึมน้ำตาลในร่างกายของอาสาสมัครที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 12 คน โดยกลุ่มอาสาสมัครรับประทานอาหารปกติและอาหารที่เติมเบต้ากลูแคนลงไป 5 กรัม จากนั้นในอีก 6 ชั่วโมงถัดมาจึงตรวจน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร ผลพบว่าอาหารที่เติมเบต้ากลูแคนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยลดการสร้างน้ำตาลของร่างกายและชะลออัตราการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด จึงคาดกันว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน

การศึกษาที่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกประสิทธิภาพ

บรรเทาอาการท้องผูก การรับประทานไฟเบอร์หรือกากใยมากขึ้นอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับแก้อาการท้องผูก แทนการใช้ยาระบาย เพื่อเลี่ยงผลข้างเคียงจากการรับประทานยาและปัญหาด้านสุขภาพที่อาจตามมา เช่น น้ำหนักลด มีภาวะขาดสารอาหาร เป็นต้น โดยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ทดลองให้คนอายุ 57-100 ปี รับประทานรำข้าวโอ๊ตแทนการใช้ยาระบาย เพื่อดูคุณภาพชีิวิตและน้ำหนักตัว ผู้เข้าร่วมทดลองแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ได้รับอาหารเสริมจากรำข้าวโอ๊ต 7-8 กรัมต่อวันร่วมกับอาหารปกติ และอีกกลุ่มไม่ได้รับอาหารเสริม โดยจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาระบาย ความถี่ในการถ่ายอุจจาระ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร และน้ำหนักตัวของอาสาสมัครในช่วงก่อนเริ่มการทดลอง หลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์ และหลังจบการทดลอง

ผลลัพธ์จากการทดลองนี้พบว่า กลุ่มที่รับประทานข้าวโอ๊ตหยุดใช้ยาระบายได้ประมาณ 59 เปอร์เซ็นต์และมีน้ำหนักตัวปกติ แต่อีกกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานข้าวโอ๊ตต้องใช้ยาระบายเพิ่มขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์และมีน้ำหนักตัวลดลง และชี้ให้เห็นว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตค่อนข้างปลอดภัยและอาจเป็นตัวเลือกแทนการใช้ยาระบายในบางกรณี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

โรคหรืออาการทางผิวหนัง เชื่อกันว่าข้าวโอ๊ตมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและนำมาใช้ประโยชน์เป็นยาทารักษาอาการทางผิวหนังตั้งแต่อดีต เช่น ผื่นผิวหนัง ผิวหนังไหม้ อาการคัน รอยแดง เป็นต้น โดยในทางการแพทย์เรียกข้าวโอ๊ตชนิดนี้ว่า Colloidal Oats ซึ่งเป็นข้าวโอ๊ตคนละชนิดกับที่นำมารับประทาน

แม้ว่างานวิจัยของข้าวโอ๊ตในด้านนี้ยังมีไม่เพียงพอ แต่จากการศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากข้าวโอ๊ตชนิด Colloidal Oats ในรูปแบบโลชั่นทาผิว 4 ชนิด กับผู้หญิงที่มีสุขภาพดีที่มีอาการคันบริเวณผิวหนังระดับเบาถึงปานกลาง และมีผิวแห้งอย่างรุนแรงบริเวณน่องขาทั้ง 2 ข้าง จำนวน 29 คน ผลพบว่าอาสาสมัครมีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากภาวะผิวแห้งกร้าน ผิวตกสะเก็ด ผิวไม่เรียบเนียน และผิวที่มีอาการคันรุนแรงซึ่งการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าข้าวโอ๊ตชนิด Colloidal Oats มีฤทธิ์ลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระโดยตรง จึงคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคผิวหนังในอนาคต แต่ยังบอกไม่ได้แน่ชัด เพราะกลุ่มการศึกษามีขนาดเล็กและไม่ได้ศึกษาในผู้ป่วยโรคผิวหนังโดยตรง

การรักษาที่อาจไม่ได้ผล (Possibly Ineffective)

ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เชื่อกันว่าธัญพืชหรืออาหารจากธัญพืชอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้น แต่จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานอาหารจากธัญพืชกับความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี โดยมีอาสาสมัครชาย 26,630 คน และอาสาสมัครหญิง 29,189 คน ผลปรากฏว่าการรับประทานอาหารจากธัญพืชมากขึ้นประมาณ 50 กรัมต่อวัน ส่งผลให้อาสาสมัครชายมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงลดลงเท่านั้น แต่ไม่พบความเกี่ยวข้องด้านนี้ในอาสาสมัครหญิง จึงไม่อาจสรุปได้ว่าการรับประทานข้าวโอ๊ตหรือธัญพืชอื่น ๆ จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความปลอดภัยในการรับประทานข้าวโอ๊ตหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ต

การรับประทานรำข้าวโอ๊ตค่อนข้างปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่อาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น มีแก๊สในท้องมาก ท้องอืด และรู้สึกแน่นท้อง ดังนั้น ในช่วงแรกควรลองรับประทานแต่น้อยและค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้น เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ส่วนการใช้ข้าวโอ๊ตหรือผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ตกับผิวหนังอาจก่อให้เกิดอาการแสบร้อนได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม บุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานข้าวโอ๊ตหรือผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ต

  • ผู้ที่กลืนหรือเคี้ยวอาหารลำบาก เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง ผู้ที่ไม่มีฟันบางซี่หรือฟันปลอมสวมได้ไม่พอดีกับช่องปาก เป็นต้น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ลำไส้อุดตันจากการเคี้ยวได้ไม่ละเอียด
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบย่อยอาหารและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ อาจต้องใช้เวลาย่อยข้าวโอ๊ตนานกว่าปกติและเกิดการอุดตันในลำไส้ตามมา
  • ผู้ที่มีอาการแพ้อะวีนิน (Avenin) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในข้าวโอ๊ตที่คล้ายกับกลูเตนในข้าวสาลี

ทั้งนี้ หากมีอาการแพ้ข้าวสาลีหรือธัญพืชชนิดต่าง ๆ ควรเลือกซื้อข้าวโอ๊ตชนิดที่ระบุว่าเป็นข้าวโอ๊ต 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเจือปนกับธัญพืชชนิดอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้

 

Credit: pobpad.com

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน ปั่น กล้วยหอม นมสด อกไก่ สำหรับคนชอบออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

ปั่น กล้วยหอม นมสด อกไก่ สำหรับคนชอบออกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา ตอน อกไก่ปั่น กล้วยหอม นมสด สำหรับคนชอบออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก

ประโยชน์ของกล้วยหอมต่อสุขภาพ

  1. ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกาย
  2. ช่วยคลายเครียด
  3. แก้นอนไม่หลับ
  4. ช่วยย่อยอาหาร
  5. แก้ท้องผูก
  6. ลดความอ้วน
  7. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  8. ป้องกันตะคริวได้
  9. รักษาความดันโลหิตสูง
อกไก่ปั่น
อกไก่ปั่น

ประโยชน์ของโปรตีนจากอกไก่

1. มีโปรตีน อกไก่ 100 กรัมให้โปรตีนโดยประมาณ 21 กรัม ดีอย่างยิ่งสำหรับคนสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งร่างกายคนเราต้องการโปรตีนประมาณ 0.5 -1 กรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม

2. ในอกไก่จะมีกรดอะมิโนลิวซีน 4 กรัม ซึ่งกรดอะมิโนดังกล่าวมีหน้าที่ยับยั้งการสลายตัวของกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังเพิ่มพลังงานในการออกกำลังกายและยังสามารถเร่งให้ระบบการย่อยอาหารเร็วขึ้นได้ และยังมีทริปโตเฟน ที่เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ ที่สามารถต้านอาการซึมเศร้าได้

3. อุดมไปด้วยวิตามินบี อย่างเช่น วิตามินบี 5 ซึ่งวิตามินดังกล่าวที่ว่านี้จะสามารถเปลี่ยนแป้ง และไขมันในร่างกาย ให้เป็นพลังงานแทนได้ นอกจากนี้ยังมีวิตามิน บี 6 ที่ดีต่อเม็ดเลือดแดง และยังเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสร้างพลังงานในร่างกาย และวิตามินบี 12 ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย

4. มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา

5. มีฟอสฟอรัส ที่เป็นแร่ธาตุจำเป็นในการเจริญของกระดูก ฟัน เล็บ

6. มีโพแทสเซียมที่จำเป็นสำหรับการทำงานของหัวใจ และกล้ามเนื้อ

7. มีซีลีเนียม ที่ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย และป้องกันมะเร็ง

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

ประโยชน์ของนมสด

  1. น้ำนมมีสารอาหารครบ 5 หมู่จึงช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
  2. ประโยชน์ของการดื่มนม ช่วยทำให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
  3. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายใยวัยผู้ใหญ่
  4. ไขมันจากนมช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย (ปกติเราจะเรียกว่า “มันเนย”)
  5. มีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็กๆ
  6. ช่วยบำรุงประสาท (วิตามินบี1)
  7. ช่วยบำรุงหัวใจ (วิตามินบี1)
  8. ช่วยในการทำงานของระบบเซลล์ผิวหนัง (วิตามินบี2)
  9. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  10. ประโยชน์ของนม ช่วยให้กระดูกเจริญเติบโตและแข็งแรง ซึ่งจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเด็กในช่วงก่อนเข้าวัยรุ่นและช่วงวัยรุ่น
  11. ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกในวัยเด็ก
  12. ดื่มนมในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นแล้วจะช่วยทำให้ตัวสูงขึ้น เพราะแคลเซียมจะช่วยทำให้กระดูกยาวขึ้น
  13. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะ
  14. มีส่วนช่วยลดความดันโลหิต (แคลเซียม)
  15. ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ (แคลเซียม)
  16. ช่วยทำให้ระบบประสาทไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้น (แคลเซียม)
  17. ช่วยทำหน้าที่ยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อ (แคลเซียม)
  18. ช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ (วิตามินดี)
  19. ช่วยทำให้เลือดแข็งตัว (แคลเซียม)
  20. ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง (วิตามินบี12)
  21. ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด (วิตามินดี)
  22. มีงานวิจัยชี้ว่านมช่วยลดน้ำหนักตัวได้ ซึ่งจากการศึกษาโดยใช้นมพร่องมันเนยในเด็กวัยรุ่นที่อยู๋ในช่วงลดน้ำหนักพบ ว่ากลุ่มที่ดื่มนมพร่องมันเนยสามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม
  23. ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารเป็นปกติ ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก ป้องกันอาการท้องผูก (นมเปรี้ยว)
  24. ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย (วิตามินบี1)
  25. นมสามารถนำไปผลิตเป็น เนย ชีส ครีม โยเกิร์ต ไอศกรัมได้

สูตร อกไก่ปั่น
1. อกไก่ 7-11 1 ชิ้น
2. นมสดรสจืดเมจิก
3. กล้วยหอม 1 ลูก

ปริมาณ แคลอรี่ 300 เหมาะสำหรับมื้อเย็น สำหรับคนอยากลดน้ำหนัก ลดความอ้วน และควบคุมน้ำหนัก

 

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา
iBerry 6 Blades 4400 mAh
iBerry 6 Blades 4400 mAh
Vitamer
Vitamer

 

🍏🍉🍍🥑🍓🍊🍏🍌🍒🍅🥝
สินค้าพร้อมส่ง
 
ร้านนี้ นำเข้าเอง ขายเอง ได้ของชัวร์จร้า **
พร้อมบริการเก็บเงินปลายทาง จ่ายเงินหน้าบ้าน
🚚 จัดส่งฟรี Kerry Express
 
สนใจสั่งซื้อ
LineID: @MiniJuicerThailand
 
http://www.เครื่องปั่นน้ําผลไม้แบบพกพา.…
www.MiniJuicerThailand.com

ขอบคุณข้อมูลจาก
Manager.co.th

iBerry เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา รุ่น 6 ใบพัด แบตแรงสุด 4400 mAh

iBerry 6 Blades 4400 mAh - 890 Baht

iBerry เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา รุ่น 6 ใบพัด แบตแรงสุด 4400 mAh

😋 iBerry 6 ใบพัด แรงงงง!!!! สวัสดี..เราชื่อ iBerry
เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา USB ชาร์จ
แบบ 6 ใบพัด แรงงงงงงงง ละเอียดสุดดดดดดด

– ปั่นน้ำแข็งป่น ปั่นน้ำแข็งหลอดไซส์เล็กได้จ้า
– กระบอก ABS หนา ทนสารเคมีและโปร่งแสง และไม่มีส่วนประกอบของสาร BPA Free ไม่มีสารก่อมะเร็ง
– ล้างทำความสะอาดง่าย
– ความเร็ว: 25,000 รอบต่อนาที
– แบตเตอรี่ในตัว ความจุ 4,400 mAh
– ช่อง USB ชาร์จไฟ
– กระบอกความจุ 500 ml.
– ชาร์จแบตเตอรี่ 1 รอบ สามารถใช้งานได้ 10 ครั้ง
– ใบมีดทำจากสแตนเลสมีความทนทานสูง

🍏🍉🍍🥑🍓🍊🍏🍌🍒🍅🥝
สินค้าพร้อมส่ง
สีชมพู เขียว ฟ้า เหลือง
ราคาพิเศษ 890 บาท (จากราคาปกติ 1350 บาท)

ร้านนี้ นำเข้าเอง ขายเอง ได้ของชัวร์จร้า **
พร้อมบริการเก็บเงินปลายทาง จ่ายเงินหน้าบ้าน
🚚 จัดส่งฟรี Kerry Express

สนใจสั่งซื้อ
ทาง Inbox https://www.facebook.com/messages/t/1026728994103633
ทาง Line https://line.me/R/ti/p/%40minijuicerthailand
@MiniJuicerThailand

http://www.เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา.com
www.MiniJuicerThailand.com

#เก็บเงินปลายทาง #จ่ายเงินหน้าบ้าน เมื่อได้รับสินค้า
#เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพา #สินค้าพร้อมจัดส่ง
#คนรักสุขภาพ #หนุ่มสาวออฟฟิต #สมูทตี้ #iBerry 6 ใบพัด